LOGIN[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : เสนอโอกาส
--------------------------------------------------------------------------
สีหน้าที่ดูจริงจังกับคำพูดนั้นของฮาร์ท ทำคนขี้กลัวอย่างเลย์อิได้แต่ร้องไห้กับสิ่งที่ได้ยิน เพราะเรื่องที่เจอในตอนนี้ก็แย่มาก ๆ แล้ว หากต้องมีเรื่องที่เลวร้ายมากไปกว่านี้เกิดขึ้นกับเธอ เด็กสาวคงรับมันไม่ไหว
“พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง ไม่กลัวตำรวจกันเหรอคะ?” เลย์อิถามเสียงสะอื้นไปอย่างใสซื่อ
“ตรงหน้าเธอนี่ไงตำรวจ” ขุนพลพูดตอบกลับเลย์อิด้วยความจริงที่ว่าเขามียศพันตำรวจตรี เพื่อให้เธอสบายใจได้ว่าเวลานี้ตำรวจอยู่ที่นี่กับเธอแล้ว แต่เขาคงช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้อย่างที่เธอต้องการ
“ถ้าพวกเธอเป็นเด็กดีฉันก็จะเมตตาเป็นกรณีพิเศษ...ได้ข่าวว่าอยากเป็นศิลปินกันใช่หรือเปล่า?”
“ฮึก...” สองสาวเงียบฟังว่าอาร์เจจะพูดอะไรต่อ
“ฉันถือครองหุ้นค่ายเพลงทั้งที่ไทยแล้วก็ในเกาหลี สื่อบันเทิงหลายที่ก็ด้วยเหมือนกัน...ถ้าพวกเธอทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตลอดการทำงานอยู่ที่เกาะนี้โดยไม่คิดหนีให้วุ่นวาย ฉันจะเมตตาส่งพวกเธอไปเป็นเด็กฝึกในค่าย และทุกเดือนพวกเธอจะได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง เดือนละหกแสนบาทจนกว่าจะเลิกจ้างงาน ถือว่าเป็นค่าตอบแทนจากความบริสุทธิ์ที่พวกเธอเสียให้กับพวกเราไปเมื่อคืน...เพราะฉันถูกใจเธอหรอกนะโมอา ถึงยอมให้ข้อเสนอเร้าใจแบบนี้”
อาร์เจพูดเสนอโอกาสสุดท้ายให้กับสองสาว เพราะถูกใจเรื่องเมื่อคืนที่เขาได้ทำ และไม่อยากส่งของดีเช่นเธอไปอยู่ที่นรกหลังเกาะเพราะรู้สึกเสียดายของ หากต้องยกสิ่งล้ำค่านี้ ให้กับพวกชนชั้นต่ำ พวกขี้ยา เช่นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ที่แห่งนั้น…
“ว่าไง ชอบข้อเสนอของฉันไหม…” เขาใช้นิ้วชี้เขี่ยปลายคางสวยของโมอาให้เงยขึ้นมาสบตากับตน และใช้น้ำเสียงนุ่มนวลที่ไม่เป็นตัวตนแท้จริงพูดบอกกับเธอ สาวสวยผู้มีเขาเป็นเจ้าของ
“หนูแค่อยากกลับบ้านค่ะ ไม่อยากเป็นแล้วศิลปิน ฮึก...ไม่เอาแล้ว”
โมอาคิดว่าความฝันนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้นกับเธอแล้ว และหากว่าต้องกลับไปอยู่ที่หอพักโรงพยาบาลก็คงดีกว่าอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ เพื่อรับหน้าที่ผู้หญิงของเสือ และพบเจอกับเรื่องเลวร้ายนั้นทุกวันทุกคืน
“เฮ้อ เอาเถอะ ก็แล้วแต่พวกเธอจะตัดสินใจแล้วกัน...ฉันก็แค่คิดว่ามันจะเป็นกำลังใจให้พวกเธออยู่ที่นี่ต่อไปได้ โดยที่ไม่คิดทำเรื่องบ้า ๆ เช่นหนีออกจากเกาะนี่ เพราะนอกจากพวกเธอจะหนีไปไม่พ้นแล้ว มันยังทำให้พวกฉันหงุดหงิดอีกด้วย...” อาร์เจพูดเตือนด้วยท่าทางจริงจัง ไร้ซึ่งการปั้นแต่งภาพลักษณ์แสนดีแบบเมื่อครู่
“...” โมอานิ่งเงียบไป ในเวลานั้นก็กำลังใช้ความคิดไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเธอสองคน “...นานเท่าไหร่คะ?”
“ก็จนกว่าพวกฉันจะพอใจ อาจจะสามเดือน หรือหกเดือน อยู่ที่ว่าพวกเธอจะเป็นเด็กดีแค่ไหน...” ขุนพลพูดตอบความสงสัยของโมอา
“ถ้าอยู่จนครบสัญญางานแล้วเกิดเปลี่ยนใจอยากจะไปเป็นเด็กฝึกที่เกาหลีก็บอกแล้วกันนะ ฉันจะส่งพวกเธอไปที่นั่นหลังจากจบงานที่เกาะนี้...แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่กับพวกเธอ จะมีผลกระทบกับการเป็นศิลปินในอนาคต เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นบนเกาะนี้ จะเป็นความลับไปตลอด หากว่าพวกเธอไม่เป็นคนพูดถึงเรื่องนั้นซะเอง หรือถึงต่อให้พูด ก็จะไม่มีใครเชื่อลมปากของพวกเธออยู่ดี…” อาร์เจพูดยืนยัน ว่าเขาจะเมตตาช่วยพวกเธอสานฝันนั้นให้กลายเป็นจริง
แถมยังพูดขู่เป็นใน ๆ ว่าพวกเธอไม่ควรเอาเรื่องที่เกิดขึ้นบนเกาะไปบอกกับใคร และหากทำแบบนั้นเธอจะถูกมองเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เพราะเขาสามารถเปลี่ยนแปลงหรือเติมแต่งเนื้อหาในสื่อได้ตามใจนึกคิด ชี้ผิดให้เป็นถูก ชี้ถูกให้เป็นผิดได้โดยง่าย เพราะอำนาจสื่อที่เขาถืออยู่ในมือ…
“ถ้างั้น...หนูขอโทรหาแม่หน่อยได้ไหมคะ หนูไม่ได้ติดต่อกับแม่ตั้งแต่เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว แม่น่าจะเป็นห่วง” โมอาพูดขอร้องถึงเรื่องที่เธอคิดว่าควรรีบทำ เพราะตอนนี้แม่ของเธออาจจะเป็นกังวลอยู่ เกี่ยวกับเรื่องที่เธอเดินทางออกนอกประเทศปุบปับ แถมจนตอนนี้ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับหาผู้เป็นแม่
“ได้สิ ไปเอาโทรศัพท์มา…” อาร์เจพูดสั่งลูกน้องให้ไปนำของที่โมอาต้องการมาให้เธอ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่โทรศัพท์ของโมอาแต่เป็นโทรศัพท์ที่สามารถโทรกลับไทยได้
“จำเบอร์แม่เธอได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะ” โมอารีบตอบไปอย่างกระตือรือร้น
“พูดแค่เรื่องที่ควรพูดเข้าใจไหม เพราะถ้าพูดนอกเรื่องไปจากนั้น เธออาจไม่ได้กลับไปเห็นหน้าแม่ของเธออีก...” อาร์เจพูดเตือนก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้กับโมอา
ตอนนี้เธอมีทางเลือกเพียงแค่ทางเดียว นั่นคือทำตามคำสั่งของชายทั้งสี่คน เพื่อมีโอกาสรอดชีวิตออกจากเกาะแห่งนี้ “ค่ะ”
โมอาตอบรับคำสั่งของอาร์เจ ก่อนจะกดเบอร์โทรที่เธอจำมันได้ขึ้นใจ “ฮาโหล เบอร์ใครคะ?”
“แม่”
“โมอา! หายไปไหน แม่ติดต่อแกไม่ได้เลย ทำไมทำให้แม่เป็นห่วงแบบนี้” คนเป็นแม่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นที่เป็นกังวลว่าลูกสาวของเธอจะได้รับอันตราย หลังจากที่ติดต่อลูกสาวไม่ได้เกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง
แถมข้อความสุดท้ายที่โมอาส่งหาแม่ก็บอกเพียงแค่ว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่เกาหลี เพื่อเป็นเด็กฝึกตามความฝันของเธอ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกระทันหันโดยที่คนเป็นแม่ยังไม่ทันได้ออกความคิดเห็น มันก็ทำให้เธอเป็นห่วงกลัวว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอจะถูกหลอกไปทำเรื่องไม่ดี
“คือหนู...ฮึก หนูขอโทษนะแม่”
“แกอยู่ที่ไหนโมอา แล้วเรื่องไปเป็นเด็กฝึกที่เกาหลีมันยังไง ทำไมต้องเดินทางกระทันหันแบบนี้?”
“...” โมอาพยายามเก็บบกั้นเสียงร้องไห้ของเธอไว้
ขวับ!
ขุนพลดึงโทรศัพท์จากมือของเด็กสาวไปก่อนจะกดเปิดลำโพงเพื่อฟังบทสนทนานั้น “...” เขาพยักหน้าเพื่อบอกให้โมอาคุยกับแม่ของเธอต่อ
“โมอาได้ยินแม่ไหม?”
“ได้ยินจ้ะแม่ คือ...”
“ทำไมแม่ติดต่อแกไม่ได้เลย แล้วไปที่นั่นได้ยังไง ค่ายเพลงอะไร ฝึกนานแค่ไหนบอกแม่มาซิ๊?”
“...คือเมื่อวานนี้ หนูมาถึงแล้วเบอร์โทรเดิมมันใช้ที่นี่ไม่ได้น่ะแม่ เมื่อวานก็ยุ่ง ๆ ทั้งวันเลย วันนี้ฝึกเสร็จพี่เขาก็เลยเอาโทรศัพท์มาให้ยืมโทรหาแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะ…”
“จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง แกเล่นติดต่อไม่ได้แบบนี้ แถมยังไม่ปรึกษาแม่ก่อนด้วย มันน่าตีจริง ๆ เลยลูกคนนี้...” น้ำเสียงของผู้เป็นแม่ฟังดูโล่งใจขึ้นเมื่อรู้ว่าลูกสาวของเธอยังปลอดภัยดี
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นนะ เลย์ก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน”
“เฮ้อ...แล้วนี่กินอะไรกันหรือยัง ที่นั่นเป็นไงบ้าง อากาศหนาวมากหรือเปล่า อยู่ได้ใช่ไหมลูก?”
“...” โมอาเงียบไปเมื่อได้ยินแม่ของเธอถามไถ่ถึง เพราะความเป็นห่วงของแม่ที่เธอรับรู้มันทำให้เธอจุกอกจนแทบกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่
“พวกเรากำลังจะออกไปกินข้าวจ้ะแม่” เลย์อิพูดตอบแทนเพื่อนของเธอที่ไม่สามารถพูดต่อกับปลายสายได้
“ได้ยินเสียงเลย์อยู่ด้วยแม่ก็สบายใจ...แล้วแม่จะโทรหาทางไหนได้บ้างล่ะ ต้องโทรเบอร์นี้ใช่ไหม?”
“เดี๋ยวหนูขอถามพี่เลี้ยงก่อนนะจ๊ะ ว่าจะให้ใช้โทรศัพท์ได้ตอนไหนบ้าง”
“จริงด้วย เข้าไปเป็นเด็กฝึกแล้วต้องใช้โทรศัพท์เป็นเวลาสินะ...งั้นว่างเมื่อไหร่ก็โทรหาแม่หน่อยนะแม่เป็นห่วง กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย ตั้งใจฝึกตั้งใจเรียนที่ครูเขาสอนรู้ไหมลูก แม่จะรอดูวันที่หนูได้เป็นศิลปินนะโมอา เลย์ก็ด้วยนะลูก…”
ผู้เป็นแม่เรียกชื่อของลูกสาวด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้น ชื่อที่เธอได้ยินลูกสาวเติมแต่งขึ้นจากชื่อเดิมที่ผู้เป็นแม่ตั้งให้ว่า ‘โม’
“ฮือ แม่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ”
“ไม่ร้องสิลูก สู้ ๆ นะ แม่เป็นกำลังใจให้...” คำพูดของผู้เป็นแม่ก่อนวางสายนั้น ทำน้ำตาของโมอาไหลอาบแก้มเป็นสาย เพราะเรื่องจริงที่เจอกับสิ่งที่พูดบอกผู้เป็นแม่ไปนั้น มันไม่มีอะไรเป็นเรื่องจริงเลย…
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ช่วงชีวิตที่สมบูรณ์--------------------------------------------------------------------------สองปีต่อมา...เวลานี้ทายาทของทั้งสี่หนุ่มมาเฟียใหญ่ ได้ลืมตาดูโลกเป็นที่เรียบร้อย พวกเขากลายเป็นพ่อลูกอ่อน ติดทั้งลูก ติดทั้งเมีย และคนที่น่าจะเหนื่อยที่สุดก็คงจะเป็นสองสาว ที่คลอดคนแรกออกมาเสร็จ สามีก็ไม่เว้นจังหวะให้ช่องคลอดได้พักฟื้น พวกเธอก็ต้องคลอดลูกคนที่สองให้กับสามีที่รอคิวเป็นคนต่อไป เพื่อไม่ให้น้อยน่ากันเรื่องลูก ที่หนุ่ม ๆ ชอบเอามาพูดขิงกัน…ลูกคนแรกที่เกิดจากเลย์อิ คือนายน้อย ‘ฮอล’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เป็นลูกของฮาร์ทตามที่ทุกคนคาดการไว้ ส่วนลูกคนที่สอง เป็นสาวน้อยวัยสองเดือน คุณหนู ‘ปอไหม’ น้องเล็กสุดท้องของบ้าน ที่เกิดจากคุณพ่อเปอร์คนอบอุ่น เขาได้ลูกสาวตามใจอยาก แม้จะได้มีลูกหลังพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในแก๊ง แต่ก็มีความสุขไม่ต่างกันส่วนลูกคนแรกของโมอาก็คือ นายน้อย ‘เจ้าขุน’ มีอายุได้เพียงหนึ่งขวบ เช่นกัน เพราะเลย์อิกับโมอาคลอดลูกชายในวันเดียวกัน และเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งฮอลคลอดในช่วงเช้า ส่วนเจ้าขุนคลอดในช่วงบ่าย และแน่นอนว่าฟัง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของโมอา Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------ก่อนหน้าที่จะหมดสัญญาเพียงหนึ่งเดือน โมอามีข่าวเดทกับประธานค่ายอย่างอาร์เจ และแน่นอนว่านั่นคือแฟนหนุ่มตัวจริงของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ความจริงที่ทั้งคู่รักกันมายาวนานถึงเจ็ดปีก็ไม่ได้ถูกเปิดเผย ส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะอาร์เจที่ควบคุมสื่อบันเทิง และเวลานี้ก็เริ่มเข้าควบรวมสื่อต่าง ๆ ในยุโรปได้มากขึ้น ข่าวที่ออกไป จึงมีเนื้อหาบอกว่าพวกเขาเริ่มคบหาดูใจกันมาได้หนึ่งปี แม้จะเป็นความรักต่างวัยที่ห่างกันค่อนข้างมาก และข่าวนี้ก็ทำแฟนคลับแตกเป็นสองฝั่ง บ้างก็ยินดีกับความรักครั้งนี้ของศิลปิน บ้างก็ด่าว่าอาร์เจกินเด็ก แต่คอมเมนต์พวกนั้นก็หาทำให้รักของเขาสั่นคอนอาร์เจถูกยกให้เป็นแฟนออกสื่อของโมอา อย่างที่ขุนพลเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าให้พูดความจริงบอกทุกคนไปถึงเรื่องความสัมพันธ์สาม
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ชีวิตรักของเลย์อิ Nc🔞3p----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ -----------------------⚠️18+ เนื้อหานิยายในตอนนี้ มีฉากเกี่ยวกับการรวมเพศ ความรุนแรงและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะที่รัก♡----------------------- ✿ ✿ ✿ ◡̈ ✿ ✿ ✿ ------------------------5ปีต่อมา...เมื่อถึงเวลาที่สองสาวหมดสัญญา พวกเธอก็กลายเป็นซุปตาร์อย่างที่ไฝ่ฝันไปแล้ว แต่ถึงจะอย่างนั้นสองสาวก็ตัดสินใจโบกมือลาสมาชิกอีกห้าคน และกลับมาใช้ชีวิตเป็นครอบครัวตามที่ให้สัญญาไว้กับหนุ่ม ๆแต่เป็นเพียงการพักงานในฐานะศิลปินชั่วคราวเท่านั้น และจะกลับไปทวงคืนความเป็นซุปตาร์ หลังจากที่พวกเธอมีทายาทให้กับแฟนหนุ่มดั่งสัญญาที่ให้ไว้“เฮียอย่าลืมที่ตกลงนะ”“เออ รู้แล้วน่า มึงอยากเป็นผัวออกสื่อออกแสงอะไรก็ตามใจ แต่กูขอมีลูกก่อน”“โอเคเฮีย ตกลงตามนั้น...” เปอร์ยอมรับข้อเสนอของฮาร์ทอย่างไม่มีข้อต่อรอง เพราะเขาอยากได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มของเลย์อิ และสามารถจูงมือเธอไปเที่ยวรอบโลกได้ โดยไม่ต้องแคร์สายตาคน หากว่าเขาอยู่ในสถานะนั้นโดยได้รับการยินยอมจากพี่ใหญ่ เพราะจะไ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : วันรวมตัว 7มาเฟียเจ้าของเกาะ--------------------------------------------------------------------------สนามหญ้าหลังบ้าน...บริเวณสนามหญ้าหลังบ้านนี้ ถูกจัดไว้อย่างร่มรื่นเพื่อให้เหมาะกับการเป็นมุมนั่งผ่อนคลายของคนในบ้าน ซึ่งบรรยากาศเย็นสบายของช่วงเวลานี้ ทุกคนก็พากันมานั่งรวมตัวปิกนิกเพื่อพูดคุยแรกเปลี่ยนชีวิตส่วนตัวที่ผ่านมา...“บ้านไปถึงไหนแล้ววะ” ขุนพลถามกับลูก้า เกี่ยวกับคฤหาสน์หลังใหม่ ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเขตพื้นที่ปกครองพิเศษ ซึ่งอยู่ในเขตปกครองเดียวกันกับคฤหาสน์หลังที่พวกเขาสี่คนอาศัยอยู่ในทางเหนือ สถานที่ ที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของครอบครัวลูก้า วีเดน เจได ซันซานย์ รวมถึงเด็ก ๆ ผู้เป็นทายาทของสามมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่“ยังเหลือที่ต้องทำอีกเยอะ แต่รับรองว่าอลังการกว่าคฤหาสน์ของพวกมึงแน่” ลูก้าพูดขิง“จะย้ายมาอยู่กันเมื่อไหร่เหรอคะ”“ต้องรอซานย์คลอดลูกไอ้วีเดนก่อนน่ะ ถึงจะย้ายมาอยู่ที่นี่กันได้” เจไดพูดตอบความสงสัยของโมอา“อ้อ เหรอคะ”“เมียจ๋า เมียจ๋า” เสียงเรียกเมียของเปอร์ดังมาจากด้านในบ้าน ซึ่งเสียงนั้นไม่เพียงเรียกความสนใจของค
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------หลังจากการเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของพวกเธอ 7-Shine จบลง ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ทั้งเจ็ดคนจะได้แยกย้ายกันไปหยุดพัก และใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าเวลานี้โมอาและเลย์อิก็อยู่ที่เกาะโยโล่ ที่ ที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเธอ...โมอาและเลย์อิในวัยยี่สิบสองปี ดูสวยสง่าขึ้นมาก ไม่ต่างจากมาเฟียทั้งสี่ ที่ดูสุขุมและสมาร์ทขึ้นตามวัย ‘อาร์เจ ฮาร์ท ขุนพล’ ในวัยสามสิบหกปี เป็นวัยที่กำลังคลั่งรักเมียเด็กสุด ๆ ส่วนเปอร์น้องเล็กที่อยู่ในวัยสามสิบสาม ก็ดูสุขุมขึ้นไม่ต่างกัน“คิดถึงจังเลยค่ะ”“เฮียก็คิดถึงครับ” เปอร์พูดบอกถึงความรู้สึกของตนกับเลย์อิ ที่วิ่งเข้ามาสวมกอดเขาด้วยความคิดถึงอย่างที่เธอบอก สายตาของเลย์อิยังคงแสดงความรักกับชายเบื้องหน้าไม่เปลี่ยน เพราะเขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้เธอมีทุกวันนี้“ขวัญใจ” เสียงของโมอาเรียกหาสมาชิกตัวน้อย ก่อนแฟนหนุ่มทั้งสองที่ยืนยิ้มหน้าบานรอกอดจากเธอ แต่พวกเขาก็ต้องยิ้มรอจนเหงือกแห้งเพราะเธอให้ความสนใจกับหนูน้อยมากกว่าพวกเขา“ผัวคิดถ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เฝ้ามองความสำเร็จของคนที่รัก--------------------------------------------------------------------------วงเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่จากค่าย RAW อย่าง ‘7-Shine’ ที่เพิ่งเดบิ้วได้เพียงแค่ห้าเดือน ก็กวาดรางวัลบนเวทีใหญ่ ๆ ของเกาหลีอย่างนับไม่ถ้วน พวกเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะความเปล่งประกายของเด็กสาวทั้งเจ็ดคน ทำให้มีแฟนคลับทั้งในเกาหลีและต่างชาติ ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปยอดขายของอัลบั้มแรกก็สร้างสถิติสูงเกินหน้าเกินตารุ่นพี่ที่เดบิ้วมาก่อนหลายปี ซึ่งมากถึงสิบเจ็ดล้านก็อปปี้ แน่นอนว่ายอดขายเกินครึ่งมาจากการซัพพอร์ตของหนุ่ม ๆ ทั้งสี่คน ที่เวลานี้ตั้งตัวเป็นบ้านไซต์ใหญ่ของสาว ๆ หรือเรียกว่าเป็นกลุ่มแฟนคลับของ ‘7-Shine’ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยก็ว่าได้ และพวกเขาก็มีชื่อเรียกว่า ‘my shine’ ชื่อเรียกของกลุ่มแฟนคลับที่ศิลปินตั้งให้ทั้งสี่คนตามเกาะติดขอบเวทีเพื่อส่งกำลังใจให้สองสาวไม่ห่าง รวมทั้งลูกน้องนับร้อยชีวิตก็ตามไปให้กำลังใจในหญิงของพวกเขาทุกที่ ตามคำสั่งของนายท่านทั้งสี่ และหลาย ๆ สเตจ (stage) ที่ ‘7-Shine’ ขึ้นแสดง จึงมีเสียงร้องเชีย







