登入เมื่อนักเขียนช่างฝันต้องรับคำท้าของมหาเศรษฐีจอมหยิ่ง เดิมพันด้วยหัวใจ กับเกมที่กติกาเดียวคือ...ห้ามรัก เธอเชื่อในรักแท้ แต่โชคชะตากลับเหวี่ยงเธอให้มาพบกับ กู้เทียนอี้ มหาเศรษฐีผู้มองความรักเป็นเพียงเกมเย้ยหยัน เขาเสนอบทเรียนราคาแพงที่มีหัวใจของเธอเป็นเดิมพัน ปลายทางมีเพียงสองทางเลือก...โบยบินไปกับเขา หรือร่วงหล่นจนแหลกสลาย ทว่าเธอจะเอาชนะเกมที่ห้ามตกหลุมรักได้อย่างไร ในเมื่อเพียงสบตาเขาครั้งแรก เธอก็พ่ายแพ้ไปแล้วทั้งหัวใจ
查看更多กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา
สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ
เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล
กริ๊ง... บทสนทนาหยอกล้อของเหล่าหญิงสาวยังไม่ทันจางหายดี เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกคนในห้องนั่งเล่นหันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย ใครกันที่มาถึงเอาป่านนี้ “เดี๋ยวผมไปดูเองครับ” กู้เทียนอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะเดินนำออกไปที่
“ไม่ใช่นะ!” หลินซีหน้าร้อนวูบ ฉู่ลี่เหยียนกับซ่งจื่อหานต่างก็มองมาที่เธอด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นระคนขบขัน “เอ่อ...พวกแกเข้ามาทำอะไรกันที่นี่” เธอถามโดยมองไปที่เจิ้งลี่ซา พยายามจะเปลี่ยนเรื่อง เธอหวังว่าเพื่อนจะไม่พูดอะไรมากเกินไป เธอไม่อยากจะให้คนอื่นรู้ว่าเธอแอบชอบกู้เทียนอี้
หลินซียืนตัวแข็งทื่ออยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นอยู่ในอกอย่างรุนแรงจนเจ็บระบมไปหมด เธอยืนพิงชั้นหนังสือไม้สลักลายวิจิตรไว้แน่น รู้สึกถึงความเย็นของมันที่ซึมผ่านแผ่นหลัง แต่ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในกายได้เลยแม้แต่น้อย เธอมองตามร่างสูงที่เดินกลับ
“ความปรารถนาของคุณคือคำสั่งของผมครับ” กู้เทียนอี้เอ่ยประโยคนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหยัน ก่อนจะโค้งคำนับให้หญิงสาวเล็กน้อยอย่างล้อเลียน แล้วเดินจากไป เขาออกจากห้องไปจริง ๆ ประตูไม้บานหนักปิดลงเบา ๆ ทิ้งให้หลินซียืนหอบหายใจอยู่ตามลำพังในความเงียบงัน ริมฝีปากของเธอยังคงรู้สึกซ