Beranda / โรแมนติก / กลรักกับดักซาตาน / บทที่ 4 เกมทำลายล้างหลังเลิกงาน 1

Share

บทที่ 4 เกมทำลายล้างหลังเลิกงาน 1

last update Tanggal publikasi: 2025-10-28 16:09:36

          “เฮ้...คืนนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม”

          อาไท่เอ่ยถามขึ้นขณะที่พวกเขายืนรอรับค่าจ้างอยู่ในห้องครัวด้านหลัง กลิ่นอาหารที่ยังคงอบอวลอยู่ปะปนกับเสียงล้างจานที่ดังมาจากด้านใน หัวหน้าทีมผมแดงเพลิงที่ตอนนี้ดูอิดโรยกว่าตอนหัวค่ำหลายเท่ากำลังนับธนบัตรใส่มือพวกเขาแต่ละคน

          “อืม...มันหนักกว่าที่คิดไว้เยอะเลย” หลินซียอมรับพลางส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้เขา “แต่ก็ถือว่าโอเคนะคะ” เธอกล่าวพลางมองเงินที่อยู่ในมือ “ทำงานไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าเหนื่อย”

          “ใช่ไหมล่ะ” เขาพยักหน้าเห็นด้วย “พวกคนรวยนี่มีเงินเยอะกว่าสมองซะอีก”

          “ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย” เธอหัวเราะตาม แต่ในใจกลับนึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของกู้เทียนอี้ หลังจากเหตุการณ์ในห้องทำงาน ตลอดช่วงที่เหลือของงาน เขาทำราวกับว่าเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไม่แม้แต่จะชายตามองมาสักนิด ซึ่งมันก็ทำให้เธอหงุดหงิดใจอย่างน่าประหลาด

          “ว่าแต่...ข้อเสนอที่ว่าจะไปหาอะไรดื่มกัน ยังอยู่ไหม” อาไท่ส่งยิ้มขาวสะอาดมาให้เธอพลางโบกปึกธนบัตรในมือ “ข่าวดีนะ ฉันเพิ่งได้เงินมา คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง”

          “ว้าว...เสี่ยไท่ใจป้ำจังเลย” เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางพยักหน้า “ตกลงแต่ขอโทรบอกเพื่อนร่วมห้องแป๊บนึงนะว่าอาจจะกลับดึกหน่อย”

          “ได้เลย” เขายิ้มกริ่มอย่างพอใจแล้วสอดแขนเข้ามาคล้องแขนเธออย่างเป็นกันเอง “งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปเป็นเพื่อนข้างนอก จะได้คุยโทรศัพท์สะดวก ๆ ดีไหม”

          “เป็นแผนที่ดีมากเลย” เธอยิ้มตอบ “ฉันชอบผู้ชายมีแผน”

          “ถ้างั้นเธอจะต้องชอบฉันมากแน่ ๆ” เขาขยิบตาให้เธอขณะที่พาเธอเดินออกจากประตูข้างที่เชื่อมกับสวนด้านนอก

          หลินซีอมยิ้ม กำลังจะหาคำคม ๆ มาตอบกลับเขา แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ร่างทั้งร่างก็เดินไปชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคนที่ปรากฏขึ้นจากความมืดอย่างกะทันหัน มันแข็งแกร่งราวกับกำแพงอิฐ

          “โอ๊ย!”

          เธอร้องออกมาพร้อมกับเซถอยหลัง แต่ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น อาไท่ก็คว้าแขนเธอไว้ได้ทัน

          “เฮ้! เป็นอะไรรึเปล่า”

          “มะไม่...”

          หลินซีอุทานออกมาพลางเงยหน้าขึ้นเพื่อจะขอบคุณ แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็พลันหายไปในลำคอ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่คมกริบของกู้เทียนอี้ที่ยืนกอดอกพิงกำแพง มองพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและอ่านไม่ออก

          “หัดระวังทางที่เดินบ้าง” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและราบเรียบจนน่ากลัว “ไม่อย่างนั้นอาจจะเจ็บตัวได้...ทั้งตัวเอง...และคนอื่น”

          “ขอโทษค่ะ” เธอพึมพำ พยายามสะกดความรู้สึกอยากจะตวาดกลับไปให้ลึกสุดใจ

          คนบ้าอะไรมายืนขวางทางออกพนักงานกัน!

          “จะไปไหนกัน” เขายกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “เก็บกวาดเรียบร้อยแล้วเหรอ”

          “อ้อ พวกเราเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟน่ะครับ ไม่ต้องเก็บกวาด” อาไท่ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นบรรยากาศมาคุที่แผ่ออกมาจากเจ้าของบ้าน “นี่แหละข้อดีของงานนี้ ได้เงินง่าย ๆ สบาย ๆ”

          “ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกน่า” เธอรีบแย้งเบา ๆ

          “ดูท่าทางพวกเธอสองคนจะสนิทกันดีนะ”

          กู้เทียนอี้ยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ และหลินซีก็พลันนึกขึ้นมาได้อย่างเฉียบพลัน

          มันแปลก...แปลกมากที่เขามายืนรออยู่ตรงทางออกของพนักงานแบบนี้ เขามาทำอะไรที่นี่? หรือว่า...เขากำลังรอเจอเธอ?

          ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว แต่เธอก็รีบปัดมันทิ้งไป ถ้าเขาอยากจะคุยกับเธอจริง ๆ เขาก็คงทักทายเธอในงานเลี้ยงไปแล้ว ไม่ใช่มาทำเป็นอากาศธาตุแบบนี้

          “เราเพิ่งเจอกันคืนนี้เองครับ” อาไท่ยังคงตอบอย่างซื่อ ๆ โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว “แต่กำลังจะไปหาอะไรดื่มกัน เพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้นน่ะครับ” เขาส่งสายตาหวาน ๆ มาให้เธอ และเธอก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มตอบ

          “อ้อ...จริงเหรอ” น้ำเสียงของกู้เทียนอี้ฟังดูเบาหวิวแต่กลับแฝงไปด้วยความคมกริบ “แต่ผมเกรงว่าคงต้องเป็นโอกาสหน้านะ”

          “คะ? ทำไมล่ะคะ” เธอถามกลับไปทันที ความหงุดหงิดที่อดกลั้นไว้เริ่มเดือดปุด ๆ อยู่ในใจ

          “ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ” เขาจ้องหน้าเธอตรง ๆ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าช้า ๆ ก่อนจะมาหยุดที่ดวงตาของเธออีกครั้ง “เกี่ยวกับ ‘งาน’ ที่คุณทำในคืนนี้”

          “งานอะไรเหรอคะ” เธอถามกลับไป พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

          “ผมไม่ค่อยประทับใจผลงานของคุณในคืนนี้เท่าไหร่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทางการและเย็นชาราวกับผู้บริหารระดับสูงกำลังประเมินงานลูกน้อง “ผมรู้สึกว่าคุณขาดความใส่ใจในรายละเอียด และผมอยากจะหารือเรื่องจรรยาบรรณในการทำงานของคุณ ก่อนที่เรื่องนี้จะถึงหูหัวหน้างานของคุณ”

          “คุณว่าอะไรนะ!” หลินซีกรามแทบค้าง “นี่คุณล้อเล่นใช่ไหม!”

          “เดี๋ยก่อนครับ...” อาไท่มองหน้าหญิงสาวสลับกับกู้เทียนอี้อย่างสับสน “นี่เธอรู้จักเจ้าของบ้านเหรอหลินซี แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะ” ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างไม่ไว้ใจ “หรือว่า...เธอถูกส่งมาสอดแนมพวกเรา”

          “นายพูดเรื่องอะไร!” เธอขมวดคิ้ว “ฉันจะไปสอดแนมใครทำไมกัน!”

          “หลินซี ทำไมต้องโกหกด้วยล่ะ” กู้เทียนอี้แทรกขึ้นมา น้ำเสียงของเขาทั้งนุ่มนวลและตัดพ้อ ราวกับเธอเพิ่งจะทำร้ายหัวใจเขาอย่างแสนสาหัส “เพื่อนใหม่ของคุณไม่สมควรจะรู้ความจริงเหรอ”

         

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลรักกับดักซาตาน   บทส่งท้าย

    กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 60 กลัวว่าจะสายเกินไป

    สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 59 บทพิพากษา

    เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 58 สัญญาณสุดท้าย

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 57 คืนวันแห่งความเงียบงัน

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่ค่ำคืนที่แตกสลายหรือบางทีอาจจะเป็นหลายอาทิตย์ หลินซีไม่ได้นับวันเวลาอีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวด เธอกลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เคยเป็นเหมือนที่พักพิงใจ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง มองดูหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกไม่หยุดหย่อนเหมือนหยดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากใจ ในหัวยังคงฉายวนแต่ภาพและเสียงความเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันสุดท้ายราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลสด กู้เทียนอี้โทรหาเธอแค่สองครั้งในอาทิตย์ต่อมา เธอไม่ได้กดรับสาย ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะได้ยินเสียงของเขา กลัวว่าเขาจะมายืนยันว่าทุกอย่างมันจบแล้วจริง ๆ เขาไม่เคยทิ้งข้อความเสียงไว้เลยสักครั้ง และไม่ได้พยายามจะมาเจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 2

    เสียงของซูเฟินแหลมขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผ่านไหล่กว้างมาเห็นหลินซีที่ยืนนิ่งอยู่ หล่อนส่งสายตาว่างเปล่าที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและความเกลียดชังมาให้เธอก่อนที่กู้เทียนอี้จะหันขวับกลับมามอง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงเรียบเฉยและเย็นชาจนน่ากลัว จนหลินซีอดประหลาดใจไม่ได้ อย่างน้อยเขาน่าจะแสดงท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดบ้างสิ “ซูเฟิน” เขาหันกลับไปหาสาวสวยข้าง ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด “เข้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวผมตามไป” “ก็ได้ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับคำด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำและเศร้าสร้อยคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่หลินซี เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด จนหลินซีรู้สึกผิดและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน “เกิดอะไรขึ้นคะ นั่น...นั่นใครเหรอ” หลินซีถามออกไปเสียงเบา พยายามอย่างยิ่

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 46 ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว 1

    “ฉัน...ฉันต้องกลับบ้านแล้วค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ” เสียงที่เปล่งออกไปแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ หลุดออกมาพร้อมกับลมหายใจที่สั่นสะท้าน หลินซีส่ายหน้าช้า ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตาชายหนุ่ม รู้อย่างเดียวว่าตอนนี้เธอต้องกลับบ้าน กลับไปหาพื้นที่ปลอดภัย แล้วร้องไห้ออกมาให้หมด เธอรู

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 45 เดตกับความจริงที่ซ่อนเร้น 3

    เสียงของเขาขาดหายไป เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นราวกับไม่อยากให้เธอเห็นความผิดหวังบนใบหน้า หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เป็นความรู้สึกผิดและอึดอัดที่ถาโถมเข้ามาอย่

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 44 โลกใบใหม่ (บนแอปหาคู่) 3

    ความผิดหวังระลอกใหญ่ซัดเข้ามาจนรู้สึกจุก แต่เธอก็รีบปรับสีหน้า แล้วกดรับสายอยู่ดี อย่างน้อยก็เป็นการตอกย้ำให้ตัวเองเห็นว่ายังมีผู้ชายคนอื่นบนโลกใบนี้นอกเหนือจากกู้เทียนอี้ “ฮัลโหลค่ะ” เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะปั้นเสียงให้ร่าเริงกลบเกลื่อนความผิดหวังที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 44 โลกใบใหม่ (บนแอปหาคู่) 2

    “ต่อไปเราก็จะเขียน ‘ขาย’ ตัวแกไง” “โอ๊ย...” หลินซีทำหน้าแหยอีกครั้ง “แล้วฉันจะเขียนอะไรเกี่ยวกับตัวเองได้บ้างที่ไม่ทำให้ฉันดูเหมือนยัยเพ้อเจ้อน่าเบื่อคนหนึ่งน่ะ” 

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status