Share

7สี่ สตรีโสด ร้านหนังสือ

last update Last Updated: 2025-12-30 16:46:31

สตรีโสด

ใช่แล้ว เจียวเชินเพิ่งเจรจาขอรับเลี้ยงดูเด็กผู้น่าสงสารเหล่านี้จริง ๆ นางวางแผนคร่าว ๆ เอาไว้ในหัวว่าจะให้พวกเด็ก ๆ อาศัยอยู่ที่จวนของตนเองที่หลังใหญ่มากพอเป็นที่พักให้เด็กเหล่านั้น

ในความทรงจำของร่างนี้คือ ร่างนี้เป็นสตรีโสด ไร้ครอบครัวเรียกได้ว่าไร้พันธะไร้ภาระใด ๆ ทั้งสิ้น หากไม่นับรวมเหล่าบ่าวและผู้คุ้มกันที่ได้มาโดยไม่เสียเงินจากความเมตตาของพระชายาจางหรงผิงของฉินอ๋องแห่งเมืองซีฉิน

รวมทั้งนางมีทั้งทรัพย์สินและเงินจำนวนมากในการดำรงชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานไปทั้งชีวิต

ดังนั้นเจียวเชินคนใหม่นี้จึงคิดใช้เงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการเอามาช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน

ชาติที่แล้วเจียวเชินเองก็เป็นเด็กกำพร้าอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนโต มีพี่น้องร่วมครึ่งร้อยคน

นางได้เรียนจนจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาเด็กจากเงินบริจาคของผู้สนับสนุนใจบุญที่ให้โอกาส

เรียนจบด้านนี้มาเพื่อใช้ดูแลพี่น้องในสถานเลี้ยงเด็ก และประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและพวกเขาด้วยเช่นกัน

ชาติที่แล้วเจียวเชินทำหลายอาชีพ ทั้งที่ปรึกษาแก้ปัญหาเกี่ยวกับเด็กให้ผู้ปกครอง รับเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ครอบครัวคนรวยต่าง ๆ แม้กระทั่งเคยเป็นคุณครูสอนเด็กอนุบาลในโรงเรียนเอกชน

มาชาตินี้เห็นเด็กโชคร้ายทั้งหลายหากจะไม่ให้ยื่นมือเข้าไปช่วยเลย นางยอมรับมาทำใจไม่ได้จริง ๆ

“ข้าน้อยมีเหตุผลเจ้าค่ะ”

“เหตุผลใดหรือ”

“ข้ารู้ว่าจวนทางการมีความสามารถดูแลให้ที่พักอาศัยชั่วคราวและอาหารแก่พวกเขา แต่ว่าใต้เท้ารู้อะไรหรือไม่เจ้าคะว่าเด็กเหล่านั้นที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมาไร้บุพการีพึ่งพิง จิตใจพวกเขาย่ำแย่เพียงใด พวกเขามิได้ต้องการแค่เพียงปัจจัยสี่ดำรงชีวิตแต่พวกเขาต้องการคนปลอบใจ เยียวยาจิตใจ ซึ่งข้ามั่นใจว่าที่จวนทางการไม่มีสิ่งเหล่านั้น”

“...”

เจิ้งคุนเซียวเหมือนเห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ หน้าของเขาเหมือนต้องการบอกนางว่าคิดมาก ทำไมต้องคิดซับซ้อนวุ่นวายถึงเพียงนั้น

“หากพวกท่านไม่เชื่อใจก็สามารถส่งคนมาเฝ้าที่จวนของข้าน้อยได้เจ้าค่ะ อย่างไรข้าน้อยก็บริสุทธิ์ใจต้องการทำเพื่อพวกเขาจริง ๆ”

ผู้ช่วยสาวทำแผลใส่ยาให้เสร็จแล้วเจียวเชินจึงดึงเสื้อขึ้นมาสวมดังเดิมให้เรียบร้อย และเตรียมลุกขึ้นออกไปข้างนอกห้องเพื่อดูเด็ก ๆ คนอื่น

“ตามใจเจ้า อยากหาเรื่องใส่ตัวดีนักข้าก็จะไม่ห้าม”

พูดจบชายหนุ่มก็หันหลังเดินออกจากห้องก่อนที่นางเอ่ยขอบคุณเขาตามมารยาทจบเสียอีก

“เหอะ ช่างเป็นคนที่เอาแต่ใจเสียจริง”

เจียวเชินส่ายศีรษะ เหนื่อยใจกับการรับมืออีกฝ่ายจริง ๆ

##### สี่ ร้านหนังสือ

สองสามอาทิตย์มานี้เจียวเชินเหน็ดเหนื่อยและวุ่นวายกับสิ่งที่ตนเองเลือก นั่นก็คือการจัดหาที่นอน เครื่องนุ่งห่ม และพวกอาหารให้เหล่าเด็ก ๆ ทั้งเก้าคนระหว่างที่ทางการเมืองหลี่ซงติดป้ายประกาศหาผู้ปกครองเด็กที่แท้จริง รวมทั้งสืบหาหัวหน้าตัวจริงของขบวนการผิดกฎหมายครั้งนี้

เก้าคนเพราะไม่นับรวมเจ้าก้อนแป้งอาเว่ยน้อยที่มีบิดาเป็นถึงเจ้าเมืองหลี่ซง แน่นอนว่าต้องกลับบ้านตัวเองไปอยู่แล้ว

นอกจากเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นแล้วเจียวเชินยังใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเข้าไปพูดคุยเป็นกันเอง ชวนเล่นการละเล่นสนุก ๆ เพื่อคลายความตึงเครียด

เรียกได้ว่าหลายวันมานี้นางใกล้ชิดกับพวกเด็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด เผื่อเด็กคนไหนมีปัญหาทางจิตใจนางจะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ทัน

เวลาผ่านมาพักใหญ่หลายเรื่องเริ่มลงตัว เจียวเชินจึงเริ่มมีเวลาส่วนตัวเป็นของตนเอง อย่างเช่นวันนี้ร่างบางกำลังยืนแต่งตัวอยู่ในห้องของตนเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกจวนเพื่อทำธุระบางอย่างที่เมื่อคืนวางแผนเอาไว้

เมื่อคืนเจียวเชินไม่ได้ไปนอนที่เรือนกลางกับเด็ก ๆ นางจึงนั่งดูรายการทรัพย์สินและของมีค่าของตนเองทั้งหมดรวมทั้งบัญชีเงินเพื่อนำมาวางแผนสำหรับปัจจุบันและอนาคตที่อาจจะต้องมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูเพิ่ม

ไม่ใช่เพียงแค่ตัวนางเอง บ่าวรับใช้ และผู้คุ้มกันเท่านั้นแล้วนั่นเอง

จากประสบการณ์ในชาติที่แล้ว การตามหาผู้ปกครองของเด็กที่โดนลักพาตัวมาจากบ้านเกิดของตนเองนั้นมิใช่เรื่องง่าย เด็กส่วนใหญ่มักถูกทอดทิ้งมากกว่าโดนรับกลับไปเสียด้วยซ้ำ

ใช่แล้ว เจียวเชินกำลังคิดแผนรองรับกรณีเด็ก ๆ ไม่มีใครมารับกลับบ้าน

แน่นอนว่าเงินที่มีน้อยเกินไปสำหรับเลี้ยงทุกคนให้สบาย

เจียวเชินจึงมีความคิดว่าจะเอาเงินที่มีอยู่นี้ไปต่อเงินให้เพิ่มพูนเป็นรายรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ดีกว่านั่งกินบุญเก่าเหมือนร่างเดิม

จุดประสงค์ของการออกจากจวนไปวันนี้คือสำรวจตลาด หาร้านหรือกิจการที่น่าสนใจลงทุนเปิดกิจการ

เจียวเชินแต่งตัวด้วยชุดเรียบง่ายที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมาขึ้นรถม้าที่ให้อามี่เตรียมไว้ให้เพื่อเดินทางไปยังตลาดกลางเมืองหลี่ซง

เจียวเชินใช้เวลาช่วงเช้าทั้งวันเพื่อเดินตลาดเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ท่านหนึ่งกำลังเดินเที่ยวเล่นโดยมีสาวใช้และผู้คุ้มกันติดตาม

โดยปกติแล้วร่างเดิมไม่ค่อยออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกจวน เพราะยึดถือคติสตรีควรเก็บตัวอยู่บ้านทำกิจกรรมสำหรับสตรีมากกว่า ดังนั้นวันนี้แม้หญิงสาวแต่งตัวธรรมดา ๆ ทว่าด้วยผิวพรรณและใบหน้าที่งดงามโดดเด่นเพราะมีชาติกำเนิดเป็นองค์หญิงคนหนึ่งแม้ว่าแคว้นของตนเองจะล่มไปแล้วก็ตาม ทว่ากลิ่นอายเดิมก็ยังคงเปล่งประกายออกมา เวลาเดินไปที่ไหนชาวบ้านที่เห็นไม่ว่าจะชายหรือหญิงจึงมักเผลอทอดสายตามองตามโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ

ตอนแรกเจียวเชินไม่ชิน ทว่าเดินไปหลายชั่วยามจึงจำใจเมินสายตาของพวกชาวบ้านไปโดยปริยาย

เวลานี้ต้นยามอู่[1]เสียแล้ว เจียวเชินเดินสำรวจตลาดมานานไม่น้อยในใจจึงหมายเดินเข้าไปดูอีกเป็นร้านสุดท้ายก่อนหามื้อกลางวันกินเพื่อเติมพลัง

เดินไปไม่ไกลเป็นร้านขายหนังสือหูอี๋ฉี เจียวเชินอ่านป้ายแล้วนึกขึ้นได้ว่าอยากหาซื้อหนังสือเอาไว้ให้เด็ก ๆ ที่จวนตัวเองหัดเขียน อ่านตัวอักษรง่าย ๆ มีเด็กบางคนอายุสี่หนาวโตพอที่ควรเริ่มเรียนสะกดคำ ผสมตัวอักษรได้แล้ว

“แม่นางต้องการหนังสือประเภทไหนหรือขอรับ สามารถเดินดูหรือสอบถามข้าได้นะขอรับ”

เถ้าแก่ร้านเอ่ยต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เจียวเชินจึงยิ้มตอบรับพลางผงกศีรษะให้เล็กน้อยเพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่านาง

“ข้าต้องการหนังสือสอนอ่าน เขียน อย่างง่ายสำหรับเด็กเพิ่งเริ่มเรียนรู้หนังสือเจ้าค่ะ”

“อ่า...ต้องขออภัย หนังสือประเภทนั้นร้านข้าน้อยไม่มีหรอกแม่นาง มิใช่ว่าหมดหรืออันใดหรอกนะ แต่ว่ามันเป็นหนังสือประเภทที่ไม่ค่อยมีลูกค้าสนใจสักเท่าไร หากไปหาร้านอื่นเกรงว่าก็อาจไม่มีเหมือนกันข้าน้อยว่า”

“ร้านนี้ไม่มี ร้านอื่นก็อาจไม่มี เสียดายจัง ลูกค้าอย่างข้าคงเป็นส่วนน้อย”

“คนเขียนหนังสือประเภทนี้เอามาฝากขายที่ร้านหนังสือก็ไม่ค่อยมีหรอก เพราะส่วนใหญ่หากผู้ใดต้องการให้ลูกเรียนหนังสือก็มักจ้างอาจารย์เข้าไปสอนที่บ้านหรือส่งไปเรียนตามสำนักการศึกษาเลยดีกว่าน่ะสิ เขียนมาก็เลยขายไม่ออก”

“หืม แล้วพ่อแม่ธรรมดาที่มิใช่ตระกูลขุนนางไม่มีเงินมากขนาดจ้างอาจารย์ส่วนตัวมาสอนที่จวน หรือไม่มีโอกาสได้เข้าไปเรียนที่สำนักการศึกษาที่คัดกรองคนเข้าเรียนเล่าเจ้าคะ พวกเขาไม่มาหาซื้อบ้างหรือ”

“เด็กพวกนั้นจะเรียนไปทำอันใดเล่า เสียเวลาเปล่า ไม่สู้เอาเวลาไปหางานทำช่วยพ่อแม่หาเงินไม่ดีกว่าหรือ เรียนไปก็ไร้ประโยชน์ อย่างไรในอนาคตก็ต้องไปทำไร่ไถนาใช้แรงงานแลกเงินอยู่ดี”

“...”

ไม่เหมือนยุคสมัยที่นางจากมา มีโรงเรียนรัฐบาลให้ลูกคนจนเรียน แม้ไม่ได้ให้เรียนระดับสูงทว่าอย่างไรทุกคนก็ควรอ่านออกเขียนได้เพื่อที่ในอนาคตของตนเองจะได้ไม่โดนผู้อื่นเอาเปรียบ อย่างน้อยก็เอาไว้ใช้เอาตัวรอดก็ยังดี

ในความคิดของเจียวเชิน เรื่องเรียนหนังสือยิ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเด็กกำพร้าพ่อแม่อย่างยิ่ง

“เถ้าแก่พูดเช่นนี้หมายความว่าเมื่อก่อนที่ร้านท่านเคยมีคนเขียนหนังสือประเภทนี้เอาฝากขายหรือเจ้าคะ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เอามาฝากขายแล้ว”

“อืม...มีจริงอย่างที่แม่นางเอ่ย เป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่เคยมีความคิดแปลกประหลาดคล้ายแม่นาง จึงเขียนหนังสือสอนคัดตัวอักษรมาฝากร้านข้าน้อยวางจำหน่าย ทว่าแม้ว่าจะตั้งราคาถูกเพียงใดก็ไม่มีลูกค้าซื้อไปเลยสักเล่ม ก็นะ ชาวบ้านที่ไม่รู้หนังสือจะเดินเข้ามาในร้านข้าทำไมกันเล่าจริงไหม”

เถ้าแก่ร้านหัวเราะขบขันอย่างไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งขณะตอบคำถามลูกค้า

“เช่นนั้นข้าขอนามของอาจารย์ผู้นั้นได้หรือไม่เจ้าคะ หรือท่านรู้จักที่อยู่ที่ข้าสามารถไปขอพบเขาก็ได้เจ้าค่ะ หากเถ้าแก่รู้ข้าจะขอบคุณท่านอย่างมาก”

“ได้สิ ที่เมืองหลี่ซงนี้ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเขา เดี๋ยวข้าเขียนชื่อและสถานที่ให้ก็แล้วกันขอรับ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ระหว่างรอสิ่งที่ตัวเองต้องการเจียวเชินก็เดินไปดูหนังสือนิทาน เรื่องเล่าต่าง ๆ เพื่อซื้อตอบแทนที่เถ้าแก่ร้านช่วยเหลือนาง

[1] ยามอู่ คือ 11.00 – 12.59 น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   12เก้า นอนฝันร้ายทุกคืน

    เก้า นอนฝันร้ายทุกคืนนอกจากเจียวเชินไม่ดุว่าทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเด็กน้อยนั้นโกหกว่าตนเองหลงทางจนมาโผล่ที่จวนของนางแล้ว หญิงสาวยังพาอาเว่ยเดินเข้ามาร่วมกินมื้ออาหารเย็นที่เรือนตู้เจวียนกับเด็กในบ้านนางคนอื่น ๆ หลังจากกินอาหารเสร็จเจียวเชินไม่ลืมแนะนำตัวอาเว่ยให้กับเด็กคนอื่นรู้จักชื่อและแนะนำชื่อของเด็กคนอื่นให้อาเว่ยรู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกด้วยเจียวเชินไม่ได้คิดปล่อยเรื่องที่เด็กน้อยโป้ปดนาง แถมยังทำเรื่องเสี่ยงอันตรายโดยการออกมาข้างนอกบ้านโดยลำพังเช่นนี้ให้ผ่านไป ทว่าหญิงสาวเพียงแค่ได้ยินเสียงท้องเด็กน้อยร้องจึงคิดให้อีกฝ่ายกินอิ่มก่อนค่อยพามาจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังถึงเหตุผลที่เด็กน้อยกระทำครานี้เจียวเชินจูงมืออาเว่ยให้เดินตามมาที่เรือนนอนส่วนตัวของนางเองหลังจากส่งเด็กคนอื่นเข้านอนที่ห้องเรียบร้อยแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน เดินเข้าไปนั่งบนเตียงนอน ตบมือปุ ๆ ลงบนพื้นที่ว่างข้างกายตนเพื่อเป็นการบอกให้เด็กน้อยเดินตามมานั่งข้างนางตรงนี้ซึ่งอาเว่ยแม้คราแรกลังเลเพราะสังเกตเห็นสีหน้าจริงใจไร้รอยยิ้มแห่งความใจดีเหมือนตอนที่กินอาหารเย็นสีหน้าเหมือนตอนที่ท่านย่าของเขาต้องการเรียกไปตัก

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   11แปด มีเด็กหลงทาง

    แปด มีเด็กหลงทาง“เจ้าเข้าใจถูกต้อง ข้าเคยมีความคิดเหมือนกับเจ้าในอดีต แต่ว่าปัจจุบันข้าเลิกคิดเช่นนั้นไปแล้ว...เสียใจด้วย ข้าคงขายหนังสือของข้าให้เจ้าไม่ได้หรอก”“ทะ…ทำไมเล่าเจ้าคะ !”“ใจเย็นก่อนแม่นางเจียวเชิน”อาจารย์หนุ่มยกมือขึ้นห้ามทัพเจียวเชินที่ผุดขึ้นยืนเพราะคำพูดปฏิเสธของเขา “ข้ากำลังจะบอกว่าหนังสือพวกนี้ข้าขอมอบให้เจ้าโดยไม่คิดเงินสักตำลึง ข้ามอบให้เจ้าทั้งหมด”“ฟู่...โธ่ ท่านชงอวี้ช่างหยอกล้อใจข้าได้เก่งเสียจริง”เมื่อสักครู่เจียวเชินคิดว่าอีกฝ่ายปฏิเสธนางจริง ๆ เสียอีก“อย่างไรหนังสือพวกนั้นก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว หากยังอยู่ที่ห้องของข้าในไม่ช้าพวกมันอาจกลายเป็นเศษขยะก็ได้ ไม่สู้ข้า มอบให้แม่นางนำไปใช้ประโยชน์ไม่ดีกว่าหรือ”“แต่ว่า...”“ไม่มีแต่ ถือเสียว่าเป็นของขวัญสำหรับการทำความรู้จักกันครั้งแรกก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าให้คนห่อหนังสือและส่งไปให้ถึงจวน ให้สาวใช้แจ้งที่อยู่แม่นางได้เลย”“ไม่ลำบากท่านชงอวี้ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เด

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   10เจ็ด อาจารย์ผู้เขียนหนังสือ

    เจ็ด อาจารย์ผู้เขียนหนังสือเจียวเชินนั่งรอไม่นานเสียงฝีเท้าแผ่วเบามุ่งตรงมาที่ศาลาที่เจียวเชินและอามี่กำลังนั่งอยู่ก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งบุรุษที่กำลังย่างเดินเข้ามาสวมใส่ชุดยาวผ้าเนื้อดีสีครามปักลวดลายก้อนเมฆา รูปโฉมหล่อเหลา ท่าทางสุภาพ โดยเฉพาะพอมองสบดวงตาสองข้างทอแสงอ่อนนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นที่สุด“ข้าคืออาจารย์ชงอวี้ แม่นางทั้งสองใช่แขกที่ต้องการพบข้าใช่หรือไม่”“ฮะ...เอ่อ ใช่เจ้าค่ะ” เจียวเชินกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างลืมตัว มือก็ยกขึ้นมาเกาท้ายทอยอย่างเก้อเขิน “ข้าน้อยลืมทำความเคารพท่านอาจารย์ชงอวี้ไปเลย ไม่คิดว่าท่านอาจารย์จะอายุน้อยเช่นนี้ แหะ ๆ”เจียวเชินนึกว่าอาจารย์ที่เถ้าแก่ร้านหนังสือเอ่ยถึงจะเป็นชายชราอายุห้าสิบหกสิบหนาวมีหนวดเคราสีขาวโพลนเสียอีก“พูดจาเป็นกันเองเถอะแม่นาง ข้าอายุยี่สิบห้าเอง หากไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน ข้าเองก็อยากให้แม่นางเรียกข้าว่าชงอวี้พอไม่ต้องมีคำนำหน้าว่าอาจารย์หรอก”“เจ้าค่ะท่านชงอวี้ อ๋อ ข้าลืมแนะนำตัว ข้านามว่าเจียวเชิน วันนี้มาขอพบท่านเพราะได้ชื่อและที่อยู่มาจากเถ้าแก่ร้านขายหนังสือหูอี๋ฉีที่หัวตลาดเจ้าค่ะ”

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   9หก สำนักการศึกษา

    หก สำนักการศึกษาคราแรกเจียวเชินคิดว่าหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วจะเดินไปขึ้นรถม้ากลับจวนตัวเองเลย ทว่าหญิงสาวกลับใจเปลี่ยนแผนเป็นเดินทางต่อเนื่องไปยังสถานที่ในแผ่นกระดาษที่เถ้าแก่ร้านขายหนังสือเขียนเอาไว้ให้ก่อนดีกว่าสำนักการศึกษาหงส์แดงเพลิงสถานที่ที่อาจารย์ผู้เคยเขียนหนังสือเขียนอ่านสำหรับเด็กผู้นั้นทำงานอยู่เขาน่าจะเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นั่นกระมังเหตุผลที่เจียวเชินต้องการพบอาจารย์ผู้นั้นคือ นางต้องการเจรจาขอซื้อหนังสือเด็กที่เขาเคยเขียนนั่นเองถึงแม้ว่าชาติที่แล้วเจียวเชินจะเคยประกอบอาชีพเป็นคุณครูอนุบาล ทว่านั่นก็เป็นยุคสมัยหนึ่ง นางไม่อาจนำความรู้ที่มีมาสอนเด็ก ๆ เขียนตัวอักษรไม่เหมือนกันได้หรอกเนื่องจากสำนักการศึกษาอยู่ไม่ไกลจากกลางเมืองหลี่ซงจึงสามารถเดินเท้าไปหาได้โดยใช้เวลาไม่นานเจียวเชินเดินไปถึงก็วานให้อามี่สาวใช้ส่วนตัวของตนเดินเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ประตูทางเข้าสำนักการศึกษา ส่วนนางเดินไปนั่งรออยู่ที่ศาลาไม้ข้าง ๆ“คุณหนูเ

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   8ห้า เรื่องบังเอิญ

    ห้า เรื่องบังเอิญเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเจียวเชินจึงเดินออกมาจากร้านหนังสือพร้อมกับอามี่ที่สองมือถือหนังสือเต็มไปหมดเดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงภัตตาคารอาหารที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ลูกค้าไม่แน่นร้านจนน่าอึดอัด ดังนั้นเจียวเชินจึงตัดสินใจเลือกฝากท้องมื้อกลางวันไว้ที่ร้านนี้ทว่าโชคร้ายที่พอเดินเข้าไปนางกลับเจอคนรู้จักที่ไม่อยากเจอเสียก่อนจะได้เดินไปนั่งที่โต๊ะว่างน้ำเสียงหวานหยดย้อยดังเข้ามาต้อนรับตั้งแต่นางเหยียบพื้นดินร้านเข้ามาทีเดียวเชียว“โชคดียิ่งนักเจ้าค่ะ พี่คุนเซียวกำลังจะนั่งกินมื้อกลางวันใช่หรือไม่เจ้าคะ เช่นนั้นหากพี่คุนเซียวไม่รังเกียจให้เม่ยเอ๋อร์ร่วมโต๊ะด้วยนะเจ้าคะ”“เอ่อ อืม ข้า...มีแขกน่ะ นั่นอย่างไรแขกที่ข้านัดเอาไว้เดินทางมาถึงแล้ว”ท่านเจ้าเมืองเจิ้งคุนเซียวนั่นเองที่เดินเข้ามาดึงแขนเสื้อของนางใช่…เขาเดินมาดึงแขนเสื้อของนางที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านประจวบเหมาะกับที่เขาต้องการหาทางกำจัดคุณหนูผู้งดงามท่านนั้นอยู่พอดีเจียวเชินกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ แต่ก็เดินตามน้ำชายหนุ่มไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจียวเชินขมวดคิ้วมองบุรุษตรงหน้า สื่อสารผ่านสายตาขณะสบตากับเขาเพื่อต้องการให้

  • กลยุทธ์เลี้ยงวายร้ายตัวน้อย   7สี่ สตรีโสด ร้านหนังสือ

    สตรีโสดใช่แล้ว เจียวเชินเพิ่งเจรจาขอรับเลี้ยงดูเด็กผู้น่าสงสารเหล่านี้จริง ๆ นางวางแผนคร่าว ๆ เอาไว้ในหัวว่าจะให้พวกเด็ก ๆ อาศัยอยู่ที่จวนของตนเองที่หลังใหญ่มากพอเป็นที่พักให้เด็กเหล่านั้นในความทรงจำของร่างนี้คือ ร่างนี้เป็นสตรีโสด ไร้ครอบครัวเรียกได้ว่าไร้พันธะไร้ภาระใด ๆ ทั้งสิ้น หากไม่นับรวมเหล่าบ่าวและผู้คุ้มกันที่ได้มาโดยไม่เสียเงินจากความเมตตาของพระชายาจางหรงผิงของฉินอ๋องแห่งเมืองซีฉินรวมทั้งนางมีทั้งทรัพย์สินและเงินจำนวนมากในการดำรงชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานไปทั้งชีวิตดังนั้นเจียวเชินคนใหม่นี้จึงคิดใช้เงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการเอามาช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนชาติที่แล้วเจียวเชินเองก็เป็นเด็กกำพร้าอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนโต มีพี่น้องร่วมครึ่งร้อยคนนางได้เรียนจนจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาเด็กจากเงินบริจาคของผู้สนับสนุนใจบุญที่ให้โอกาสเรียนจบด้านนี้มาเพื่อใช้ดูแลพี่น้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status