เข้าสู่ระบบปลายยามห้าย
กระจกท้องแดงสะท้อนภาพหญิงงามที่กำลังนั่งสางผมเบาๆ ใบหน้ารูปไข่ ดวงตางามกลมโตดูสดใส จมูกเล็กเรียวที่ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยรับกับปากบางสีแดงระเรื่อ คิ้วงามถูกแต่งทรงเล็กน้อยโค้งรับใบหน้า อีกทั้งผิวกายยังขาวเนียนละเอียดมิเหมือนกับสตรีชาวบ้านทั่วไป นางมิได้งดงามเทียบเท่ากับคุณหนูในห้องหอจวนต่างๆ แต่กลับงดงามสบายตาเพราะความบริสุทธิ์ที่ส่งผ่านมาจากด้านใน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เป็นคนสู้คน อะไรที่นางต้องเสียเปรียบก็ไม่ปล่อยผ่าน เช่นนั้นสตรีตัวเล็กๆคนเดียวที่ไม่มีครอบครัวเป็นที่พักทางใจไม่มีบ้านให้กลับ คงอยู่ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ "ข้าว่าที่คุณหนูซูฮวาไม่ชอบหน้าเจ้า เพราะเจ้างดงามกว่านางเสียสิไม่ว่า" ถิงถิง สาวใช้อีกนางที่เป็นสหายและนอนห้องพักบ่าวรับใช้ด้วยกัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "ถิงถิง เจ้าพูดถึงคุณหนูไม่ดีเลยนะ" ลู่เข่อซินเอ่ยเตือนสหาย ถึงอย่างไรนางก็ทำงานที่นี่ นางอยากอยู่อย่างสงบสุขไปจนกว่านางจะได้ออกไป ไม่อยากสร้างปัญหาหรือหาเรื่องใส่ตนเอง อยากเป็นคนธรรมดาที่ถูกกลืนกินไปในจวนไม่เป็นที่เตะตาผู้ใด "ข้าพูดจริงนี่หน่า คุณหนูใหญ่เอาแต่ใจ อารมณ์ร้าย แต่พออยู่ต่อหน้าท่านอ๋องกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ข้าอยากให้ท่านอ๋องมาที่จวนหลี่บ่อยๆจัง วันนั้นคงสงบไม่น้อย" ลู่เข่อซินได้แต่ส่ายหน้า นิสัยของหลี่ซูฮวานางก็เคยรับมือมาบ้าง แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องปกตินางถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรก็ต้องได้ ตอนเด็กๆท่านพ่อท่านแม่เองก็ตามใจนางไม่น้อยขนาดพวกท่านมิได้ร่ำรวยเท่าเสนาบดีหลี่ด้วยซ้ำ พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็พลอยทำให้นางรู้สึกเศร้าใจ อาทิตย์หน้าก็ครบกำหนดวันตายของพวกท่านแล้ว "เหงาเหลือเกินเจ้าค่ะ พวกท่านอยู่บนนั้นสบายดีหรือไม่เจ้าคะ" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะโปรยปรายลงมาไม่หยุด "ซินซิน นี่เข่อซิน!" "เจ้าว่าอะไรนะ" เสียงเรียกของสหายทำให้นางได้สติ "ช่วงนี้เจ้าเป็นอันใดไป ข้ารู้สึกว่าเจ้ามักเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ ที่โรงซักผ้าใช้งานเจ้ามากไปหรือ หากไม่ยุติธรรมข้าไปบอกพ่อบ้านป๋อหลินได้นะ" "มิต้องหรอกข้ามิได้ถูกใช้งานหนัก ว่าแต่เจ้าเถิดเมื่อสักครู่จะพูดอันใดกับข้า" "ข้าจะบอกเจ้าว่า อ๋องหนิงเฉินรูปงามยิ่ง เมื่อตอนกลางวันข้ายกน้ำชาไปให้ ได้เห็นเขาที่อยู่ไกลตั้งหนึ่งฉื่อกลับรู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นยากที่จะละสายตา กลิ่นหอมสะอาดที่ลอยออกมาจากตัวท่านอ๋องทำเอาใจข้าแหลกเหลว มิแปลกที่คุณหนูใหญ่หลงรักเสียขนาดนั้น บ่าวรับใช้เช่นข้าคงมิมีวาสนาแม้เพียงได้อยู่ต่อหน้าท่านอ๋องกระมังชาตินี้" "......" คำพูดของถิงถิงทำเอาหญิงสาวชะงักไป ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน ดวงตาเคลือบแก้วนั้นนางเองก็ได้เห็นมันชัดๆเต็มตาใกล้ๆเช่นกัน เป็นดวงตาที่นางบันทึกเอาไว้ในหัวเสียแล้ว "แต่อย่างนั้นข้าก็ไม่เสี่ยงหรอกนะ เจ้ารู้หรือไม่ชาวบ้านต่างลือกันว่าท่านอ๋องโหดร้าย ป่าเถื่อน เหี้ยมโหด ที่จวนอ๋องมักจะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาตลอด ว่ากันว่าหากบ่าวรับใช้คนใดทำไม่ดีหรือทำให้ท่านอ๋องไม่พอใจละก็.....จะทรมานโดยการตัดนิ้ว หรือทำร้ายร่างกายอะไรทำนองนั้น" ถิงถิงไม่เอ่ยเปล่ายังทำท่าทางและเสียงให้รู้สึกหวาดกลัวชวนขนลุกอีกด้วย "เจ้าพูดเกินจริงไปหรือไม่ ข้าว่าท่านอ๋องก็ใจดีออก ไม่เห็นโหดร้ายอย่างที่คนด้านนอกลือหรือเหมือนที่เจ้าบอกเลยสักนิด" "นี่ๆๆๆๆ นี่เจ้ากำลังแก้ตัวให้ท่านอ๋องอยู่หรือ หรือว่าเจ้าหลงเสน่ห์ท่านอ๋องไปเสียแล้ว" "หลงเสน่ห์อะไรของเจ้ากันข้ามีคนรักอยู่แล้ว เพียงพูดไปตามจริงทั้งนั้น" เมื่อตอนกลางวันเขาทั้งพูดจาดีกับนาง อีกทั้งยังไม่ถือตัวกับบ่าวรับใช้อีกด้วย "นั้นสิข้าลืมไป เจ้ากับเจียวมิ่งรักกันเสียขนาดนั้นจะมาหลงเสน่ห์ท่านอ๋องได้อย่างไร รองแม่ทัพก็รูปงามมิน้อยเนาะ" ถิงถิงเอ่ยอย่างคิดตาม ลู่เข่อซินได้แต่ส่ายหน้าให้กับนาง ก่อนจะเดินไปปิดหน้าต่างที่แง่มเปิดอยู่ สายตากลับรู้สึกว่าเห็นเงาอะไรแว๊บๆ แต่อากาศหนาวอีกทั้งหิมะตกหนักเช่นนี้คงไม่มีผู้ใดมาเดินเล่นอยู่หลังเรือนบ่าวรับใช้เช่นนี้หรอกกระมัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ปิดหน้าต่างและเข้านอนทันทีห้าปีต่อมาสายลมเย็นในช่วงปลายยามเว่ยพัดเบาๆ บริเวณลานหญ้ากว้างทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เด็กหญิงตัวเล็กกำลังวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ส่วนเด็กชายตัวเท่ากันกำลังนอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้ากับเจ้าแมวขนปุกปุย วิ่งเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ดูเหมือนว่าจวนแห่งนี้จะมีพี่เลี้ยงมากกว่าจวนอื่นๆ หลังสมรสกันได้เพียงแค่สามเดือน ลู่เข่อซินก็ตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงในไม่นาน เนื่องด้วยผู้เป็นบิดาอายุมากแล้วเกรงว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับลูกนานๆ ท้องแรกก็เป็นลูกแฝดเลยเล่นทำเอาหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยยามตั้งท้องเป็นอย่างมาก ปากของเขาก็บอกว่าไม่อยากเห็นหญิงสาวต้องทรมานอีกแล้ว แต่ในใจลึกๆของโจวหนิงเฉินก็อยากมีลูกเพิ่ม เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนตนไม่อยากมีผู้ใดอยู่ตัวคนเดียว พอมีเจ้าตัวเล็กสองคน จวนของเขาก็เป็นจวนมากขึ้น เป็นครอบครัวมากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้มาหลายสิบปี จนอยากมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีก"ท่านแม่~ ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"เด็กหญิงเอ่ยพลางชี้ไปทางประตูหน้าจวน เด็กสองคนแข่งกันวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นบิดา โจวหนิงเฉินอ้าแขนรับคนทั้งคู่มาอุ้มด้วยแขนสองข้าง เดินมาทางหญิง"วันนี้ดื
"ครานี้ไม่มีคนอยู่แล้วนะ"โจวหนิงเฉินเอ่ยพลางยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว มือเรียวยกขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อน "ท่านอ๋องมิเหนื่อยหรือเจ้าคะ""มิเหนื่อย อีกทั้งหิวมาเสียด้วย"ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็แนบหน้าประชิดและบรรจงจูบช้าๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวตอบรับการจูบนั้นอย่างมิปฏิเสธ ครานี้หญิงสาวเป็นคนของเขาอย่างสมบูรณ์ เป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง มือหนาคว้าร่างบางมานั่งบนตักตนเอง หญิงสาวเองก็ยกแขนขึ้นโอบคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นตวัดที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าในปากเกี่ยวรัดกันเอาไว้เบาๆ ร่างใหญ่ยกหญิงสาวให้ลอยลิ่วเหนืออากาศเดินไปยังเตียงกว้างทันทีและวางนางลงเบาๆ"ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้าที่สุดฮูหยิน"โจวหนิงเฉินเอ่ยขณะที่ใช้มือสัมผัสไปที่เรียวปากบาง"ข้าเองก็ชอบดวงตาของท่านพี่ยามที่มองข้าที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าคม มือหนาเอื้อมมือไปถอดเครื่องหัวบนศีรษะนางออก เส้นผมดกดำสยายตกลงมาตามแรงลม"สตรีที่ข้ารัก วันนี้กลายมาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว"โจวหนิงเฉินไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจูบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้
จ้งตง.ยามชื่อ (กลางฤดูเหมันต์เดือนสิบเอ็ด) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนเกร็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ช่วงกลางฤดูเหมันต์เช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ก่อนวันงานหิมะตกหนักจนทำให้ทุกคนเป็นกังวล แต่วันนี้กลับเห็นแสงแดดของดวงอาทิตย์ได้ เหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาว ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุขเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวของอ๋องหนิงเฉิน บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว"รับตัวเจ้าสาว"โจวหนิงเฉินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากเกี้ยวเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้นก่อนเข้าจวน พรมแดงทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีขาวสะอาดทั้งตัว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน สมกับเป็นชุดมงคลที่เจ้าบ่าวป่าวประกาศไว้ว่าตัดเอาไว้ตั้งแต่พบนางได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ทำให้ยามที่เดินเคียงข้าง
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากงานพระราชสมภพของฝ่าบาทได้เพียงสองวัน ก็มีประกาศคลายข้อสงสัยที่กำลังถูกราษฎร ที่วิจารณ์เหตุการณ์ไฟใหม้ที่อำเภอชายแดนติดกับแคว้นเจียงซี แท้จริงแล้วของที่ถูกเผาถูกสับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ข้าวของ วัถุดิบ แร่ต่างๆต้องเสียเปล่า ขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกประหาร ส่วนคนที่เรือนก็ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด นับว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ ไทเฮามีโทษประหารแต่ยังไม่ทันได้ประกาศบทลงโทษ นางก็ตัดสินใจปลิดชีวิตของตนเองลงในตำหนัก มีข่าวลือออกมาว่าก่อนวันที่นางจะสิ้นใจ ได้นั่งสนทนากับฝ่าบาททั้งวันทั้งคืน"ทั้งหมดหนึ่งเหรียญภู่เงินเจ้าค่ะ"ลู่เข่อซินยังคงใช้ชีวิตปกติของนางทุกวัน ตอนนี้ร้านของนางไปได้ดีมากๆ และยังเปิดอีกหลายที่ต่างจากความคิดของนางก่อนหน้าที่จะทำเพียงเล็กๆเท่านั้น ขนาดขยันถึงเพียงนี้กลับมีคนผู้หนึ่งที่เอาแต่ขู่ว่าจะทำให้ร้านนางเจ๊งไปซะ เนื่องด้วยไม่มีเวลาให้เขา แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังขายของอยู่นั้นก็มีขบวนทหารอีกทั้งขุนนางจำนวนหนึ่งตั้งแถวเดินมาที่ร้านนาง"แม่นางลู่อยู่หรือไม่"เสียงขันทีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่หน้าร้าน ลู่เข่อซินรีบเดินเข้าไป
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยคืนความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วย"ขณะที่ถูกทหารคุมตัวไปนั้นก็ร้องออกมาขอความเป็นธรรมด้วย หลันหลงเหยฟุบไปที่พื้นด้วยความจนปัญญา ครานี้นางพลาดแล้ว นางคิดว่าบุตรชายที่เกิดนางจะเข้าข้างนางเสียอีก กลับไปเห็นด้วยกับคนผู้นี้ น้ำตาของนางไหลออกมาจนดูน่าสงสารเผื่อมันจะช่วยเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง"หานเออร์ฟังแม่ก่อนนะ""เสด็จแม่รู้หรือไม่ ทำเช่นนี้โทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะพะยะค่ะ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้าเป็นฮ้องเต้ที่สั่งประหารมารดาตนเองอย่างนั้นหรือ"หลันเฟิงเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาทั้งผิดหวังและแตกสลาย แต่เขาจะยอมแลกมารดาเพียงคนเดียว กับราษฎรและทหารที่ปกป้องอยู่ชายแดนกว่าแสนนายอย่างไร "ท่านกำลังทำให้ข้าต้องเลือก ว่าจะทำหน้าที่บุตรชายที่ดีแต่ละทิ้งราษฎร หรือกำลังเป็นบุตรที่อกตัญญูละทิ้งมารดาเพื่ออยู่ข้างราษฎร ท่านจะให้ข้าต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตหรือ""หานเออร์แม่......"คำพูดของบุตรชายทำให้นางพูดอะไรไม่ออก นางเพียงกลัวว่าจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนี้ไป และกลัวว่าอำนาจที่นางมีในมือจะถูกเปลี่ยนคน ที่นางทำทุกอย่างมิใช่เพื่อตัวนางเองคนเดียวทั้งหมด นางเองก็ถู
"รับอะไรดีเจ้าคะ"ลู่เข่อซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังหันหลังอยู่ แต่สัมผัสได้จากเสียงเดินว่ามีลูกค้ามา หญิงสาวถามไปสักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับมา นางจึงหันหลังไปดู พบว่าเป็นคนผู้หนึ่งคนที่นางคุ้นเคยดี ใบหน้าที่ยิ้มกว้างก่อนหน้าหุบลงทันที เท้าเรียวสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ"เจียวมิ่ง"เหตุการณ์คราก่อนหญิงสาวยังจำไม่เคยลืม เรื่องเลวร้ายที่ชายหนุ่มทำกับตน หากว่าท่านอ๋องไม่ได้ช่วยไว้ทันป่านนี้นางอาจจะกลายเป็นอนุในเรือนเขาแล้วก็ได้ หญิงสาวรักและเชื่อใจเขามาตลอดหลายปี แต่ชายหนุ่มกลับทำร้ายและทำลายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้ในใจนางจะรังเกียจชายผู้นี้ไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นก็ผ่านไปแล้ว ความโกรธถูกลืมเลือนเหลือเพียงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน ไม่ขอข้องเกี่ยวกันอีก ใบหน้าของเจียวมิ่งเต็มไปด้วยคำขอโทษ เขาได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว และรู้ดีว่าที่วันนี้เขาได้เป็นถึงรองแม่ทัพมิได้มาจากความสามารถเขาเพียงอย่างเดียว แต่นางยังมีส่วนช่วยอีกด้วย เขาก็ยังทิ้งนางไปแต่งงานกับสตรีอื่น"ข้าอยากมาขอโทษเจ้าสำหรับทุกเรื่อง หากแล้วไม่ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีความสุขและไม่สามารถปล่อยวางได้"ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
สามสัปดาห์เข้าอาทิตย์ที่สามแล้วหลังหญิงสาวถูกโบย ยาที่นางกินและใช้ทาดีมาก ไม่คิดว่ามันจะหายเร็วถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้อีกด้วย ต่างกับคุณหนูใหญ่เข้าอาทิตย์ที่สามแล้วยังลุกเดินไม่ได้ หรือจริงๆแล้วเพราะนางเป็นสาวใช้ร่างกายจึงปรับสภาพได้ไวกันหญิงสาวจำเหตุการณ์วันที่ถูกโบย
"ท่านอ๋องจะไปดูแม่นางลู่หน่อยหรือไม่ขอรับ"หวังเหล่ยเอ่ยถามผู้เป็นนายหลังเดินออกมาจากห้องโถง โจวหนิงเฉินชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังเรือนที่หญิงสาวกำลังให้ท่านหมอรักษา แต่เพียงเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นคนผู้หนึ่งเดินตัดหน้าตนไป เจียวมิ่งเดินกึ่งวิ่งไปด้วยความร้อนรน เขาเป็นห่วงหญิงส
บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน ทุกคนมาพร้อมหน้าตากันที่นี่ หลี่จื่อหานไม่รู้ว่าจะเริ่มเอ่ยบทสนทนาเช่นไร โจวหนิงเฉินเองก็อยู่ไม่เป็นสุขเนื่องด้วยตอนนี้ที่ห้องพักบ่าวรับใช้ท่านหมอกำลังรักษาลู่เข่อซินอยู่ เขาอยากไปดูนางใจแทบขาดแต่ไม่สามารถไปได้ ดวงตาคมหันมองไปยังทิศที่หญิง
เช้าวันถัดมาเพล้ง!เสียงถ้วยชาแตกที่พื้นเสียงดังเนื่องด้วยแรงปาจากคนผู้หนึ่ง หลี่ซูฮวาดูเหมือนจะมีน้ำโหไม่น้อยที่ถูกลู่เข่อซินบอกว่าพู่กันนั้นเป็นของตนเอง นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่อีกทั้งบิดายังเป็นถึงเสนาบดีกรมคลังไหนเลยจะเอาของของบ่าวรับใช้มาเป็นของตน หญิงสาวมาทวงเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้นางเสียหน้า พลางหั







