Beranda / โรแมนติก / กลรักกับดักซาตาน / บทที่ 5 ฝันถึงซาตาน 1

Share

บทที่ 5 ฝันถึงซาตาน 1

last update Tanggal publikasi: 2025-10-28 16:13:55

          ภายในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ประดับด้วยกระจกเงาจนดูเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด แสงจันทร์สีนวลสาดส่องลงมากระทบพื้นหินอ่อนจนเป็นเงาสะท้อน แต่อากาศกลับเย็นเยียบราวกับไร้ซึ่งชีวิต

          “เราหนีไปจากที่นี่กันเถอะ”

          น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ข้างหู ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือด้วยกลิ่นวิสกี้จาง ๆ เป่ารดผิวแก้มจนเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว

          “หนีไปไหนคะ” เสียงหวานถามกลับราวกับอยู่ในภวังค์

          “หนีไป แล้วเริ่มต้นกันใหม่ ลืมทุกอย่างที่นี่ ลืมว่าคุณเป็นใคร ผมเป็นใคร ไปในที่ที่มีแค่เราสองคน คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”

          “ค่ะ”

          เธอตอบรับไปโดยอัตโนมัติ หัวสมองว่างเปล่า ถูกครอบงำด้วยน้ำเสียงของเขาจนสิ้นเชิง แต่ส่วนลึกในใจกลับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งว่า...นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่! นี่มันอันตราย!

          “ดีมาก”

          แล้ววงแขนแกร่งก็รวบร่างเธอเข้าไปแนบชิดจากด้านหลัง รวดเร็วและหนักแน่นจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว แผงอกร้อนผ่าวของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา กลิ่นโคโลญจน์หรูหราผสมกับกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยเข้าจมูก มอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอจนแทบเลือนหายไปในห้วงภวังค์

          ดวงตาสีน้ำหมึกลุ่มลึกคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเธอผ่านเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า เงาสะท้อนที่นับไม่ถ้วนซ้อนทับกันจนสุดลูกหูลูกตา ในกระจกนั้นเธอเห็นแววตาตื่นตระหนกและสับสนของตัวเองตัดกับแววตาที่แน่วแน่และทรงอำนาจจนน่ากลัวของเขา

          “ตราบใดที่คุณเก็บความลับของผมไว้ได้ ทุกอย่างก็จะราบรื่น”

          “คุณ...รักฉันรึเปล่าคะ” เธอถามเสียงแผ่ว เป็นคำถามโง่ ๆ ที่หลุดออกจากปากไปโดยที่สมองไม่เคยอนุญาต

          ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววขบขันที่ซ่อนไม่มิด และมุมปากหยักได้รูปก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เซ็กซี่จนน่าใจหาย

          “ให้ผมแสดงให้คุณเห็นดีกว่านะ ว่าผม ‘รัก’ คุณมากแค่ไหน...หลินซี”

          สิ้นคำพูดนั้นเขาก็บดเบียดริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาอย่างดูดดื่ม เป็นจูบที่ไม่ได้เริ่มต้นอย่างอ่อนโยน แต่คือการช่วงชิงและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ รสจูบที่ร้อนแรงและเรียกร้องทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอเหือดหายไปในพริบตา ร่างกายอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ หลอมละลายอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งแต่เพียงเท่านั้น

          “ผมต้องไปแล้ว...หลินซี”

          เขาพูดขึ้นอย่างกะทันหันขณะผละออกไป ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่เข้ามาแทนที่ไออุ่นของเขาอย่างรวดเร็ว ความมืดรอบกายดูเหมือนจะหนาทึบขึ้น กลืนกินร่างของเขาไปในพริบตา

          หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ความกลัวที่จะถูกทอดทิ้งเข้าครอบงำอย่างรุนแรง

          “เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณเทียนอี้! อย่าเพิ่งไป!” เธอร้องออกมาอย่างอ้อนวอนเมื่อเห็นร่างสูงของเขากำลังเลือนหายไปในความมืด ร่างกายของเธอเริ่มเย็นเฉียบ หนาวเหน็บจนเข้ากระดูก

          “อย่าไปนะ!”

          เธอกรีดร้องสุดเสียง เสียงกรีดร้องของเธอเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความฝัน ก่อนที่มันจะปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับแสงสว่างจ้าที่กำลังสาดส่องเข้ามาแยงตา

         เฮือก!

          เปลือกตาของหลินซีเปิดโพลงขึ้น หญิงสาวหอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับเพิ่งวิ่งหนีจากอะไรมาสุดชีวิต เหงื่อเย็น  ๆ ผุดซึมอยู่บนหน้าผาก เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปยังผนังห้องสีครีมที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า กองเสื้อผ้าที่พาดอยู่บนเก้าอี้ หนังสือที่วางกองอยู่ข้างเตียง นี่คือห้องของเธอ ห้องเช่าธรรมดา ๆ ไม่ใช่ห้องโถงกระจกอันโอ่อ่าในความฝัน

          เธอกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง

หัวใจในอกยังคงเต้นรัวเหมือนกลองชุด แต่ความหนาวเหน็บเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ทั่วเรือนร่าง เป็นความร้อนที่เกิดจากความปรารถนาที่น่าอับอาย

          ริมฝีปากของเธอยังคงรู้สึกอุ่นซ่าน...ชา...และบวมเจ่อเล็กน้อย...ราวกับรสจูบอันแสนเร่าร้อนของเขายังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง และภาพรอยยิ้มร้ายกาจของเขาก็ปรากฏขึ้นมาชัดเจนในความมืด

         

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลรักกับดักซาตาน   บทส่งท้าย

    กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 60 กลัวว่าจะสายเกินไป

    สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 59 บทพิพากษา

    เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 58 สัญญาณสุดท้าย

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 57 คืนวันแห่งความเงียบงัน

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่ค่ำคืนที่แตกสลายหรือบางทีอาจจะเป็นหลายอาทิตย์ หลินซีไม่ได้นับวันเวลาอีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวด เธอกลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เคยเป็นเหมือนที่พักพิงใจ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง มองดูหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกไม่หยุดหย่อนเหมือนหยดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากใจ ในหัวยังคงฉายวนแต่ภาพและเสียงความเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันสุดท้ายราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลสด กู้เทียนอี้โทรหาเธอแค่สองครั้งในอาทิตย์ต่อมา เธอไม่ได้กดรับสาย ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะได้ยินเสียงของเขา กลัวว่าเขาจะมายืนยันว่าทุกอย่างมันจบแล้วจริง ๆ เขาไม่เคยทิ้งข้อความเสียงไว้เลยสักครั้ง และไม่ได้พยายามจะมาเจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 2

    เสียงของซูเฟินแหลมขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผ่านไหล่กว้างมาเห็นหลินซีที่ยืนนิ่งอยู่ หล่อนส่งสายตาว่างเปล่าที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและความเกลียดชังมาให้เธอก่อนที่กู้เทียนอี้จะหันขวับกลับมามอง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงเรียบเฉยและเย็นชาจนน่ากลัว จนหลินซีอดประหลาดใจไม่ได้ อย่างน้อยเขาน่าจะแสดงท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดบ้างสิ “ซูเฟิน” เขาหันกลับไปหาสาวสวยข้าง ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด “เข้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวผมตามไป” “ก็ได้ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับคำด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำและเศร้าสร้อยคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่หลินซี เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด จนหลินซีรู้สึกผิดและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน “เกิดอะไรขึ้นคะ นั่น...นั่นใครเหรอ” หลินซีถามออกไปเสียงเบา พยายามอย่างยิ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status