LOGINครืดดดด... ครืดดดด...
เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศวาบหวามจนพังทลาย คามินชะงักมือที่กำลังกอดเอวจันทร์เจ้า"เชี่ย เอ๊ย"เขาสบถคำหยาบต่ำในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะผละออกไปคว้าโทรศัพท์มากดรับ "มีอะไรวิทย์ ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย มึงเตรียมหางานใหม่ได้เลย" "ขอโทษครับบอส... แต่เรื่องด่วนที่สุด" ปลายสายตอบกลับเสียงเครียด "หมาหลงฝูงของไอ้มาร์โก้มันบุกยึดโกดัง 4 ที่ท่าเรือ จับเด็กเราไปสองคน ขู่จะระเบิดคลังสินค้าทิ้งถ้าบอสไม่ไปคุยเรื่องคืนหุ้นให้นายมัน เดี๋ยวนี้!" "ไอ้พวกสวะ..." คามินกัดฟันกรอด แววตาแห่งราคะเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นดวงตาของปีศาจร้ายในเสี้ยววินาที "เอารถออก... กูจะไปเดี๋ยวนี้" ทันทีที่วางสาย จันทร์เจ้าที่ได้ยินบทสนทนาทุกคำก็ดีดตัวลุกขึ้น สีหน้าเขินอายเมื่อครู่หายวับ เหลือเพียงแววตาเยือกเย็นของมือสังหาร "จันทร์เจ้า รออยู่นี่" คามินสั่งเสียงเฉียบขาดขณะคว้าเสื้อสูทมาสวม "ไม่ได้!" เธอสวนทันควัน เดินดิ่งไปที่ตู้เซฟฝังผนัง หยิบปืนพกคู่ใจออกมาเช็คแม็กกาซีน "พวกมันมีตัวประกันแถมขู่วางระเบิด บอสต้องมีคนระวังหลังระยะประชิด... ซึ่งไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าฉัน" มือเรียวคว้าซองหนังใส่มีดบินอาวุธลับประจำกายมารัดที่ต้นขาขวาทับชุดราตรีที่ขาดวิ่นอย่างไม่แยแส "ฉันไม่ยอมให้บอสไปเสี่ยงคนเดียวแน่ ยิ่งอารมณ์ร้อนแบบนี้ด้วย... ให้ฉันไปด้วยค่ะ" คามินจ้องมองแววตามุ่งมั่นที่ไม่มีทางสั่นคลอนนั้นแล้วถอนหายใจแรง ยอมแพ้ความดื้อรั้นที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือ "งั้นเกาะติดฉันไว้... ห้ามห่างตัวเด็ดขาด เข้าใจไหม" "รับทราบ" ท่าเรือสินค้า โกดัง 4 ลมทะเลกรรโชกแรงพัดเอากลิ่นคาวปลาและสนิมเหล็กตีเข้าจมูก รถตู้สีดำสนิทจอดเทียบท่าพร้อมลูกน้องนับสิบชีวิตที่กระชับอาวุธครบมือ จันทร์เจ้าก้าวลงมาประกบหลังคามินทันที มือขวากำปืนแน่น สายตากวาดมองความมืดบนยอดตู้คอนเทนเนอร์สูงเสียดฟ้าอย่างระแวดระวัง กลางลานกว้างหน้าโกดัง กลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คนยืนคุมเชิงอยู่ ลูกน้องของคามินสองคนถูกซ้อมจนน่วม มัดติดอยู่กับถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร "มาเร็วกว่าที่คิดนี่ คุณคามิน" ชายหัวโล้นรอยสักเต็มตัวตะโกนแข่งเสียงลม "นึกว่าจะมัวกกสาวอยู่บนตึกจนลืมลูกน้องตาดำๆ ซะแล้ว" "ปล่อยคนของกู..." เสียงของคามินเรียบนิ่งแต่ก้องกังวาน "แล้วกูจะให้โอกาสพวกมึงหนีกลับลงรูไปแบบครบ 32" "ฮ่าๆๆ! หนีเหรอ มึงฆ่านายน้อยกู คิดว่าจะจบง่ายๆ รึไง!" หัวหน้าโจรตวาดลั่น กระชากลูกเลื่อนปืนลูกซองเล็งไปที่หัวตัวประกัน "เซ็นโอนหุ้นคืนมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นกูจะเป่าสมองลูกน้องมึง แล้วบึ้มที่นี่ให้เละ!" "พี่วิทย์ เช็คจุดซุ่มยิง" จันทร์เจ้ากระซิบผ่านไมค์จิ๋ว สายตายังล็อคเป้าที่หัวของไอ้โล้น "เคลียร์ครับ... แต่พี่ตะหงิดๆ ตรงมุมมืดหลังตู้แดงทางขวา มันทึบเกินไป ระวังตัวด้วย" คามินแสยะยิ้มเย็น ย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว "หุ้นเหรอ... กูมีแต่ลูกตะกั่ว... จะแดกกี่เม็ดล่ะไอ้สัส" "งั้นมึงก็ตายซะ!" ปัง! เสียงปืนนัดแรกดังสนั่น แต่มันไม่ได้มาจากกระบอกปืนของโจร... รูกระสุนปรากฏขึ้นกลางหน้าผากของไอ้หัวโล้น เลือดสาดกระจายก่อนร่างมันจะร่วงลงไปกองกับพื้น จันทร์เจ้าลดปืนลงเล็กน้อย ควันจางๆ ลอยออกจากปากกระบอก "บอส หลบ!" ปัง! ปัง! ปัง! เปรี้ยง! มหกรรมกระสุนปลิวว่อนเกิดขึ้นทันที จันทร์เจ้ากระชากคอเสื้อคามินเหวี่ยงไปหลบหลังกองไม้พาเลทหนา เสียงกระสุนเจาะเนื้อไม้ดัง ฉึก ฉึก เฉียดหัวพวกเขาไปนิดเดียว "สามนาฬิกา!" เธอตะโกนบอกพิกัด ก่อนจะโผล่หน้าออกไปยิงสวน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เก็บศัตรูที่วิ่งชาร์จเข้ามาดับคาที่ไปอีกสอง จังหวะที่เสียงปืนเงียบลงชั่วอึดใจ สัญชาตญาณนักฆ่าในตัวจันทร์เจ้ากรีดร้องเตือนภัย หางตาเธอเหลือบเห็นแสงสะท้อนวูบหนึ่งจากมุมมืดบนตู้คอนเทนเนอร์... แสงเลเซอร์สีแดงจางๆ วาดผ่านไหล่คามินไปหยุดที่กลางอกซ้าย "บอส!! ระวัง!!" ไวเท่าความคิด จันทร์เจ้าทิ้งปืน พุ่งตัวเข้ากระแทกร่างสูงของคามินให้ล้มลง แล้วเอาตัวเข้าบังวิถีกระสุนแทน ฉึก "อึก" เสียงหัวกระสุนเจาะทะลุเนื้อดังน่าสยดสยอง แม้จะไม่โดนจุดตาย แต่มันเฉือนเข้าที่เอวเธอจนลึก เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด จันทร์เจ้ากัดปากจนห่อเลือด ข่มความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน "จันทร์เจ้า!" คามินร้องลั่นเมื่อเห็นร่างบางกระตุกเกร็งทับบนตัวเขา แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาเจ็บ... ถ้ามันยังอยู่ บอสจะตาย จันทร์เจ้ากัดฟันกรอด รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายยันตัวลุกนั่งคุกเข่า มือคว้ามีดบินที่ต้นขา สะบัดข้อมือเขวี้ยงสุดแรงเกิดใส่เงามืดบนยอดตู้คอนเทนเนอร์ ฟึ่บ! ... อ๊ากกก! เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ร่างมือสไนเปอร์ร่วงหล่นลงมาจากความสูงสามชั้น กระแทกพื้นคอนกรีตดัง ตุ้บ! มีดสั้นเล่มงามปักคาคอหอยดิ้นพราดๆ ก่อนจะแน่นิ่งไป "เคลียร์... แฮก... พื้นที่เคลียร์..." จันทร์เจ้าหอบตัวโยน ร่างกายโงนเงน มือข้างหนึ่งกดแผลที่เอวแน่น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักผ่านง่ามนิ้วหยดลงพื้นเป็นวงกว้าง คามินรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ประคองร่างที่กำลังจะล้มพับไว้ในอ้อมแขน "เป็นไงบ้าง! โดนตรงไหน!" เขาตะโกนถามเสียงสั่น ตากวาดมองสำรวจร่างเธอด้วยความตื่นตระหนก "บอกฉันสิจันทร์เจ้า! เจ็บมากไหม!" "มะ... ไม่โดนค่ะ..." เธอฝืนยิ้มซีดเซียวที่ดูไร้เรี่ยวแรง "แค่ ล้มกระแทก จันทร์หลบทัน... โอ๊ย!" เธอเผลอร้องครางเมื่อคามินกระชากมือเธอออกเพื่อดูแผล ภาพเนื้อที่ฉีกขาดและเลือดที่ไหลราวกับท่อประปาแตกทำเอาหัวใจมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ หน้าซีดเผือดยิ่งกว่าคนโดนยิง "นี่ยังเรียกว่าไม่โดนเหรอวะ" คามินตะคอกเสียงหลง ตาเบิกโพลงด้วยความกลัว "เลือดไหลขนาดนี้... บ้าเอ๊ย! ไอ้เชี่ยวิทย์! เอารถมาเทียบ! เดี๋ยวนี้! ไปโรงพยาบาล! ด่วนที่สุด!" "ฉันไม่เจ็บ... จริงๆ นะ" จันทร์เจ้าพยายามจะยกมือขึ้นจับหน้าเขา แต่เรี่ยวแรงเหมือนถูกสูบออกไปจนหมด สายตาเริ่มพร่ามัว "บอส... ปลอดภัย... ก็ดีแล้ว..." "หุบปาก! อย่าพูด!" คามินช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก วิ่งไปที่รถตู้โดยไม่สนว่าเลือดจะเปรอะเปื้อนเสื้อราคาแพงแค่ไหน "ทำบ้าอะไรของเธอ ใครใช้ให้เอาตัวมาบังกระสุน! ชีวิตเธอเป็นของฉัน... ใครสั่งให้เอามาทิ้งขว้างแบบนี้!" "ก็ มันเป็น หน้าที่" เธอตอบเสียงขาดห้วง ลมหายใจรวยริน "ดาบ... มีหน้าที่... ปกป้อง... นาย..." "กูไม่ต้องการดาบ! กูต้องการมึง" คามินตะโกนลั่นแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว วางร่างบางลงบนเบาะรถตู้ มือหนากดปากแผลห้ามเลือดไว้แน่น เขาจ้องหน้าเธอด้วยความกลัว... ความกลัวแบบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาตลอด 18 ปี ตั้งแต่วันที่ช่วยเธอไว้ "ห้ามหลับนะจันทร์เจ้า... ได้ยินไหม! ห้ามหลับเด็ดขาด!" น้ำตาแห่งความกลัวคลอหน่วยในดวงตาคมเข้ม "ถ้ามึงเป็นอะไรไป... กูจะตามไปลากวิญญาณมึงกลับมา... ได้ยินไหมจันทร์เจ้า!" จันทร์เจ้าปรือตามองภาพเจ้านายผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังสติแตกเหมือนเด็กหลงทาง เธออยากจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้เขา แต่ทำได้เพียงส่งยิ้มบางเบา "บอส... ขี้แย... อีกแล้ว..." สิ้นเสียงแผ่วเบา สติของเธอก็ดับวูบไป พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอที่ดังลั่นรถ "จันทร์เจ้า!! ไม่นะ... ขับรถเร็วเข้าสิวะ เร็ว!!!"ปัง!บานประตูไม้สักถูกถีบจนเปิดอ้ากระแทกผนังดังสนั่น คามินก้าวเข้ามาปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไก โดยมีวิทย์และลูกน้องประกบหลังเตรียมสาดกระสุนแต่แล้วฝีเท้าของทุกคนก็หยุดกึก... เหมือนถูกแช่แข็งด้วยภาพตรงหน้ากลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งเตะจมูกเสี่ยชัยยศ... ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชายแดน ตอนนี้นอนขดตัวสั่นทิ้มอยู่บนพรมราคาแพง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ปากสั่นระริกพึมพำเหมือนคนเสียสติส่วนจันทร์เจ้า... ยืนค้ำหัวมันอยู่เธอใช้ปลายมีดสั้นเขี่ยไรผมที่ตกลงมาปรกหน้าทัดหูช้าๆเธอค่อยๆ หันมามองผู้มาใหม่... รอยยิ้มหวานหยดย้อยประดับบนใบหน้า แต่ดวงตากลับเบิกกว้างและว่างเปล่าจนน่าขนลุก"มาช้านะคะบอส..." จันทร์เจ้าเอียงคอเล็กน้อย แววตาที่มองคามินดูเลื่อนลอยชอบกล "จันทร์เกือบจะเริ่มแล่เนื้อชิ้นแรกแล้วเชียว... กำลังเล็งอยู่เลยว่าจะเริ่มจากนิ้วไหนดี""ไอ้คามิน!..." เสี่ยชัยยศตะโกนเสียงหลงเมื่อเห็นคามิน น้ำมูกน้ำตาไหลพราก "เอาอีนังนี่ออกไป! มันบ้า! มันเป็นโรคจิต! กูยอมแล้ว... กูยกให้มึงหมดเลย คาสิโน... ธุรกิจ... เอาไปให้หมด! แค่เอามันออกไปจากกู!"ผัวะ!เท้าเรียวสวยในรองเท้าส้นเข็มตวัดเตะเข้าที่ชายโครงเสี่ยชัยยศเต็มแรงโดยไม
แกร็ก... ติ๊ดเสียงระบบล็อกประตูอัตโนมัติทำงานแผ่วเบา แต่มันกลับก้องสะท้อนในหูของเสี่ยชัยยศราวกับเสียงตอกฝาโลงทันทีที่โลกภายนอกถูกตัดขาด รอยยิ้มหวานเชื่อมบนใบหน้าของจันทร์เจ้าก็หายวับไป... เหมือนปิดสวิตช์ไฟ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ดำมืด และแววตาของมัจจุราชที่ยืนรอรับวิญญาณ"มามะคนดี... มัวยืนนิ่งอยู่ทำไม มาให้เสี่ย 'ชิม' หน่อยซิ..." เสี่ยชัยยศที่ยังหน้ามืดตามัวเพราะฤทธิ์เหล้าตัณหา เดินโซซัดโซเซอ้าแขนเข้ามาหาอย่างย่ามใจผัวะ!ฝ่ามือบางสับเข้ากลางลำคอหอยอย่างแม่นยำและไร้ปรานี"อั่ก!"เสียงกระดูกอ่อนหลอดลมกระทบกันดัง กร๊อบ เสี่ยชัยยศตาเหลือกถลน ลมหายใจขาดห้วง ร่างท้วมล้มหน้าคะมำกระแทกพื้นพรมดัง ตึง!ยังไม่ทันจะตั้งตัว จันทร์เจ้าก็พุ่งเข้าตะครุบเหยื่อ ใช้เข่ากดทับกลางสันหลังมันไว้จนกระดูกลั่น มือเรียวกระชากเนคไทรไหมราคาแพงออกมารัดข้อมือที่ถูกบิดไพล่หลังจนไหล่แทบหลุด"อื้อ! อ่อยกู! (ปล่อยกู!)"เสี่ยชัยยศดิ้นพราดๆ เหมือนหมูบนเขียง แต่ยิ่งดิ้น ปมเงื่อนตายแบบหน่วยรบพิเศษยิ่งรัดแน่นจนบาดลึกเข้าเนื้อ จันทร์เจ้าไม่รอช้า คว้าสายไฟโคมไฟหัวเตียงมากระชาก แควก! มัดรวบข้อเท้าอ้วนป้อมของมันจนแน่นหนา
ห้องประชุมลับชั้นใต้ดินอบอวลไปด้วยควันซิการ์และกลิ่นกาแฟดำเข้มข้น สามบุรุษผู้ทรงอิทธิพลนั่งล้อมวงจ้องหน้าจอมอนิเตอร์ที่ฉายผังงานเลี้ยงของเสี่ยชัยยศ"ระบบแน่นกว่าคุก ทางเข้าออกทุกจุดมีสแกนใบหน้า การ์ดเป็นอดีตหน่วยซีลทั้งหมด" หมอคิมในชุดกาวน์ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จ ชี้จุดแดงบนจอ "จะบุกเข้าไปโต้งๆ หรือมุดท่อเข้าไปเหมือนในหนัง... เป็นไปไม่ได้ 0%""งั้นก็เหลือแค่ทางเดียว..." ฟรานเชสโก มาเฟียอิตาลีเจ้าเสน่ห์นั่งไขว่ห้างหมุนการ์ดเชิญสีทองในมือเล่น "เดินเข้าทางประตูหน้า ในฐานะแขก VVIP""ใครวะ" คามินถามห้วนๆ หน้าเครียดจัด "ใครแม่งจะบ้าเชิญศัตรูเข้าบ้าน""ก็กูนี่ไง..." ฟรานเชสโกชูบัตรเชิญพร้อมยิ้มกวน "ในสายตามัน กูกับมึงคือคู่แข่ง และมันก็อยากดึงกูไปเป็นพวกใจจะขาด บัตรเชิญใบนี้... โต๊ะหน้าสุด ติดเวที ใกล้ตัวมันที่สุด"คามินตาเป็นประกาย "เยี่ยม งั้นมึงก็เข้าไปจัดการมันเลยฟราน จบเรื่อง""เฮ้ยๆ ใจเย็นเพื่อน" ฟรานเชสโกรีบปฏิเสธ "กูเป็นมาเฟียนะเว้ย ไม่ใช่เจมส์บอนด์ จะให้ถือปืนไปยิงกลางงานเลี้ยงได้ไง อีกอย่าง... เมียกูสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องเอาตัวไปเสี่ยง พริกหวานขู่ไว้ว่าถ้ากูมีแผลกลับไปแม้นิดเดียว... คืน
บรรยากาศในห้องทำงานชั้นผู้บริหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ควันบุหรี่ลอยคลุ้งเหนือโต๊ะทำงานคามินจ้องมองรูปถ่ายในแท็บเล็ตด้วยสายตาที่อ่านยาก... ทั้งโกรธแค้น ทั้งกังวล"ไอ้เสี่ยชัยยศ..." เขาเอ่ยชื่อศัตรูเสียงลอดไรฟัน "มันกลับมาแล้วจริงๆ แถมยังเปิดกาสิโนแข่งกับเราที่ชายแดน... ที่สำคัญ มันคือไอ้สวะที่สั่งเก็บพ่อแม่จันทร์เจ้าเมื่อสิบปีก่อน"วิทย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สีหน้าเคร่งเครียด "สายข่าวคอนเฟิร์มแล้วครับบอส คืนนี้มันจัดงานเปิดตัวเป็นการภายใน ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก... ถ้าจะลงมือ ต้องคืนนี้เท่านั้น ก่อนที่มันจะสร้างฐานอำนาจเสร็จแล้วกลับมากัดเรา""กูรู้..." คามินทุบโต๊ะปัง "แต่ปัญหามันอยู่ที่คนลงมือ... กูไม่ให้จันทร์เจ้าทำงานนี้"วิทย์เลิกคิ้วสูง "ทำไมล่ะครับ? นี่มันงานถนัดของเธอเลยนะครับ ลอบสังหารในพื้นที่ปิด แทรกซึมเงียบๆ แล้วจบงาน... ในองค์กรเราไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้ว""กูบอกว่าไม่ ก็คือไม่!" คามินสวนเสียงแข็ง ลุกขึ้นเดินไปยืนกอดอกมองวิวนอกหน้าต่าง "คราวก่อนเธอก็เกือบตาย... แผลเพิ่งจะหายดี กูไม่อยากให้เธอเอาชีวิตไปเสี่ยงอีก โดยเฉพาะกับไอ้ระยำนั่น... มันเจ้าเล่ห์จะตายชัก""แต
ความอดทนเส้นสุดท้ายของคามินขาดผึง สายตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้ลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขาเนียนสวย ก่อนจะวกกลับมาที่ใจกลางความสาวที่เปิดรออยู่"อ้ากว้างๆ..."เขาออกคำสั่งเสียงพร่า นิ้วกลางที่หยาบกร้านจากการจับปืนมาครึ่งชีวิต ค่อยๆ กดคลึงลงบนติ่งเนื้อสีหวานที่เริ่มแข็งสู้มือ จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก แต่ยังพยายามข่มใจให้นิ่ง"อืม... แฉะขนาดนี้ยังจะบอกว่าทนไหวอีกเหรอ" คามินกระซิบชิดใบหู พร้อมกับค่อยๆ สอดปลายนิ้วกลางเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ชุ่มฉ่ำ"อึก..." จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด กลั้นเสียงครางที่จวนเจียนจะหลุด นิ้วของเขาเหมือนแท่งเหล็กร้อนที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม"ผ่อนคลาย... อย่าเกร็ง" คามินขยับนิ้วเนิบนาบ จากตื้นไปลึก เพิ่มนิ้วที่สองเข้าไปเพื่อขยายช่องทาง "ถ้าเกร็งเดี๋ยวเธอจะเจ็บเอง"แจ๊ะ... แจ๊ะ...เสียงน้ำหวานกระทบกับนิ้วมือดังชัดเจนในความเงียบ"อื้อ..." จันทร์เจ้าเริ่มบิดเร่า กำแพงความอดทนเริ่มพังทลายลงทีละน้อยคามินกระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นปฏิกิริยา เขาถอนนิ้วออกแล้วโน้มตัวลงไปแทนที่"บอส... จะทำอะไร... อื้อ! อย่านะคะ..
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ร่างกายของจันทร์เจ้าฟื้นตัวเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อสมกับที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก แผลที่เอวแห้งสนิทจนตัดไหมได้แล้ว แต่ดูเหมือนคนที่เป็นเดือดเป็นร้อนจะไม่ใช่คนเจ็บ แต่เป็น 'คุณหมอจำเป็น' ที่คอยตามประกบเช้าเย็นไม่ยอมห่าง"มานี่... ขึ้นมาบนเตียง"คามินตบที่ว่างข้างตัวดังปุๆ สั่งเสียงเข้มทันทีที่จันทร์เจ้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในสภาพล่อแหลม... เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาเพียงตัวเดียวที่ยาวคลุมลงมาถึงแค่หน้าขา อวดเรียวขาสวยวับๆ แวมๆ ทุกจังหวะการก้าวเดินจันทร์เจ้าเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ อย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยยังคงนิ่งเรียบตามสไตล์ แต่แก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังประหม่า... เพราะรู้ดีว่า 'การตรวจแผล' ของบอสระยะหลังมานี้ มันไม่เคยจบแค่การดูแผล"เลิกเสื้อขึ้น... สูงๆ"มือหนาไม่รอให้เธอทำเอง เขาจัดการเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นรวดเร็ว เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อจางๆ และรอยแผลเป็นสีชมพูใหม่เอี่ยมที่เอวขวา"แห้งสนิทแล้ว..." คามินพึมพำ นิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ไปตามรอยแผล สัมผัสสากระคายทำเอาคนตัวเล็กเกร็งหน้าท้องวูบ "เก่งมาก... ทายาอีกไม่กี่อาท







