LOGINครืดดดด
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ คามินชะงักมือที่กำลังโอบไหล่จันทร์เจ้า เขาพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด นิ้วแกร่งกดรับสายพร้อมกรอกเสียงห้วนจัด "ว่าไงวิทย์... ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย มึงเตรียมหางานใหม่ได้เลย" "บอสครับ! ด่วนจริงๆสายรายงานว่าพวกไอ้มาร์โก้ รอสซี่ รวมตัวกันที่โกดัง 4 ท่าเรือสินค้า... มันจับคนของเราไปสองคน! มันขู่ว่าถ้าบอสไม่ไปเจรจาคืนหุ้นให้เจ้านายมัน มันจะระเบิดคลังสินค้าทิ้งเดี๋ยวนี้เลยครับ!" คามินขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เสียงทุ้มที่เพิ่งนุ่มนวลเมื่อครู่กดต่ำลงจนน่าขนลุก "ไอ้พวกหมาจนตรอก... เตรียมรถ ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้" ทันทีที่สายถูกตัด จันทร์เจ้ายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ ไหล่ที่ลู่ลงเมื่อครู่ยืดตรงตั้งฉาก ดวงตาที่เคยสั่นไหวแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉย "จันทร์เจ้า... เธอรออยู่นี่" "ไม่ได้ค่ะพวกมันมีตัวประกัน ขู่วางระเบิด บอสเข้าไปคนเดียวไม่ได้" มือบางกระชากประตูตู้ คว้าแม็กกาซีนกระสุนยัดใส่ร่องเข็มขัดสนามดังกริ๊กๆ ติดต่อกันสามอัน ก่อนจะดึงซองหนังสีดำขึ้นมารัดเข้าที่ต้นขาขวาทับกางเกงยุทธวิธีอย่างคล่องแคล่ว "บอสต้องการคนคุ้มกันระยะประชิด... และสไนเปอร์คอยระวังหลัง ซึ่งฉันทำได้ทั้งหมดฉันปล่อยให้บอสไปเสี่ยงคนเดียวไม่ได้... โดยเฉพาะตอนที่บอสกำลังโกรธแบบนี้" คามินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเด็ดเดี่ยวของคนตรงหน้า เขาพ่นลมหายใจยาว ลูบหน้าตัวเองแรงๆ หนึ่งที "เออ! งั้นเกาะติดฉันไว้... ห้ามห่างตัวเด็ดขาด เข้าใจไหม!" "รับทราบค่ะ" ท่าเรือสินค้า โกดัง 4 คามินก้าวลงจากรถตู้สีดำสนิท จันทร์เจ้าทิ้งระยะห่างด้านหลังเขาเพียงครึ่งก้าว มือขวากำด้าม Beretta แนบข้างลำตัว สายตาตวัดมองซ้ายขวา กวาดขึ้นไปตามแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ้อนกันเป็นชั้นสูงลิบ กลางลานกว้างใต้แสงไฟสลัว ชายฉกรรจ์ต่างชาติเจ็ดแปดคนยืนกระจายกำลังคุมเชิง ตรงกลางคือลูกน้องของคามินสองคนที่ใบหน้าอาบเลือด ถูกมัดติดกับถังน้ำมันขนาดใหญ่ "มาเร็วกว่าที่คิดนี่ คุณคามิน!" ชายหัวโล้นรอยสักเต็มลำคอตะโกนก้อง รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นบนใบหน้ากร้าน "นึกว่าจะมัวแต่กกอีหนูอยู่บนตึก จนลืมลูกน้องตาดำๆ ซะแล้ว!" "ปล่อยคนของกู...แล้วกูจะยอมหลับตาข้างนึง ปล่อยพวกมึงกลับอิตาลีไปแบบมีลมหายใจ" "ฮ่าๆๆ! กลับเหรอ! มึงฆ่านายน้อยกู แล้วคิดว่าแค่ปล่อยพวกกูกลับมันจะจบเหรอวะ!" ปลายกระบอกปืนลูกซองกระแทกเข้าที่ขมับของตัวประกันจนเลือดซึม "เซ็นโอนหุ้นคืนมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นกูจะส่งพวกมึงลงนรกไปพร้อมกับโกดังนี่แหละ!" จันทร์เจ้ายกมือซ้ายขึ้นแตะหูฟัง ริมฝีปากขยับกระซิบแผ่วเบา "พี่วิทย์... สแกนจุดซุ่มยิง" สายตาของเธอจดจ่ออยู่ที่เงามืดบนเครนยกสินค้าสลับกับหลังคาโกดัง "เคลียร์ครับ...แต่พี่สังหรณ์ใจแปลกๆ มุมอับหลังตู้คอนเทนเนอร์สีแดงทางขวา... กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้" คามินก้าวเข้าไปหาช้าๆ อย่างคุกคาม "หุ้นเหรอ... กูมีแต่ลูกตะกั่ว มึงจะแดกสักกี่เม็ดล่ะ" "ไอ้สารเลว! งั้นก็ตายซะมึง!" หัวหน้าโจรขยับนิ้วชี้เตรียมเหนี่ยวไก ปัง! กระสุนพุ่งเจาะกลางแสกหน้าชายหัวโล้นจนหงายหลังตึง จันทร์เจ้าลดกระบอกปืนในมือลง ควันจางๆ ลอยกรุ่นที่ปลายกระบอก "บอส! หลบ!" ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! สิ้นเสียงเตือน ห่ากระสุนก็สาดทะลุความมืดเข้าใส่กันทันที จันทร์เจ้าพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อคามิน เหวี่ยงร่างสูงใหญ่ให้ล้มกลิ้งเข้าไปหลังกองพาเลทไม้ซ้อนหนา "ทางขวา! สามนาฬิกา!" จันทร์เจ้าร้องบอกพิกัดให้ลูกน้องคนอื่น เธอผุดลุกขึ้นประทับปืน ลั่นไกซ้ำสองนัดติด ร่างของศัตรูที่กำลังวิ่งชาร์จเข้ามาล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น เสียงปืนจากฝั่งศัตรูเงียบลงชั่วอึดใจ แต่ในจังหวะนั้นเอง หางตาของจันทร์เจ้าสะดุดเข้ากับจุดสีแดงเล็กจิ๋ว... แสงเลเซอร์กำลังลากผ่านหัวไหล่ของคามิน เลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งที่ตำแหน่งหัวใจของเขา "บอส!!" เธอทิ้งปืนในมือ ถีบตัวพุ่งเข้าใส่คามินเต็มแรง สองแขนรวบตัวเขาให้ล้มหงายลงกับพื้นร่างบางพลิกทับอยู่ด้านบนบังตัวเขาไว้มิดชิด ฉึก! "อึก!" จันทร์เจ้าเบิกตากว้าง กัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกแสบร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบเข้าที่เนื้อ แม้กระสุนจะแค่ถาก ไม่ทะลุจุดสำคัญ แต่มันกรีดเปิดปากแผลลึกจนเลือดทะลักซึมเสื้อเชิ้ตของเธอทันที "จันทร์เจ้า!" คามินร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ถึงแรงกระตุกเกร็งของร่างที่ทับอยู่บนตัว แต่เธอไม่มีเวลาตอบ สองมือยันพื้นฝืนยัดตัวเองให้ลุกขึ้นคุกเข่า มือขวาเลื่อนลงไปกระชากมีดบินที่รัดต้นขาไว้ออกมา สายตาตวัดมองขึ้นไปบนยอดตู้คอนเทนเนอร์ที่แสงเลเซอร์เพิ่งดับลง เธอสะบัดข้อมือสุดแรงส่ง ฟึ่บ!... อ๊ากกก! เงาดำบนความสูงสามชั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดัง ด้ามมีดสั้นปักมิดคาลูกกระเดือกของมือสไนเปอร์ "เคลียร์... แฮก... พื้นที่... เคลียร์..." จันทร์เจ้าสูดหายใจเข้าลึกทางปาก มือซ้ายตะปบเข้าที่เอวตัวเองแน่นบีบปากแผลไว้ เธอพยายามยันเข่าลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างสั่นระริกแต่ยังฝืนทำหน้าเรียบเฉย คามินดีดตัวลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตามองรอบลานกว้าง เมื่อลูกน้องของเขากระจายกำลังคุมพื้นที่และเคลียร์ศัตรูที่เหลือจนหมด เขาจึงหันขวับกลับมาหาเธอ "เป็นยังไง! โดนยิงตรงไหน พูดสิจันทร์เจ้า! โดนตรงไหน!" "มะ... ไม่โดนค่ะ..." เธอฝืนยิ้ม ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด มือซ้ายยังคงซ่อนกดแผลไว้ใต้ชายเสื้อ "แค่... ล้มกระแทกพื้น... จันทร์หลบมันทัน... โอ๊ย!" เธอหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อคามินหมดความอดทน เขาดึงมือซ้ายของเธอออกอย่างแรง เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือของเธอ มันหยดติ๋งๆ ลงบนกางเกงจนชุ่ม และกำลังไหลลงไปกองเป็นวง "นี่คือไม่โดนเหรอวะ เลือดไหลขนาดนี้มึงบอกไม่โดน! บ้าเอ๊ย! วิทย์!! เอารถมาเทียบเดี๋ยวนี้! โทรบอกธาราเมดิแคร์ให้เตรียมห้องฉุกเฉิน!!" "บอส... ฉันไม่เจ็บ..." จันทร์เจ้าพยายามยกมือขวาขึ้นแตะแขนเขา แต่ปลายนิ้วเธอเย็นเฉียบ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ร่างบางเอนซบลงกับอกแกร่งอย่างหมดแรง "บอส... ปลอดภัย... ก็ดีแล้ว..." "หุบปาก! เก็บแรงไว้หายใจ!" คามินตวัดแขนช้อนข้อพับและแผ่นหลังของเธอ อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกทันที เลือดสีแดงเปรอะเปื้อนเสื้อของเขาเป็นวงกว้าง แต่เขาไม่ปรายตาคอยมองมันด้วยซ้ำ "ทำบ้าอะไรของเธอ! ใครสั่งให้เอาตัวมารับกระสุนแทนฉัน ชีวิตเธอเป็นของฉัน! ถ้าฉันไม่อนุญาต เธอไม่มีสิทธิ์เอามาทิ้งขว้างแบบนี้!" "ก็... มันเป็นหน้าที่...หน้าที่... ปกป้องเจ้านาย..." "ฉันไม่ต้องการหน้าที่! ฉันต้องการเธอ!!" คามินตะคอกกลับเสียงแหบพร่า เขาวางร่างเธอลงบนเบาะหลังรถตู้อย่างระมัดระวังที่สุด มือหนาสั่นเทาขณะกดผ้าลงบนปากแผลที่เอวเพื่อห้ามเลือด ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น... เป็นความกลัวจับใจที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับตั้งแต่วันที่สูญเสียพ่อ "ลืมตาไว้จันทร์เจ้า... ได้ยินฉันไหม! ห้ามหลับเด็ดขาดถ้าเธอทิ้งฉันไป... ฉันจะตามไปถลกหนังพวกมันทั้งโคตร... แล้วฉันจะลงนรกไปลากวิญญาณเธอกลับมา... ได้ยินไหมจันทร์เจ้า!" เปลือกตาของจันทร์เจ้าหนักอึ้ง เธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันของคนเป็นนาย... อยากจะเอื้อมมือไปเช็ดหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมให้เขาเหลือเกิน แต่ร่างกายไม่ตอบสนองคำสั่งอีกแล้ว "บอส... ร้องไห้... อีกแล้วนะคะ..." "จันทร์เจ้า!!! ไอ้สัสวิทย์ เหยียบให้มิดไมล์เลยโว้ย!!"ทางเดินหน้าห้องขังใต้ดินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของคามินและเสียงรองเท้าของจันทร์เจ้าดังก้องสะท้อนไปตามทางเดินคอนกรีตเย็นเฉียบ ตึก... ตึก...ด้านในห้องขังเหล็กที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร 'เสือ' มือสังหารวัยเก๋านั่งกอดเข่าพิงกำแพงด้วยความสิ้นหวัง รอคอยชะตากรรมและเป็นห่วงหลานสาวจับใจคามินเดินล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีสบายๆ แต่มือข้างหนึ่งโอบเอวคนรักไว้หลวมๆ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างกายมาสักพักแล้ว"เป็นอะไรไป" คามินหยุดเดิน หันมาสบตาจันทร์เจ้า "ทำหน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ... สงสารมันเหรอ หรือกลัวแผนแตก"จันทร์เจ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้ามองสามีด้วยแววตากังวล ซึ่งหาดูได้ยากจากนางปีศาจผู้เด็ดเดี่ยว"บอสคะ..." เธอเรียกเขาด้วยสรรพนามจริงจัง "จันทร์... จันทร์เป็นห่วงเด็กคนนั้นจังเลยค่ะ""หือ?" คามินเลิกคิ้ว "หลานไอ้เสือน่ะเหรอ? ทำไมต้องห่วง มันเป็นหลานศัตรูนะ อีกอย่างเราก็แค่ใช้เด็กเป็นตัวประกันขู่มันเฉยๆ ไม่ได้จะทำอะไรจริงๆ สักหน่อย""จันทร์รู้ค่ะว่าพี่คามินไม่ทำเด็ก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปาก "แต่... จันทร์กลัวทางฝั่งโน้นต่างหาก"เธอชี้ไปทางทิศที่ตั้งคฤหาสน์ของท่านกวี"ลุงเสือแกเป็นแค่คนรับจ้าง
แนวป่ารกครึ้มเบื้องหลังกำแพงสูงชันของคฤหาสน์ท่านกวีเสียงลมหวีดหวิวปะทะยอดไม้จนเอนลู่ 'เสือ' ขยับชุดพรางสีดำเข้มย่อตัวต่ำ ปลายเท้าบดลงบนใบไม้แห้งด้วยจังหวะที่เงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง สัญชาตญาณที่สั่งสมมาทั้งชีวิตทำให้เขาหยุดกึก จมูกฟืดฟาดสูดกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากป่า"หึ... ออกมาเถอะไอ้หนู" เสือเปรยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "แอบยังไงให้กูได้กลิ่นสาบโคลนล่ะหืม กลิ่นมึงมันเหม็นหึ่งจนกูปวดจมูกไปหมดแล้ว"ฟึ่บ!เงาดำสายหนึ่งดีดตัวพุ่งลงมาจากยอดสนสูงชะลูด เท้าคู่นั้นแตะพื้นดินดัง ปึก เพียงเบาๆ กระทิงในสภาพหน้าเปื้อนสีพลางขยับคอไปมาจนกระดูกลั่น ยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก"โห... จมูกดีสมชื่อหมาล่าเนื้อเลยนะลุงแก่ขนาดนี้แล้ว นึกว่านอนแช่น้ำมันมวยเลี้ยงหลานอยู่บ้านซะอีก ออกมาตากน้ำค้างดึกๆ แบบนี้ ไม่กลัวปวดเข่าเหรอครับ?""ปากดีนะมึง...เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงคงยังไม่เคยเห็นล่ะสิ ว่าเวลาเสือมันขย้ำคอเหยื่อ... เสียงกระดูกมันหักดังยังไง""ไม่อยากเห็น และไม่อยากฟังนิทานก่อนนอนด้วย!"กระทิงยักไหล่กวนๆ ก่อนจะถีบตัวออกวิ่งหายเข้าไปในดงหนามทันที"เฮ้ย! จะหนีไปไหนไอ้ลูกหมา!"เสือคำรามลั่น วิ
ห้องทำงานส่วนตัว ท่านกวี คฤหาสน์หรูชานเมืองเพล้ง!!เสียงแจกันลายครามราคาแพงถูกขว้างกระทบผนังจนแตกกระจายเศษกระเบื้องเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงตวาดก้องที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของเจ้าของบ้าน"มันเกิดอะไรขึ้นวะ!!? ใครบอกกูได้บ้างว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้น!!"ท่านกวียืนสั่นไปทั้งร่างด้วยความโกรธจัด ปลายนิ้วที่ชี้หน้าลูกน้องสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้"ผะ... ผมขอโทษครับท่าน... สายข่าวเรารายงานพลาด... ในโกดังนั่นไม่มีของกลางเลยครับ มีแต่ของบริจาค...""พลาด! พลาดอีกแล้วเหรอวะ!กูสั่งให้มึงเอา DSI ไปถล่มมัน! กะจะยัดข้อหาค้าอาวุธให้มันจมดิน! แต่มึงกลับไปเจอตุ๊กตาหมีเนี่ยนะ!? มึงจะให้กูเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!""แล้วไอ้ข่าวลือนรกนั่นอีก!" ท่านกวีกัดฟันกรอด หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งขว้างใส่หน้านายตำรวจ "แฟ้มประวัติบำบัดจิตเหี้ยนี่มันมาอยู่ในตู้เซฟได้ยังไง! ใครเป็นคนต้นคิดปล่อยข่าวว่ากูเป็นโรคจิต!?""คะ... คือ... มันเป็นกับดักครับท่าน... ไอ้คามินมันวางยาเรา... ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วกรมแล้วครับว่าท่าน... เอ่อ...""ว่ากูบ้ากาม! ว่ากูวิปริต! ใช่ไหม ไอ้คามิน... ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... มึงกล้าลูบคมกูขนาดนี้เลยเหร
ทางเดินเชื่อม ชั้น 16 (โซนพักฟื้น VIP)บรรยากาศชั้นนี้ต่างกับ ชั้น 17 ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ตกแต่งโทนสีครีมอุ่นละมุนตา แถมยังมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังเจื้อยแจ้ว"พี่จันทร์เจ้าขาาาา~"เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีชมพูวิ่งโถมเข้าหาแขกคนโปรดทันที "อุ๊ย! น้องพิมพ์ใจ!"จันทร์เจ้าย่อตัวลงรับแรงปะทะพลางรวบสาวน้อยเข้ามากอด ความอำมหิตที่เคยมีเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มกว้างที่ดูอ่อนโยนเสียจนคนมองตามไม่ทัน"คิดถึงพี่จันทร์เจ้าที่สุดเลยยยย~" เด็กน้อยซุกไซ้หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออเซาะ "วันนี้พี่จันทร์เจ้าสวยจังเลยค่า เหมือนเจ้าหญิงเอลซ่าเลย""ปากหวานจริงนะตัวแค่นี้... ได้เชื้อพ่อมาเต็มๆ เลยสิเรา" จันทร์เจ้าหัวเราะคิกคัก บิแก้มยุ้ยๆ ด้วยความมันเขี้ยว "แล้วแม่แพรวาอยู่ไหนคะ?""อยู่ในห้องค่าาา กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่"จันทร์เจ้าอุ้มแม่หนูน้อยขึ้นแนบอก เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องพักฟื้นที่แพรวาภรรยาคนสวยของหมอคิมกำลังจัดเตรียมของว่าง"อ้าว! คุณจันทร์เจ้า... มาเงียบๆ แพรตกใจหมดเลย""พอดีแวะมาทำธุระกับคุณคามินข้างบนน่ะค่ะ เลยแวบมาขโมยลูกสาวแพรไปกอดให้หายคิดถึงซะหน่อย"เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดออกมานอกห้อ
ณ โกดังสินค้าท่าเรือหมายเลข 4เสียงไซเรนหวีดหวิวบาดหูผสมกับเสียงรองเท้าคอมแบทนับร้อยคู่กระทบพื้นคอนกรีต เจ้าหน้าที่ DSI และหน่วยสวาทพังประตูบุกเข้าชาร์จโกดังตามสายข่าวที่ได้รับมาแบบด่วนจี๋"เคลียร์! ทางขวาเคลียร์!""ทางซ้ายเคลียร์!""หัวหน้าครับ! เจอลังไม้ต้องสงสัยทางนี้ครับ!" เสียงลูกน้องตะโกนเรียกจากมุมมืดนายตำรวจยศสูงรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไป สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะเจอ M16 หรือยาเสพติดล็อตใหญ่ที่จะเอาผิดคามินให้ดิ้นไม่หลุด"งัดเลย! งัดเดี๋ยวนี้!"แกร๊ก ปัง!ฝาลังไม้ถูกงัดเปิดออก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำเอาทุกคนยืนบื้อ"ตุ๊กตาหมี?" หัวหน้าชุดจับกุมหยิบตุ๊กตาขึ้นมาบีบจนดัง ปี๊บ "อะไรวะเนี่ย!""ลังนี้ก็นมผงครับหัวหน้า""ทางนี้มีแต่ผ้าอ้อมบริจาคครับ!""โธ่เว้ย!" นายตำรวจปาตุ๊กตาลงพื้นอย่างหัวเสีย "ไหนสายข่าวบอกคลังแสงไงวะ! ทำไมกลายเป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าไปได้!"ถัดออกไปไม่ไกล วิทย์ยืนพิงรถยุโรปสีดำ กอดอกมองความวุ่นวายพลางกดโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู สีหน้าเรียบเฉยเหมือนดูละครลิง"ครับบอส... หมาตื่นตูมกันใหญ่เลยครับ... ใช่ครับ มีแต่ของบริจาค... ครับ ผมจัดการต่อเอง"วิทย์วางสาย เดินล้วงกร
ในห้องนั่งเล่นรับรองวิทย์... มือขวาคนสนิทของคามินยืนกอดอกจิบกาแฟดำ มองดูหน้าจอมือถือที่มีรายงานสรุปเหตุการณ์เมื่อคืนส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ข้างๆ เขาคือพล และกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนสงบนิ่งรอคำสั่ง"เฮ้อ..." วิทย์ถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลง "กูละเชื่อเขาเลยจริงๆ""เรื่องอะไรครับพี่วิทย์" พลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เรื่องยัยคุณหนูวิภาวีเหรอ""เออ..." วิทย์พยักหน้า สีหน้ากึ่งทึ่งกึ่งสยอง "มึงลองคิดดูนะไอ้พล... คนปกติเวลาโดนศัตรูวางยา หรือโดนแย่งแฟน เขาทำไงกัน? ... ยิงทิ้ง ซ้อมให้น่วม หรือประจานลงโซเชียล""ก็ประมาณนั้นมั้งครับ""แต่นายเรากับว่าที่นายหญิง... ไม่ใช่คนปกติว่ะ" วิทย์แค่นหัวเราะ หันมามองลูกน้อง "เล่นลากกันไปซัดกันนัวเนียต่อหน้าศัตรู... เอากันโชว์สดๆ ให้คนร้ายดูจนอกแตกตาย... กูถามจริง ในโลกนี้มีใครเขาแก้แค้นกันด้วยวิธีนี้บ้างวะ?"พลทำหน้าพะอืดพะอมปนขำ "โหดสัตว์... จิตวิทยาสุดๆ เลยพี่ แบบนี้เจ็บกว่าโดนตบอีกนะผมว่า ศักดิ์ศรีป่นปี้หมด""ก็นั่นน่ะสิ..." วิทย์ส่ายหน้า ยิ้มมุมปาก "กูถึงบอกไงว่าผีเน่ากับโลงผุมันเป็นของคู่กัน... บอสเราก็ดิบเถื่อนอยู่แล้ว มาเจอคุณจันทร์เจ้าที่บทจะร้ายก็
กลิ่นคาวโลกีย์จางหายไป เหลือเพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมน้ำหอมผู้ชายที่เป็นเอกลักษณ์ของคามิน... กลิ่นที่สำหรับจันทร์เจ้าแล้ว มันคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเธอนอนตะแคงซบหน้าลงกับแผงอกเปลือยที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ฟังเสียงหัวใจเขาเต้น ตึกตัก... ตึกตัก... เหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ทำให้พายุในใจเธอสงบลง มือเรี
คำเตือน: ตอนนี้มีเนื้อหาทางเพศที่รุนแรงและดิบเถื่อน เนื่องจากสภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคงของตัวละคร******************คามินนั่งมองร่างเล็กที่ขดตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกจุกในอก เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปจะลูบหัวปลอบโยน แต่พอปลายนิ้วแตะโดนเส้นผม จันทร์เจ้าก็สะดุ้งเฮือกเธอพลิกตัวกลับมาทันที... น้ำตาที
ปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรม
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่







