Masuk“ปกติก็บ้าละ” คิเรย์พ่นลมหายใจขึ้นจมูก มื้ออาหารที่ควรเป็นไปอย่างเรียบง่ายของคนนานๆ ได้อยู่กันตามลำพัง กลับกลายเป็นอึดอัดมวนท้องเสียอย่างนั้น
“มีอะไรจะถามฉันรึเปล่า ถ้าตอบได้ก็จะตอบ” “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ คนที่เฮียคุยอยู่น่ะ” มุกดาวางช้อนรวดเร็วเมื่อเธอได้รับโอกาสให้ถามในสิ่งที่อยากรู้และคาใจมาตลอด นัยน์ตากลมสวยคาดคั้นคิเรย์กลายๆ “เธอเป็นลูกสาวนักธุรกิจที่ฉันกำลังดีลงานด้วย” “ชื่ออะไรคะ” “…” เขาไม่ตอบ เอาแต่มองหน้าไม่พูดอะไรเลย มุกดาจึงเลือกยิงคำถามถัดมา “คนเดียวกับที่มาคอนโดเฮียวันนี้ใช่ไหม” “อืม คนเดียวกัน” เขาพยักหน้าช้าๆ แววตาราบเรียบไม่ต่างจากคำพูดเฉยชา ส่วนคนฟังอย่างเธอ มันวูบโหวงหายใจไม่ทั่วท้อง “ตอนนี้เฮียกับเธออยู่ในสถานะไหนคะ” “แค่คนคุย” “คิดจะจริงจังกับเธอไหม” “นั่นมันเรื่องของอนาคต” “แล้วเคยมีอะไรกับเธอรึยัง” “ถามอะไรของเธอ” โครงคิ้วหนาขมวดให้กับคำถามตรงไปตรงมาของคนตัวเล็ก “เฮียตอบสิ” “จะบ้าตาย” คิเรย์กลอกตา ถอนหายใจแรง “ไม่เคย ฉันทำเรื่องแบบนั้นแค่กับเธอคนเดียว” มุกดายอมรับว่าใจชื้นขึ้นเยอะ แต่เธอไม่ได้ปลาบปลื้มไม่ได้รู้สึกดีอะไรขนาดนั้น เพราะอาจอยู่ในสถานะคนคุยเลยยังอยากค่อยเป็นค่อยไปหรือเปล่า แต่ถ้าเขาคิดจริงจังกับฝ่ายนั้นแล้วล่ะก็ เรื่องที่ว่าคงตามมาในอีกไม่ช้าไม่นาน “แล้วมุกล่ะ อยู่ในสถานะไหน” กลั้นใจถามในสิ่งที่ไม่สมควรถาม ความน่าอึดอัดก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่รอซัดโหมเข้าฝั่ง ระหว่างเธอและเขาต่างจ้องตากันนิ่ง ฝ่ายหนึ่งเฝ้ารอคำตอบ ในขณะที่อีกฝ่ายคิดหนักกับคำถาม “ทำไมวกมาคุยเรื่องนี้ ชักจะคุยไม่รู้เรื่องแล้วนะ” ทำไมต้องทำเสียงดุ ทำไมให้คำตอบกันไม่ได้ มุกดากลั้นก้อนเหนียวหนืดลงคอ กระพริบตาไล่หยาดน้ำอุ่นคลอเบ้า หัวใจพองบวมเริ่มจะหายใจไม่ออกขึ้นทุกที “ถ้าสักวันเฮียคบเธอคนนั้นเป็นแฟนจริงๆ มุกก็จะได้ทำใจแต่เนิ่นๆ เพราะมุกไม่ได้รู้สึกดีนักหรอกที่ต้องเป็นคนในความลับ มันเหมือนเมียน้อย” น้ำเสียงกล้ำกลืนฝืนทนกับความเจ็บปวดกลางใจทำคนฟังสงสารไม่น้อย ไม่ได้มีแค่มุกดาที่อึดอัดกับเรื่องนี้ คิเรย์ก็รู้สึกเหมือนอย่างเธอ เพียงแต่เขาไม่แสดงออก ชายหนุ่มโดนคำพูดคนตัวเล็กน็อกเข้าจังๆ กลางแสกหน้า สิ่งที่เธอระบายออกมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นอยากหาทางออกให้ตัวเอง “เวลานั้นยังมาไม่ถึง จะตีตัวไปก่อนไข้ทำไม” “เฮียก็พูดได้สิ คนที่เจ็บปวดที่สุดกับเรื่องนี้มันไม่ใช่เฮียนิ” ประกายความไม่พอใจระคนเจ็บปวดฉายชัดในแววตาคู่สวย มุกดามองหน้าเขาสักพักก็ได้รับแต่ความเย็นชา ไม่หืออืออะไรทั้งนั้น เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอเจ็บมากแค่ไหน ก็คงพอๆ กับตัวหญิงสาวเอง ที่ไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองไม่ได้เจ็บเพียงคนเดียว เพราะแม้อีกฝ่ายไม่แสดงอาการ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าเขาเองก็เจ็บไม่แพ้เธอ อาหารมื้อนี้ไม่ได้จบลงที่รอยยิ้มและสีหน้าเปื้อนสุขอย่างเช่นทุกที มันมีแต่จะกระอักกระอ่วนใจ อึดอัดในโพรงอกกันทั้งสองฝ่าย คิเรย์ขับรถมาส่งมุกดาถึงบ้านพักโดยไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครเห็น ยิ่งช่วงที่มาร์ตินและมาร์คัสวุ่นกับงานก็แทบไม่ได้ปลีกตัวมาที่นี่อย่างแน่นอน ตลอดทางไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นแม้แต่เสียงไอหรือเสียงกลืนน้ำลายยังไม่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เงียบชนิดที่ว่าต้องเปิดเพลงกลบบรรยากาศคับอกคับใจนี้ซะ กระทั่งล้อรถค่อยๆ ขับเคลื่อนช้าลงและจอดสนิทเมื่อถึงหน้ารั้วบ้านนอร์ดิกหลังเล็ก คิเรย์ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะเปิดปากพูดอะไรสักอย่าง เอาแต่นั่งเงียบหน้าอมทุกข์ ซึ่งครั้งนี้ต้องเป็นเขาที่เอ่ยก่อน “คิดไว้รึยังเรื่องไอ้ตินชวนไปทะเล จะไปด้วยกันรึเปล่า”มุกดาชำเลืองสายตามองคนข้างตัวเล็กน้อย เธอมีคำตอบให้เรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่โดนชวนแล้ว “ไปค่ะ ได้ไปปลดปล่อยบ้างก็ดี เฮียตินคงดูแลประคบประหงมมุกไม่ห่างอยู่แล้ว” สงสัยวันนี้ผีขี้ประชดเข้าสิง เธอถึงได้พูดจากระแทกแดกดันเขาตลอด แต่แล้วยังไง เขามันเป็นคนตายด้านไร้ความรู้สึก คำพูดแค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก “มันดูแลดีมาตลอด ไม่ใจอ่อนให้มันบ้างล่ะ” ประชดเธอกลับสินะ “ผลักไสมุกให้เพื่อนเก่งจังเลยนะคะ ถ้ามุกรักเฮียตินเหมือนที่รักเฮีย มุกคงตอบรับคำขอเป็นแฟนเขาไปนานแล้ว ไม่ทนเจ็บแบบนี้หรอก” มีแต่อาการฮึดฮัดไม่พอใจเต็มไปหมด คิเรย์พึ่งเคยเธอโดนมองแรงแบบนี้ครั้งแรกเหมือนกัน เขาเบือนหน้าหนีประกายตากรุ่นๆ คู่นั้นที่พร้อมทำนบน้ำตาแตก ไม่ควรใส่ไฟพูดอะไรนอกจากหุบปากเงียบๆ เพียงแต่คนอย่างเขามันไม่เคยเงียบได้อยู่แล้ว เป็นพวกปากคอเราะราย ปากไม่ตรงกับใจ ปากไม่สร้างสรรค์ “ก็ไม่ได้ขอให้ทน เธอเลือกของเธอเอง” “เหอะ!” เสียงสูงสบถดังก่อนต่อมาเจ้าตัวเปิดประตูลงจากรถและปิดกระแทกกลับดังปึงเธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
มุกดาไม่ได้ตั้งใจจะตื่นสาย แต่ร่างกายเธอใช้งานหนักมาค่อนคืน จะขยับเขยื้อนทีก็เจ็บปวดทั้งตัว กระดูกกระเดี้ยวรวดร้าวไปหมดเธอไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดใครในเมื่อสมยอมพร้อมใจกันทั้งคู่ อีกอย่างเมื่อคืนนี้มันสนุกและหนักหน่วงจริงๆ “ซาร่าห์ดูหน่อยว่าเจ้กลบรอยที่คอหมดยัง” เอียงตัวให้เพื่อนรุ่นน้องช่วยสังเ
“อื้อ~ เสียวจัง” ร่างเล็กกระตุกหงึก ปิดเปลือกตาแน่นขณะทรมานตัวเองไม่ยอมสอดเอ็นร้อนเข้ามาสักที และคนที่ทรมานไม่แพ้มุกดาเห็นจะเป็นร่างสูงซึ่งนอนมองทุกท่วงท่าของเธอ เอ็นยักษ์เขี่ยปากทางฉ่ำแฉะแต่ไม่ยอมสอดใส่ เขาเองก็เสียวซ่านแทบขาดใจเหมือนกัน “อ๊า! เฮีย..” ทนได้ไม่นานหรอก มือหนากดสะโพกนิ่มให้นั่งทั
ก่อนถึงเกาะลับที่ว่า ทะเลแนะนำให้เหล่าสาวๆ เข้าไปเปลี่ยนใส่ชุดลำลองสบายๆ กันก่อน เพราะภายในเกาะมีทั้งยุงป่า สัตว์มีพิษและอากาศชื้นแฉะ ให้เดินชมทั้งบิกินี่ตัวจ้อยก็กระไรอยู่ “โห นี่ทางเข้าหรือเขาวงกตคะ ทำไมมันสลับซับซ้อนจัง” ต้นหยงเอ่ยพร้อมกวาดตามองรอบตัวจนพี่ๆ พากันเอ็นดูมุกดาเห็นด้วยกับที่น้อง
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร







