Se connecterเด็ก ๆ ยกมือทำความเคารพคุณตาอย่างนอบน้อม ท่านจึงอุ้มเด็กหญิงไปนั่งที่ตัก และเอาแขนอีกข้างโอบเด็กชายเอาไว้ พูดคุยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เด็กไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมกินข้าว
“คุณคะ แล้วลูกชายเราไม่ลงมาทานด้วยกันเหรอคะ”
“นั่นสิ ทำไมยังไม่ลงมานะ วรรณไปดูเขาหน่อยซิ”
“ผมมาแล้วครับ”
เสียงที่คุ้นหูทำให้หญิงสาวที่นั่งหันหลังให้ต้องหันไปมอง แต่ก็ยังช้ากว่าวาคิมที่นั่งอยู่ข้างคุณกานดาและเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา
“ลุงเควี่!” เขาทักอย่างแปลกใจและดีใจปะปนกันไป
“ลุงเควี่จริง ๆ ด้วยแม่ผึ้งขา” วลาลีที่นั่งอยู่ด้านข้างเขย่าแขนมารดา
“สวัสดีครับคุณน้ำผึ้ง” เขาเองก็ประหลาดใจมากเมื่อได้พบกับแขกที่มารดาอยากให้รู้จัก และดีใจอย่างมากที่ได้เจอเธอที่นี่ ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่าเขาได้เข้าใกล้เธออีกหนึ่งก้าว และจะก้าวได้ไวขึ้นกว่านี้ถ้ามารดาของเขาช่วย
“สะ สวัสดีค่ะคุณเควิน” หญิงสาวตอบรับเสียงตะกุกตะกัก เธอนึกออกแล้วว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้น ๆ หน้าเขา.. ก็ถอดแบบบิดามาซะขนาดนี้ จะมีก็แต่ผิวใสเรียบเนียนไร้ไฝ ฝ้าเหมือนฝรั่งทั่วไปนั่นแหละที่ได้จากคุณกานดา ส่วนชื่อของเขานั้นก็เคยได้ยินจากเพื่อนรัก แต่เธอดันลืม
“รู้จักกันแล้วเหรอเควี่” คุณสมิธถามด้วยความสงสัย ซึ่งเป็นคำถามที่ตรงกับใจคุณกานดา
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามของบิดา เพียงแค่ยิ้ม ๆ แล้วมองหญิงสาวที่นั่งอยู่คนละฝั่งกับตน
“รู้จักสิครับคุณพ่อ โดยเฉพาะน้องคิมน้องวา ใช่มั้ยเด็ก ๆ” ปากตอบคำถามของบิดา แต่สายตายังไม่ได้ละไปจากหญิงสาว และท้ายประโยคยังหันไปถามเด็กทั้งสอง
“คุณยายคะ น้องวากับพี่คิมเคยเจอลุงเควี่ที่ลิฟต์ค่ะ น้องวาพาลุงเควี่ไปหาแม่น้ำผึ้งที่ห้องทำงานด้วยค่ะ เพราะลุงเควี่อยากให้แม่วาดรูปบ้านให้ เน้อพี่คิมเน้อ” วลาลีรายงานถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตามความเข้าใจของตัวเอง และขอเสียงยืนยันจากพี่ชาย ซึ่งวาคิมก็พยักหน้าตอบรับเห็นด้วย
คุณสมิธเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากเด็กหญิงตัวน้อย ก็เดาได้ทันทีว่าคงเป็นเมื่อวานนี้แน่ แต่ที่น่าคิดกว่านั้นก็คือคำถามที่หลุดออกมาจากปากของลูกชาย
พ่อเชื่อรักแรกพบหรือเปล่าครับ
“คุณยิ้มอะไรคะสมิธ” คุณกานดาหันไปเห็นสามียิ้มเหมือนกำลังขำอะไรอยู่จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แล้วผมจะเล่าให้ฟังทีหลังนะ” กระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “ทานข้าวกันเถอะจ้ะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่นดีกว่า”
ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากจบมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่แปลกไปกว่าทุกครั้งก็คือณัฐวรา เธอพูดน้อยลงมาก ถ้าไม่ถามก็แทบไม่ตอบโต้ ส่วนเด็ก ๆ นั้นก็นั่งต่อ เลโก้ไม่ได้สนใจผู้ใหญ่สักนิด
เควินชวนเธอคุยอย่างเป็นกันเอง และได้ถามถึงอาการของพี่ชายเธอ พร้อมกับขออนุญาตไปเยี่ยมบ้างแต่คงต้องให้เธอพาไป เธอจึงบอกกับเขาว่าเธอไปเยี่ยมพี่ชายทุกวันอาทิตย์ช่วงเช้า เพราะวันอื่นต้องทำงานและต้องให้เวลากับเด็ก ๆ ซึ่งเขาก็ตกลง
“หนูน้ำผึ้งเป็นอะไรรึเปล่า” คุณกานดาถามพร้อมเอามือวางไปที่บ่าของหญิงสาว เริ่มคิดว่าเธออาจจะป่วยอย่างพูดจริง ๆ
“เปล่านี่คะคุณป้า ทำไมเหรอคะ” ถามอย่างสงสัย
“ป้าเห็นหนูไม่ค่อยคุย ดูไม่ค่อยร่าเริงสักเท่าไหร่”
“น้ำผึ้งแค่อยากเป็นผู้ฟังที่ดีบ้างก็เท่านั้น” จะให้เธอบอกได้ยังไงล่ะว่าที่พูดไม่ออกก็เพราะลูกชายของท่านนั่นแหละ ที่ทำให้เธอหน้าแตกปล่อยไก่ทั้งเล้าไปเมื่อวานนี้ ทำงานอยู่บริษัทเขาแท้ ๆ มาบ้านเขาก็หลายครั้ง รูปของเขาก็แขวนโชว์ไว้ในห้องที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้ เห็นก็บ่อยแต่ดันจำเขาไม่ได้ โถ ๆ ๆ อยากจะด่าตัวเองเหลือเกินว่าทำไมถึงโง่อย่างนี้
แล้วหัวใจเจ้ากรรมก็ดันมาปิ๊งเจ้านายตัวเองอีก อยากรู้นักถ้าคนอื่นมาเจอแบบเธอยังจะคุยได้อยู่หรือไม่ คิด ๆ แล้วก็สงสารตัวเองยิ่งนัก เจอคนที่ใช่แต่ก็ต้องกินแห้วแทนข้าวเสียแล้ว
เฮ้อ..ชาตินี้คงหมดหวัง ชาตินี้คุณคงเป็นได้แค่สามีในฝันของฉัน เอาไว้ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ละกันนะคะคุณเควิน คิดแล้วน้ำตาตกในจริง ๆ
“น้องคิม น้องวา ปิดเทอมเมื่อไหร่จ๊ะหนูน้ำผึ้ง” คุณกานดาถามเข้าเรื่องที่ตั้งใจไว้เมื่อพูดคุยกันได้พักใหญ่แล้ว
“วันนี้เรียนวันสุดท้ายแล้วค่ะคุณป้า”
“งั้นเอาเด็ก ๆ มาอยู่ที่นี่นะ น้องคิม น้องวา มาอยู่กับตากับยายนะลูก” คุณกานดารีบขอความเห็นกับเด็กทั้งสองแทนหญิงสาว เพราะรู้ว่าเธอต้องปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง “มาอยู่กับยายแม่น้ำผึ้งจะได้ไม่เหนื่อยมาก แล้วยายจะให้พี่ไก่ กับพี่วัน พาไปเล่นของเล่นที่สนามที่พวกหนูเคยไปทุกวันเลยดีมั้ยลูก” ท่านหมายถึงสวนสาธารณะของห้างแห่งหนึ่งที่มีทั้งสนามเด็กเล่น สถานที่ออกกำลังกาย มีบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ที่สามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนพี่วันกับพี่ไก่นั้นก็คือสาวใช้ที่บ้านหลังนี้นั่นเอง
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







