LOGINทางเดินหน้าห้องขังใต้ดินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของคามินและเสียงรองเท้าของจันทร์เจ้าดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินคอนกรีตเย็นเฉียบ ตึก... ตึก...ด้านในห้องขังเหล็กที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร 'เสือ' มือสังหารวัยเก๋านั่งกอดเข่าพิงกำแพงด้วยความสิ้นหวัง รอคอยชะตากรรมและเป็นห่วงหลานสาวจับใจคามินเดินล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีสบายๆ แต่มือข้างหนึ่งโอบเอวคนรักไว้หลวมๆ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างกายมาสักพักแล้ว"เป็นอะไรไป" คามินหยุดเดิน หันมาสบตาจันทร์เจ้า "ทำหน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ... สงสารมันเหรอ หรือกลัวแผนแตก"จันทร์เจ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้ามองสามีด้วยแววตากังวล ซึ่งหาดูได้ยากจากนางปีศาจผู้เด็ดเดี่ยว"บอสคะ..." เธอเรียกเขาด้วยสรรพนามจริงจัง "จันทร์... จันทร์เป็นห่วงเด็กคนนั้นจังเลยค่ะ""หือ?" คามินเลิกคิ้ว "หลานไอ้เสือน่ะเหรอ? ทำไมต้องห่วง มันเป็นหลานศัตรูนะ อีกอย่างเราก็แค่ใช้เด็กเป็นตัวประกันขู่มันเฉยๆ ไม่ได้จะทำอะไรจริงๆ สักหน่อย""จันทร์รู้ค่ะว่าพี่คามินไม่ทำเด็ก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปาก "แต่... จันทร์กลัวทางฝั่งโน้นต่างหาก"เธอชี้ไปทางทิศที่ตั้งคฤหาสน์ของท่านกวี"ลุงเสือแกเป็นแค่คนรับจ้าง
แนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
จันทร์เจ้าขยับตัวยุกยิก ซุกหน้าเข้าหาไออุ่นที่โอบกอด กลิ่นสบู่เย็นๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายปลุกเธอที่ให้ตื่นจากฝัน... กลิ่นของคามินเธอกะพริบตาถี่ๆ ไล่ความงัวเงีย ภาพแรกที่ชัดเจนขึ้นมาเมื่อลืมตาคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่า อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามของคนที่กำลังนอนตะแคงกอดเธอไว้มือเล็กลูบไปตามเนื้อ
กลิ่นสนิมเหล็กชื้นๆ ผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องเหม็นหืน ลอยคลุ้งอยู่ในโกดังร้างริมท่าเรือ... เขตอิทธิพลของหมอคิมหันต์ที่ถูกยืมมาใช้เป็น 'โรงเชือด' ชั่วคราว พรึ่บ! สปอร์ตไลท์ดวงใหญ่สาดแสงลงมากลางโกดังมืดทึบ เผยให้เห็นร่างอวบอ้วนของ เสี่ยทรงพล ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อเชิ้ตราคาแพงยับยู่ยี่และเปื้อนฝุ่น เขา
ติ๊ง!เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมประตูที่เลื่อนเปิด จันทร์เจ้าก้าวออกมาด้วยท่าทางเหมือนคนหมดแรง ไหล่ตก คอพับ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ดัง เฮ้อ... ทันทีที่พ้นประตูลิฟต์ มือเรียวยกขึ้นขยี้ผมตัวเองแรงๆ จนยุ่งเหยิงเหมือนอยากจะสลัดภาพบ้าๆ ในหัวออกไป"พี่คามี่..."เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ขาเรียวซอยเท้าเร็วๆ ตรงดิ่งไปท
หน้าประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงาน วิทย์ยืนชะงักฝีเท้า มือที่กำลังจะเคาะประตูค้างอยู่กลางอากาศเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเจ้านายสลับกับเสียงอ้อนงุ้งงิ้งของผู้หญิงที่ลอดออกมาทำให้เขาต้องค่อยๆ ลดมือลง แฟ้มรายงานในมือถูกดึงกลับมาแนบอก"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว พิงหลังกับผนังหน้าห้องอย่างคนปลงตก "กูว่ากูเลี้







