Partager

บทที่ 2 ตอนที่ 1/4

last update Date de publication: 2026-01-23 09:02:53

ราตรีที่สองในหอชิงโหลว แสงจันทร์นวลลอออาบย้อมลงบนผิวน้ำในสระบัวจนเกิดประกายระยิบระยับ ฮวาหลิงนั่งสงบนิ่งอยู่บนอาสนะ นางสวมเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางเบาสีขาวนวลที่แทบจะโปร่งแสงยามต้องแสงจันทร์ ชายผ้าทิ้งตัวลงตามสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนประดุจหยกสลักและรอยแยกของสาบเสื้อที่เปิดกว้างอย่างจงใจ เรียวนิ้วสวยกำลังจัดวางเม็ดหมากหยกขาวและดำลงในโถไม้อย่างแช่มช้า

เซี่ยอวิ๋นมาถึงแล้ว ขุนนางหนุ่มมิได้รวบผมเกล้าปิ่นหยกดั่งเช่นวันก่อน เขาปล่อยเรือนผมดำขลับราวน้ำหมึกให้ทิ้งตัวสลวยลงมาตามแผ่นหลังกว้าง ดูลดทอนความเคร่งขรึมลงทว่ากลับเพิ่มพูนเสน่ห์อันดิบเถื่อนที่ทำให้ใจสตรีต้องสั่นสะท้าน เขาหยุดยืนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง สายตาคมปลาบโลมเลียไปตามผิวพรรณที่โผล่พ้นอาภรณ์ของนางอย่างเปิดเผย

“เจ้าดู... เตรียมพร้อมยิ่งนัก ฮวาหลิง”

“ในเมื่อใต้เท้านัดหมายว่าจะมาแก้มือเรื่องบทกวี ข้าน้อยจึงคิดว่าการสนทนาด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวอาจจืดชืดเกินไป หมากล้อมกระดานนี้... น่าจะเหมาะกับคนใจคอหนักแน่นเช่นท่านมากกว่าเจ้าค่ะ”

เซี่ยอวิ๋นทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม ระยะห่างที่กั้นด้วยกระดานหมากไม้จันทน์หอมนั้นทำให้เขาได้กลิ่นกายหอมหวานและสัมผัสถึงไออุ่นจากร่างอรชรได้อย่างชัดเจน

“เล่นหมากเพียงอย่างเดียวนั้นน่าเบื่อหน่ายเกินไปสำหรับคืนที่จันทร์นวลเด่นเช่นนี้ ข้าต้องการเดิมพัน... เดิมพันที่คู่ควรกับความงามของเจ้า และความกระหายของข้า”

“ใต้เท้าต้องการเดิมพันด้วยสิ่งใดหรือเจ้าคะ ทองคำ หรืออัญมณีล้ำค่า”

“สิ่งเหล่านั้นข้ามีจนท่วมคลัง เดิมพันในคืนนี้คือ... อาภรณ์ของเราทั้งคู่ ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบในกระดาน หรือถูกกินหมากแม้เพียงกลุ่มเดียว... ผู้นั้นต้องปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายออกทีละชิ้น”

มุมปากของขุนนางหนุ่มหยักรอยยิ้ม “หากข้าพ่ายแพ้ ข้าจะยอมเปลือยเปล่าต่อหน้าเจ้า ทว่าหากเจ้าพ่าย... เจ้าต้องเปิดเผยทุกสิ่งที่เจ้าซ่อนไว้ภายใต้ผ้าไหมผืนบางนี้ ให้ข้าได้เชยชมอย่างถ้วนถี่ทุกซอกทุกมุม”

เดิมพันนี้ทั้งไร้ยางอายและอันตรายยิ่งนัก ทว่านางคือคณิกาที่ขึ้นชื่อว่ามีกลหมากล้ำเลิศที่สุดในเมืองหลวง บรรดาบัณฑิตหรือขุนนางเฒ่าผู้เจนจัดล้วนพ่ายแพ้ให้นางมานับไม่ถ้วน

‘ขุนนางหนุ่มผู้นี้ช่างโอหังนัก เขาคิดจริงๆ หรือว่าจะเอาชนะข้าได้ในเกมที่ข้าเชี่ยวชาญที่สุด’ นางค่อนขอดในใจ

“ใต้เท้าแน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ ข้าน้อยเกรงว่าท่านอาจจะต้องกลับจวนไปทั้งที่ไร้อาภรณ์ปกปิดกายท่ามกลางลมหนาว”

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะต่ำในลำคอ “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ยินดี... แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะฮวาหลิง ในกลหมากข้าอาจจะดูเย็นชา ทว่าในกลรัก... ข้าไม่เคยปล่อยให้เหยื่อของข้าเหลือสิ่งใดไว้ปกปิดร่างกายแม้แต่ชิ้นเดียว”

ความตื่นเต้นที่ก่อตัวทำให้ทรวงอกอวบอิ่มภายใต้อาภรณ์บางเบากระเพื่อมไหวจนเซี่ยอวิ๋นต้องหรี่ตาลง นางวางเม็ดหมากหยกดำลงบนจุดกึ่งกลางกระดานด้วยปลายนิ้วสั่นระริกเล็กน้อย

“ตกลงเจ้าค่ะ... ข้าน้อยรับคำท้า”

บนกระดานหมากบัดนี้เต็มไปด้วยกลเม็ดเด็ดพรายที่ทั้งสองฝ่ายต่างสาดใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร หมากสีดำของนางพยายามโอบล้อมพื้นที่อย่างรัดกุม ทว่าหมากสีขาวของเซี่ยอวิ๋นกลับพุ่งทะลวงเข้ากลางวงล้อมอย่างอาจหาญและไร้ปรานี

ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป บรรยากาศรอบศาลาริมน้ำพลันเปลี่ยนเป็นร้อนระอุ ฮวาหลิงที่เคยพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมเริ่มขมวดคิ้วมุ่น นางมองดูรูปเกมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หมากขาวของเซี่ยอวิ๋นมิได้เดินตามตำราเล่มใดที่นางเคยศึกษา แต่มันคือการเดินหมากของผู้ล่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บรอคอยจังหวะให้เหยื่อตายใจก่อนจะลงมือสังหาร

“แม่นางดูจะว้าวุ่นใจนะ หรือว่ากลหมากของข้า... จะทำให้เจ้าเริ่มมองเห็นความพ่ายแพ้ที่รออยู่เบื้องหน้า”

ฮวาหลิงเม้มริมฝีปากสีชาดเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังจุดวิกฤตกลางกระดาน ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่นางลังเล เซี่ยอวิ๋นก็วางหมากขาวลงในตำแหน่งที่ตัดล้อมหมากดำกลุ่มใหญ่ของนางได้ในคราเดียว

“หมากกลุ่มนี้ของเจ้า... ข้าขอรับไป”

นางพยายามสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทว่ามือบางกลับเริ่มสั่นเทา

“สัญญาต้องเป็นสัญญา ฮวาหลิง” สายตาของขุนนางหนุ่มเลื่อนจากกระดานขึ้นมาจับจ้องที่ปิ่นหยกขาวบนเรือนผมของนาง

“ชิ้นแรก... ปลดมันออกเสีย”

ฮวาหลิงค่อยๆ เอื้อมเรียวนิ้วขึ้นไปดึงปิ่นหยกขาวที่สลักเสลาอย่างวิจิตรออกอย่างแช่มช้า ทันทีที่พันธนาการสุดท้ายหลุดออก เส้นผมดำขลับนุ่มสลวยประดุจแพรไหมก็ทิ้งตัวลงมาอาบไล้แผ่นหลังและลาดไหล่เนียน

เซี่ยอวิ๋นจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา เขามองเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผมของนาง มันยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้สตรีที่กำลังจนมุมดูน่ารังแกและยั่วยวนใจยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว

กลหมากบนกระดานไม้จันทน์ดำเนินต่อไปอย่างเคร่งเครียด ทว่ายามนี้สมาธิของฮวาหลิงกลับเริ่มแตกซ่านดุจสายฝนที่พร่างพรมลงบนผิวน้ำ นางต้องคอยรั้งเรือนผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรกหน้าไปไว้เบื้องหลัง ทว่าการขยับกายแต่ละครากลับทำให้อาภรณ์ตัวนอกที่สวมอยู่อย่างหลวมพริ้วเริ่มเลื่อนหลุด จนกระทั่งในที่สุด หมากขาวอีกชุดของเซี่ยอวิ๋นก็รุกล้ำเข้ากลืนกินพื้นที่ของนางอีกครา

“ชิ้นที่สอง... ผ้าคลุมไหล่ของเจ้า มันดูเกะกะสายตาข้าเหลือเกิน”

ฮวาหลิงค่อยๆ รั้งผ้าไหมบางเบาสีขาวสะอาดตาออกจากลาดไหล่เนียนอย่างแช่มช้า นางพยายามเรียกสติกลับมาที่กระดานหมาก เอื้อมเรียวนิ้วไปหยิบเม็ดหมากสีดำในโถไม้ ทว่าด้วยความประหม่าที่เริ่มเกาะกินใจ นางจึงเผลอทำเม็ดหมากร่วงหล่นลงบนกระดานและกลิ้งเข้าไปใกล้กับมือของเซี่ยอวิ๋น

“ข้าน้อย... ขออภัยเจ้าค่ะ” นางรีบเอื้อมมือหมายจะคว้าเม็ดหมากนั้นคืน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 3/3

    เรียวขาขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่น นางค่อยๆ กดสะโพกมนลงหามังกรที่แท้จริงที่ยังคงผงาด ความคับแน่นที่สอดประสานจากด้านหลังทำให้ตัวตนของเขาเข้าลึกถึงจุดรัญจวนใจที่สุดจนนางต้องเชิดหน้าแหงนคอขึ้นรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุถึงขีดสุด“อ๊า... ลึกเหลือเกินเจ้าค่ะ...”เซี่ยอวิ๋นประคองเอวบางของนางไว้มั่น เขาออกแรงกระแทกเสยขึ้นไปสอดรับกับจังหวะขย่มของนางอย่างรู้ใจ สองมือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าขยำปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง บดบี้ยอดถันที่แดงระเรื่อซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นให้พญาหงส์ครางระงมด้วยความสุขสมที่ล้นปรี่แม้หยาดน้ำสวาทจะไหลย้อนซึมออกมาตามโคนขาและเปรอะเปื้อนบัลลังก์ทองคำที่เคยถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า เซี่ยอวิ๋นกระชากสะโพกนางเข้าหาอย่างแรงในทุกจังหวะที่นางกดกระแทกลงมาในจังหวะที่อารมณ์รักพุ่งสูงจนถึงจุดยอด ฮวาหลิงเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเขา แววตานางส่องประกายด้วยความรักใคร่“ใต้เท้า... ฟังข้าน้อยให้ดีนะเจ้าค่ะ... ลูกในท้องของข้าน้อยคือลูกของท่าน... มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเท่านั้นที่ข้าน้อยยอมให้หยั่งรากฝากชีวิตในกายนี้”คำสารภาพนั้นประหนึ่งโอสถทิพย์ที่ทำให้

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นประคองเรียวขาขาวผ่องของฮวาหลิงให้แยกออกกว้างยิ่งขึ้น แล้วสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปอย่างแช่มช้า เขาจงใจแทรกซอนเข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ฮวาหลิงซึมซับความหฤหรรษ์"ดูสิ... รังรักของภรรยาข้าช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก แม้เพียงปลายนิ้วยังต้อนรับข้าด้วยความอบอุ่นถึงเพียงนี้"เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาวอีกครั้ง ดูดกลีบเนื้อสีหวานทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้ริมฝีปากรวบเอาความอ่อนนุ่มนั้นไว้แล้วออกแรงดึงทึ้งเบาๆ เพื่อเร่งเร้าให้นางทะยานสู่ขอบสวรรค์บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้มือหนาแหวกกลีบบุปผาที่บวมเป่งออกจนเผยให้เห็นเนื้อนุ่มระเรื่อที่สั่นระริกอวดโฉม เซี่ยอวิ๋นใช้เรียวลิ้นสากปาดเลียซ้ำๆ ลงบนจุดไวสัมผัสที่สุดอย่างถี่รัว ลิ้นร้อนตวัดผ่านเนื้อนุ่มที่เต้นตุบตามชีพจร ทำให้ฮวาหลิงแอ่นสะโพกเข้าหาการรุกรานนั้น นางรั้งศีรษะของเขาไว้มั่น เกรงว่าเขาจะหยุดหย่อนการปรนนิบัติที่แสนรัญจวนนี้“ร่องรักของข้าปลิ้นออกมาสู้ลิ้นท่านถึงเพียงนี้แล้ว... ใต้เท้า... ได้โปรดอย่าหยุดนะเจ้าคะ”ฮวาหลิงมิได้เพียงแต่นอนนิ่งเป็นหงส์ในกรงทอง ทว่านางกลับแอ่นสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นเหนืออาสน์มังกร จงใจจ่อจุดยุทธศาสตร์ที่กำ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 1/3

    ตำหนักเย็น ในเวลานี้ถูกกลบด้วยกลิ่นกำยาน ยาจันทราคลั่ง ยาพิษในคราบโอสถรัญจวนที่ฮวาหลิงปรุงขึ้นจากเกสรดอกไม้ต้องห้าม มีฤทธิ์กัดกร่อนสติสัมปชัญญะกลางห้องบรรทม ร่างของอดีตฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้ที่ไร้ลวดลายมังกร สภาพของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำแผ่นดินบัดนี้ช่างน่าเวทนาจนหาที่เปรียบไม่ได้ฉลองพระองค์สีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันหอม เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นระเบียบสยายยุ่งเหยิง“อึก... หลิงเอ๋อร์... เจ้าอยู่ไหน...”สุรเสียงที่เคยทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงครางพร่าที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะคว้าชายเสื้อของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและชังสุดหัวใจ นางกำนัลสี่ห้าคนที่ขยับกายเข้าหาตามคำสั่งของนางพญาผู้ครองอำนาจใหม่นางกำนัลเหล่านั้นปรนนิบัติพระองค์ด้วยท่วงท่าที่ไร้ชีวิตจิตใจ พวกนางเป็นเพียงเครื่องมือที่ฮวาหลิงทิ้งไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศ เจ้าเสวียนจินถูกกักขังอยู่ในภวังค์ความใคร่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของพระองค์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา พระองค์กระหายสัมผัสอย่างบ้าคลั่งที่มุมมืดหลังม่านฉากกั้น ฮวาหลิงจ้องมอง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 2/2

    “อึก... หลิงเอ๋อร์...” เจ้าเสวียนจินคำรามแผ่วในลำพระศอ เมื่อความร้อนระอุภายในรังรักของนางโอบรัดตัวตนของพระองค์ไว้ประหนึ่งถูกกลืนกินลงสู่มหาสมุทรที่คับแน่นฮวาหลิงมิได้ขยับกายอย่างรวดเร็วเหมือนคราก่อนๆ ทว่านางกลับใช้ความอ่อนตัวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหอคณิกา มารังสรรค์บทกวีแห่งกามารมณ์ที่วิจิตรยิ่งกว่าเดิมนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังโค้งมนประหนึ่งคันศร ปล่อยให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดแนบชิดไปกับพระอุระ ขณะที่ช่วงล่างยังคงบีบรัดเน้นย้ำทุกจังหวะการหายใจพระสนมรูปงามขยับสะโพกเป็นจังหวะที่เชื่องช้า ใช้เข่าทั้งสองข้างยันฟูกหนาไว้มั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกขึ้นสูงจนแก่นกายแกร่งเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางรัก แล้วจึงทิ้งน้ำหนักกระแทกลงไปใหม่รวดเดียว จังหวะที่ต่อเนื่องและสอดประสานกันอย่างมิขาดสายทำให้เจ้าเสวียนจินทรงรู้สึกประหนึ่งถูกมนตราสะกดให้ล่องลอยอยู่ในพายุพระหัตถ์แกร่งที่เคยถือดาบสังหารคน บัดนี้กลับทำได้เพียงยึดสะโพกนางไว้แน่นด้วยความรัญจวนฮวาหลิงพลิกเปลี่ยนท่วงท่าอย่างแนบเนียน นางเอนกายไปด้านหลังจนเส้นผมยาวสลวยกวาดผ่านแข้งของพญามังกร สองมือค้ำยันลงบนฟูกนุ่มข้างกายของเขา ท่าทางที่เปิดเปลือยทุ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 1/2

    สายลมกระโชกแรงพัดผ่านพระตำหนักกลางน้ำ สถานที่ลี้ลับที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสระโบกขรณีอันเงียบสงัด ม่านไหมสีขาวบางเบาปลิวไสวสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งปีกของดวงวิญญาณที่กำลังร่ำไห้อย่างโศกเศร้าฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินประทับนั่งด้วยวรกายที่แผ่กลิ่นอายคุกคาม ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงแห่งความระแวงสงสัย เบื้องหน้าของพระองค์คือฮวาหลิง นางถูกเรียกตัวมายามดึกสงัด ความงามของนางในยามนี้ดูเปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผาที่กำลังจะปลิดปลิวเคร้ง!คมดาบวาววับพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของในชั่วพริบตา“โองการลับนั่นเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่หลิงเอ๋อร์... จงบอกความจริงแก่ข้า ก่อนที่ดาบเล่มนี้จะกระชากวิญญาณของเจ้าออกไปเสีย” เสียงของเจ้าเสวียนจินเปี่ยมไปด้วยโทสะที่กดข่มไว้จนสั่นพร่าฮวาหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีคมดาบที่จ่ออยู่ที่จุดตาย ดวงตาคู่สวยของนางไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อมรณภัยตรงหน้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานอย่างสุดแสน นางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรมังกรคลั่ง หยาดน้ำตาเม็ดใสเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา“ฝ่าบาท... ทรงดำริว่าหม่อมฉันจักกล้าทรยศพระองค์เพื่อสิ่งใดหรือเพคะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 2/2

    นางใช้น้ำมันหอมสูตรพิเศษที่เหลืออยู่บนฝ่ามือลูบไล้ไปตามยอดถันและหน้าพระนาภี (หน้าท้อง) ของพระองค์ สัมผัสที่ลื่นไหลทำเอาฮ่องเต้ทรงครางหอบออกมาอย่างหมดท่า แววตาที่พระองค์มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความบูชา ประหนึ่งนางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ต้องกราบกรานเพื่อขอเศษเสี้ยวแห่งความสุขสม“เจ้ามันนางแม่มด... หลิงเอ๋อร์...”“หากหม่อมฉันเป็นแม่มด... พระองค์ก็คือเชลยที่หม่อมฉันจะกักขังไว้ในมนต์ขลังนี้ตลอดกาลเพคะ”ฮวาหลิงใช้ร่างกายส่วนล่างบดเบียดลงบนจุดกึ่งกลางของพระองค์อย่างจงใจ นางกดสะโพกสวมทับความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนแทรกซอนเข้าสู่กลีบกุหลาบที่แดงระเรื่อ นางจงใจหยุดค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้พระองค์สัมผัสถึงความคับแน่นที่ปากทางเข้าที่แสนเย้ายวน เมื่อนางทิ้งน้ำหนักตัวลงจนสุด ตัวตนของพระองค์ก็เข้าลึกถึงจุดที่รัญจวนใจที่สุดทุกครั้งที่ฮวาหลิงขยับโยกสะโพกขึ้นลง กลีบกุหลาบสีสดจะเผยอออกและโอบหุ้มลำมังกรไว้จนมิดชิด ผิวเนื้อที่เนียนละเอียดและนุ่มลื่นขยับรูดรั้งไปตามความยาวที่เส้นเลือดปูดโปน ประหนึ่งดอกไม้กระหายน้ำที่กำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างอย่างตะกรุมตะกรามภาพของกลีบเนื้อที่ขยายและโอบรัดความแกร่งกร้าวไว้อย

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 1/2

    ภายในตำหนักบรรทมอันวิจิตรส่วนพระองค์ ฮวาหลิงบรรจงเปิดผอบหยกขาวนวลที่บรรจุผง ‘กำยานนิทรานารี’ กลิ่นของมันหอมสดชื่นประหนึ่งดอกเหมยยามต้องเหมันต์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นน้ำผึ้งป่าที่หวานฉุนและรัญจวนใจ ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวอย่างแนบเนียน ฮวาหลิงใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตักผงกำยานวางลงบนถ่านร้อนฟู่...คว

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 11 ตอนที่ 2/2

    จากนั้นเซี่ยอวิ๋นก็อุ้มร่างของฮวาหลิงขึ้นวางบนโต๊ะตำรา แรงสั่นสะเทือนทำให้ม้วนคัมภีร์บางส่วนร่วงหล่นสู่พื้น ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจดจ้องเพียงกันและกัน บนโต๊ะกว้างมีกระดานหมากล้อมหยกคั่นกลาง เม็ดหมากสีดำและขาวกระจายตัวอยู่ เซี่ยอวิ๋นจดจ้องดวงตาของนาง แววตาของเขาหาใช่บัณฑิตผู้ถ่อมตนที่ฮ่องเต้ทรงเห็น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 9 ตอนที่ 2/3

    เขายังไม่ข้ามเส้น... ยังไม่แทรกซอนเข้าสู่ภายใน ทว่าเพียงการบดเบียดภายนอกที่หนักหน่วงก็ทำเอาฮวาหลิงแทบสิ้นสติ นางหอบหายใจรัวเร็ว ปล่อยให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันช่วยกลบเสียงครางเครือในลำคอเซี่ยอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคมคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดล้ำลึกก่อนจะเอ่ยบทกวีที่กลั่นออก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นในยามนี้ช่างมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาเปรียบประดุจลำธารน้ำเย็นที่ไหลชโลมบาดแผลจากไฟป่า เขาดูเหมือนเทพบุตรที่ยอมก้าวลงมาในบ่อโคลนเพียงเพื่อฉุดรั้งนางไว้ เขาเชยคางมนของนางขึ้นช้าๆ ดวงตาฉ่ำน้ำของคณิกาสาวประสานเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ โน้มลงมาหาจ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-21
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status