FAZER LOGINจากอารมณ์ที่เริ่มทำเล่น ๆ ตอนนี้มันเริ่มก่อตัวเป็นพายุสวาทที่เขาและเธอต่างห่างหายกันมานานแสนนาน “พอเถอะค่ะ สินีจะลงไปเก็บปิ่นโตอาหารเข้าตู้เย็นก่อน” เธอใช้ฝ่ามือดันศีรษะของสามีออกจากซอกคอพร้อมกับเบี่ยงหน้าหลบ “ทำไมไม่ให้แม่บ้านทำล่ะ” เขาไม่พอใจที่เธอต้องไปทำเอง “สินีบอกให้เขาเตรียมไว้รอคุณ เผื่อจะกลับมาทานข้าวอีกจะได้อุ่นง่าย ๆ” เธออธิบายตั้งแต่เธอคลอดลูกกลับมาจากโรงพยาบาล น้าของสามีก็จะให้ป้าบัวทำอาหารใส่ปิ่นโตมาส่งให้ทุกมื้อเพื่อความสะดวกของเธอกับเขา“ไม่ต้องไปเก็บมันหรอก เรามาทำอย่างอื่นที่มีความสุขกันดีกว่านะ” เขาออดอ้อน มือไม้ไต่เป็นหนวดปลาหมึก “คุณนภ” เธอเสียงเขียวข่มความเขินอาย “จ๋า ว่าไงครับเมียจ๋า” เขาลากเสียงออดอ้อน “ไปอาบน้ำค่ะ ไม่งั้นจะให้อดยาวไปจนถึงลูกหย่านมเลย ไม่เชื่อก็ลองดู”และมันก็ได้ผล เขารีบลุกไปทำตามคำสั่งของเธอทันทีหญิงสาวมองตามหลังของสามีที่เดินเข้าห้องน้ำ แล้วเดินไปในห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมชุดนอนไว้ให้เขาแล้วจึงเดินกลับไปที่เตียง นึกถึงอดีตที่เคยผ่านมาตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนได้มาเจอกับเขา ผู้ชายที่แสนเงียบขรึม มองเธอด้วยหางตาทุกครั้งที่เ
นภดลนั่งรอภรรยาอยู่ที่หน้าห้องคลอดพร้อมกับน้องชาย เขานั่งรออย่างใจเย็นทั้งที่ในใจนั้นอยากจะเห็นหน้าลูกใจแทบขาด “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังจะมาโรงพยาบาล” เขาถามถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เพราะเมื่อกี้มัวแต่รีบร้อนจึงลืมถาม “ฉันบอกนายไปแล้วนะว่าสินีเขาโทรไปบอกน้ำผึ้ง แต่ฉันกลัวว่าลูกจะตื่นกลางดึกเลยไม่ให้เธอมาด้วย” เขาไขข้อข้องใจให้พี่ชายที่เพิ่งถามเขาเรื่องนี้ก่อนจะออกมาจากบ้าน คงเป็นเพราะเขาตื่นเต้นมากจนลืมว่าถามไปแล้ว “เมียฉันสติดีกว่าฉันอีก” เขายักคิ้วให้น้องชาย แล้วรีบลุกเดินไปหาคุณหมอที่กำลังเดินมาทางนี้ “สวัสดีครับคุณพ่อคนใหม่” คุณหมอทักทายขณะรับไหว้จากชายหนุ่มทั้งสอง “ภรรยาผมใกล้คลอดหรือยังครับ” คำถามแรกหลุดออกจากปากของนภดล “ใกล้แล้วครับ พยาบาลโทรไปตามหมอบอกว่าช่องคลอดเปิดแล้ว โชคดีจังเลยครับไม่ต้องเจ็บนาน คุณพ่อจะเข้าไปพร้อมหมอเลยมั้ย”“ครับคุณหมอ” แล้วหันไปบอกให้น้องชายกลับไปพักผ่อนก่อน ค่อยมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ......................นภดลกุมมือของสินีไว้แน่นขณะที่คุณหมอทำคลอด กระซิบบอกรักเธอตลอดเวลาเพื่อส่งกำลังใจให้เธอ เขาสงสารเธอยิ่งนักเขารู้ว่าเธอเจ็บและทรมาน
“เควี่คะ น้ำผึ้งเหนื่อยแล้วนะ” เธอตะครุบมือหนาที่ไต่ไปมา แล้วเอ็ดไม่จริงจังนัก “แต่คุณเพิ่งบอกผมเองนะว่าไม่เหนื่อย.. ฮันนี่ครับ คุณไม่สงสารผมบ้างเหรอผมอดทนมาสองเดือนกว่าแล้วนะครับเมียจ๋า” เขามองหน้าเธอแล้วส่งสายตาเว้าวอนอย่างน่าสงสาร “นะที่รัก ทูนหัวของผม ขอผมเมกเลิฟนะครับ” เพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอเขาจึงอ้อนวอนขอ “สองเดือนกว่าอะไรคะ น้ำผึ้งก็ไม่ได้ปล่อยให้คุณอดนะคะ” เธอเถียงอาย ๆ เพราะเขาก็ได้ผ่อนคลายอยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกับเธอที่มีเขาคอยปรนเปรอให้สม่ำเสมอ “มันไม่เหมือนกันนะครับเมียจ๋า” เขาทำหน้าเศร้า “แต่น้ำผึ้งกลัวนี่คะ กลัวแผลปริ” เพราะเธอผ่าคลอดจึงกังวลเรื่องแผล “คุณหมอบอกว่าเดือนเดียวก็ใช้ได้แล้ว แต่นี่จะสามเดือนแล้วนะ.. ผมสัญญาว่าผมจะนุ่มนวลกับคุณ นะฮันนี่” แล้วเขาก็ก้มลงจูบปากของเธอ ควานหาความหวานละมุนจากปากบางอย่างดูดดื่ม ริมฝีปากหนาได้รูปเลื่อนมาที่ซอกคอนุ่ม ซุกไซ้และต่ำลงมาที่ร่องอกที่ปิดทับด้วยเสื้อในเขาถลกชุดนอนตัวสวยของภรรยาขึ้นสูงไปถึงหน้าอก เล็มเลียไปทั่วหน้าท้องแบนราบ เลื่อนต่ำไปถึงแอ่งสะดือเล็ก ๆ เรียกความสยิวจนเธอต้องใช้ฝ่ามือมากุมขยี้ผม
เควินเดินเข้าไปหาภรรยาหลังจากที่สินีเดินออกไปแล้ว เขาไม่ได้ชวนภรรยาคุยแต่มานั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบผมที่ร่วงมาปิดหน้าของเธอขึ้นไปทัดหูอย่างเบามือที่สุด จับมือเธอประสานกับฝ่ามือของเขาแล้วเอามันมาจูบเบา ๆ “ขอบคุณนะฮันนี่ ที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผม” คำพูดของเขาไม่ได้ต้องการคำตอบจากเธอ เพียงแค่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกในใจให้ภรรยาได้รับรู้เท่านั้นณัฐวราเพียงแต่ยิ้มรับ เพราะเธอก็ตื้นตันใจจนคับแน่นไปทั้งอก ไม่มีคำพูดใดที่จะกล่าวออกมาได้ในตอนนี้ ………………สมิธ กานดา สินี นภดล วาคิม วลาลี แขก แหวน ทุกคนกำลังยืนมองผ่านกระจกเข้าไปในห้องพยาบาลทารก เพื่อดูสมาชิกใหม่ของตระกูลแม็คแคนเลย์ที่หลับตาพริ้มอยู่ในเปลอย่างยินดี “ย่าดาขา ปู่สมิธขา น้องหน้าเหมือนกันเลยค่ะ น้องมีชื่อหรือยังคะ ให้น้องวากับพี่คิมตั้งชื่อให้น้องได้ไหมคะ” เด็กหญิงเขย่าแขนคุณปู่และคุณย่า สมิธลูบหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู “หนูจะตั้งชื่อว่าอะไรจ้ะ”“พี่คิมตั้งชื่อให้น้องผู้ชายนะคะ น้องวาจะตั้งให้น้องผู้หญิงเอง”ทุกคนมองเด็กทั้งสองที่ตั้งใจคิดชื่อให้น้องอย่างเอ็นดู ทั้งสองผลัดกันคิดชื่อแล้วเอ่
“ฮันนี่!” เควินที่ออกจากห้องน้ำแล้วไม่เห็นภรรยา เขารีบหยิบชุดลำลองที่เธอเตรียมไว้ให้มาใส่แล้วตามไปที่ชั้นล่าง เพราะกลัวว่าเธอจะรอกินข้าวแต่เดินมาถึงบันไดและมองลงไปเห็นเธอกำลังทรุดตัวลง เขาก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ รีบซอยท้าวลงไปหาเธอด้วยความเป็นห่วง เป็นจังหวะเดียวกับที่นภดลเดินเข้ามาในบ้านพร้อมสินีพอดี เขาจึงรีบผละจากภรรยาแล้ววิ่งไปรับน้องสะใภ้ได้ทันเวลาพอดี ตามมาด้วยเควินที่มาช้อนร่างของเธอขึ้นไว้วงแขน“คุณเป็นอะไรที่รัก” น้ำเสียงของเขาร้อนรนด้วยความเป็นห่วงภรรยา“น้ำผึ้งเจ็บท้องค่ะเควี่” เธอนิ่วหน้าตอบสามีด้วยความเจ็บปวด “เป็นอะไรลูก” คุณกานดาออกมาจากห้องอาหารพร้อมกับสามีและเด็ก ๆ ที่กำลังทานข้าวเพื่อเตรียมตัวจะไปโรงเรียน “น้ำผึ้งเจ็บท้องครับแม่”“น้ำเดินแล้วนี่ รีบไปโรงพยาบาลเถอะลูก เอาน้องไปก่อนแล้วเดี๋ยวแม่จะเอาของใช้ตามไปให้ทีหลัง” เธอบอกลูกชายที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “ฉันขับรถให้ รีบไปกันเถอะ” นภดลก็พลอยตื่นเต้นไปกับเขาด้วย “สินีคุณอยู่ที่นี่ช่วยน้าดาเตรียมของนะ แล้วค่อยตามไปกับน้าดานะ”“ค่ะ ๆ รีบพาน้ำผึ้งไปก่อนเถอะค่ะ ขับรถระวัง ๆ นะคะ” เธอเตือนสามีพร้อมโบกมือให้
“คุณสินี ประเสริฐกูล.. เชิญค่ะ”หลังจากตรวจปัสสาวะเรียบร้อยและนั่งรออยู่ไม่นาน พยาบาลก็เรียกให้เธอเข้าพบแพทย์ หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมกับผู้เป็นสามีที่ตามติดเธออย่างกับปาท่องโก๋ “ผมเป็นสามี เข้าไปได้ใช่ไหมครับคุณพยาบาล”“ได้ค่ะ” พยาบาลตอบรับพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีครับ คุณสินี ประเสริฐกูลนะครับ” หมอเปิดดูชื่อในใบรายงานและทวนอีกครั้ง “ค่ะ”“ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้ว” หมอบอกยิ้ม ๆแต่คนที่ดีใจที่สุดก็คงไม่พ้นนภดล เพราะคาดหวังมาตั้งแต่ที่ร้านโจ๊กแล้ว เขากระโดดตัวลอยขึ้นมา จนเธอต้องตีไปที่ต้นแขนเขาเพื่อเรียกสติ“เบา ๆ สิคะ เกรงใจคนอื่นเขาบ้าง” “เมียผมท้องจริง ๆ แน่นะครับ คุณหมอไม่ได้หลอกให้ผมดีใจนะ” เขาย้ำกับหมอเพื่อความมั่นใจ “คุณนภ” เธอปรามสามี “จริงครับ หมอดีใจด้วยนะครับ” หมอยืนยันอีกครั้ง “ที่รัก เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย”“ค่ะ แต่ตกใจมากกว่า ตั้งตัวไม่ทันเลยค่ะ”“ขอบคุณนะครับที่รักของผม” เขาคว้าเธอไปกอดต่อหน้าหมออย่างลืมตัว เพราะปกติเขาจะเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่งเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่วันนี้เขาดีใจจนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำออกมา นั่นก็คือทั้งจ
หญิงสาวแทบอยากจะเดินออกไปจากร้านด้วยความอาย แม้กระทั่งแม่ค้าโจ๊กยังมองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แอบมียิ้มนิด ๆ ด้วย “เอาโจ๊กใส่ไข่เยี่ยวม้า พิเศษทุกอย่างหนึ่งชามค่ะ” เธอรีบสั่งออกไปแก้เขิน แล้วหันมาป้อนโจ๊กให้หลานสาวต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจกับโจ๊กในชามของตัวเองอีก “น้ำผึ้งอิ่มแล้วเหรอครับ” เขาถามข
คำพูดและรอยยิ้มของเขา ทำให้ณัฐวราหลงเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปพักใหญ่ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายอื่นมาทำแบบนี้เธอคงร้องหึด้วยความไม่ชอบอยู่ในใจ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ทำไมถึงรู้สึกดีจัง คงเป็นเพราะเขาคือสเป็กของเธอสินะ “นะครับน้ำผึ้ง” เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง “ค่ะ น้ำผึ้งขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“คุณป้าคะ หนูว่า...” “ให้เด็ก ๆ ตัดสินใจดีกว่านะจ๊ะ.. ว่าไงจ๊ะน้องคิม น้องวา มาอยู่กับยายกับตาแล้วก็ลุงเควี่นะลูกนะ” วาคิมหันมายิ้มให้ทุกคน เด็กชายโตพอที่เข้าใจอะไรได้แล้ว เขารู้ว่าแม่น้ำผึ้งของเขานั้นคงเหนื่อยอย่างที่คุณยายบอกจริง ๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร อาบน้ำแต่งตัวให้น้องสาว
เด็ก ๆ ยกมือทำความเคารพคุณตาอย่างนอบน้อม ท่านจึงอุ้มเด็กหญิงไปนั่งที่ตัก และเอาแขนอีกข้างโอบเด็กชายเอาไว้ พูดคุยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เด็กไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมกินข้าว “คุณคะ แล้วลูกชายเราไม่ลงมาทานด้วยกันเหรอคะ” “นั่นสิ ทำไมยังไม่ลงมานะ วรรณไปดูเขาหน่อยซิ”“ผมมาแล้วค







