로그인แล้วเพื่อน ๆ ของเขาก็พากันเดินออกไปคงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังปักหลักนั่งอยู่ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยู่เพราะเป็นห่วงหญิงสาวที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่ง จึงคิดจะอยู่ต่อจนกว่าเธอจะกลับ…
...........................
“เอ ชั้นเรียกเช็คบิลไปแล้วนะ เที่ยงคืนกว่าแล้ว” สินีบอกกับเพื่อนที่เพิ่งเดินกลับจากห้องน้ำ
“ค่ะคุณว่าที่เจ้าสาว” ทิวารีตอบรับ รออยู่สักพักใหญ่เด็กเสิร์ฟก็เดินมา “เท่าไหร่คะน้อง” เธอรีบแสดงตัวเป็นเจ้ามือมื้อนี้
พนักงานเดินไปหาหญิงสาวที่ชูมือขึ้น แล้วก้มไปพูดใกล้ ๆ อย่างมีมารยาท
“อะไรนะ! มีคนจ่ายให้แล้วเหรอ” ทิวารีถามเสียงสูงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แล้วรับกระดาษจากเด็กเสิร์ฟ อ่านข้อความในกระดาษแล้วถึงกับยิ้มกว้างออกมา “ขอบใจจ้ะน้อง” เธอบอกกับเด็กหนุ่มพร้อมส่งทิปให้ “ทุกคน ๆ ฟังทางนี้หน่อยค่ะ มีเรื่องจะเซอร์ไพรส์” พร้อมโบกกระดาษในมือไปมา
“อะไร ๆ เซอร์ไพรส์อะไรจ๊ะหล่อน” หนึ่งในกลุ่มทำท่าตื่นเต้นรอ
“ฮะแฮ่ม.. มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้าภาพเองนะครับน้ำผึ้ง ฮันนี่ของผม”
แค่ก ๆ ๆ น้ำเปล่าที่กำลังดื่มสำลักพรวดออกมาตามทางเดิมเมื่อฟังเพื่อนอ่านจบ ณัฐวรามองไปรอบ ๆ เพื่อมองหาผู้ต้องสงสัย ก่อนหันกลับมาสบตากับเพื่อนทุกคนที่กำลังจ้องมาทางเธอด้วยความอยากรู้ เธอจึงส่ายหัวเป็นคำตอบว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่เขาต้องเป็นคนเดียวกับที่ส่งข้อความหาเธอเมื่อคืนนี้แน่ เธอคิดสงสัยอยู่ในใจ
“อะไร ง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอน้ำผึ้ง” เพื่อนที่ทำงานที่เดียวกันอย่างสินีถึงกับอยู่ไม่สุขด้วยความตื่นเต้น “มีใครที่ทำงานมาคุยกับแกบ่อย ๆ บ้างมั้ย”
“มีแต่เจ้านายสายตรงของแกนั่นแหละ” เธอตอบพร้อมหัวเราะ ไม่คิดว่าจะเป็นท่านสักนิด เพราะทำงานกับท่านมาหลายปี ท่านก็เป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายมาตลอด ไม่ว่ากับภรรยาหรือกับเธอและเด็ก ๆ
“ช่วยคิดก่อนตอบสักหน่อยเถอะ เธออาจจะลืมใครบางคนไปก็ได้”
คำพูดของเพื่อนทำให้เธอเผลอคิดถึงใครคนหนึ่งจริง ๆ แต่ก็รีบส่ายหน้ารัว ๆ สลัดเขาออกไปจากสมองทันที
“ไม่มีหรอก”
“กลับกันเถอะ อยู่ไปก็หาตัวไม่เจอ เมาแล้ว ง่วงด้วย มื้อนี้ก็ยกประโยชน์ให้น้ำผึ้งก็แล้วกัน ถ้าถึงคิวแกเลี้ยงเดี๋ยวฉันจ่ายเอง” ทิวารีบอกเพื่อน
“แต่ถ้ารู้ตัวว่าที่เพื่อนเขยเมื่อไหร่ก็พามาแนะนำบ้างนะน้ำผึ้ง มื้อนี้ไอ้เอเลยสบายไปเลย” อาภาเดินนำเพื่อน ๆ ออกไปจากร้าน
หลังจากที่พวกเธอคล้อยหลังออกไป เจ้าภาพในคืนนี้ก็เรียกเช็คบิลโต๊ะของตัวเอง ขณะที่เขากำลังจะกลับ ก็มีหญิงสาวรูปร่างดีที่แต่งตัวโชว์เนื้อหนังมากกว่าปิดเดินมาดักหน้า เธอส่งยิ้มหวานนัยน์ตาพราวให้เขา
“ชื่อเจนนี่นะคะ ขอทำความรู้จักได้มั้ย” แล้วยื่นแก้วเหล้าให้
“เควี่ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาตอบกลับอย่างมีมารยาท แต่ไม่ได้รับเครื่องดื่มมาจากเธอ
“จะกลับแล้วเหรอคะ”
“ครับ”
“อยู่ต่ออีกสักหน่อยไม่ได้เหรอคะ”
“ก็อยากอยู่นะครับ แต่วันนี้ผมไม่สะดวก”
“ถ้าอย่างนั้นขอแลกเบอร์โทรได้ไหมคะ เผื่อโอกาสหน้าจะได้นัดเจอกัน”
“ผมก็อยากให้นะครับ แต่แฟนผมดุมาก เธอเช็คโทรศัพท์ผมทุกวัน ถ้าเธอจับได้ผมตายแน่” เธอสวยและหุ่นดีเลยทีเดียว แต่เธอไม่ใช่สเป็กเขา เขาจึงหาทางปฏิเสธไปอย่างสุภาพและเด็ดขาดในทีเดียว
“มีตั้งหลายวิธีที่เราจะติดต่อกันโดยที่แฟนคุณไม่รู้นี่คะ” สาวสวยพยายามเสนอแนะเพราะถูกใจเขามาก
ชายหนุ่มส่ายศีรษะไม่เห็นด้วยพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “ให้เป็นเรื่องของโชคชะตาดีกว่านะครับ เราอาจจะเจอกันอีกก็ได้ ถ้ามีโอกาสนั้นอีกผมจะเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณเอง ขอตัวก่อนนะครับ”
...............................
เช้าวันใหม่
ณัฐวรารู้สึกตัวตื่น เธอดูนาฬิกาที่แขวนไว้ตรงผนังห้อง..แปดโมงเช้าแล้ว เธอมองไปที่ผ้านวมผืนใหญ่ที่ปูไว้ข้างเตียง ไม่เห็นเด็ก ๆ นอนอยู่ แสดงว่าพวกเขาลงไปเล่นกับลูก ๆ ของทิวารีข้างล่างแล้ว
หญิงสาวลุกขึ้นเก็บกวาดห้องให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย แล้วอาบน้ำแต่งตัวเดินลงไปชั้นล่าง สาย ๆ ก็พาเด็ก ๆ และครอบครัวของทิวารีออกไปซื้อของกินของใช้และหาอะไรกิน อิ่มแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
แต่ก่อนกลับเข้าบ้าน ณัฐวราก็พาเด็ก ๆ แวะไปเยี่ยมพ่อของพวกเขาที่โรงพยาบาล เหมือนทุกครั้ง
เยี่ยมพี่ชายเสร็จก็กลับเข้าบ้าน เก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นของเด็ก ๆ ขึ้นรถ เพื่อพาเขาไปส่งตามที่คุยกันไว้ ประมาณสี่โมงเย็นพวกเขาก็ไปถึงบ้านแม็คแคนเลย์
“คุณจะขนของไปบริจาคที่ไหนครับน้ำผึ้ง” เควินส่งเสียงทักก่อนที่จะเดินถึงหญิงสาวที่กำลังยกของลงจากท้ายรถ
“ของน้องคิมกับน้องวาค่ะ พวกเขาดื่มนมเก่งมาก”
“คราวหน้าคุณไม่ต้องซื้อมานะครับ ที่บ้านนี้รับนมสดทุกวันอยู่แล้ว” เขาช่วยเธอหิ้วของเข้าบ้านแต่ปากก็ชวนคุย
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







