LOGINหญิงสาวแทบอยากจะเดินออกไปจากร้านด้วยความอาย แม้กระทั่งแม่ค้าโจ๊กยังมองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แอบมียิ้มนิด ๆ ด้วย
“เอาโจ๊กใส่ไข่เยี่ยวม้า พิเศษทุกอย่างหนึ่งชามค่ะ” เธอรีบสั่งออกไปแก้เขิน แล้วหันมาป้อนโจ๊กให้หลานสาวต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจกับโจ๊กในชามของตัวเองอีก
“น้ำผึ้งอิ่มแล้วเหรอครับ” เขาถามขณะที่เริ่มคนโจ๊กในชามของตัวเอง
“อิ่มแล้วค่ะ” เพราะเขานั่นแหละทำให้เธออิ่ม เล่นมาให้เห็นหน้าแต่เช้าแบบนี้ แล้วยังมาส่งสายตาหวานซึ้งให้อีก แค่นี้เธอก็อิ่มอกอิ่มใจจนไม่ต้องกินข้าวแล้ว
เควินนั่งกินโจ๊กและพูดคุยกับเด็ก ๆ โดยมีหญิงสาวเป็นผู้ฟังที่ดี แต่กินไปได้ไม่ถึงครึ่งชามเขาก็ขอถอดสูทออกเพราะมันร้อนมาก และวางมันไว้บนหน้าตักดูเก้ ๆ กัง ๆ จนเธอออกปากว่าจะถือให้ เขาจึงยื่นมันให้เธอและลงมือกินต่อจนหมด คิดเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงพากันเดินกลับบริษัทไปพร้อมกัน
เควินไม่สนใจที่จะเอาเสื้อสูทกลับมาจากหญิงสาวเพราะมันเป็นเจตนาของเขา ตอนที่นั่งอยู่ในร้านโจ๊กเขาเห็นมีหนุ่ม ๆ หลายคนแอบมองเธอ เขาเลยจงใจถอดสูทออก แล้วแกล้งทำเป็นกินไม่สะดวกเพื่อให้เธอเอาไปถือ
เขาอุ้มเด็กหญิงไว้ด้วยแขนข้างเดียว ส่วนข้างที่ว่างก็จูงมือเด็กชายแล้วเดินเคียงคู่ไปกับเธอ ภาพของหนุ่มหล่อชาวต่างชาติกับสาวสวยชาวไทย และเด็กน้อยหน้าตาลูกครึ่งกับหน้าไทยหล่อตี๋ เรียกร้องให้สายตาของคนที่เห็นต่างมองอย่างสนใจ
“อาน้ำผึ้ง วันนี้ลื้อพาสามีมาด้วยเหรอ ครอบครัวลื้อนี่น่ารักดีนะ ลูกสาวเหมือนพ่อ ลูกชายเหมือนแม่ แฟนลื้อพูดไทยได้รึเปล่าล่ะ” อาแปะเจ้าของร้านที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ทักทายลูกค้าเจ้าประจำออกมาจากร้านด้วยเสียงที่ดังจนคนแถวนั้นหันมอง
“ไม่ใช่แฟนนะแปะ เจ้านายน้ำผึ้งจ๊ะ” ณัฐวรานั้นอับอายกับความเข้าใจผิดของอาแปะ หน้าแดงหูแดง ร้อนวูบวาบจนรู้สึกได้ รีบโบกมือปฏิเสธความเข้าใจผิดของอาแปะ หันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาขอโทษ แต่เธอกลับได้รอยยิ้มพริมใจกลับมา และดูเหมือนเขาจะไม่เดือดร้อนกับเรื่องนี้เลยสักนิด
“จริงเหรอ”
“จริงสิ คุณเควินบอกเขาหน่อยสิคะ” เธอหาตัวช่วยแก้ข่าว แต่เขากลับแค่ไหวไหล่แล้วหัวเราะ
อาแปะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นท่าทางที่ชายหนุ่มทำ แล้วมองหญิงสาวด้วยสายตาหยอกล้อ
“ทำไมลื้อต้องหน้าแดงด้วยล่ะ ฮา ๆ ๆ”
“น้ำผึ้งไม่คุยกับแปะแล้ว ไปดีกว่า” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินจากไป แกล้งทำเป็นกระฟัดกระเฟียดกลบความอาย
ณัฐวราเดินกลับเข้าไปในบริษัท โดยไม่ได้หันมาสนใจชายหนุ่มที่อุ้มวลาลีและจูงมือวาคิมไว้เลย เธอกำลังเคืองเขาที่ทำให้คนอื่นมองเธอแปลก ๆ แต่เมื่อเดินเข้ามาในบริษัทแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าคิดผิด ที่ปล่อยให้เขาเดินมากับเด็ก ๆ มิหนำซ้ำสูทที่พาดอยู่ที่แขนเธอก็เรียกสายตาเพื่อนร่วมงานได้อย่างดี.. ดีที่สุดก็คือทำเฉยซะ ไม่ต้องสนใจ คิดได้ดังนั้นจึงเดินเชิดไปยืนรอลิฟต์พร้อมกับคนที่รออยู่ก่อนแล้ว
แต่วันนี้กลับไม่มีใครทักทายเธอสักคน มีแต่มองด้วยความสงสัยใคร่รู้แทน
“เที่ยงนี้ผมมารับคุณกับเด็ก ๆ ไปทานข้าวข้างนอกนะครับ” เขาบอกเมื่อวางวลาลีลงที่หน้าห้องทำงานของเธอ แล้วรับเสื้อสูทคืนมาแทน
“อย่าเลยค่ะคุณเควิน น้ำผึ้งเกรงใจ” เธออยากบอกเหลือเกินว่าไม่อยากไปกับเขา เพราะมันทำให้เธอวางตัวไม่ถูก
“แต่ผมเต็มใจ ห้ามปฏิเสธเพราะผมไม่รับ” เขารีบห้ามก่อนที่เธอจะอ้าปากพูด “น้องคิม น้องวา ตอนเที่ยงลุงจะมารับไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ห้างดีมั้ยครับ” เขาเริ่มใช้แผนเข้าทางเด็กเหมือนที่มารดาบอก
“ครับ / ค่ะ” ทั้งสองยิ้มรับด้วยความดีใจ
ชายหนุ่มยิ้มพึงพอใจเมื่อได้คำตอบ “ อยากกินอะไรคิดไว้เลยนะ เที่ยงนี้ลุงจะรีบมารับ ลุงไปทำงานก่อนนะ”
“ครับ / ค่ะ” ทั้งสองโบกมือให้ชายหนุ่มที่ขอตัวไปทำงาน
ณัฐวราได้แต่แอบทอดถอนใจเมื่อตัวเองต้องกลายเป็นผู้แพ้ เปิดประตูห้องทำงานแล้วเรียกให้หลานชายหลานสาวเข้าไปด้านใน
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของสินีดังอยู่สักพักแล้ว ทำให้เควินที่เพิ่งออกมาจากห้องของนภดล ที่เป็นรองประธานของที่นี่ต้องหยุดเดิน เขามองหาเจ้าของโต๊ะแต่ก็ไม่พบ จะว่าเธอกลับบ้านแล้วก็ไม่น่าจะใช่เพราะคอมยังไม่ได้ปิด และเอกสารก็ยังวางอยู่เต็มโต๊ะ เขาจึงตัดสินใจรับสายเองเพราะคิดว่าบางทีอาจจะเป็นสายของบิดา
(ฉันกลับก่อนนะสินี ต้องเอาเด็ก ๆ ไปส่งบ้านไอ้เออีก เจอกันที่ร้านเลยนะ อย่าช้าล่ะ) พูดจบปลายสายก็วางสายทันที
ชายหนุ่มวางหูโทรศัพท์ลงแป้นด้วยความสงสัย กำลังจะเดินกลับห้องก็เห็นเจ้าของโต๊ะเดินกลับมาพอดี
“คุณเควินต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







