Mag-log in“คุณป้าคะ หนูว่า...”
“ให้เด็ก ๆ ตัดสินใจดีกว่านะจ๊ะ.. ว่าไงจ๊ะน้องคิม น้องวา มาอยู่กับยายกับตาแล้วก็ลุงเควี่นะลูกนะ”
วาคิมหันมายิ้มให้ทุกคน เด็กชายโตพอที่เข้าใจอะไรได้แล้ว เขารู้ว่าแม่น้ำผึ้งของเขานั้นคงเหนื่อยอย่างที่คุณยายบอกจริง ๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร อาบน้ำแต่งตัวให้น้องสาว ส่วนตัวของเขานั้นเขาขอทำเองเพราะโตแล้ว
เสร็จแล้วก็พาเขากับน้องไปส่งที่โรงเรียนแล้วจึงไปทำงาน แม่ไม่มีเวลาแม้กระทั่งนั่งทานอาหารเช้าพร้อมเขากับน้อง แม่ต้องเตรียมข้าวใส่กล่องไปกินที่ออฟฟิศ เพราะถ้ากินที่บ้านพร้อมกันจะทำให้พวกเขาไปโรงเรียนสาย เขาสงสารแม่มาก การที่มาอยู่กับคุณยายก็จะทำให้แม่ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูแลเขากับน้องวา แม่จะได้เหนื่อยน้อยลงในช่วงปิดเทอม
“น้องคิมจะมาอยู่กับคุณยายครับแม่น้ำผึ้ง น้องคิมคิดถึงคุณยาย อยากอยู่กับคุณยาย” แล้วเดินไปนั่งแทรกตรงกลางระหว่างมารดากับคุณยายพร้อมส่งยิ้มให้ทั้งสองคน
วลาลีเห็นพี่ชายเดินไปนั่งกับมารดาและคุณยาย ตัวเธอจึงเดินไปเกาะเข่าลุงเควี่ที่นั่งอยู่ใกล้คุณตาสมิธและใกล้เธอที่สุด จึงถูกลุงเควี่อุ้มไปนั่งบนตักแล้วกอดฟัดด้วยความหมั่นเขี้ยว เด็กหญิงรู้สึกถูกชะตากับเขาและคุณตาสมิธมาก เพราะมีผมกับตาสีเดียวกันกับเธอ
“น้องวาก็อยากมาอยู่กับคุณตากับลุงเควี่กับคุณยายเหมือนกันค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นมาพรุ่งนี้เลยนะลูก”
“ค่ะคุณยาย / ครับคุณยาย”
“พรุ่งนี้ก็พาเด็ก ๆ มาส่งที่นี่ก่อน แล้วค่อยไปทำงานก็ได้นี่ครับน้ำผึ้ง” เควินที่นั่งเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่ในตอนแรกเอ่ยขึ้น และเขาเจาะจงเรียกชื่อเธอเฉย ๆ เหมือนคนสนิทกัน อย่างตั้งใจ
คุณกานดายิ้มอย่างพอใจ หันไปมองหญิงสาวข้างกาย “เอาตามที่เควี่เขาว่านั่นแหละนะหนูน้ำผึ้ง”
“คงจะไม่ได้หรอกค่ะคุณป้า พรุ่งนี้หนูรับปากกับเพื่อนไว้แล้วว่าจะพาเด็ก ๆ ไปค้างที่บ้านเขา”
“ งันก็เป็นวันอาทิตย์ดีมั้ยครับ ผมไปรับให้ก็ได้” ชายหนุ่มยังคงรุกต่อ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเควิน” เธอบอกเขาแค่นั้น แต่ไม่กล้าสบตาเขามากนัก เรียกว่าแค่มองผ่าน ๆ จะดีกว่า เพราะรู้สึกประหม่าเมื่อต้องคุยกับเขา “ตอนเย็นวันอาทิตย์หนูจะพาเด็ก ๆ มาส่งก็แล้วกันนะคะคุณป้า”
“ก็ได้จ้ะ” คุณกานดาตอบรับและชวนคุยเรื่องทั่วไปโดยมีคุณสมิธร่วมวงสนทนาด้วย ยกเว้นชายหนุ่มรูปงามที่อาสาพาเด็ก ๆ ไปเล่นเกมอีกห้องหนึ่ง
ณัฐวราเดินไปตามลูก ๆ เห็นลูกสาวนั่งอยู่กดเกมอยู่บนตักของเควิน ส่วนวาคิมนั่งอยู่ด้านข้าง พวกเขากำลังเล่นเกมรถแข่งกันอยู่อย่างสนุกสนาน สิ่งที่เห็นทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็คงจะดีไม่น้อย เพราะเด็ก ๆ ดูมีความสุขมากเหลือเกิน..
เธอรีบสลัดความคิดของตัวเอง แล้วยกมือขึ้นเคาะประตูกระจกก่อนที่จะเปิดเข้าไป
“น้องคิม น้องวา กลับบ้านได้แล้วลูก ดึกมากแล้ว”
“จะกลับแล้วเหรอครับ” ปากถามแต่มือก็ทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์เครื่องเล่นให้เรียบร้อย
“ค่ะ” เธอตอบแบบประหยัดคำพูดที่สุด
“เด็ก ๆ ไปหาคุณตาคุณยายก่อนนะครับ ลุงเควี่ขอคุยกับแม่น้ำผึ้งก่อนนะ” เมื่อเด็กทั้งสองเดินออกไปแล้วเขาจึงลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเธอ ก้มลงมองหญิงสาวที่สูงแค่ระดับอกของเขา และไม่ยอมสบตากับเขาตรง ๆ
“คุณเควินมีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาแว้ปเดียว แล้วรีบหลุบลงมองที่ปลายคางแทน ด้วยความรู้สึกที่เขิน ประหม่า เกร็ง
“ถ้าอยากมีจะให้มีหรือเปล่าล่ะครับ” เขาแกล้งตอบแบบกำกวมพร้อมรอยยิ้ม เห็นเธอเสมองไปทางประตู ใบหน้าซับสีชมพูระเรื่อก็พึงพอใจมาก “ผมแค่อยากจะบอกว่าผมเสียใจที่คุณทำตัวห่างเหินกับผม ผมรู้นะว่าคุณไม่อยากคุยกับผม แต่ผมไม่รู้ว่าผมทำผิดอะไร หรือผิดที่ไม่ได้บอกกับคุณว่าผมเป็นใคร” เขาตัดพ้อเรียกร้องความเห็นใจจากเธอ
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา “มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะคุณเควิน เพียงแต่ฉันยังงง ๆ เลยปรับอารมณ์ไม่ถูก และที่คุณบอกว่าฉันทำตัวห่างเหินนั่นก็อีก เราเพิ่งจะเจอกันสองครั้งเองนะคะ จะเรียกว่าสนิทกันได้ยังไง” และหันหน้าหนีไปทางอื่นทันทีที่พูดจบด้วยความรู้สึกเขินอายกับสายตาของเขา
“โกหกไม่เนียนเลยนะครับน้ำผึ้ง” เขามองเธออย่างคาดโทษแต่มีรอยยิ้มตบท้าย
“ฉันไม่ได้โกหกนะคะ” เธอตกใจแม้จะเห็นอย่างนั้น
“เมื่อวานเราเพิ่งรู้จักกัน ทำไมคุณแทนตัวเองว่าน้ำผึ้งได้ แต่วันนี้ทำไมคุณต้องใช้คำว่าฉัน แปลว่าเมื่อวานสนิทกว่าวันนี้อย่างนั้นเหรอ” เขามองตาเธอ ไม่ว่าเธอจะหลบไปทางไหนก็เสหน้าตามไป มันมีความสุขดีจังที่ได้เห็นเธออาย และเขาอยากเห็นเธอยิ้มมาก ๆ เพราะเขาตกหลุมรักรอยยิ้มของเธอไปแล้ว “เรียกแทนตัวเองว่าน้ำผึ้งเหมือนเดิมนะครับ เพราะผมชอบมาก อยากได้ยินแบบนั้นมากกว่า”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







