로그인เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเจียวเชินจึงเดินออกมาจากร้านหนังสือพร้อมกับอามี่ที่สองมือถือหนังสือเต็มไปหมด
เดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงภัตตาคารอาหารที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ลูกค้าไม่แน่นร้านจนน่าอึดอัด ดังนั้นเจียวเชินจึงตัดสินใจเลือกฝากท้องมื้อกลางวันไว้ที่ร้านนี้
ทว่าโชคร้ายที่พอเดินเข้าไปนางกลับเจอคนรู้จักที่ไม่อยากเจอเสียก่อนจะได้เดินไปนั่งที่โต๊ะว่าง
น้ำเสียงหวานหยดย้อยดังเข้ามาต้อนรับตั้งแต่นางเหยียบพื้นดินร้านเข้ามาทีเดียวเชียว
“โชคดียิ่งนักเจ้าค่ะ พี่คุนเซียวกำลังจะนั่งกินมื้อกลางวันใช่หรือไม่เจ้าคะ เช่นนั้นหากพี่คุนเซียวไม่รังเกียจให้เม่ยเอ๋อร์ร่วมโต๊ะด้วยนะเจ้าคะ”
“เอ่อ อืม ข้า...มีแขกน่ะ นั่นอย่างไรแขกที่ข้านัดเอาไว้เดินทางมาถึงแล้ว”
ท่านเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวนั่นเองที่เดินเข้ามาดึงแขนเสื้อของนาง
ใช่…เขาเดินมาดึงแขนเสื้อของนางที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านประจวบเหมาะกับที่เขาต้องการหาทางกำจัดคุณหนูผู้งดงามท่านนั้นอยู่พอดี
เจียวเชินกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ แต่ก็เดินตามน้ำชายหนุ่มไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
เจียวเชินขมวดคิ้วมองบุรุษตรงหน้า สื่อสารผ่านสายตาขณะสบตากับเขาเพื่อต้องการให้เขาเอ่ยอธิบายการกระทำเออออเอาแต่ใจตนเองให้นางกระจ่าง
“ใต้เท้า ท่านใช้ข้าโกหกนางหรือเจ้าคะ ทำเช่นนี้...”
“ทำตามข้าสั่งก่อน ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเจ้าเรื่องงานพอดี อย่าพูดอันใดให้เสียเรื่องนะ”
“เหอะ...”
เอากับเขาเถิด นี่คือประโยคคำสั่งมากกว่าขอร้องให้นางช่วยกระมัง นางอยากจะลุกจากที่นั่งเสียตอนนี้หากไม่ติดว่าตอนนี้แขนเสื้อนางถูกเขากำแน่นอยู่บนโต๊ะน่ะนะ
“คุณหนูท่านนั้นดูอยากกินมื้อกลางวันกับท่านเจ้าเมืองนะเจ้าคะ ท่าทางนางปรารถนาร่วมโต๊ะกับใต้เท้านะเจ้าคะ”
“...”
ดวงตาดุคมปลาบตวัดมามองเจียวเชินอย่างคาดโทษที่นางรู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องการเลี่ยงคุณหนูท่านนั้น ทว่ายังจีบปากจีบคอล้อเลียนเขาที่นั่งหันหน้าตั้งใจเมินคุณหนูท่านนั้น
“ข้ามีเรื่องงานต้องการคุยกับเจ้าจริง ๆ อย่าทำเป็นเล่น ข้าหาใช่คนที่เจ้าพูดหยอกล้อได้หรอกนะแม่นางเจียวเชิน”
คนโดนเรียกหุบยิ้มฉับอย่างหมดอารมณ์สนุก นางส่งเสียงเหอะในลำคอ “แล้วจะคุยกันเรื่องงานโดยปล่อยให้สตรีของใต้เท้ายืนมองจิกข้าน้อยจนร่างแทบพรุนเช่นนี้หรือเจ้าคะ”
คุณหนูที่โดนเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวหมางเมินกลับไม่มีท่าทีนึกโกรธบุรุษที่เมินนาง หากแต่กลับดูโกรธแค้นและคาดโทษสตรีที่โดนดึงเข้ามาร่วมวงอีกคนเสียอย่างนั้น
ขนาดเจียวเชินไม่ได้หันไปมองยังรู้สึกถึงแรงอาฆาตอันแรงกล้าเลย
“เดี๋ยวนางก็จากไปเอง เจ้าไม่ต้องสนใจ”
“เจ้าค่ะ” รอยยิ้มแห้งผุดขึ้นตอบรับประโยคไร้หัวใจของอีกฝ่าย คร้านจะไปรู้สึกสงสารสตรีอีกคน เจียวเชินก็หาใช่คนชอบหาเรื่องใส่ตัวเองไม่
ยกเว้นเรื่องเด็กเอาไว้เรื่องหนึ่งก็แล้วกันที่นางไม่สามารถปล่อยวางไม่สนใจได้จริง ๆ
ไม่นานคุณหนูผู้นั้นก็เดินออกจากภัตตาคารอาหารไปจริงอย่างที่เจิ้งคุนเซียวกล่าวไว้ ดังนั้นเจียวเชินจึงผุดตัวลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีเมื่อรู้สึกว่าหน้าที่ไม้กันสุนัขของตนจบลงแล้ว
“นั่นเจ้าจะทำอันใด”
“คุณหนูท่านนั้นไปแล้ว ข้าน้อยหมดหน้าที่แล้วนี่เจ้าคะ...หมดหน้าที่แล้วข้าน้อยลุกขึ้นจากไปไม่ถูกต้องตรงไหน”
“...”
คิ้วกระบี่เข้มสองข้างเคลื่อนเข้าหากันตรงกลางมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาแปลกประหลาดใจอย่างยิ่ง
นางทำราวกับรังเกียจบุรุษที่เพียบพร้อมเช่นเขา
ในเมืองนี้มีบุรุษคนใดครบเครื่องเท่าเขาอีกบ้าง ลูกน้องของเขาต่างพร่ำบอกว่าถึงแม้เขาจะเป็นพ่อหม้ายลูกติดที่ภรรยาเสียชีวิตไปตั้งแต่คลอดบุตร แต่เขานั้นนับเป็นที่นิยมของสตรีในเมืองและต่างเมือง มีแม่สื่อจากตระกูลต่าง ๆ เดินทางมาขอเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเขาไม่ขาดสาย
ทว่าบุรุษที่ไม่ต้องการมีภาระเพิ่มให้เสียเวลาการพัฒนาดูแลดินแดนแถบทักษิณนั้นไม่คิดแต่งภรรยาใหม่จึงได้ปฏิเสธความหวังดีจากสตรีทุกคนอยู่ร่ำไป
แต่นี่...สตรีตรงหน้าไร้ความคิดหรืออย่างไร
เขาให้โอกาสที่สตรีทั่วแถบทักษิณปรารถนาสูงสุดอย่างนั่งร่วมกินมื้ออาหารกับเขาแท้ ๆ แต่นางกลับมีท่าทีไม่ดีใจ
จะไม่ให้คิดว่านางแปลกคนได้อย่างไรกัน
“เจ้านั่งลงเดี๋ยวนี้ ข้าบอกแล้วว่ามีธุระเรื่องงานต้องการคุยกับเจ้าพอดี เจอกันวันนี้ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาเจ้าที่จวนอีก”
“อ้อ เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยสมควรนั่งต่อ”
“ล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาดแล้วเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ คราแรกข้าเกือบจำเจ้าไม่ได้เชียว”
“ก็ตอนนั้นโดนพ่อค้าเถื่อนจับนี่เจ้าคะเลอไม่เห็นแปลก ว่าแต่พวกท่านจับคนไม่ดีพวกนั้นได้หรือยังเจ้าคะ แล้วยังเรื่องผู้ปกครองของเด็ก ๆ ด้วยไม่ทราบว่ารู้หรือยังว่าพวกเด็กถูกจับมาจากที่เมืองไหนกัน”
“เรื่องที่ข้าต้องการคุยกับเจ้าคือเรื่องพวกนี้แหละ คดีนี้ข้ามอบหมายให้มือปราบสำนักในความปกครองของข้าสืบตามหาตัวต้นตอคนร้าย เจ้าไม่ต้องใส่ใจเรื่องนั้น ส่วนเรื่องผู้ปกครองของเด็ก ทหารของข้าพบว่าพวกเด็กไม่น่าถูกลักพาตัวมาจากเมืองในดินแดนทักษิณในความปกครองของข้า จึงเป็นเรื่องยากมากขึ้นกว่าเดิมในการตามหาผู้ปกครองของเด็ก”
“ที่แท้พวกมันก็เดินทางมาค้าทาสผิดกฎหมายไกลจากแหล่งกบดานของตนเองไม่น้อย คดีนี้ซับซ้อนยิ่งนัก ข้าน้อยเข้าใจเจ้าค่ะ ท่านกำลังจะบอกข้าน้อยว่าพวกเด็ก ๆ ต้องอาศัยอยู่ที่เมืองหลี่ซงนานกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ข้าน้อยไม่มีปัญหาที่จะดูแลพวกเขาเจ้าค่ะ ใต้เท้าวางใจได้”
“นานแบบยังไม่มีกำหนด ข้ากล่าวเช่นนี้เจ้าก็ยังดื้อดึงจะดูแลพวกเขาอย่างนั้นหรือ”
เจียวเชินจิบน้ำชาในถ้วยเสร็จก่อนตอบโดยสีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง “เจ้าค่ะ”
“เจ้าได้ประโยชน์อันใดจากการทำเช่นนี้ ข้าละไม่เข้าใจจริง ๆ คิดบ้างหรือไม่ว่าจะต้องสิ้นเปลืองทั้งเวลา เงินทองมากมายเท่าไรในการกระทำตามใจของเจ้า”
เจียวเชินมองดูบุรุษท่าทีไม่เข้าใจนางอย่างขำขัน เขาดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนางจนชวนให้ผลิยิ้มออกมา
“ความจริงแล้วข้าได้ประโยชน์นะเจ้าคะ...”
“ได้ประโยชน์อันใด”
“ก็ได้คลายเหงา มีสหายน่ารัก ๆ อาศัยเป็นเพื่อนอยู่เต็มจวนเชียวนะ เอาอย่างนี้หากใต้เท้าเกรงว่าทางการจะดูเอาเปรียบฝ่ายข้าน้อย หากท่านต้องการสมทบทุนค่าเลี้ยงดู พวกอาหารหรือเงินทองสามารถส่งคนมาเจรจากับข้าน้อยได้ทุกเมื่อเจ้าค่ะ หากข้าน้อยต้องการความช่วยเหลือจะบอกพวกเขาด้วยตัวเอง”
“...”
สีหน้าของเจิ้งคุนเซียวยังคงแสดงความไม่เข้าใจในตัวของนางอยู่อย่างเดิม ดีหน่อยที่ไม่กี่ถ้วยน้ำชาถัดมาอาหารที่คนของเขาสั่งเอาไว้ถูกลำเลียงมาขึ้นโต๊ะ ดังนั้นหลังจากนี้จึงไร้เสียงสนทนาระหว่างทั้งสองกำลังกินอาหารกันเลยสักคำ
ต่างคนต่างกินจนอิ่มและขอตัวแยกย้ายจากกันไปทำธุระของตนเองต่อไป
บทส่งท้ายหลายวันผ่านไปคดีลักลอบค้าเด็กผิดกฎหมายข้ามเมืองถูกปิดจบลงไปด้วยดีโดยสามารถจับทั้งตัวเบื้องหลังและพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งตระกูลที่ร่วมมือต่าง ๆ ได้ทั้งหมดด้วยเพราะมือปราบของแต่ละเมืองร่วมมือกันอย่างสามัคคี รวมทั้งตระกูลจิ่นตระกูลมากอำนาจในเมืองหลี่ซงเองก็ถูกจับกุมตัวทั้งครอบครัวไปรับโทษในคุกด้วยเช่นกัน การจับกุมตัวตระกูลชั้นสูงนี้ย่อมเป็นข่าวดังที่ชาวเมืองหลี่ซงทุกคนล้วนให้ความสนใจ เป็นหัวข้อสนทนายามเช้าติดต่อกันหลายวันเลยทีเดียวครั้นกล่าวถึงอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลังจากคดีดังกล่าวถูกปิดจบลงคือมีรถม้าจากต่างเมืองหลายคันเดินทางผ่านเข้าผ่านประตูเมืองมุ่งหน้าสู่จวนเรียบง่ายหลังหนึ่งต่อเนื่องตลอดหลายวันที่ผ่านมาจวนหลังดังกล่าวมีเจ้าของคือสตรีนางหนึ่งนามว่าเจียวเชินนั่นเองรถม้าแต่ละคันที่เดินทางมาจอดหน้าจวนมีจุดประสงค์คล้ายกันคือเดินทางมารับลูกน้อยของตนเองที่โดนลักพาตัวไปกลับบ้านอันเป็นที่รักของพวกเขา“พวกข้าต้องขอบคุณแม่นางเจียวเชินอย่างยิ่งที่ดูแล เหยียนเอ
สี่สิบหก จับตัวคนร้ายซู่...เสียงน้ำเย็นเยียบผสมน้ำแข็งถูกสาดลงไปบนใบหน้างามของสตรีไร้สติที่กำลังนอนบนพื้นสกปรก แขนและมือทั้งสองถูกไพล่มัดกันไว้ข้างหลัง แน่นอนว่าน้ำที่เย็นขนาดนี้ย่อมสามารถปลุกให้สตรีผู้น่าสงสารผู้นี้ตื่นจากนิทราได้ เปลือกตาลืมโพล่งขึ้นพร้อมกับร่างกายที่เปียกน้ำเย็นเยียบเต็ม ๆ เริ่มสั่นระริกจนกายบางห่อตัวเข้าหากัน“ตื่นได้สักที”“จะ เจ้าทำเช่นนี้ทำไม ข้า...อึก ทำอันใดให้เจ้าไม่พอใจ”เจียวเชินฟื้นขึ้นสิ่งแรกที่นางเห็นคือ
สี่สิบห้า ตรวจร่างกายฝ่ายเจียวเชินเดินออกมาจากภัตตาคารอาหารได้ก็มุ่งหน้าไปยังจุดที่รถม้าลากของนางจอดรออยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากที่นางยืนอยู่ พอขึ้นไปข้างบนรถอามี่ สาวใช้ส่วนตัวของนางก็รีบเข้ามาหาเจ้านายสาวด้วยความเป็นห่วง“คุณหนูไม่สบายหรือไม่เจ้าคะ ไยจึงหน้าแดงและร้อนผ่าวเช่นนี้”“ข้าไม่เป็นอันใด” เจียวเชินยกมือขึ้นจับใบหน้าตนเองพลางค่อย ๆ ผ่อนหายใจเข้าออกเพื่อปรับอารมณ์ของตนเอง สลัดความทรงจำตราตึงใจเมื่อครู่ทิ้งไปก่อน “อามี่เจ้าบอกให้สารถีออกเดินทางเถอะ เดี๋ยวไปถึงจวนตระกูลจิ่นสายนะ”“เจ้าค่ะ”ใช้เวลาไม่นานรถม้าของเจียวเชินก็เดินทางมาถึงจวนตระกูลจิ่นที่วันนี้คนข้างในจวนนั้นเงียบสงบผิดปกติเจียวเชินลงจากรถปุบท่านพ่อบ้านคนเดิมที่คอยต้อนรับนางยามาตรวจความคืบหน้าของการรักษาคุณชายน้อยของตระกูลก็ดินนำนางเข้าจวนไปยังเรือนของเด็กอ้วนคนไข้ของเจียวเชิน“เวลานี้ท่านประมุขกับฮูหยินใหญ่ไม่อยู่จึงดูเงียบเหงากว่าทุกทีทว่าอีกเดี๋ยวคงกลับมาขอรับ ส่วนคุณชายน้อยเพิ่งวิ่งเล่นเสร็จเหงื่อโซม
สี่สิบสี่ คนร้ายเบื้องหลังเจิ้งคุนเซียวและลูกน้องเดินทางไปที่จวนทางการสถานที่ที่เหล่ามือปราบของเมืองหลี่ซงทำงานอยู่และเป็นสถานที่คุยงาน คดีความต่าง ๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้ดีที่สุดดังนั้นหัวหน้ามือปราบจึงนัดหมายให้ท่านเจ้าเมืองเป็นฝ่ายมาหาตนเองพ่อบ้านของจวนทางการเดินนำเจ้าเมืองหนุ่มเข้าไปยังห้องโถงประชุมกลางของจวน ที่พอเดินเข้าไปข้างในปรากฏร่างสูงของคนที่ส่งคำเชิญมาให้เลี่ยงเฟิ่งผายมือให้เจ้าเมืองนั่งที่โต๊ะตัวหาแถวอันเป็นตำแหน่งประธาน“ธุระด่วนที่ว่าคือเรื่องคดีคนลอบขโมยเด็กหรือ”ในห้องโถงไม่ได้มีเพียงเหล่ามือปราบเมืองหลี่ซงทว่ายังมีกลุ่มบุรุษฉกรรจ์ไม่ได้สวมใส่เครื่องแบบของเมืองหลี่ซง“ขอรับ พวกเขาเหล่านี้เป็นมือปราบจากเมืองทางเหนือสุดของแคว้นเซี่ยได้แก่เมืองซีสูขอรับ มือปราบของเมืองกำลังตามจับตระกูลเบื้องหลังการค้าทาสเด็กผิดกฎหมายอยู่”“คารวะท่านเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“ยินดีที่ได้ร่วมงานกับพวกท่านเช่นเดียว
สี่สิบสาม บทลงโทษหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จเจียวเชินขอแยกตัวออกมาก่อนเนื่องจากชงอวี้ไม่รู้นึกคึกอันใดจึงต้องการดื่มสุราตั้งแต่หัววันจึงบอกให้นางล่วงหน้าออกมาก่อนเจียวเชินยังไม่ทันเดินออกมาถึงหน้าร้านพบเข้ากับบุรุษที่นางเพิ่งหาข้ออ้างหนีหน้ามาก่อนกินมื้อกลางวันนั่งจิบน้ำชาหน้านิ่งอยู่บนโต๊ะไม่ไกลจากตีนบันไดเหมือนมาดักรอใครไม่นึกว่าคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครหากไม่สนิทจะมานั่งอยู่ในร้านที่โต๊ะรวมไม่ใช่ห้องพิเศษเช่นนี้
สี่สิบสอง ว้าวุ่นใจ“เจียวเชิน เจียวเชิน!”“เจ้าคะ ท่านชงอวี้เรียกข้าหรือ”เวลานี้เจียวเชินเดินทางมายังร้านอาหารอันเป็นสถานที่นัดหมายกวางวันวันนี้ของนางและชงอวี้ พวกนางเดินทางมาถึงได้สักพักใหญ่ อาหารที่สั่งมานั้นถูกเสี่ยวเอ้อนำขึ้นโต๊ะจนครบหมดแล้วฝ่ายชงอวี้เห็นว่าเจียวเชินดูเหม่อลอยไม่รับรู้สิ่งใดรอบตัว ขนาดเขาเรียกนางเพราะต้องการชักชวนให้ลงมือกินอาหารได้แล้ว นางยังไม่ได้ยินเลยไม่รู้ว่าใจนางกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่จึงมีสีหน้าไม่สดใสเช่นนี้“วันนี้มีเรื่องกังวลใจเรื่องใดหรือ หากอยากระบายข้าสามารถเป็นกระโถนให้เจ้าระบายได้ ”คนโดนถามยิ้มจาง แววตาหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด“ข้ามีเรื่องไม่สบายใจจริง ๆ เจ้าค่ะ พวกเราเวลานี้ถือเป็นสหายสนิทกันใช่หรือไม่เจ้าคะ หากข้าปรึกษาแล้วจะไม่มีใครนอกจากพวกเรารู้ใช่หรือไม่” เจียวเชินกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นแล้วค่อยคลายแล้วกำอีกเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่แรกที่มาถึงร้านอาหารจนบุรุษที่มีใจให้นางอย่างชงอวี้รู้สึกไม่สบายใจไปด้วยยามเห็นสตรีที่ตน
สามสิบเก้า ปฐมพยาบาล“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ แค่ก ปล่อยข้าก่อน”นอกจากเขาไม่ทำตามคำร้องขอของนางแล้ว เจิ้งคุนเซียวยังถือโอกาสนี้ดึงร่างนางเข้ามากอดทำให้เจียวเชินตกใจตัวแข็งเลยทีเดียว“ทะ...ท่าน”อ้อมแขนทรงพลังกอดร่างนา
สามสิบเจ็ด กับดักเจียวเชินอุ้มซินเหยียนก่อนปีนขึ้นไปบนตั่งและออกแรงถีบเท้ากระโดดออกจากวงล้อมไฟที่มันลามตามรอยน้ำมันที่โดนคนราด หญิงสาวกระโดดออกมาทันเวลาก่อนกระท่อมติดไฟเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ขณะนางโดดออกมาผิวหนังบางส่วนไม่แคล้วโดนไฟลวกผิวไปเล็กน้อย
สามสิบหก คดีเก่าเจียวเชินไปยังบริเวณที่สาวใช้บอก โดยพอพวกนางไปถึงก็รีบวิ่งกระจายตัวตรวจสอบที่ซอยเล็กแถวนั้นทันที“แยกย้ายกันตามหาทุกซอยแถวนี้กันเถอะ”“ขอรับคุณหนู หากข้าน้อยจำไม่ผิด ข้างหลังฝั่งนั้นเป็นเส้นทางเชื่อมไปตลาดเล็กอีกแห่
นี่เป็นของขวัญหลังจากชงอวี้เดินจากนางไป ชายหนุ่มวัยกลางคนที่เจียวเชินจำได้







