LOGIN“ว่าไงนะ...”
จอมทัพไม่คิดว่าแสนชัยจะกล้าพูดคำนี้ออกมา ส่วนศศิกาญจน์หันมองสองหนุ่มสลับกันไปมา เห็นสีหน้าผู้ชายทั้งสองขณะจ้องตากันอย่างไม่ยอมลงให้อีกฝ่ายแล้ว เธอก็กลืนน้ำลายลงคอ รีบเอ่ยคั่นศึกจ้องตา
“พ่อเลี้ยงแสนมีเรื่องส่วนตัวจะคุยอะไรกับซอคะ”
“ผมอยากช่วยน้องซอ” แสนชัยจงใจให้จอมทัพได้รู้เรื่องที่ตัวเองจะพูด
“ช่วยอะไรไม่ทราบ” จอมทัพกัดฟันกรอดถามออกไป เวลานี้ เขาไม่สนใจเรื่องมารยาทอีกแล้ว จึงมองไปที่แสนชัยราวกับจะฆ่าอีกฝ่าย หากพูดอะไรไม่เข้าหูออกมา
“ผมขอคุยกับน้องซอส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับคุณจอมทัพ”
“ไม่เกี่ยวได้ยังไง ซอเป็นเมียผม คุณมาขอคุยกับเมียชาวบ้านเป็นการส่วนตัวแบบนี้ ไม่เกรงใจผัวเขาที่นั่งอยู่ทนโท่ทั้งคนเลยรึ คุณกำลังไม่ให้เกียรติผม รู้ไหม”
แสนชัยยิ้มเย็น เขารู้ว่าศศิกาญจน์ไม่ได้เป็นภรรยาของจอมทัพจริงๆ เลยกล้าที่จะขอคุยกับหญิงสาวเป็นการส่วนตัว ชายหนุ่มเองเป็นคนมีศีลธรรมเพียงพอ ไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเมียชาวบ้านอยู่แล้ว และกรณีของคนตรงหน้า ทั้งสองไม่ใช่สามีภรรยาจริงๆ
“ขอนะ”ศศิกาญจน์เผยอปากขึ้นจะร้องโวยวายในสิ่งที่เขาทำ แต่จอมทัพไม่ยอมให้เธอมีโอกาสนั้น เขาสอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวดึงหยอกล้อกับลิ้นของเธอ ในหัวของเธอว่างเปล่าไม่มีความคิดโต้แย้งหรือขัดขืนการล่วงล้ำนั้นแต่อย่างใด เธอถูกเขาชักนำอย่างคนรู้เกม มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าอย่างโชกโชน ไม่นานก็ทำให้คนไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องยอมโอนอ่อนผ่อนตามรสจูบที่เขามอบให้อย่างหวานชื่น รสจูบอันแสนคุ้นเคย รสจูบเดียวกับในความฝัน ชั่วอึดใจจอมทัพจึงยอมถอนริมฝีปากออก และจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มนั้นอีกสองสามทีเป็นการปลอบโยน จากนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่ร่างกายปราถานาหากประวิงเวลาช้ากว่านี้เขาคงขาดใจตาย อ้อมแขนกำยำอุ้มร่างอ้อนแอ้นขึ้นมา พากลับไปวางบนเตียงศศิกาญจน์ พยายามจะบ่ายเบี่ยงแต่รู้ดีว่าความต้องการของเขาที่ส่งผ่านมาทางสายตาเหมือนน้ำที่เชี่ยวกราก เหมือนลาวาที่รอวันปะทุคงไม่มีอะไรห้ามไม่ให้เกิดได้แล้วมือหนาถอดเสื้อยืดตัวบางของศศิกาญจน์ออกทางศีรษะ เหลือแต่ชั้นในสีดำเซ็กซี่ที่ทำให้เขาต้องเลียลิ้นรอบริมฝีปาก ไม่ต่างจากคนอดอยากปากแห้ง ก่อนจะเอื้อมไปปลดตะขอบราออก แล้วความอวบอิ่มของสองเต
“มันมาที่นี่จริงๆ ด้วย ฉันไม่ได้ฝันไป”“ก็ใช่น่ะ ผมไม่ได้ซ้อมคน กระทืบคนแบบนี้มานานแล้ว ปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะฉะนั้นอาการปวดเมื่อยตามเนื้ตามตัวของผมเพราะช่วยคุณมาจากมัน คุณต้องรับผิดชอบ มีอีกเรื่องเมื่อคืนคุณเป็นอะไรถึงได้ร้องกรี๊ดลั่นบ้าน พอผมเข้ามาดู คุณก็ละเมอกอดผมไม่ยอมปล่อย แถมยังนอนทับแขนจนแขนผมไม่มีความรู้สึกแล้วเนี่ย”ศศิกาญจน์ย้อนถึงเรื่องเมื่อคืนที่เธอฝันว่าถูกรวิชญ์ทำร้าย คนที่เธอสวมกอดและปลอบโยนเธอนั้นไม่ใช่มารดา แต่เป็นชายหนุ่มที่กำลังนั่งบีบนวดต้นแขนล่ำอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก“จำได้แล้วค่ะ เมื่อคืนฝันร้ายฝันว่าถูกนายณกรณ์เข้ามาปลุกปล้ำ และในฝันฉันฝันเห็นแม่เข้ามาปลอบใจ ก็เลย…เอ่อ”“กอดผมไว้ทั้งคืนเลย” เขายกยิ้มที่มุมปาก แล้วนั่นทำให้เมื่อคืนนี้เขาแข็งค้างไปทั้งคืน ศศิกาญจน์ควรรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เธอทำให้เขานอนฝันร้ายพร้อมกับน้องชายที่ไม่ยอมหลับยอมนอน“ค่ะ ฉันต้องขอบคุณเรื่องที่คุณบอกว่าช่วยฉันไว้จากไอ้พี่เลี้ยงชั่วนั่น แล้วยังเข้าใจคุณผิดอีก”
“คิดว่าจะหนีพี่พ้นงั้นเหรอ น้องซอคนสวย”ณกรณ์วกสายตากลับมาที่ใบหน้าของศศิกาญจน์ ยิ่งเห็น เขารู้สึกคอแห้งผากด้วยอารมณ์ดิบหยาบในตัวมันเริ่มปะทุร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตนเอง แล้วกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ“ไม่อยากอยู่ที่บ้านนั้นเพราะกลัวจะต้องเป็นเมียพี่งั้นเหรอ” เขาหัวเราะเย้ยหยันความสิ้นคิดของเธอ “แต่ถึงจะหนีมาไกลถึงนี่ ความรัก ความใคร่ของพี่ก็ไม่ได้ลดลงสักนิดเลยนะ ไม่อยากเป็นเมียพี่ นอนรับแรงกระแทกบนเตียงนุ่มๆ สบายๆ ก็ไม่บอก งั้นพี่จัดให้เลย”ชายหนุ่มหัวเราะชอบอกชอบใจอีกครั้ง ทว่า มันกลับผสมทั้งเสียงแหลมเสียงทุ้ม เหมือนเวลานี้จิตของเขาชักไม่ปกติไปเสียแล้วถึงหัวเราะผิดมนุษย์มนาแบบนี้ ก่อนจะมองใบหน้างดงามของศศิกาญจน์ แล้วก้มไปกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก“พี่รู้ว่าน้องซอชอบธรรมชาติ งั้นเราเข้าป่าไปทำอะไรๆ สนุกๆ กันเถอะ”จบประโยคด้วยเสียงหัวเราะอันผิดเพี้ยนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะช้อนอุ้มร่างไร้สติขึ้นสู่อ้อมแขน ก่อนหมุนตัวกลับ แล้วเดินไปทางด้านข้างของตัวบ้าน พาร่างของศศิกาญจน์หายไปในเงามืดเ
ต้นเพลิงที่จอมทัพเห็นไกลๆ และคาดว่าอยู่บริเวณไร่กาแฟทางฝั่งทิศใต้เป็นจริงเช่นนั้น เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มมาถึง สิงหา ลูกน้องคนสนิทก็อยู่ที่นั่นก่อนแล้ว และกำลังสั่งการให้คนงานผู้ชายช่วยต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงเข้ากับหัวจ่ายที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพักคนงานนักสีหน้าจริงจังกับแววตาของสิงหาทำให้เขาเบาใจในจุดนี้ลงไปได้ และเห็นว่า คนงานที่อาศัยอยู่บ้านพักซึ่งเป็นลักษณะห้องแถวต่อๆ กันราวสิบห้อง ต่างพากันกุลีกุจอหาอุปกรณ์มารองน้ำจากก๊อก แล้ววิ่งไปสาดดักบริเวณที่ไฟยังลามมาไม่ถึง เพื่อไม่ให้ลุกลามมาเผาพวกใบไม้ กิ่งไม้แห้งที่อยู่ตามพื้นซึ่งหากวัสดุพวกนี้ติดไฟขึ้นมา จะทำให้คุมสถานการณ์ได้ยากและอาจใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่าที่ควรเป็นผู้เป็นหัวหน้าคนงานจัดการต่อสายดับเพลิงเข้ากับหัวจ่ายสองจุดในบริเวณนี้แล้วเสร็จ ร่างสันทัดดูทะมัดทะแมงก็กึ่งวิ่งกึ่งเดิน ลากปลายหัวฉีกเข้าประจันกับความร้อนแรงของกองเพลิง ซึ่งจอมทัพยืนมองประเมินสถานการณ์และเช็กทิศทางลมไปในตัวอยู่บริเวณนั้นพอดี คนเป็นลูกน้องจึงโพล่งขึ้น“พ่อเลี้ยงครับ ลมมันตีไปทางตะวันตก”สิงหาพูดจบแล้วชี้ให้เจ้านายดูตามปลา
“คุณคิดจะปิดบังคุณแม่คุณไปถึงเมื่อไหร่คะ ยังไง ท้องฉันก็คงไม่มีทางโตขึ้นมาเองได้ ท่านก็คงต้องรู้ความจริงเข้าสักวัน แล้วถ้าถึงวันนั้น ท่านอาจจะเสียใจ พานเกลียดขี้หน้าฉันไปด้วย” อันที่จริง เธอก็ไม่ชอบโกหกหรอก ที่ทำไปก็แค่ต้องการหาที่หลบภัยให้พ้นไอ้พี่เลี้ยงบ้ากามที่ชื่อกรวิชญ์คนนั้น“คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก ผมมีแผนรองรับก่อนจะบอกคุณแม่ว่าคุณท้องแล้ว”จอมทัพพูดเหมือนว่าเรื่องเธอท้องได้เดือนเศษที่บอกกับแม่เลี้ยงดอกปีบไว้ในตอนนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ท้องของเธอจะค่อยๆ โตขึ้นมาได้เองโดยที่ไม่มีเด็กอยู่ข้างใน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว และศศิกาญจน์ก็คิดไม่ออกว่า แผนการที่ชายหนุ่มพูดถึงเมื่อครู่ เธอต้องทำตัวแบบไหน หรือพูดจายังไงให้มารดาของเขาที่ผ่านร้อนหนาวมาค่อนชีวิตเชื่อได้สนิทใจยิ่งเห็นสีหน้าของพ่อเลี้ยงหนุ่ม อาบด้วยรอยยิ้ม ไร้แววกังวลใดๆ ขณะให้ความสนใจอยู่กับดวงดาวบนท้องฟ้า ศศิกาญจน์ก็อดจะถามออกมาไม่ได้“แล้วคุณมีแผนแบบไหนเหรอคะ บอกฉันได้ไหม ฉันจะได้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ”จอมทัพยกยิ้มพรายใบหน้า ขณะหันมามองเมียสาวด้วยแววตาที่เธอเองก็ไม่เข้าใจความหมา
หญิงสาวเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยอย่างพลั้งเผลอ สายตาจับจ้องไปที่มือตัวเองซึ่งถูกกุมไว้แนบอกแกร่ง จนสัมผัสแรงสะท้อนจากหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ“ใครสักคนเคยพูดไว้ว่า หากเราอยากพบเจอใครสักคนหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างไม่สามารถให้ไปหา หรือติดต่อกับใครคนนั้นได้อีกแล้ว แต่เราสามารถพบเจอ พูดคุย สื่อสารกันได้ทุกครั้งที่คิดถึงเขา...ในนี้”น้ำเสียงนุ่มทุ้มราวกับสื่ออารมณ์ซาบซึ้ง ละมุนละไมดึงสายตาของศศิกาญจน์ให้เงยมองใบหน้าหล่อเหลา จอมทัพสบประสานสายตากับเธอ ริมฝีปากหยักหนาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ เห็นเช่นนั้น ดวงหน้าหวานพลันเห่อร้อนขึ้นมา เมื่อนึกถึงรอยจูบของเขา แต่ไม่อาจละสายตาจากดวงตาคู่คมที่คล้ายจะสะกดเธอให้นิ่งค้างอยู่อย่างนั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะเคลื่อนใบหน้าต่ำลงมาใกล้ทุกขณะ ดวงตาของเธอก็พร่ามัว สมองขาวโพลนราวกับไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้คิดกังวลหรือเศร้าโศกอีกแล้ว เปลือกตาจึงปิดลง ใช้เพียงความรู้สึกรับสัมผัสนุ่มนวล แผ่วเบาบนริมฝีปากบางพิสูจน์เรื่องที่ค้างคาใจว่า...ความรู้สึกของเขาที่ส่งต่อให้ได้รับรู้ในตอนนี้ มันคือความจริง หรือเป็นตัวเธอที่เ







