LOGINคำพูดและรอยยิ้มของเขา ทำให้ณัฐวราหลงเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปพักใหญ่ ๆ ถ้าเป็นผู้ชายอื่นมาทำแบบนี้เธอคงร้องหึด้วยความไม่ชอบอยู่ในใจ แต่พอเป็นผู้ชายคนนี้ทำไมถึงรู้สึกดีจัง คงเป็นเพราะเขาคือสเป็กของเธอสินะ
“นะครับน้ำผึ้ง” เขาย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเธอเอาแต่อ้ำอึ้ง
“ค่ะ น้ำผึ้งขอตัวกลับก่อนนะคะ” แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที เพราะถ้าอยู่นานกว่านี้ก็กลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะกระโดดใส่เขาเพราะอดใจไม่ไหว
ในขณะที่ณัฐวราเดินไปตามเด็ก ๆ ที่อีกห้องหนึ่งนั้น คุณกานดาก็รีบสอบถามสามีถึงเหตุการณ์บนโต๊ะอาหาร ที่อยู่ดี ๆ เขาก็ยิ้มแปลก ๆ ออกมาว่าเป็นเพราะเหตุใด.. แล้วเรื่องทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของสามีอย่างไม่มีตกหล่น
“เป็นเรื่องจริงเหรอคะสมิธ”
“ผมว่าสิ่งที่คุณหวังคงไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกที่รัก แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องขุดหลุมดักด้วย”
“ลูกเราต้องถูกตาต้องใจหนูน้ำผึ้งแน่ ๆ ดาก็ว่าทำไมลูกเราถึงคอยดูแลเทกแคร์พวกเขาอยู่ตลอด ที่แท้ก็เพราะแบบนี้นี่เอง ดาดีใจจังเลยค่ะสมิธ”
“คุณก็คอยเป็นฝ่ายกองหนุนดี ๆ ก็แล้วกัน ผมก็อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว แค่สองคนนี้มันยังน้อยไป เราต้องมีเพิ่มอีกหลาย ๆ คนเลย จะได้มีคนมาคอยช่วยดูแลกิจการของเรา”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ดาจะเริ่มหนุนตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเลยค่ะ รับรองไม่เกินสามเดือนเราได้ลูกสะใภ้แน่ ๆ” แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาด้วยความสุขสมใจ
ส่วนฝ่ายภรรยานั้นได้เตรียมคิดแผนการขั้นพื้นฐานไว้เรียบร้อยแล้ว
เช้าวันใหม่
ณัฐวรามาถึงที่ทำงานพร้อมเด็ก ๆ ตอนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เธอจึงมีเวลาเกือบชั่วโมงที่จะพาเด็ก ๆ ไปกินอาหารเช้า.. เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของเด็ก ๆ เธอจึงตื่นสายกว่าปกติ งดเข้าครัวแล้วมาฝากท้องกับร้านค้าแทน
เควินกำลังนั่งอยู่ในรถกับบิดาซึ่งมีลุงชมเป็นคนขับรถ และช่วงที่รถกำลังชะลอตัวให้ช้าลงเพื่อจะเลี้ยวเข้าบริษัท เขาก็เห็นหญิงสาวที่เขาส่งข้อความไปหาเมื่อคืนนี้ กำลังเดินไปที่รถเข็นขายของคันหนึ่ง ทำให้เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
“ขอแม่เข้าไปหน่อยได้ไหมลูก”
“ได้สิครับ” เขาเปิดประตูให้กว้างขึ้นและหลีกทางให้มารดาเดินเข้ามาในห้องนอน “คุณแม่มีอะไรรึเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ ลูกทำอะไรอยู่จ๊ะ” นางถามแล้วนั่งลงบนเตียง
“อ่านหนังสือเกี่ยวการกับลงทุนต่าง ๆ ที่ซื้อมาจากอเมริกาน่ะครับ”
“อ้อ ลูกรัก ถ้าแม่ถามอะไรลูกไป สัญญาได้ไหมว่าจะตอบตามความจริง” คุณกานดาค่อย ๆ เกริ่นนำ
“เรื่องอะไรครับแม่” ถามด้วยความสงสัย
“สัญญากับแม่ก่อน”
“ครับ ผมจะตอบตามความจริง”
“ลูกมีคนรักแล้วหรือยัง” นางจ้องหน้าลูกชายเพื่อจับพิรุธ
เขากอดมารดาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาปลายเตียง เกยคางไว้บ่นบ่าแล้วหอมแก้มแรง ๆ อย่างรักใคร่
“ถ้าหมายถึงคนรักยังไม่มีหรอกครับ แต่ถ้าถามว่ามีคนที่ผมรู้สึกชอบ รู้สึกถูกใจ..” เขานึกถึงหญิงสาวที่เพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน “ก็มีครับ แต่ผมยังไม่ได้บอกเขาเลย แบบนี้เรียกคนรักได้มั้ยครับ”
“หนูน้ำผึ้งใช่มั้ยลูกรัก ถ้าใช่แม่เชียร์เต็มที่” นางมั่นใจว่าทายถูกเพราะรู้ข้อมูลมาจากสามีบ้างแล้ว แต่ก็อยากได้ยินจากปากของเจ้าตัว
เขาหัวเราะถูกใจกับคำถามของมารดา “จะมีใครโชคดีที่มีแม่รู้ใจเหมือนผมบ้าง” แล้วกระหน่ำหอมแก้มท่านไปอีกหลายฟอด
แล้วมารดาสุดที่รักของเขาก็เริ่มช่วยวางแผนสานสัมพันธ์ให้เขากับหญิงสาว รวมทั้งให้เบอร์โทรศัพท์เป็นของแถมก่อนออกไปจากห้อง
เมื่อมารดาออกไปได้สักพักเขาก็คิดอยู่ว่าจะโทรไปหาเธอดีมั้ย แต่ก็ไม่อยากจะรุกเธอมากไปกว่านี้ จึงเลือกส่งข้อความไปหาเธอแทน
“นอนหลับฝันดี ฮันนี่ของผม”...
คิดแล้วก็น่าขำ อยู่มาสามสิบหกปีไม่เคยส่งข้อความเลี่ยน ๆ แบบนี้หาผู้หญิงเลย
“เมื่อสักครู่ผมเห็นน้ำผึ้งกับเด็ก ๆ ข้ามถนนไปฝั่งโน้น ผมขอออกไปหาพวกเขาหน่อยนะครับพ่อ” ชายหนุ่มบอกกับบิดาตามตรงหลังจากที่ลงจากรถแล้ว
“ตามสบายเลยลูก” สมิธขยิบตาให้ลูกชายก่อนจะเดินแยกจากไป..
ร้านค้า
“หิวจังเลย ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยครับ” เสียงทักที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวและเด็กน้อยทั้งสองหันไปมอง
“คุณเควิน สวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”
“ขอบคุณครับ สวัสดีครับน้องวิน น้องวา” เขาพยักหน้ารับไหว้จากเด็กทั้งสองพร้อมรอยยิ้ม
“จะทานโจ๊กอะไรดีคะ” หญิงสาวถามเพื่อที่จะสั่งแม่ค้าให้
“ตามใจน้ำผึ้งแล้วกัน อยากให้ทานอะไรผมก็ทานได้ทั้งนั้นแหละ” เขาพูดและมองหน้าเธอยิ้ม ๆ เหมือนสื่อความหมายบางอย่างให้เธอได้รู้ คำพูดของเขาก็ไม่ได้เบานัก จึงทำให้ลูกค้าและเพื่อนร่วมบริษัทของเธอที่นั่งอยู่ติด ๆ กันนั้นต่างหันมามอง คนที่รู้จักเธอมองแล้วก็ยิ้ม คนที่ไม่รู้จักเธอก็มองด้วยความสงสัยแตกต่างกันไป
เควินดึงลูกชายเข้าไปกอด แม้จะไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ แต่ก็เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จึงรักและผูกพันมาก เขาเองก็ใจหายที่ต้องส่งลูกไปเรียนไกลบ้านแบบนี้“ไปอยู่ทางโน้นต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคิม แล้วพ่อกับแม่จะหมั่นไปเยี่ยมนะ”“ครับพ่อ คิมจะดูแลตัวเองอย่างดีและจะตั้งใจเรียนครับ”“ถ้าเหงาก็โทรหาปู่นะลูก” คุณสมิธที่วัยล่วงเลยเลขเจ็ดไปแล้วแต่สุขภาพยังแข็งแรงมากลูบหัวหลานชาย“ครับปู่ ดูแลสุขภาพให้ดีนะครับ ถ้าจะไปตีกอล์ฟก็ชวนน้องวาไปเป็นเพื่อนนะครับ น้องวาต้องดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมนะ อย่าปล่อยให้พวกท่านไปไหนตามลำพัง”“ได้เลยค่ะพี่คิม น้องวาจะดูแลคุณปู่คุณย่าแทนพี่คิมเองค่ะ น้องวาสัญญา” เด็กน้อยรับคำเสียงสั่นเครือ ฝืนน้ำตาแล้วฉีกยิ้มกว้างที่ค่อนข้างสั่นเอาไว้“อย่าหลงสาว ๆ ทางโน้นจนลืมย่านะหลาน” คุณกานดาที่นั่งอยู่บนรถเข็นอ้าแขนออกรับหลานชายที่เข้ามากอด แอบเช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เพราะไม่อยากให้หลานชายเห็น“คิมไม่ลืมคุณย่าที่รักคิมหรอกครับ”วาคิมลุกขึ้น ม
“แม่เข้าใจแล้วลูก เอาเป็นว่าเรื่องนี้แม่จะคุยกับป้าสินีเขาเองนะ วันนี้ลูกมีสอบไม่ใช่เหรอคะ รีบไปโรงเรียนก่อนดีกว่านะ”“แม่ต้องคุยจริง ๆ นะครับ คิมอยากมีน้องผู้หญิงมาเพิ่มอีกคน”“แม่สัญญา ให้แด๊ดดี้และคุณปู่คุณย่าเป็นพยานก็ได้”“น้องวาก็อยากมีน้องสาวอีกค่ะแม่น้ำผึ้งขา”“จ้ะลูกรัก”“พี่คิม แม่น้ำผึ้งรับปากเราแล้ว เราไปโรงเรียนกันเถอะค่ะ”.....................บ้านของสินี“ฉันกำลังจะบอกแกอยู่เหมือนกันว่าฉันท้อง”“อะไรนะ แกรู้เมื่อไหร่”“ก็รู้เมื่อเช้านี้เอง หลังจากคุณนภไปทำงานแล้ว พอดีเมื่อวานพาน้องกายไปฉีดวัคซีนก็เลยแวะซื้อที่ตรวจมาตรวจดูหน่อย เพราะท้องนี้อาการมันฟ้องว่ะน้ำผึ้ง”“แกนี่บทจะมีก็มีติด ๆ กันเลยนะ แต่ก็ดีเลี้ยงทีเดียวเหนื่อยทีเดียว พี่นภนี่ก็ใช้ได้เลยนะแก น้องกายเพิ่งจะห้าเดือนเองจัดการแกซะอยู่หมัดเลย” แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น“ฉันจะฟ้องคุณนภ” เธออายเพื่อนจนหน้า
“จริงสิ พี่เคยได้ยินมาแบบนี้” เด็กชายอธิบายจริงจัง“ถ้าอย่างนั้นพ่อแม่เราก็ทะเลาะกันบ่อยมาก ๆ เลยสิคะ ถึงมีน้องแฝดให้วากับพี่คิมตั้งสี่คน”จบคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันทีโดยพร้อมเพรียงกัน และดังกว่ารอบแรกหลายเท่าตัวนัก จนเด็กน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมอกของนภดลถึงกับสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ“พอเถอะครับ ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อคู่นั้น ผมน่ะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะไม่ค่อยได้ทะเลาะกัน”น้ำผึ้งเดินไปทุบพี่สามีเบา ๆ ที่ไหล่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “น้ำผึ้งขอเช็คคืนด้วย ไม่ให้แล้ว”“อยากยิ้มก็ยิ้มมาเถอะ ไม่ต้องอายหรอกฮันนี่”“คุณเป็นพวกพี่นภเหรอคะ คืนนี้ไปนอนห้องลูกเลยนะ”“อะไรครับฮันนี่ ผมทำอะไรผิด ผมไม่ยอมนะ” เขาประท้วงสีหน้าจริงจัง“คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันอีกแล้วค่ะคุณปู่คุณย่า” เด็กหญิงวลารีรีบเดินไปแทรกตรงกลางระหว่างบิดามารดาเพื่อต้องการห้าม“ไม่ใช่หรอกลูก พวกเราแค่ล้อกันเล่นสนุก ๆ เท่านั้น พ่อกับแม่รักกันมากไม่ท
โรงพยาบาล“เมียฉันเป็นยังไงบ้างเควี่” นภดลที่เพิ่งมาถึงรีบถามน้องชายที่รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เควินยังไม่ทันตอบคำถามของพี่ชายประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก“คุณหมอครับ ภรรยากับลูกผมปลอดภัยมั้ย” นภดลจึงรีบไปถามหมอแทน “ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อ คุณได้ลูกชาย และพวกเขาปลอดภัยดี ไม่มีอะไรให้น่าห่วง รอดูอาการหลังคลอดสักครู่ก็ส่งเข้าห้องพักได้เลยครับ”“ขอบคุณมากครับ” นภดลถอนหายใจโล่งอก“สบายใจแล้วนะนภ ยินดีด้วยสำหรับลูกชาย” “ขอบใจนายมากนะที่เป็นธุระให้ฉัน แล้วน้ำผึ้งไปไหนล่ะ” เขาถามหาน้องสะใภ้ “ไปติดต่อเรื่องห้องพักน่ะ เพิ่งไปได้แป๊บเดียวเอง”.....................สินีนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเธอขาวซีดไร้สีเลือด ข้างเตียงมีสามีของเธอนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง “น้ำผึ้ง ไหนหมอบอกว่าสินีไม่เป็นอะไรมาก แต่ทำไมเธอดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยแบบนี้ล่ะ ทำไมยังไม่รู้สึกตัวสักที”“เดี๋ยวสินีก็ฟื้นค่ะ เธอหลับเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้น” เธอปลอบพี่สามี“พี่เข้าใจแต่พี่ก็เป็นห่วง พี่ว่าน้ำผึ้งกับเควี่กลับไปก่อนดีกว่า เป็นห่วงเด็ก ๆ น่ะ ฝากดูตานายให้พี่ด้วยนะ”“ถ้างั้นฉันกับน้ำผึ้งกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาเยี่ยม
“น้องนายครับ มาหาอาน้ำผึ้งมาลูก” ณัฐวราเรียกหลานชายด้วยความเอ็นดู แต่เด็กชายกลับไม่สนใจเธอเลย วิ่งตรงไปที่กลุ่มเด็ก ๆ ด้วยกันพร้อมส่งเสียงหัวเราะ “น้องคิมน้องวาดูน้องด้วยนะลูก” บอกกับวาคิมที่ตอนนี้อายุได้สิบขวบและวลาลีที่อายุหกขวบ ซึ่งลูกทั้งสองก็รับปากอย่างดี แล้วหันไปมองเพื่อนรักที่กำลังหยอกเย้ากับแฝดคู่เล็กที่นั่งอยู่ในรถหัดนั่งบ้านแม็คแคนเลย์เปลี่ยนแปลงจากแต่เดิมไปมาก ไม่ว่าจะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อเด็ก ๆ สระว่ายน้ำที่สร้างเพิ่มขึ้นมาอีกสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ และสำคัญที่สุดคือความสุขที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จากเสียงหัวเราะของลูก ๆ หลาน ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน “เป็นไงบ้างสินี ยังแพ้ท้องอยู่หรือเปล่า” เธออุ้มลูกขึ้นจากรถแล้วไปวางลงบนสนามหญ้า โดยมีเพื่อนสาวที่กำลังท้องช่วยอุ้มอีกคนไปวางไว้ด้วยกัน ปล่อยให้ลูก ๆ ได้คลานเล่นโดยมีพี่เลี้ยงตามดูแล“เป็นบางครั้งนะน้ำผึ้ง วันนี้ไม่มีอาการอะไรเลย แต่เมื่อวานเล่นเอาฉันแทบไม่มีแรงเลี้ยงน้องกาย” เอามือลูบไปที่หน้าท้องนูนอย่างอ่อนโยน ท้องเธออายุได้แปดเดือนกว่าแล้ว ใกล้คลอดแล้วแต่อาการแพ้ท้องก็ยังมีอยู่ จึงทำให้ท้อ
อาบน้ำเสร็จแล้วจึงเลือกใส่ชุดนอนแสนเซ็กซี่เพื่อเอาใจสามี ทั้งที่เลิกใส่มานานเนื่องจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปนภดลนอนมองภรรยาที่กำลังคลานเข่าขึ้นมาบนที่นอนด้วยท่าทางยั่วยวน มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเร้าใจจนส่วนนั้นเริ่มขยายขึ้นมาทันที“อย่ามายั่วผมเลยสินี เดี๋ยวเจ็บตัวแล้วจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ” เขารับจูบของเธอที่จูบหยอกเย้าซ้ำ ๆเธอหัวเราะ “สินีไม่ได้ยั่วนะคะ แค่อยากเทสต์ว่าสามีสุดที่รักยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะวันนี้เห็นเฉา ๆ ไปก็เลยอยากพิสูจน์” แล้วซบไปบนอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ลูบไล้มันไปมาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างที่เธอรู้สึกแล้วว่ามันตื่น“ที่รัก”เธอจูบปิดปากที่กำลังเอ่ยจนสนิทอย่างเรียกร้อง “สินีรักคุณนภนะคะ คุณนภเป็นอะไรบอกสินีได้มั้ยคะ”“ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่รู้สึกอิจฉาครอบครัวของเควี่เขาเท่านั้น เขามีลูกของตัวเองสี่คนแล้วนะสินี แต่ของเราเพิ่งมีคนเดียวเอง ผมรู้สึกขายหน้าชะมัด” เขามองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “แต่ตอนนี้ผมไม่อิจฉาเขาแล้ว เพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ทำแบบเราไม่ได้” พูดจบเขาก็จูบเธออย่างดูดดื่มเรียกร้องชายหนุ่มพลิกร่างของภรรยาให้นอนราบไปกับเตียงนอน จั
“แกก็รู้ว่าฉันค่อนข้างจะสนิทกับคุณกานดา เผอิญวันนั้นท่านให้ฉันไปหาที่บ้าน ก็เลยได้เจอกับเขา ซึ่งก่อนหน้านั้นฉันเจอเขาแล้วครั้งหนึ่ง” แล้วเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถูกเล่าต่อให้เพื่อนฟังโดยไม่มีปิดบัง (แล้วแกรู้สึกกับเขายังไงล่ะน้ำผึ้ง เอาความจริงนะ) “ฉันไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงถึงจะเรียกว่ารัก แต่เขาต
“แค่คุณป้าให้เด็ก ๆ มาอยู่ด้วยน้ำผึ้งก็เกรงใจจะแย่แล้วค่ะคุณเควิน ของพวกนี้น้ำผึ้งก็ซื้อตุนไว้อยู่แล้ว ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย” “ครอบครัวผมไม่ได้ลำบากอะไรเลยครับ ดังนั้นไม่ต้องเกรงใจหรอก”คนฟังได้แต่ยิ้ม เพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี“หนูน้ำผึ้ง อาทิตย์ก่อนคุณสมิธเขาเอาการ์ดงานแต่งของสินีมาให้ป้า เขาจะแต
แล้วเพื่อน ๆ ของเขาก็พากันเดินออกไปคงเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยังปักหลักนั่งอยู่ ไม่ใช่เพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยู่เพราะเป็นห่วงหญิงสาวที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่ง จึงคิดจะอยู่ต่อจนกว่าเธอจะกลับ…...........................“เอ ชั้นเรียกเช็คบิลไปแล้วนะ เที่ยงคืนกว่าแล้ว” สินีบอกกับเพื่อนที่เพิ่งเดินกลับจากห้องน้
“เปล่าครับ แต่เมื่อกี้คุณน้ำผึ้งโทรมาหาคุณ บอกว่าเขาจะกลับก่อนเพราะต้องไปส่งเด็ก ๆ แล้วให้ไปเจอกันที่ร้าน... ร้านอะไรนะผมจำไม่ได้” เขาทำท่านึก ทั้งที่ความจริงอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงชื่อร้านเลย“โรงเบียร์....” สินีบอกชื่อร้านแก่ชายหนุ่ม“ใช่ครับ ร้านนั้นแหละครับ เธอย้ำว่าห้ามสายนะครับ” แล้วก็เดินเข้าห้







