LOGINปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืน 9 มม. แผดคำรามก้องห้องซ้อมยิงใต้ดินที่ไร้ผู้คน ปลอกกระสุนร้อนจี๋กระเด็นตกพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะเดียวกับที่หัวกระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าเป้ากระดาษรูปคนอย่างแม่นยำ... นัดแล้วนัดเล่า จันทร์เจ้าในชุดเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยุทธวิธี (ที่เปลี่ยนจากชุดราตรีเมื่อครู่) ยืนหน้านิ่ง กัดฟันแน่นจนกรามปวด ‘ร่าน... เธอมันก็แค่โสเภณี...’ ปัง! ‘งานของเธอคือฆ่าคน ไม่ใช่ยั่วคน’ ปัง! เสียงด่าทอของคามินดังก้องในหัวแข่งกับเสียงปืน ยิ่งคิด ภาพที่นีน่ากอดแขนเขา ภาพสายตาเหยียดหยามที่เขามองมา มันยิ่งชัดเจน "โธ่เว้ย!" เธอสบถลั่น ลดปืนลงข้างลำตัว ปล่อยแม็กกาซีนที่กระสุนหมดเกลี้ยงร่วงลงพื้น กริ๊ก... ความเงียบเข้าปกคลุมทันที... และความเงียบนี้เองที่ทำให้เขื่อนน้ำตาที่กลั้นมาตลอดพังทลายลง "ฮึก..." จันทร์เจ้าทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดเข่าตัวเองพิงผนังกระจกกันเสียง ไหล่บางสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยโฮออกมาไม่อายใคร เพราะมั่นใจว่าที่นี่ไม่มีใคร "ทำไมต้องใจร้ายขนาดนี้... ฮือ..." เธอสะอื้น พึมพำกับความว่างเปล่า "จันทร์ผิดอะไรนักหนาคะบอส... จันทร์ก็แค่ทำตามหน้าที่... จันทร์ทำให้บอสทุกอย่างแล้วนะ..." ความเจ็บปวดที่สะสมมานานระเบิดออกมา เธอทุบกำปั้นลงที่อกข้างซ้ายตัวเองแรงๆ "เจ็บ... ทำไมมันเจ็บงี้วะ..." "พ่อจ๋า... แม่จ๋า... หนูเหนื่อย...หนูไม่อยากอยู่แล้ว... มารับหนูไปที... อยู่ตรงนี้หนูไม่มีค่าอะไรเลย... เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ของเขา..." ทุกถ้อยคำ... ทุกเสียงสะอื้น... ดังชัดเจนในหูของคนที่ยืนแอบอยู่หลังประตูเหล็กหนา คามินชะงักมือที่กำลังจะผลักประตู... ตัวแข็งทื่อ เขาตั้งใจจะลงมาอาละวาดที่เธอหนีหน้า... แต่ภาพตรงหน้ากลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ผู้หญิงที่เก่งที่สุด แข็งแกร่งที่สุด นักฆ่าเบอร์หนึ่งของเขา... กำลังนั่งร้องไห้ตัวสั่นเหมือนลูกหมาหลงทาง เรียกหาพ่อแม่ที่ตายไปแล้วเพราะคำพูดของเขาเอง ‘หนูเหนื่อย... มารับหนูไปที’ ประโยคนั้นกระแทกใจคามินจนจุก ความโกรธหายวับไป เหลือแต่ความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกคอหอย กูทำบ้าอะไรลงไปวะ... เขาสูดหายใจลึก ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป แอ๊ด... เสียงประตูเหล็กเสียดสีกันทำให้จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก สัญชาตญาณนักฆ่าทำงานทันที เธอคว้าปืน (ที่ไม่มีกระสุน) เล็งไปทางประตูทั้งที่ตายังแดงก่ำ "ใคร!" แต่พอเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคยเดินเข้ามา ปืนในมือก็ลดต่ำลงทันที "บ... บอส..." เธอรีบปาดน้ำตาลนลาน หันหลังหนี "บอสลงมาทำไมคะ... จะตรวจความเรียบร้อยเหรอ... เชิญค่ะ ฉัน... ฉันกำลังจะเก็บของ" "พอได้แล้ว" คามินเดินเข้าประชิดตัว คว้าข้อมือข้างที่ถือปืนไว้ แล้วแกะมันออกจากมือเธอโยนไปวางบนโต๊ะด้านหลัง "ดึกป่านนี้แล้ว จะซ้อมหาพระแสงอะไร" "ก็... ก็ฉันยังยิงไม่ครบเซ็ตขอตัวนะคะ ฉันจะไปล้างหน้า" "เงยหน้าขึ้น" "ฉันบอกว่าขอตัว..." "ฉันสั่งให้เงยหน้ามองฉัน เดี๋ยวนี้" มือหนาเชยคางมนบังคับให้เงยขึ้นสบตา... ดวงตาคู่สวยที่เคยเด็ดเดี่ยว ตอนนี้บวมช้ำ แดงก่ำ และเต็มไปด้วยความตัดพ้อ "ร้องไห้ทำไม" "ฝุ่นค่ะ...เขม่าดินปืนมันเยอะ... แสบตาเฉยๆ" "โกหกไม่เนียนเลยนะ...เจ็บมากไหม... ที่ฉันปากหมาไปเมื่อกี้" คำถามที่จี้ใจดำทำให้น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหล ทะลักออกมาอีกรอบ "ฮึก..." จันทร์เจ้าเม้มปากแน่น ส่ายหน้า "ไม่ค่ะ... บอสพูดถูกแล้ว ฉันมันก็แค่เด็กข้างถนน... ฉันมันไม่มีสิทธิ์..." "หยุดพูดจาดูถูกตัวเองสักที!" คามินดึงร่างบางเข้ามากอดทันที กดศีรษะเธอให้ซบลงกับบ่ากว้างของเขา "ขอโทษ..." จันทร์เจ้าเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อในอ้อมกอด... นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ยินคำนี้จากปากผู้ชายจอมทระนง "บอส..." "เออ ฉันขอโทษ...ขอโทษที่พูดจาหมาๆ ใส่... ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้... ฉันมันบ้าเอง หงุดหงิดจนพาลไปทั่ว" "หงุดหงิด... เรื่องอะไรคะ..." "ก็เรื่องเธอไงเล่าฉันหงุดหงิดที่เห็นผู้ชายอื่นมันมองเธอตาเป็นมัน... หงุดหงิดที่เธอแต่งตัวโป๊... หงุดหงิดที่ตัวเองหวงเธอจนจะเป็นบ้า!" "หวง" จันทร์เจ้าทวนคำงงๆ หัวใจเต้นโครมคราม "บอสหวงจันทร์เจ้าเหรอคะ... นึกว่ารำคาญ" "ถ้ารำคาญกูจะตามมาง้อถึงในนี่มั้ยล่ะ!" เขาเขกกะโหลกเธอเบาๆ หนึ่งทีแก้เขิน "เลี้ยงมากับมือ ทะนุถนอมมาตั้งกี่ปี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม... อยู่ดีๆ จะให้ไปยืนโชว์นมให้ไอ้พวกสวะพวกนั้นดูฟรีๆ ใครจะไปยอมวะ" ความน้อยใจที่สะสมมามลายหายไปเกือบครึ่ง จันทร์เจ้าเผลอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา "แล้ว... ผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ" "ไล่ตะเพิดไปแล้วไล่ไปตั้งแต่เธอก้าวขาออกจากห้องนั่นแหละ... หมดอารมณ์... ถ้าไม่ใช่เธอ ฉันก็ไม่เอาใครทั้งนั้น" คำพูดตรงๆ ของเขาทำเอาแก้มใสร้อนผ่าว คามินใช้นิ้วปาดน้ำตาที่แก้มเธอออกจนหมด "เลิกร้องได้แล้ว... เห็นน้ำตาเธอแล้วฉันอยากจะเอาปืนยิงกรอกปากตัวเองให้ตายๆ ไปซะ รู้สึกผิดฉิบหาย" "เวอร์ไปค่ะบอส" เธอหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา "ไม่เวอร์... พูดจริง" คามินก้มลงจูบหน้าผากเธอทีนึง "กลับห้องกัน... กลับไปที่ของเรา... คืนนี้ฉันจะนอนกอดเธอทั้งคืนเป็นการไถ่โทษ... สัญญาว่าจะไม่ทำให้ร้องไห้อีก... นะครับ"แนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
คามินดึงร่างอ่อนปวกเปียกของจันทร์เจ้าเข้ามาในอ้อมกอด จัดท่าทางให้เราทั้งคู่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน เขาค่อยๆ ยกขาเรียวข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดเอวสอบ เปิดทางให้จุดกึ่งกลางกายแนบชิดกันสนิท"ช้าๆ นะคนดี..." เขากระซิบเสียงนุ่มคามินค่อยๆ ดันตัวตนที่ยังคงแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักที่บวมช้ำแต่ฉ่ำลื่นอย่างช้าๆ ทะนุถนอมซวบบบ"อื้อออ... ซี๊ดดดด... ขนลุก... จันทร์ขนลุกไปหมดแล้ว..."จันทร์เจ้าครางเสียงสั่นเครือ ซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของเขา ร่างกายสั่นสะท้านเบาๆ เมื่อความอุ่นร้อนเติมเต็มเข้ามาจนสุด สัมผัสของเนื้อแนบเนื้อในท่านี้มันช่างวาบหวามและอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด"พี่คามี่ขา..." เธอเรียกชื่อเล่นเขาเสียงหวานหยดเยิ้มเหมือนเด็กน้อยอ้อนขอขนม "จันทร์เสียวเหลือเกิน... ที่รักของจันทร์... อื้อออ... มันดีเหลือเกิน... ดีที่สุดเลย..."เธอพร่ำเพ้อราวกับคนละเมอ แขนเล็กโอบกอดรอบคอเขาแน่น ฝังจมูกลงสูดกลิ่นกายชายหนุ่มฟอดใหญ่ ขาที่พาดเอวเขาไว้ออกแรงรัดเบาๆ ตามจังหวะการขยับคามินเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ นุ่มนวลแต่หนักแน่นทุกจังหวะการสอดใส่ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้ม แก้มแดงปลั่ง ปากเจือสีระเรื่อเผ
ซ่าาาาา...เสียงน้ำจากฝักบัวไหลซู่ลงมากระทบพื้นหินอ่อน ควันขาวจากไอร้อนลอยอบอวลจนกระจกบานใหญ่ขึ้นฝ้าขาวโพลน"หันหลังมา..." คามินสั่งเสียงทุ้ม แข่งกับเสียงน้ำจันทร์เจ้าหมุนตัวตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เรือนผมเปียกลู่แนบไปกับแผ่นหลัง เธอยืนนิ่ง หลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความอุ่นของน้ำชำระล้างคราบเหงื่
กลิ่นคาวโลกีย์จางหายไป เหลือเพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมน้ำหอมผู้ชายที่เป็นเอกลักษณ์ของคามิน... กลิ่นที่สำหรับจันทร์เจ้าแล้ว มันคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเธอนอนตะแคงซบหน้าลงกับแผงอกเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ฟังเสียงหัวใจเขาเต้น ตึกตัก... ตึกตัก... เหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ทำให้พายุในใจเธอสงบลง มือเรี
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกลิ่นอับชื้นในห้องใต้ดิน แสงไฟส่องลงมากระทบร่างโชกเลือดของหัวหน้านักฆ่าที่ถูกมัดตรึงกับเก้าอี้เหล็ก หน้าตาปูดบวมจนจำเค้าเดิมไม่ได้จันทร์เจ้ายืนกอดอกมองด้วยสายตาว่างเปล่า มือเรียวควงมีดคาร์รามบิทเล่นไปมา ชวิ้ง... ชวิ้ง..."กูถามครั้งสุดท้าย..." น้ำเสียงเธอราบเรียบ แต่เย็นยะเ
ปัง! ปัง! ปัง!เสียงปืน Glock 19 คำรามก้อง ปลอกกระสุนสีทองร่วงกระทบพื้นคอนกรีตดัง เคร้ง! เคร้ง! รูกระสุนเจาะกลางหน้าผากเป้ากระดาษซ้ำจุดเดิมแม่นราวจับวางจันทร์เจ้าในชุดออกกำลังกายรัดรูปยืนปาดเหงื่อที่ไหลโซมกาย เธอปลดแม็กกาซีนทิ้งลงบนโต๊ะ ตึง! แล้วหันขวับไปหากระสอบทรายหนักร้อยกิโล"ฮึบ!"ผัวะ! ผัวะ!







