Beranda / โรแมนติก / กลรักกับดักซาตาน / บทที่ 4 เกมทำลายล้างหลังเลิกงาน 2

Share

บทที่ 4 เกมทำลายล้างหลังเลิกงาน 2

last update Tanggal publikasi: 2025-10-28 16:10:09

 “ความจริงอะไร!” เธออ้าปากค้างกับความหน้าด้านของเขา

          “หลินซี เข้ามาข้างในได้แล้ว” เขาเม้มปาก ส่งสายตาดุ ๆ มาให้ “เลิกเล่นเกมได้แล้วน่า”

          “ฉันไม่ได้เล่นเกม!” เธอหันไปหาอาไท่ “เชื่อฉันนะ เขาโกหก ฉันไม่ใช่เพื่อนเขาจริง ๆ”

          “แต่เธอก็รู้จักเขาสินะ” อาไท่เริ่มขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

          “คือ...มันซับซ้อนน่ะ” เธอถอนหายใจ รู้สึกเหมือนกำลังจนมุม

          “แต่เธอก็รู้ว่าเขาเป็นคนจัดงานนี้?”

          “ใช่...เอ๊ย ไม่ใช่...คือฉันเพิ่งมารู้เมื่อเย็นนี้...” เธอพูดเสียงอ่อย รู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก “เอ่อ...นายยังอยากจะไปดื่มอยู่ไหม” เธอถามออกไปทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

          “เอ่อ...” อาไท่กัดริมฝีปากตัวเองอย่างลังเล

          “ฉันเลี้ยงเอง” เธอยิ้มแหย ๆ ไม่สนใจสายตาคมกริบที่กู้เทียนอี้ส่งมาให้

          “ที่รัก...ทำไมต้องเล่นเกมกับหนุ่มคนนี้ด้วย” กู้เทียนอี้ถอนหายใจเสียงดัง “ผมรู้ว่าเราทะเลาะกันนิดหน่อย แต่การไปดื่มกับคนอื่นเพื่อจะทำให้ผมหึงมันไม่น่ารักเลยนะ”

          “หา!”

          คราวนี้หลินซีอ้าปากค้างอย่างแท้จริง เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสร้งทำเป็นเสียใจนั่นสลับกับอาไท่ที่ตอนนี้มองเธอด้วยสายตารังเกียจและถอยห่างออกไปแล้ว

          “เฮ้...ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณเล่นละครอะไรกันอยู่ แต่ผมไม่ขอยุ่งด้วย” อาไท่ส่ายหน้า พึมพำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนบ้า “แล้วเจอกัน” เขาพูดจบก็รีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

          “กู้เทียนอี้! คุณกล้าดียังไง!” เธอหันกลับมาทุบไหล่ชายหนุ่มอย่างลืมตัว “คุณทำแบบนี้ได้ยังไง!”

          “ผมทำอะไรครับ” เขายังคงตีหน้าซื่อ “ผมก็แค่บอกว่าอยากจะคุยกับคุณ”

          “คุณทำมากกว่านั้นเยอะ!”

          “อ้อ?” เขาพูดพลางก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ เหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม “แล้วผมทำอะไรอีกล่ะ”

          “คุณ...คุณทำให้เขาคิดว่าเรา...เรามีซัมติงกัน” เธอพูดเสียงสั่นขณะถอยห่างจากแผงอกของเขา

          “ซัมติงอะไรครับ”

          เขาเลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ รอยยิ้มของเขาเหมือนหมาป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อถูกเขาต้อนจนแผ่นหลังชิดกับกำแพงเย็นเฉียบอีกครั้ง

          “ถ้าคุณยังจะให้ฉันอธิบายอีกล่ะก็...” เธอหอบหายใจเฮือกเมื่อแขนแกร่งของเขาวาดมารวบเอวเธอเข้าไปหา “คุณจะทำอะไร!”

          “ก็ไหน ๆ ก็ถูกกล่าวหาแล้ว ผมก็ควรจะทำตัวให้ ‘เหมาะสม’ สมกับข้อกล่าวหาหน่อย ใช่ไหมล่ะ” เขากระซิบชิดริมฝีปากของเธอ

          “กู้เทียนอี้...” เธอครางชื่อเขาออกมาอย่างอ่อนแรง “ปล่อยฉัน”

          “นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ เหรอ”

          มือแกร่งเริ่มลูบไล้ขึ้นลงบนแผ่นหลังบอบบางอย่างเชื่องช้า ปลุกความร้อนในกายให้ลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง หลินซีจ้องเข้าไปในดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้น รู้ดีว่าคำพูดใด ๆ ก็ตามที่ออกจากปากเธอในตอนนี้ จะถูกเขาใช้เป็นข้ออ้างเล่นเกมกับเธอต่อไปอย่างแน่นอน

          “โอเค ฉันยอมยอมแล้ว” ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้ บอกพลางถอนหายใจยาวด้วยความหน่ายใจ

          กู้เทียนอี้จ้องมองหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งราวกับจะอ่านใจ ก่อนจะยอมคลายวงแขนออก “เข้ามาข้างในก่อนสิ”

          “ไม่ค่ะ ฉันจะกลับบ้าน” ถึงแม้ว่าร่างกายส่วนลึกจะร่ำร้องอยากตอบตกลงใจจะขาด

          “ดื่มกันสักแก้ว”

          “ฉันรู้ว่า ‘ดื่มแก้วหนึ่ง’ ของคุณหมายถึงอะไร”

          “คุณยอมไปดื่มกับไอ้หนุ่มนั่น แต่กลับปฏิเสธผมเหรอ?” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้น ความขบขันในแววตาหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหงุดหงิดฉุนเฉียว

          “ก็คงงั้นค่ะ” เธอพยักหน้า “แต่คุณก็ทำมันพังไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้ ฉันจะกลับบ้าน”

          “ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ”

          “ค่ะ” เธอยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณกู้เทียนอี้”

          เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่เขากลับคว้าแขนเธอไว้

          “คุณจะไปจริง ๆ เหรอ”

          เธอจ้องมองใบหน้าที่อ่านไม่ออกของเขาแล้วถอนหายใจ “คุณไม่อยากให้ฉันไปจริง ๆ เหรอคะ”

          เขาไม่ตอบ เพียงแต่จ้องมองกลับมานิ่ง ๆ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกที่กำลังแสดงละครลิงให้เขาดู

          “งั้น...ฉันไปจริง ๆ แล้วนะคะ” หลินซีตัดสินใจก้าวถอยหลังช้า ๆ

          “ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณคิดว่าตัวเองต้องการ” กู้เทียนอี้ยักไหล่ แต่สายตายังคงจับจ้องที่เธอไม่วาง “ถึงแม้ว่า...ผมจะไม่คิดว่านั่นคือสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ ก็ตาม”

          “อะไรนะคะ” เธอสับสนไปหมดแล้ว

          “ลาก่อน” เขาโค้งคำนับเล็กน้อย เป็นการแสดงละครที่ยียวนกวนประสาทที่สุด

          “เดี๋ยวนะคะ...”

          “คุณไปได้แล้ว”

          “แต่...” เธอได้แต่ส่ายหน้า “โอเคค่ะ...ลาก่อน”

          “อย่าวิ่งตามไอ้หนุ่มนั่นเร็วนักล่ะ เดี๋ยวจะดูไม่งาม”

          “เรื่องของฉัน!” เธอพึมพำใต้ลมหายใจขณะหมุนตัวเดินจากมา รู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้า

          “แต่ผมอยากใส่ใจ”

          เสียงของเขาลอยตามหลังมา แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไป เธอรีบจ้ำอ้าวไปยังรถของตัวเอง ในหัวหมุนคว้าง เธอไม่รู้เลยว่าการเผชิญหน้าเมื่อครู่มันคืออะไรกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือ การหนีออกมาจากผู้ชายคนนั้นคือการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดแล้ว

          กู้เทียนอี้คือความเร่าร้อนชั่วข้ามคืนที่เธอรู้ดีว่าตัวเองยังไม่พร้อม คือรสชาติอันตรายที่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วอาจจะทำให้รสชาติอื่นจืดชืดไปเลย เขาคือมาตรฐานที่สูงเกินไปจนอาจจะไม่มีผู้ชายดี ๆ คนไหนเทียบได้อีก เพราะสิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดี...

          กู้เทียนอี้...ไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมลงหลักปักฐานกับใคร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลรักกับดักซาตาน   บทส่งท้าย

    กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 60 กลัวว่าจะสายเกินไป

    สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 59 บทพิพากษา

    เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 58 สัญญาณสุดท้าย

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 57 คืนวันแห่งความเงียบงัน

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่ค่ำคืนที่แตกสลายหรือบางทีอาจจะเป็นหลายอาทิตย์ หลินซีไม่ได้นับวันเวลาอีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวด เธอกลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เคยเป็นเหมือนที่พักพิงใจ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง มองดูหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกไม่หยุดหย่อนเหมือนหยดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากใจ ในหัวยังคงฉายวนแต่ภาพและเสียงความเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันสุดท้ายราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลสด กู้เทียนอี้โทรหาเธอแค่สองครั้งในอาทิตย์ต่อมา เธอไม่ได้กดรับสาย ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะได้ยินเสียงของเขา กลัวว่าเขาจะมายืนยันว่าทุกอย่างมันจบแล้วจริง ๆ เขาไม่เคยทิ้งข้อความเสียงไว้เลยสักครั้ง และไม่ได้พยายามจะมาเจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 2

    เสียงของซูเฟินแหลมขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผ่านไหล่กว้างมาเห็นหลินซีที่ยืนนิ่งอยู่ หล่อนส่งสายตาว่างเปล่าที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและความเกลียดชังมาให้เธอก่อนที่กู้เทียนอี้จะหันขวับกลับมามอง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงเรียบเฉยและเย็นชาจนน่ากลัว จนหลินซีอดประหลาดใจไม่ได้ อย่างน้อยเขาน่าจะแสดงท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดบ้างสิ “ซูเฟิน” เขาหันกลับไปหาสาวสวยข้าง ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด “เข้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวผมตามไป” “ก็ได้ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับคำด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำและเศร้าสร้อยคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่หลินซี เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด จนหลินซีรู้สึกผิดและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน “เกิดอะไรขึ้นคะ นั่น...นั่นใครเหรอ” หลินซีถามออกไปเสียงเบา พยายามอย่างยิ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status