مشاركة

บทที่ 2 ตอนที่ 2/4

last update تاريخ النشر: 2026-01-23 09:03:09

ทว่าเซี่ยอวิ๋นกลับว่องไวดุจพยัคฆ์ เขาคว้าเม็ดหมากนั้นไว้ได้ก่อน ทว่าแทนที่จะส่งคืนนาง เขากลับรวบเอาฝ่ามือบางของนางไว้ในอุ้งมือหนาของเขาเสียแน่น

“มือของเจ้า... ช่างนุ่มนิ่มเกินกว่าจะสัมผัสเม็ดหมากหยกที่เย็นเยียบเช่นนี้” เขาใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือคลึงวนไปตามร่องนิ้วของนางอย่างหยอกเย้า

“ใต้เท้า... ท่านกำลังทำผิดกติกา...” นางเอ่ยเสียงแผ่ว

“ข้าเพียงช่วยเจ้าเก็บหมาก... และอยากรู้เพียงว่า ผิวเนียนละเอียดของเจ้ากับหยกขาวชั้นเลิศนี้ สิ่งใดจะลื่นไหลรัญจวนมือกว่ากัน”

เขาปล่อยมือจากนางอย่างเชื่องช้า สายตาคมปลาบยังคงจ้องเขม็ง

“เดินหมากต่อเถิด ฮวาหลิง ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าหากอาภรณ์ชิ้นต่อไปหลุดร่วงลง เจ้าจะยังคงนิ่งเฉยเช่นนี้ได้อีกหรือไม่”

ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาช่องโหว่ในแนวกำแพงหมากขาวที่เซี่ยอวิ๋นวางไว้อย่างรัดกุม

‘ตรงนี้... หากข้าสกัดไว้ได้ รูปเกมจะเปลี่ยน!’ นางคิดในใจพลางวางหมากดำลงในจุดอับที่ดูคล้ายการฆ่าตัวตาย ทว่าแท้จริงแล้วมันคือกับดักซ้อนกล

ทว่าเซี่ยอวิ๋นกลับเพียงกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาหยิบหมากขาววางลงในตำแหน่งที่นางคาดไม่ถึง มันมิใช่การตั้งรับ แต่เป็นการตัดขาดเส้นลำเลียงหมากของนางออกเป็นสองส่วนอย่างอำมหิต

“หมากตาที่สามสิบสอง... เจ้าเดินได้ใจเด็ดนัก ฮวาหลิง แต่น่าเสียดายที่มังกรบนกระดานของข้านี้ มิได้ต้องการเพียงพื้นที่ครอบครอง แต่มันต้องการกลืนกินหงส์เช่นเจ้าให้สิ้นซาก”

ฮวาหลิงใจหายวาบ หมากกลุ่มใหญ่ของนางถูกโอบล้อมไว้จนหมดทางหนี คราวนี้นางพ่ายแพ้อย่างไร้ข้อแก้ตัว

“ชิ้นที่สาม... ชุดคลุมตัวนอกของเจ้า จงปลดมันทิ้งไปเสีย”

ฮวาหลิงเม้มริมฝีปากแน่น หากถอดอาภรณ์ชิ้นนี้ออก สิ่งที่เหลืออยู่ย่อมมิอาจปกปิดความลับใดได้อีก ทว่าสัจจะแห่งเดิมพันคือสิ่งที่นางมิอาจบิดพริ้ว นางค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดปมเชือกที่รัดตรึงอยู่กลางอก

บัดนี้สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของขุนนางหนุ่ม คือร่างอรชรที่มีเพียง ‘ตู้โตว’ (เอี๊ยมตัวใน) สีแดงปักลายโบตั๋นดิ้นทองปกปิดทรวงอกไว้เพียงเบื้องหน้า แผ่นหลังเนียนละเอียดทั้งหมดถูกเปิดเปลือยสู่ลมหนาวของราตรี ส่วนล่างมีเพียงกางเกงผ้าไหมสีขาวบางเบาที่แนบไปกับเรียวขาสวย จนเห็นเงารำไรของเนินเนื้อนุ่มนิ่ม

“ช่างงดงามปานเทพธิดาตกสวรรค์ ตู้โตวสีแดงชาดตัดกับผิวขาวราวหิมะของเจ้า ทำให้ข้าอยากรู้นักว่า หากข้าใช้คมพู่กันวาดลวดลายลงบนแผ่นหลังของเจ้า รอยหมึกจะเด่นชัดเพียงใด”

ฮวาหลิงแสร้งเมินเฉยต่อคำชมที่รบกวนสมาธิ นางเปลี่ยนท่วงท่านั่งใหม่ ท่าทางนั้นทำให้ชายผ้ากางเกงไหมเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นข้อเท้าเรียวและปลีน่องขาวผ่อง นางจงใจโน้มกายไปเบื้องหน้าเล็กน้อยเพื่อจะหยิบเม็ดหมาก ส่งผลให้เอี๊ยมตัวจิ๋วสีแดงนั้นหย่อนลงเผยให้เห็นร่องปทุมถันที่อวบอิ่มจนแทบจะล้นปรี่ออกมา

“ใต้เท้าชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ...” นางเอ่ยพร้อมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกมาปรกอกให้พ้นทาง ท่าทางนั้นทำให้ทรวงอกของนางสั่นไหวเบาๆ “หมากกระดานนี้ยังไม่จบ... ข้าน้อยอาจพอมีกลเม็ดที่จะทำให้ท่านต้องเปลื้องอาภรณ์บ้างก็ได้”

นางจงใจสบตาเขาด้วยแววตาฉ่ำวาว พร้อมกับปลายลิ้นเล็กๆ เลียริมฝีปากตนเองแผ่วเบา เป็นจริตที่นางรู้ดีว่ายากจะหาบุรุษใดต้านทาน

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะในลำคอ สายตาจ้องเขม็งไปยังทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เริ่มติดขัด

“เจ้าจะเอาชนะข้าได้อย่างไร ในเมื่อยามนี้สติของเจ้ามิได้อยู่ที่กระดานหมาก แต่อยู่ที่ความร้อนผ่าวบนผิวเนื้อยามที่ข้าจ้องมอง... ดูสิ ฮวาหลิง ยอดปทุมถันของเจ้าชูชันดันเนื้อผ้าจนข้าเห็นรอยเป็นไตชัดเจนเพียงนี้”

คำพูดนั้นทำให้ฮวาหลิงหน้าแดงก่ำ ยอดอกของนางแข็งตัวขึ้นจริงๆ ภายใต้ตู้โตวสีแดงเพราะกระแสความต้องการที่รุนแรง

“แรงลมยามนี้ช่างเย็นนัก ใต้เท้าคงเข้าใจผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”

“เย็นอย่างนั้นหรือ แต่ข้ากลับเห็นเม็ดเหงื่อใสๆ ผุดพรายอยู่ตรงร่องอกของเจ้า...” เซี่ยอวิ๋นโน้มตัวเข้ามาจนใบหน้าเกือบชิดกระดาน กลิ่นกายชายหนุ่มหอมกรุ่นผสมปนเปกับกลิ่นอายตัณหาเริ่มมอมเมานางอย่างช้าๆ

“หยาดเหงื่อที่อาบไล้ผ่านยอดปทุมถันของเจ้า... ข้าอยากจะใช้ปลายลิ้นรองรับมันไว้เหลือเกิน”

ฮวาหลิงรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่เริ่มเอ่อล้นอยู่กึ่งกลางกายสาว นางปล่อยเม็ดหมากในมือร่วงหล่นลงโถไม้ ก่อนจะเอื้อมมือไปข้างลำตัว ค่อยๆ กระตุกปมเชือกที่รัดรึงกางเกงไหมสีขาวออกเพียงนิด เผยให้เห็นขอบเอวคอดกิ่วและผิวขาวผ่องรำไร

“หากใต้เท้าปรารถนาหยดเหงื่อถึงเพียงนั้น... เหตุใดไม่ลองเดินหมากตาต่อไปให้ชนะล่ะเจ้าคะ ข้าน้อยรอให้ท่านปลดพันธนาการชิ้นสุดท้ายอยู่นะเจ้าคะ...”

เซี่ยอวิ๋นถึงกับชะงักในความใจกล้าของสตรีเบื้องหน้า แก่นกายภายใต้อาภรณ์ของเขาแข็งขึงจนปวดร้าว ความเย้ายวนของคณิกาสาวที่กำลังเล่นกับไฟ ทำให้นักล่าเช่นเขาตัดสินใจจบเกมนี้อย่างไม่ปรานี

“ได้... ในเมื่อเจ้าเรียกร้อง ข้าก็จะทำให้เจ้าพ่ายจนไม่เหลือแม้เพียงด้ายสักเส้นปกปิดกาย!”

ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังจุดกึ่งกลางกระดาน บัดนี้หมากขาวของเซี่ยอวิ๋นได้กลืนกินบุปผาดำของนางจนสิ้นซาก ไร้ซึ่งหนทางกอบกู้ ไร้ซึ่งช่องว่างให้หลบหลีก

“หมากกระดานนี้... จบลงแล้ว” เซี่ยอวิ๋นวางโถหมากลงช้าๆ สายตาคมกริบเลื่อนจากกระดานขึ้นมาหยุดที่ดวงหน้าแดงก่ำของโฉมงาม

“ข้าน้อย... พ่ายแล้วเจ้าค่ะ”

นางเตรียมจะขยับมือเพื่อปลดปมเชือกเอี๊ยมสีเพลิงที่คล้องคออยู่ตามสัจจะเดิมพัน ทว่า...

“หยุดก่อน” มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กไว้มั่น

“ข้าจะเป็นคนปลดเปลื้องพันธนาการสุดท้ายนี้ด้วยตัวเอง”

เขาเดินอ้อมกระดานหมากอย่างคุกคาม โน้มกายลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวเนียน ก่อนจะใช้ริมฝีปากแตะเบาๆ ที่ลาดไหล่เปลือยเปล่าอย่างหยอกเย้า มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปยังปมเชือกผ้าไหมที่คล้องอยู่บนลำคอระหง เขาค่อยๆ ใช้นิ้วเขี่ยปมนั้นให้คลายออกอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทรมานหัวใจคนรอ

เมื่อพันธนาการสุดท้ายหลุดสิ้น ตู้โตวสีแดงก็ร่วงหล่นลงสู่ตักนางอย่างแช่มช้า ทันทีที่ปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างหลุดพ้นจากอาภรณ์ สัมผัสกับอากาศเย็นยามราตรี ยอดอกสีหวานของฮวาหลิงก็ชูชันท้าทายสายตาขึ้นมาทันที

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 3/3

    เรียวขาขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่น นางค่อยๆ กดสะโพกมนลงหามังกรที่แท้จริงที่ยังคงผงาด ความคับแน่นที่สอดประสานจากด้านหลังทำให้ตัวตนของเขาเข้าลึกถึงจุดรัญจวนใจที่สุดจนนางต้องเชิดหน้าแหงนคอขึ้นรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุถึงขีดสุด“อ๊า... ลึกเหลือเกินเจ้าค่ะ...”เซี่ยอวิ๋นประคองเอวบางของนางไว้มั่น เขาออกแรงกระแทกเสยขึ้นไปสอดรับกับจังหวะขย่มของนางอย่างรู้ใจ สองมือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าขยำปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง บดบี้ยอดถันที่แดงระเรื่อซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นให้พญาหงส์ครางระงมด้วยความสุขสมที่ล้นปรี่แม้หยาดน้ำสวาทจะไหลย้อนซึมออกมาตามโคนขาและเปรอะเปื้อนบัลลังก์ทองคำที่เคยถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า เซี่ยอวิ๋นกระชากสะโพกนางเข้าหาอย่างแรงในทุกจังหวะที่นางกดกระแทกลงมาในจังหวะที่อารมณ์รักพุ่งสูงจนถึงจุดยอด ฮวาหลิงเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเขา แววตานางส่องประกายด้วยความรักใคร่“ใต้เท้า... ฟังข้าน้อยให้ดีนะเจ้าค่ะ... ลูกในท้องของข้าน้อยคือลูกของท่าน... มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเท่านั้นที่ข้าน้อยยอมให้หยั่งรากฝากชีวิตในกายนี้”คำสารภาพนั้นประหนึ่งโอสถทิพย์ที่ทำให้

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นประคองเรียวขาขาวผ่องของฮวาหลิงให้แยกออกกว้างยิ่งขึ้น แล้วสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปอย่างแช่มช้า เขาจงใจแทรกซอนเข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ฮวาหลิงซึมซับความหฤหรรษ์"ดูสิ... รังรักของภรรยาข้าช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก แม้เพียงปลายนิ้วยังต้อนรับข้าด้วยความอบอุ่นถึงเพียงนี้"เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาวอีกครั้ง ดูดกลีบเนื้อสีหวานทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้ริมฝีปากรวบเอาความอ่อนนุ่มนั้นไว้แล้วออกแรงดึงทึ้งเบาๆ เพื่อเร่งเร้าให้นางทะยานสู่ขอบสวรรค์บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้มือหนาแหวกกลีบบุปผาที่บวมเป่งออกจนเผยให้เห็นเนื้อนุ่มระเรื่อที่สั่นระริกอวดโฉม เซี่ยอวิ๋นใช้เรียวลิ้นสากปาดเลียซ้ำๆ ลงบนจุดไวสัมผัสที่สุดอย่างถี่รัว ลิ้นร้อนตวัดผ่านเนื้อนุ่มที่เต้นตุบตามชีพจร ทำให้ฮวาหลิงแอ่นสะโพกเข้าหาการรุกรานนั้น นางรั้งศีรษะของเขาไว้มั่น เกรงว่าเขาจะหยุดหย่อนการปรนนิบัติที่แสนรัญจวนนี้“ร่องรักของข้าปลิ้นออกมาสู้ลิ้นท่านถึงเพียงนี้แล้ว... ใต้เท้า... ได้โปรดอย่าหยุดนะเจ้าคะ”ฮวาหลิงมิได้เพียงแต่นอนนิ่งเป็นหงส์ในกรงทอง ทว่านางกลับแอ่นสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นเหนืออาสน์มังกร จงใจจ่อจุดยุทธศาสตร์ที่กำ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 1/3

    ตำหนักเย็น ในเวลานี้ถูกกลบด้วยกลิ่นกำยาน ยาจันทราคลั่ง ยาพิษในคราบโอสถรัญจวนที่ฮวาหลิงปรุงขึ้นจากเกสรดอกไม้ต้องห้าม มีฤทธิ์กัดกร่อนสติสัมปชัญญะกลางห้องบรรทม ร่างของอดีตฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้ที่ไร้ลวดลายมังกร สภาพของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำแผ่นดินบัดนี้ช่างน่าเวทนาจนหาที่เปรียบไม่ได้ฉลองพระองค์สีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันหอม เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นระเบียบสยายยุ่งเหยิง“อึก... หลิงเอ๋อร์... เจ้าอยู่ไหน...”สุรเสียงที่เคยทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงครางพร่าที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะคว้าชายเสื้อของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและชังสุดหัวใจ นางกำนัลสี่ห้าคนที่ขยับกายเข้าหาตามคำสั่งของนางพญาผู้ครองอำนาจใหม่นางกำนัลเหล่านั้นปรนนิบัติพระองค์ด้วยท่วงท่าที่ไร้ชีวิตจิตใจ พวกนางเป็นเพียงเครื่องมือที่ฮวาหลิงทิ้งไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศ เจ้าเสวียนจินถูกกักขังอยู่ในภวังค์ความใคร่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของพระองค์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา พระองค์กระหายสัมผัสอย่างบ้าคลั่งที่มุมมืดหลังม่านฉากกั้น ฮวาหลิงจ้องมอง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 2/2

    “อึก... หลิงเอ๋อร์...” เจ้าเสวียนจินคำรามแผ่วในลำพระศอ เมื่อความร้อนระอุภายในรังรักของนางโอบรัดตัวตนของพระองค์ไว้ประหนึ่งถูกกลืนกินลงสู่มหาสมุทรที่คับแน่นฮวาหลิงมิได้ขยับกายอย่างรวดเร็วเหมือนคราก่อนๆ ทว่านางกลับใช้ความอ่อนตัวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหอคณิกา มารังสรรค์บทกวีแห่งกามารมณ์ที่วิจิตรยิ่งกว่าเดิมนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังโค้งมนประหนึ่งคันศร ปล่อยให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดแนบชิดไปกับพระอุระ ขณะที่ช่วงล่างยังคงบีบรัดเน้นย้ำทุกจังหวะการหายใจพระสนมรูปงามขยับสะโพกเป็นจังหวะที่เชื่องช้า ใช้เข่าทั้งสองข้างยันฟูกหนาไว้มั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกขึ้นสูงจนแก่นกายแกร่งเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางรัก แล้วจึงทิ้งน้ำหนักกระแทกลงไปใหม่รวดเดียว จังหวะที่ต่อเนื่องและสอดประสานกันอย่างมิขาดสายทำให้เจ้าเสวียนจินทรงรู้สึกประหนึ่งถูกมนตราสะกดให้ล่องลอยอยู่ในพายุพระหัตถ์แกร่งที่เคยถือดาบสังหารคน บัดนี้กลับทำได้เพียงยึดสะโพกนางไว้แน่นด้วยความรัญจวนฮวาหลิงพลิกเปลี่ยนท่วงท่าอย่างแนบเนียน นางเอนกายไปด้านหลังจนเส้นผมยาวสลวยกวาดผ่านแข้งของพญามังกร สองมือค้ำยันลงบนฟูกนุ่มข้างกายของเขา ท่าทางที่เปิดเปลือยทุ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 1/2

    สายลมกระโชกแรงพัดผ่านพระตำหนักกลางน้ำ สถานที่ลี้ลับที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสระโบกขรณีอันเงียบสงัด ม่านไหมสีขาวบางเบาปลิวไสวสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งปีกของดวงวิญญาณที่กำลังร่ำไห้อย่างโศกเศร้าฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินประทับนั่งด้วยวรกายที่แผ่กลิ่นอายคุกคาม ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงแห่งความระแวงสงสัย เบื้องหน้าของพระองค์คือฮวาหลิง นางถูกเรียกตัวมายามดึกสงัด ความงามของนางในยามนี้ดูเปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผาที่กำลังจะปลิดปลิวเคร้ง!คมดาบวาววับพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของในชั่วพริบตา“โองการลับนั่นเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่หลิงเอ๋อร์... จงบอกความจริงแก่ข้า ก่อนที่ดาบเล่มนี้จะกระชากวิญญาณของเจ้าออกไปเสีย” เสียงของเจ้าเสวียนจินเปี่ยมไปด้วยโทสะที่กดข่มไว้จนสั่นพร่าฮวาหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีคมดาบที่จ่ออยู่ที่จุดตาย ดวงตาคู่สวยของนางไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อมรณภัยตรงหน้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานอย่างสุดแสน นางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรมังกรคลั่ง หยาดน้ำตาเม็ดใสเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา“ฝ่าบาท... ทรงดำริว่าหม่อมฉันจักกล้าทรยศพระองค์เพื่อสิ่งใดหรือเพคะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 2/2

    นางใช้น้ำมันหอมสูตรพิเศษที่เหลืออยู่บนฝ่ามือลูบไล้ไปตามยอดถันและหน้าพระนาภี (หน้าท้อง) ของพระองค์ สัมผัสที่ลื่นไหลทำเอาฮ่องเต้ทรงครางหอบออกมาอย่างหมดท่า แววตาที่พระองค์มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความบูชา ประหนึ่งนางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ต้องกราบกรานเพื่อขอเศษเสี้ยวแห่งความสุขสม“เจ้ามันนางแม่มด... หลิงเอ๋อร์...”“หากหม่อมฉันเป็นแม่มด... พระองค์ก็คือเชลยที่หม่อมฉันจะกักขังไว้ในมนต์ขลังนี้ตลอดกาลเพคะ”ฮวาหลิงใช้ร่างกายส่วนล่างบดเบียดลงบนจุดกึ่งกลางของพระองค์อย่างจงใจ นางกดสะโพกสวมทับความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนแทรกซอนเข้าสู่กลีบกุหลาบที่แดงระเรื่อ นางจงใจหยุดค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้พระองค์สัมผัสถึงความคับแน่นที่ปากทางเข้าที่แสนเย้ายวน เมื่อนางทิ้งน้ำหนักตัวลงจนสุด ตัวตนของพระองค์ก็เข้าลึกถึงจุดที่รัญจวนใจที่สุดทุกครั้งที่ฮวาหลิงขยับโยกสะโพกขึ้นลง กลีบกุหลาบสีสดจะเผยอออกและโอบหุ้มลำมังกรไว้จนมิดชิด ผิวเนื้อที่เนียนละเอียดและนุ่มลื่นขยับรูดรั้งไปตามความยาวที่เส้นเลือดปูดโปน ประหนึ่งดอกไม้กระหายน้ำที่กำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างอย่างตะกรุมตะกรามภาพของกลีบเนื้อที่ขยายและโอบรัดความแกร่งกร้าวไว้อย

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 1/2

    ภายในตำหนักบรรทมอันวิจิตรส่วนพระองค์ ฮวาหลิงบรรจงเปิดผอบหยกขาวนวลที่บรรจุผง ‘กำยานนิทรานารี’ กลิ่นของมันหอมสดชื่นประหนึ่งดอกเหมยยามต้องเหมันต์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นน้ำผึ้งป่าที่หวานฉุนและรัญจวนใจ ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวอย่างแนบเนียน ฮวาหลิงใช้ช้อนเงินเล็กๆ ตักผงกำยานวางลงบนถ่านร้อนฟู่...คว

    last updateآخر تحديث : 2026-03-30
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 9 ตอนที่ 2/3

    เขายังไม่ข้ามเส้น... ยังไม่แทรกซอนเข้าสู่ภายใน ทว่าเพียงการบดเบียดภายนอกที่หนักหน่วงก็ทำเอาฮวาหลิงแทบสิ้นสติ นางหอบหายใจรัวเร็ว ปล่อยให้เสียงใบไผ่เสียดสีกันช่วยกลบเสียงครางเครือในลำคอเซี่ยอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาคมคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดล้ำลึกก่อนจะเอ่ยบทกวีที่กลั่นออก

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 7 ตอนที่ 2/3

    ความโกรธเกรี้ยวของขุนนางโฉดทำเอาฮวาหลิงใจสั่น ทว่านางมิใช่หญิงสาวไร้เดียงสาที่จะพ่ายแพ้ต่อคำขู่ นางสูดลมหายใจรวบรวมจริตที่ถูกเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วง ปล่อยตัวให้อ่อนระทวยซบลงบนตักของเขา แสร้งทำเป็นตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดแสน“ใต้เท้า... เหตุใดจึงดุดันกับข้าน้อยเพียงนี้ ข้าน้อยเป็นเพียงคณ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-23
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 11 ตอนที่ 2/2

    จากนั้นเซี่ยอวิ๋นก็อุ้มร่างของฮวาหลิงขึ้นวางบนโต๊ะตำรา แรงสั่นสะเทือนทำให้ม้วนคัมภีร์บางส่วนร่วงหล่นสู่พื้น ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจดจ้องเพียงกันและกัน บนโต๊ะกว้างมีกระดานหมากล้อมหยกคั่นกลาง เม็ดหมากสีดำและขาวกระจายตัวอยู่ เซี่ยอวิ๋นจดจ้องดวงตาของนาง แววตาของเขาหาใช่บัณฑิตผู้ถ่อมตนที่ฮ่องเต้ทรงเห็น

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status