Share

บทที่ 1 ตอนที่ 4/4

last update Dernière mise à jour: 2026-01-23 09:02:25

“อ๊ะ! อ่า...” ฮวาหลิงเบิกตาโพลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตที่เริ่มรุกล้ำเข้ามา แม้จะเพียงน้อยนิดแต่ความยิ่งใหญ่นั้นก็เติมเต็มความว่างเปล่าในใจนางได้บ้าง ทว่าเขากลับถอนออกมาจนเกือบหมด แล้วกดเข้าไปใหม่อีกครั้งในระดับเดิม จังหวะที่เชื่องช้าและเน้นย้ำทำให้นางรู้สึกถึงทุกรอยหยักและความร้อนแรงที่บดเบียดกับผนังเนื้ออ่อนภายใน

“ช่างแน่นนัก... ฮวาหลิง...” เขาพึมพำขณะเริ่มขยับสะโพกวนเป็นวงกลม บดเบียดส่วนหัวมังกรเข้ากับปากทางรักที่บวมเป่งจากการถูกกระตุ้น “เจ้ารู้สึกไหมว่าข้ากำลังพยายามจะเข้าไปหาเจ้า...”

“รู้สึกเจ้าค่ะ ข้าน้อยรู้สึกถึงท่าน อื้ออ... ช่างใหญ่โตเหลือเกิน”

ฮวาหลิงสะอื้นไห้ด้วยความเสียวซ่าน มือของนางขยุ้มต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาแน่น ร่างกายบิดเร่าคล้ายปลาขาดน้ำ ความร้อนแรงที่ปากทางรักทวีความรุนแรงจนนางรู้สึกเหมือนจะมีบางอย่างระเบิดออกมา เมื่อเห็นว่านางถูกทรมานจนถึงขีดสุด และช่องทางรักของนางขยายตัวพร้อมที่จะโอบอุ้มความยิ่งใหญ่ของเขาไว้ทั้งหมดแล้ว เซี่ยอวิ๋นจึงค่อยๆ กดสะโพกตามลงไปอย่างแช่มช้า

นิ้วมือที่ประคองสะโพกมนเปลี่ยนเป็นกำรัดไว้มั่น บังคับให้นางรับตัวตนของเขาเข้าไป ความคับแน่นที่ค่อยๆ ขยายตัวออกสร้างความรู้สึกเต็มเปี่ยมอย่างที่ไม่เคยพบพาน

“อ๊าาาาาา... ใต้เท้า!”

ในวินาทีที่เขากดแทรกเข้าไปจนสุดความยาว ความปรารถนาที่ถูกกักขังไว้ก็ระเบิดออก ฮวาหลิงครางลั่นห้อง ร่างกายกระตุกเกร็งรับความยิ่งใหญ่ที่เติมเต็มจนไร้ช่องว่าง เซี่ยอวิ๋นยังคงค้างตัวตนที่ใหญ่โตไว้ในกายของนาง ปล่อยให้ผนังเนื้อนุ่มที่ตอดรัดเป็นจังหวะถี่รัวได้ปรับตัวรับความยิ่งใหญ่ที่นางไม่เคยพานพบจากชายใดมาก่อน เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านของมดลูกที่ถูกยอดมังกรกดทับไว้แน่น เขารอจนกระทั่งความเจ็บปวดในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความหิวโหยที่ฉายชัดในดวงตาคู่สวย

“ฮวาหลิง... กายเจ้าช่างต้อนรับข้าได้รุนแรงนัก”

เซี่ยอวิ๋นเริ่มบดเบียดลำเนื้อร้อนผ่าวเข้ากับจุดกระสันภายในอย่างรู้จังหวะ ปลายยอดของมังกรยักษ์ครูดผ่านผนังเนื้อที่ไวต่อสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อ๊า... ใต้เท้า...” ฮวาหลิงสะบัดหน้าไปมา ความเสียวซ่านที่จู่โจมทำให้จิตใจเริ่มพร่าเลือน นางเคยผ่านบุรุษมามากหน้าหลายตา บ้างก็เร่งรีบเพื่อระบายตัณหา บ้างก็โอ้อวดพละกำลังที่ไร้ชั้นเชิง แต่เซี่ยอวิ๋นกลับต่างออกไป สัมผัสของเขาทั้งดิบเถื่อนในขนาดที่รุกล้ำและละมุนละไมในท่วงท่าที่ทะนุถนอม

“เจ้าเคยต้อนรับขุนนางมากมาย แต่ทำไมข้างในนี้กลับคับแน่นและไร้เดียงสานัก” เซี่ยอวิ๋นถามพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาโน้มตัวลงมา มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยของนางขึ้นมาเพื่อบังคับให้ริมฝีปากอิ่มมารับจุมพิตที่ดุดัน

ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กอย่างโหยหา ในขณะที่ฝ่ามืออีกข้างเลื่อนต่ำลงไปยังเบื้องล่าง เรียวนิ้วแกร่งแทรกผ่านปากทางรักที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำวสันต์ ลูบไล้และบดขยี้ลงบนยอดเกสรที่สั่นระริกไปพร้อมกับการกระแทกกระทั้นกายที่เริ่มถี่กระชั้นรุนแรงขึ้น

พั่บ... พั่บ... พั่บ...

เสียงเนื้อนุ่มกระทบมัดกล้ามดังถี่รัว กลิ่นสวาทรัญจวนหลั่งชุ่มออกมาจากช่องทางรักชโลมลงบนต้นขาขาวผ่อง กลิ่นอายแห่งกามารมณ์ที่อบอวลยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายขุนนางหนุ่มให้ลุกโชนจนยากจะดับ

เซี่ยอวิ๋นค่อยๆ ถอนตัวตนออกมาจนเกือบสุดท่วงท่า ทิ้งให้ฮวาหลิงรู้สึกถึงความวูบโหวงโหยหาเพียงครู่ ก่อนที่เขาจะกระแทกสวนกลับเข้าไปรวดเดียวจนมิดลำเนื้อแกร่ง!

“ฮร๊างค์!... ใต้เท้า!”

นางกรีดร้องลั่นด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด เรียวนิ้วจิกเกร็งลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาจนเกิดรอยแดง ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ทำให้สมองของนางขาวโพลนไปหมด นางมิเคยรู้สึกถึงความลึกล้ำเพียงนี้มาก่อน บุรุษอื่นเพียงผ่านเข้ามาแล้วจากไป แต่เซี่ยอวิ๋นกลับเหมือนกำลังตอกลิ่มสลักตราประทับลงในวิญญาณของนาง

เขาเริ่มเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างรู้ทิศทาง ทุกครั้งที่เขาโถมกายลงมา ลำเนื้อร้อนผ่าวจะบดเบียดเข้ากับจุดที่อ่อนไหวที่สุดภายในกายสาวอย่างจงใจ ความร้อนระอุจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในตัวนางจนฮวาหลิงรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังจะละลายกลายเป็นหยาดน้ำ

“ข้าจะทำให้เจ้ารู้... ว่าบัณฑิตเช่นข้า เขียนบทกวีลงบนกายเจ้าได้เร่าร้อนเพียงใด”

เขาคำรามพร่าพลางรวบเรียวขาของนางให้รัดเอวเขามั่น ก่อนจะพลิกเปลี่ยนท่วงท่าให้เขาเป็นผู้คุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จ เซี่ยอวิ๋นกระชากร่างอรชรขึ้นมาให้นั่งคร่อมทับบนตักแกร่งในท่าหันหน้าเข้าหากัน ตัวตนที่ยังคงเชื่อมสนิทร้อยรัดแน่นขึ้นตามแรงโน้มถ่วง ฮวาหลิงที่ไร้ที่ยึดเหนี่ยวจึงโอบกอดคอเขาแน่น ปทุมถันอวบอัดบดเบียดกับแผ่นอกกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ

เขาสอดประสานสะโพกขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ท่วงท่านี้ทำให้มังกรยักษ์มุดลึกเข้าไปบดขยี้ใจกลางเกสรบุปผาได้ถนัดถรี่ เซี่ยอวิ๋นใช้มือทั้งสองข้างบีบขยำบั้นท้ายนวลเนียน ดึงรั้งให้นางกระแทกสวนลงมาหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงแฉะชื้นยามที่ร่างกายบดเบียดกันดังสะท้อนไปทั่วห้องนพรัตน์อย่างน่าอาย

“อ๊าาา... อึก... มะ... ไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ... ใต้เท้า... ข้าน้อยจะตายเพราะความสุขสมแล้ว...”

ฮวาหลิงสะอื้นไห้ด้วยความรัญจวนใจที่เกินจะต้านทาน ร่างกายของนางเริ่มกระตุกเกร็งถี่รัว ร่องรักที่เคยเปียกชุ่มบัดนี้ตอดรัดแก่นกายของเขาแน่นประดุจจะดูดกลืนตัวตนของเขาเข้าไปทั้งหมด

“เช่นนั้นก็ปล่อยความปรารถนาออกมา... ฮวาหลิง... ปล่อยมันออกมาให้ข้า!”

เซี่ยอวิ๋นคำราม เขาเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นในเฮือกสุดท้ายอย่างไม่ยั้งแรง ร่างของนางสั่นคลอนดุจใบไม้กลางพายุคลั่ง ความเสียวซ่านพวยพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออก

ฮวาหลิงเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง กรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ช่องทางรักของนางขยิบตอดรัดและพ่นหยาดน้ำหวานสีใสออกมาชโลมกายเขาจนชุ่มโชก

ในวินาทีนั้นเอง เซี่ยอวิ๋นก็กระแทกกายเน้นย้ำเข้าไปเป็นครั้งสุดท้ายอย่างลึกซึ้งที่สุด ก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำรักที่ร้อนระอุและข้นคลักเข้าสู่ส่วนที่ลึกที่สุดของนาง ความร้อนแรงนั้นทำให้นางสะดุ้งสุดตัว สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่เติมเต็มจนล้นทะลักออกมาด้านนอก

ทั้งคู่หอบหายใจรดรินกันท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่ ฮวาหลิงซบหน้าลงกับไหล่หนาของเขา ร่างกายยังคงสั่นสะท้านไม่หาย หยาดคาวสวาทไหลเยิ้มลงมาตามง่ามขาหยดลงบนพื้นโต๊ะ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการสมรสทางกายที่วิจิตรที่สุดเท่าที่นางเคยประสบมา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นในยามนี้ช่างมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาเปรียบประดุจลำธารน้ำเย็นที่ไหลชโลมบาดแผลจากไฟป่า เขาดูเหมือนเทพบุตรที่ยอมก้าวลงมาในบ่อโคลนเพียงเพื่อฉุดรั้งนางไว้ เขาเชยคางมนของนางขึ้นช้าๆ ดวงตาฉ่ำน้ำของคณิกาสาวประสานเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ โน้มลงมาหาจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันเซี่ยอวิ๋นประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของนางอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่บุรุษคนหนึ่งจะกระทำได้ จุมพิตนี้ไร้ซึ่งการรุกราน ไร้ซึ่งอำนาจสั่งการ มีเพียงความละมุนละไมที่พยายามซึมซาบเข้าไปปลอบประโลมความบอบช้ำ เขาถอนริมฝีปากออกเพียงนิด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน... หลิงเอ๋อร์”เสียงน้ำกระเพื่อมไหวรุนแรงขึ้นเมื่อเซี่ยอวิ๋นมิได้หยุดอยู่เพียงขอบสระ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก้าวลงมาในน้ำทั้งที่ยังสวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มเต็มยศ ผ้าไหมปักลายเมฆามงคลที่มีน้ำหนักมหาศาลยามเปียกโชกกลับมิได้เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นของเขาแม้แต่น้อย เขาสละสิ้นซึ่งมาดขุนนางผู้สุขุมเพื่อก้าวเข้ามาหาหญิงสาวที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งใดไอร้อนจากสระหยกโอบล้อมร

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 1/3

    ลำแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง ฮวาหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า นางพยายามจะขยับกายทว่าความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากท้องน้อยลามไปถึงไขสันหลังกลับทำให้นางต้องนิ่วหน้าและครางแผ่วออกมาด้วยความระทมนางรู้สึกปวดร้าวประหนึ่งถูกขุนเขาบดทับ การเคลื่อนไหวแม้เพียงปลายนิ้วคือการตอกย้ำถึงความป่าเถื่อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผิวพรรณของนางรู้สึกแห้งตึง อบอวลไปด้วยคราบไคลและคราบน้ำรักที่แห้งกรังติดกายเสี่ยวชุ่ย สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาพร้อมตะเกียงดวงเล็ก แสงไฟสลัวกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นางวางถาดน้ำแกงบำรุงลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา"พี่ฮวาหลิง... ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"สาวใช้ตัวน้อยหลบสายตาทันทีเมื่อเหลือบเห็นรอยช้ำสีกุหลาบเข้มที่ซอกคอและลาดไหล่ซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเวทนาและหวาดกลัว ฮวาหลิงเห็นเงาสะท้อนนั้นแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มในใจ สภาพของนางในยามนี้มิอาจเรียกได้ว่าเป็นสตรีผู้เลอโฉม ผิวกายของนางมิต่างจากหนังสัตว์ที่ถูกพยัคฆ์ร้ายขย้ำจนยับเยินไม่นานนัก แม่เล้าแห่งหอชิงโหลวก็ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งเช่นทุกวัน นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังคงอ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 3/3

    เจ้าเสวียนจินพ่นลมหายใจร้อนพร่าออกมาเมื่อความคับแน่นรุกรานเข้าสู่จุดที่ลึกที่สุดในโพรงปากของนาง ฮวาหลิงใช้จุดกระสันภายในดูดดึงมังกรยักษ์อย่างเป็นจังหวะถี่รัว สลับกับการใช้นิ้วเรียวคลึงวนที่ฐานอย่างรู้หน้าที่ ความชำนาญของนางทำให้ฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยผ่านสตรีนับร้อยถึงกับต้องใช้มือแกร่งค้ำขอบโต๊ะไว้มั่น มัดกล้ามเนื้อตามท่อนแขนและลำคอเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปน"รสชาติของพระองค์... ช่างดุดันและดียิ่งนักเพคะ" นางผละริมฝีปากออกมาเพียงครู่เพื่อกระซิบด้วยเสียงที่พร่าระรวย หยาดน้ำหวานใสไหลย้อยจากมุมปากดูเย้ายวนใจเกินพรรณนา"หม่อมฉันอยากจะกลืนกินพระองค์ไว้ทั้งหมด... มิให้เหลือแม้เพียงหยดเดียว"แสงเทียนสลัวภายในห้องบรรทมส่องกระทบร่างเปลือยเปล่า ที่คุกเข่าหมอบราบอยู่แทบเท้าโอรสสวรรค์ เส้นผมสลวยที่เคยเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิงปรกใบหน้าและลาดไหล่เนียน ทว่าความกระเซอะกระเซิงนั้นกลับขับเน้นให้นางดูงดงามปานเทพธิดาจำแลงที่กำลังทำเรื่องหยาบโลนที่สุดเพื่อปรนเปรอพระเจ้าในดวงใจ"นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์... คณิกาเช่นเจ้าทำไมถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้"เจ้าเสวียนจินสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานเ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 2/3

    เจ้าเสวียนจินคำรามกึกก้อง พระองค์ทรงกระชากสาบเสื้อของฮวาหลิงออกจนพ้นไหล่นวลอย่างมิใยดี ก่อนจะบีบปลายคางนางให้แหงนเงยจนลำคอระหงตึงเครียดเพื่อเพ่งมองรอยหมึกนั้นให้ชัด แววตาของมังกรคลั่งวาวโรจน์ไปด้วยความพิโรธ"อึก... ฝ่าบาท... หม่อมฉัน..."นางยังมิทันได้เอ่ยคำแก้ตัว เจ้าเสวียนจินก็ทรงฝังใบหน้าลงบนรอยหมึกนั้นอย่างป่าเถื่อน พระองค์ทรงใช้ริมฝีปากและไรฟันคมบดเค้น ดูดดึงผิวเนื้อขาวนวลอย่างรุนแรงประหนึ่งจะกระชากเอาสีหมึกนั้นออกไปจากผิวของนาง แรงดูดดึงมหาศาลทำให้ผิวเนื้อขึ้นห้อเลือดสีเข้มทับถมลงบนรอยหมึกของชายอื่นจนมิดสิ้น"เจ้ามันร่านนักนะ หลิงเอ๋อร์! ร่างกายนี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ร่องรอยของชายอื่นข้าจะขยี้มันให้จมดิน!"พระองค์สบถด่าทอนางด้วยวาจาหยาบโลนเพื่อกดให้นางสยบยอม ก่อนจะจับร่างของฮวาหลิงพลิกหันหลังให้อย่างรวดเร็ว ทรงกดแผ่นหลังนวลให้แอ่นรับแรงอารมณ์ในท่ายืนกลางห้อง ทรงงัดมังกรยักษ์ที่ร้อนระอุและขยายขนาดจนสุดขีดออกมา แล้วจ้วงแทงเข้าสู่ถ้ำวสันต์ที่ยังชุ่มโชกจากศึกก่อนหน้าอย่างอุกอาจ"อ๊าาาาาาา!"ฮวาหลิงหวีดร้องสุดเสียงเมื่อความใหญ่โตมหาศาลรุกรานเข้ามาโดยมิบอกกล่าว ในขณะที่ช่วงล่าง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 1/3

    ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหอมบุปผา บัดนี้กลับถูกยึดครองด้วยกลิ่นกำยานมังกรอันเข้มข้น กลิ่นไม้หอมและพิมเสนป่าอันแสนดุดันมอมเมาประสาทสัมผัสจนกลิ่นอายเดิมของเจ้าของห้องเลือนหายไปสิ้น ประหนึ่งเป็นการประกาศก้องว่าทุกอณูในเขตคามแห่งนี้คืออาณาเขตของจักรพรรดิเพียงผู้เดียวเจ้าเสวียนจินประทับยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สุรเสียงทรงอำนาจสั่งไล่ข้าราชบริพารและองครักษ์ออกไปจนสิ้น เหลือเพียงพระองค์กับยอดคณิกาที่อยู่ในอาภรณ์แพรบางเบา ดูประหนึ่งลูกกวางหลงทางท่ามกลางรังพยัคฆ์พลาญฮวาหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับความสั่นเทาให้แปรเปลี่ยนเป็นจริตจะก้านที่แสนสุนทรีย์ สะโพกมนส่ายไหวอย่างเย้ายวนภายใต้ผ้าแพรโปร่งในยามที่นางสืบเท้าเข้าหา ฮวาหลิงหยุดลงตรงหน้าพระองค์ในระยะที่ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของมังกรคลั่งรดรินลงบนนวลหน้าผากนางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ขนตางอนหนาสั่นระริกดูน่าทะนุถนอมประหนึ่งบุปผาต้องหยาดพิรุณ"หม่อมฉันจะช่วยเปลื้องอาภรณ์นะเพคะ..."เรียวนิ้วสวยที่ได้รับการบำรุงด้วยน้ำมันหอมจนนุ่มละมุน ลูบไล้ผ่านสายคาดเอวหยกอย่างเชื่องช้า นางจงใจให้ปลายนิ้วกรีดกรายผ่านหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้า

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 4/4

    แรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้นทำให้กลีบบุปผาที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำสังวาทส่งเสียงแฉะชื้น เร้าอารมณ์ยิ่งกว่าเสียงดนตรีใดในหอแดงแห่งนี้ เรียวขาที่พาดอยู่บนบ่าแกร่งมิได้วางไว้เฉยๆ ฮวาหลิงใช้ส้นเท้าจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมดาบของจักรพรรดิ แล้วออกแรงดึงรั้งให้ร่างหนาบดเบียดเข้ามาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การกระทำนี้ช่วยให้มังกรยักษ์กระแทกเข้าถึงจุดตายที่ลึกที่สุดจนนางต้องจิกเกร็งปลายนิ้วเท้าแน่น ร่างกายเบื้องล่างสั่นระริกจากการถูกเติมเต็มจนล้นปรี่"มังกรของข้ามันใหญ่โตจนเจ้าจุกไปถึงทรวงเลยใช่ไหม! บอกข้าสิว่ามิมีบุรุษใดทำเจ้าได้ถึงใจเท่าข้าอีก!" เจ้าเสวียนจินคำรามพลางกดสะโพกเน้นย้ำลงไปซ้ำๆ จนตั่งไม้สั่นคลอน"อ๊าาา... ฝ่าบาท... ฮือออ... แรงกระแทกของพระองค์... มันจุกไปทั้งท้องน้อยเลยเพคะ..." ฮวาหลิงหวีดร้องออกมาอย่างมิอาจกลั้น "เสียวจน... เสียวจนหม่อมฉันจะกั้นน้ำไว้มิอยู่แล้วเพคะ!"ความจุกเสียดและความซ่านสยิวที่พุ่งทะยานทำให้นางรู้สึกวูบวาบประหนึ่งหยาดน้ำจะราดรดลงบนตั่งไม้ สะโพกมนแอ่นขึ้นรับแรงกระแทกอย่างลืมอาย สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านมือเรียวสวยเลื่อนขึ้นลูบไล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status