ログインในโลกธุรกิจสีเทาที่อำนาจถูกแลกเปลี่ยนด้วยเลือดและกระสุน คามิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักร ดิ เอ็มเพอเรอร์ คือชายที่ใคร ๆ ต่างเกรงกลัว เขาเย็นชา โหดเหี้ยม และเชื่อว่าความรักเป็นเพียงจุดอ่อน… จนกระทั่งเขาได้เลี้ยงดูเด็กหญิงคนหนึ่งขึ้นมา เด็กสาวที่ชื่อ จันทร์เจ้า ภายใต้ภาพลักษณ์ของเลขาหน้าห้องผู้เรียบร้อย สุภาพ และเงียบขรึม จันทร์เจ้าซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ เธอคือนักฆ่าฝีมือระดับพระกาฬ ผู้เชี่ยวชาญการทรมานและการกำจัดศัตรูอย่างเลือดเย็น เมื่อความสัมพันธ์จาก ผู้ปกครอง แปรเปลี่ยนเป็น คนรัก และสถานะ “เมียมาเฟีย” ถูกยืนยันต่อหน้าทั้งโลกใต้ดิน ด้านมืดของจันทร์เจ้าก็ค่อย ๆ ถูกปลดปล่อย เธอไม่ใช่นางเอกใสซื่อ ไม่ใช่หญิงสาวที่ยอมอ่อนข้อให้ใคร แต่คือ นางปีศาจผู้หวงแหนในสิ่งที่เป็นของตนอย่างสุดขั้ว
もっと見る18 ปีก่อน ตรอกสลัมข้างบ่อนคาสิโนเก่า
"ฮือ... พ่อ... แม่... ตื่นสิ... ลุกมาคุยกับหนูนะ..." เสียงเล็กๆ สั่นเครือแข่งกับเสียงสายฝน เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบนั่งแช่น้ำครำ เขย่าร่างไร้วิญญาณของพ่อแม่ที่นอนจมกองเลือดอย่างสิ้นหวัง กึก... เสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้นคอนกรีตหยุดลงตรงหน้า เด็กน้อยเงยหน้าเปื้อนโคลนขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มชุดสูทสีดำยืนค้ำหัวอยู่ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างหลังมีชายร่างยักษ์กางร่มให้ "พวกขยะ... ตายเพราะติดหนี้พนัน สมเพชชะมัด" "ฮือ... พี่ชาย ช่วยพ่อแม่หนูด้วย..." มือน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดคว้าหมับเข้าที่ขากางเกงสแล็คราคาแพงของเขา "หนูยอมทำทุกอย่าง... จะล้างจานใช้หนี้ก็ได้ อย่าเอาพ่อแม่หนูไป..." เด็กหนุ่มก้มมองรอยเลือดที่เปื้อนกางเกง ปกติเขาคงสะบัดทิ้งไปแล้ว แต่สายตาของเด็กคนนี้... มันไม่ใช่ลูกแกะที่กำลังกลัวจนลนลาน แต่มันเหมือนลูกหมาป่าที่กำลังเจ็บเจียนตายและพร้อมจะกัดตอบโลกใบนี้ คามินในวัย 17 ปี ย่อตัวลงนั่งยองๆ เชยคางมนขึ้นมา "ชื่ออะไร" "จะ... จันทร์เจ้า... ฮึก" "จันทร์เจ้า?" คามินเหยียดยิ้ม "ชื่อสวยดีนี่... ฟังนะจันทร์เจ้า ร้องไห้จนน้ำตามันกลายเป็นเลือด พ่อแม่เธอก็ไม่ฟื้นหรอก" "..." "แต่ถ้าอยากรอด... อยากแก้แค้นไอ้พวกสวะที่ฆ่าพ่อแม่เธอ... หรือแค่อยากมีข้าวกิน" คามินยื่นมือออกไปตรงหน้า "ก็ไปกับฉัน" เด็กน้อยกลืนก้อนสะอื้น มองมือหนาสลับกับหน้าเขา "ไป... แล้วพ่อแม่..." "ฉันจะให้ข้าว ให้ที่ซุกหัวนอน ส่งเสียเธอเรียน... แต่แลกกับชีวิตของเธอ" นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในตาเด็กน้อย "เธอต้องเป็นดาบให้ฉัน... เป็นโล่ให้ฉัน... และห้ามตายจนกว่าฉันจะสั่ง... ตกลงไหม" มือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ วางลงบนมือเขาอย่างไม่มีทางเลือก "ตกลง... ค่ะ" นั่นคือสัญญาเลือดที่ผูกวิญญาณของจันทร์เจ้าไว้กับคามิน... ตลอดไป ปัจจุบัน ภายในรถยนต์กันกระสุน ปึ่ก! ฝ่ามือหนาฟาดลงบนเบาะข้างตัวจนจันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก หลุดจากภวังค์ทันที "ใจลอยไปถึงไหน ห๊ะ" เสียงทุ้มต่ำถามห้วนๆ คามินนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้า ในมือถือแก้ววิสกี้ แต่สายตากลับไล่มองสำรวจชุดเกาะอกของเธอแทบจะทะลุเนื้อผ้า "เปล่าค่ะบอส... แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ" จันทร์เจ้าตอบเสียงเบา มือพยายามดึงชายกระโปรงที่ผ่าสูงลิ่วให้ปิดขาอ่อน แต่มันแทบไม่ช่วยอะไร "เรื่องเก่า? สมัยเป็นเด็กขี้แยแบกขี้มูกน่ะเหรอ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "ตอนนั้นเธอยังดูเข้าท่ากว่าตอนนี้เยอะ อย่างน้อยก็ว่านอนสอนง่าย ไม่ใช่ใส่ชุดบ้าๆ ออกไปเร่ขายเนื้อหนังให้ผู้ชายมันแทะโลมเล่นแบบนี้!" "จันทร์เจ้าไม่ได้เร่ขาย!" เธอสวนกลับทันควัน "นี่มันแผนของคุณพริกหวาน จันทร์เจ้าแค่ทำตามหน้าที่ เป็นนกต่อล่อให้พวกมันตายใจ..." "ล่อเป้าหรือล่อตะเข้!" คามินกระแทกแก้วลงกับที่วางแขน "นมแทบจะหก ขาแทบจะแหกไปถึงไหนต่อไหน รู้ไหมไอ้มาร์โก้มันมองเธอตาเยิ้มขนาดไหน ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจไอ้ฟราน ฉันเป่าสมองมันกระจายคาโต๊ะไปแล้ว!" "บอสคะ... แยกแยะหน่อยสิคะ นี่มันงาน..." "งานของเธอคือฆ่าคน ไม่ใช่ยั่วคน!" เขาตะคอกกลับ ขยับตัวเข้ามาบีบปลายคางเธอแน่น "ฉันสอนให้ยิงปืน สอนให้หักกระดูกคน ส่งเรียนจนจบปริญญา... ไม่ได้เพื่อให้มาทำตัวเหมือนโสเภณีชั้นสูง!" วาจาเชือดเฉือนทำเอาขอบตาร้อนผ่าว จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากแน่น กลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจสุดฤทธิ์ "ขอโทษค่ะ... ที่ทำให้ขายหน้า" เสียงเธอสั่นเครือ "คราวหลังจันทร์เจ้าจะจำใส่กะลาหัวไว้... ว่าตัวเองมันก็แค่เด็กข้างถนนที่บอสเก็บมาเลี้ยง ไม่มีสิทธิ์สะเออะทำตัวสวยงามเทียบใครเขา" คามินชะงักเมื่อเห็นน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่นั้น ความโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อครู่สะดุดกึก "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..." "จอดรถค่ะลุงพล" จันทร์เจ้ากดอินเตอร์คอมสั่งคนขับทันที "ฉันจะลงตรงนี้... ไม่อยากนั่งรถหรูๆ ให้เสนียดคนจนมันติดเบาะรถบอส" "ใครสั่งให้จอด ขับต่อไป!" คามินตะโกนลั่นรถ ก่อนจะคว้าแขนเธอไว้ "จะไปไหน... อย่ามางี่เง่าใส่ฉันนะจันทร์เจ้า!" "ปล่อย! บอสเกลียดจันทร์เจ้าไม่ใช่เหรอ เกลียดขี้หน้ากันนักก็ปล่อยสิ!" เธอดิ้นพราดๆ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมา "ใครบอกว่าเกลียด..." คามินคำรามในคอ กระชากร่างบางปะทะอกแกร่ง กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่ขัดกับลุคนางเสือยั่วสวาททำเอาสติเขาขาดผึง "ถ้าเกลียด... กูจะหวงมึงจนจะเป็นบ้าตายห่าอยู่แล้วเนี่ย!" ริมฝีปากร้อนฉกวูบลงปิดปากช่างเถียง บดขยี้อย่างดุดันเอาแต่ใจตามสันดานมาเฟีย มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างถือสิทธิ์ ก่อนเลื่อนลงขยำสะโพกนุ่มภายใต้ชุดราตรีเนื้อบางจนขึ้นรอยมือ "อื้อออ... บอส... อ่อย..." (ปล่อย) เสียงประท้วงกลายเป็นเสียงครางอู้อี้ กำปั้นที่ทุบอกเขาค่อยๆ คลายออก รสสัมผัสที่โหยหามาตลอดทำให้เธอยอมจำนน คามินถอนจูบออกช้าๆ หน้าผากแนบชิด ลมหายใจหอบกระเส่าเป่ารดกัน "จำใส่สมองไว้จันทร์เจ้า... ชีวิตเธอเป็นของฉัน... ร่างกายเธอเป็นของฉัน" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก แววตาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง "ตั้งแต่หัวจรดเท้า... ทุกตารางนิ้ว... ฉันเป็นเจ้าของคนเดียว" "ถ้าฉันเห็นใครมองเธอแบบนั้นอีก ฉันจะควักลูกตามัน... และถ้าเธอไปยิ้มให้ใครอีก ฉันจะขังลืมเธอไว้ในห้องนอน ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย... เข้าใจไหม" จันทร์เจ้ามองสบตาผู้ชายที่เป็นทั้งเจ้าชีวิตและเจ้าหัวใจ "เข้าใจ... เข้าใจแล้วค่ะบอส" คามินกระตุกยิ้มมุมปาก... รอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว "ดี... งั้นคืนนี้กลับไปที่ห้องฉัน... ฉันจะทบทวน ความเป็นเจ้าของ ให้เธอจำได้จนขึ้นใจ"ปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรมราคาแพง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ปากสั่นระริกพึมพำเหมือนคนเสียสติส่วนจันทร์เจ้า... ยืนค้ำหัวมันอยู่เธอใช้ปลายมีดสั้นเขี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าทัดหูช้าๆเธอค่อยๆ หันมามองผู้มาใหม่... รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนใบหน้า แต่ดวงตากลับเบิกกว้างและว่างเปล่าจนน่าขนลุก"มาช้านะคะบอส..." จันทร์เจ้าเอียงคอเล็กน้อย แววตาที่มองคามินดูเลื่อนลอยชอบกล "จันทร์เกือบจะเริ่มแล่เนื้อชิ้นแรกแล้วเชียว... กำลังเล็งอยู่เลยว่าจะเริ่มจากนิ้วไหนดี""ไอ้คามิน!..." เสี่ยชัยยศตะโกนเสียงหลงเมื่อเห็นคามิน น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "เอาอีนังนี่ออกไป! มันบ้า! มันเป็นโรคจิต! กูยอมแล้ว... กูยกให้มึงหมดเลย คาสิโน... ธุรกิจ... เอาไปให้หมด! แค่เอามันออกไปจากกู!"ผัวะ!เท้าเรียวสวยในรองเท้าส้นเข็มตวัดเตะเข้าที่ชายโครงเสี่ยชัยยศเต็มแรงโดยไม
แกร็ก... ติ๊ดเสียงระบบล็อกประตูอัตโนมัติทำงานแผ่วเบา แต่มันกลับก้องสะท้อนในหูของเสี่ยชัยยศราวกับเสียงตอกฝาโลงทันทีที่โลกภายนอกถูกตัดขาด รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าของจันทร์เจ้าก็หายวับไป... เหมือนปิดสวิตช์ไฟ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืด และแววตาของมัจจุราชที่ยืนรอรับวิญญาณ"มามะคนดี... มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม มาให้เสี่ย 'ชิม' หน่อยซิ..." เสี่ยชัยยศที่ยังหน้ามืดตามัวเพราะฤทธิ์เหล้าตัณหา เดินโซซัดโซเซอ้าแขนเข้ามาหาอย่างย่ามใจผัวะ!ฝ่ามือบางสับเข้ากลางลำคอหอยอย่างแม่นยำและไร้ปรานี"อั่ก!"เสียงกระดูกอ่อนหลอดลมกระทบกันดัง กร๊อบ เสี่ยชัยยศตาเหลือกถลน ลมหายใจขาดห้วง ร่างท้วมล้มหน้าคะมำกระแทกพื้นพรมดัง ตึง!ยังไม่ทันจะตั้งตัว จันทร์เจ้าก็พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ใช้เข่ากดทับกลางสันหลังมันไว้จนกระดูกลั่น มือเรียวกระชากเนคไทรไหมราคาแพงออกมารัดข้อมือที่ถูกบิดไพล่หลังจนไหล่แทบหลุด"อื้อ! อ่อยกู! (ปล่อยกู!)"เสี่ยชัยยศดิ้นพราดๆ เหมือนหมูบนเขียง แต่ยิ่งดิ้น ปมเงื่อนตายแบบหน่วยรบพิเศษยิ่งรัดแน่นจนบาดลึกเข้าเนื้อ จันทร์เจ้าไม่รอช้า คว้าสายไฟโคมไฟหัวเตียงมากระชาก แควก! มัดรวบข้อเท้าอ้วนป้อมของมันจนแน่นหนา
ห้องประชุมลับชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยควันซิการ์และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้น สามบุรุษผู้ทรงอิทธิพลนั่งล้อมวงจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายผังงานเลี้ยงของเสี่ยชัยยศ"ระบบแน่นกว่าคุก ทางเข้าออกทุกจุดมีสแกนใบหน้า การ์ดเป็นอดีตหน่วยซีลทั้งหมด" หมอคิมในชุดกาวน์ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ชี้จุดแดงบนจอ "จะบุกเข้าไปโต้งๆ หรือมุดท่อเข้าไปเหมือนในหนัง... เป็นไปไม่ได้ 0%""งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว..." ฟรานเชสโก มาเฟียอิตาลีเจ้าเสน่ห์นั่งไขว่ห้างหมุนการ์ดเชิญสีทองในมือเล่น "เดินเข้าทางประตูหน้า ในฐานะแขก VVIP""ใครวะ" คามินถามห้วนๆ หน้าเครียดจัด "ใครแม่งจะบ้าเชิญศัตรูเข้าบ้าน""ก็กูนี่ไง..." ฟรานเชสโกชูบัตรเชิญพร้อมยิ้มกวน "ในสายตามัน กูกับมึงคือคู่แข่ง และมันก็อยากดึงกูไปเป็นพวกใจจะขาด บัตรเชิญใบนี้... โต๊ะหน้าสุด ติดเวที ใกล้ตัวมันที่สุด"คามินตาเป็นประกาย "เยี่ยม งั้นมึงก็เข้าไปจัดการมันเลยฟราน จบเรื่อง""เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน" ฟรานเชสโกรีบปฏิเสธ "กูเป็นมาเฟียนะเว้ย ไม่ใช่เจมส์บอนด์ จะให้ถือปืนไปยิงกลางงานเลี้ยงได้ไง อีกอย่าง... เมียกูสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องเอาตัวไปเสี่ยง พริกหวานขู่ไว้ว่าถ้ากูมีแผลกลับไปแม้นิดเดียว... คืน
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่งเก็บพ่อแม่จันทร์เจ้าเมื่อสิบปีก่อน"วิทย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สีหน้าเคร่งเครียด "สายข่าวคอนเฟิร์มแล้วครับบอส คืนนี้มันจัดงานเปิดตัวเป็นการภายใน ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก... ถ้าจะลงมือ ต้องคืนนี้เท่านั้น ก่อนที่มันจะสร้างฐานอำนาจเสร็จแล้วกลับมากัดเรา""กูรู้..." คามินทุบโต๊ะปัง "แต่ปัญหามันอยู่ที่คนลงมือ... กูไม่ให้จันทร์เจ้าทำงานนี้"วิทย์เลิกคิ้วสูง "ทำไมล่ะครับ? นี่มันงานถนัดของเธอเลยนะครับ ลอบสังหารในพื้นที่ปิด แทรกซึมเงียบๆ แล้วจบงาน... ในองค์กรเราไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้ว""กูบอกว่าไม่ ก็คือไม่!" คามินสวนเสียงแข็ง ลุกขึ้นเดินไปยืนกอดอกมองวิวนอกหน้าต่าง "คราวก่อนเธอก็เกือบตาย... แผลเพิ่งจะหายดี กูไม่อยากให้เธอเอาชีวิตไปเสี่ยงอีก โดยเฉพาะกับไอ้ระยำนั่น... มันเจ้าเล่ห์จะตายชัก""แต