Home / โรแมนติก / กลรักกับดักซาตาน / บทที่ 6 คำเชิญสู่กับดัก 2

Share

บทที่ 6 คำเชิญสู่กับดัก 2

last update publish date: 2025-10-28 16:17:32

          หลายชั่วโมงต่อมา บนทางด่วนมุ่งหน้าออกจากตัวเมือง...

          “ฉันบอกแกแล้วไงว่าการนั่งรถนาน ๆ มันช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้” เจิ้งลี่ซาเอ่ยขึ้นขณะที่รถกำลังวิ่งฉิวอยู่บนทางหลวง ทิวทัศน์ของตึกสูงระฟ้าค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยต้นไม้เขียวขจีสองข้างทาง

          “ก็อาจจะนะ” หลินซีทำหน้าแหย ๆ พลางปรับเบาะเอนหลัง “แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนนิยายของฉันมันห่วยแตกสิ้นดี บางทีเรื่องจริงมันอาจจะดราม่ายิ่งกว่านิยายอีกนะแก ดูเรื่องเมื่อสองสามวันก่อนสิ ฉันยังเอาออกจากหัวไม่ได้เลย”

          “ไหน...อ่านบรรทัดแรกให้ฟังอีกทีซิ เดี๋ยวเรามาช่วยกันคิด”

          “โอเค” เธอเปิดสมุดบันทึกในมือ ดีใจที่ได้มีเรื่องอื่นให้คิดแทนที่จะต้องจินตนาการถึงสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินเข้าไปในกับดักอะไรบางอย่าง เหมือนหนูโง่ที่เห็นชีสก้อนโตวางอยู่บนกับดัก แต่ก็ยังคงเดินหน้าเข้าไปหาอยู่ดี

          “‘สิ่งเดียวที่ฉันรู้ก็คือ...ฉันไม่รู้อะไรเลย’” เธออ่านออกเสียง แล้วเหลือบมองสีหน้าของเจิ้งลี่ซาก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ “‘ทันทีที่ฉันเห็นเขา...ฉันก็รู้ว่าเขาคือคนที่ใช่สำหรับฉัน’?”

          “น้ำเน่าเกินไป” เพื่อนส่ายหน้าทันควัน

          “งั้น...‘ฟัดฉันเดี๋ยวนี้...แล้วก็กระแทกฉันแรง ๆ’?” เธอแกล้งพูดเร็ว ๆ

          “นั่นมันเหมือนหนังโป๊แล้ว!” เจิ้งลี่ซาหัวเราะลั่น “ถึงแม้คำพูดล้อเล่นของแกจะทำให้ภาพเหตุการณ์ในห้องทำงานคืนนั้นฉายชัดขึ้นมาในหัว ความรู้สึกวาบหวามตอนที่ถูกเขาต้อนจนจนมุมมันสมจริงจนน่ากลัว แต่ฉันก็อดหัวเราะตามไม่ได้”

          หลังจากที่ลองเสนอไอเดียน้ำเน่าไปอีกสี่ห้าประโยคแล้วโดนปัดตกทั้งหมด หลินซีก็ทิ้งสมุดลงบนตักอย่างท้อแท้

          “เฮ้อ...นี่มันห่วยแตก ฉันควรจะเลิกเขียนได้แล้ว ‘เล่นเกมกับตัวพ่อ’ ไม่มีวันได้ตีพิมพ์หรอก”

          “ฉันอยากอ่านนะ” เจิ้งลี่ซาหันมายิ้มให้กำลังใจ “ฉันแทบจะรออ่านฉบับเต็มไม่ไหวแล้ว”

          “แกไม่ชอบแม้แต่ประโยคเปิดของฉันเลย” เธอเถียง พลางหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบ “ตอนนี้อยากดื่มไวน์ชะมัด แบบว่าฉันยอมตายเลยเพื่อไวน์สักแก้ว บางทีอาจจะช่วยให้ลืมเรื่องบ้า ๆ ได้บ้าง”

          “ฉันชอบประโยคนั้น!” ดวงตาของเพื่อนเป็นประกายขึ้นมาทันที

          “ไม่...นี่ไม่ใช่ประโยคในหนังสือ ฉันหมายถึงฉันอยากดื่มไวน์จริง ๆ”

          “ฉันยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เลย!” เจิ้งลี่ซาดูตื่นเต้นสุดขีด “‘ฉันจะยอมตายเพื่อไวน์สักแก้ว’ แกเห็นภาพไหม นางเอกของแกพูดประโยคนี้ออกมาตอนที่กำลังเผชิญหน้ากับพระเอก ไอ้ตัวพ่อนั่น...หล่อนทั้งโกรธ หงุดหงิด แต่ก็เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนไว้ไม่อยู่!”

          หลินซีถึงกับนิ่งไป ภาพในหัวค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามคำพูดของเพื่อน

          “‘ฉันจะยอมตายเพื่อไวน์สักแก้ว...นายท่าน’” เจิ้งลี่ซาพูดต่อ พลางดัดเสียงให้ดูลึกลับ “ต้องเรียกเขาว่า ‘นายท่าน’ ด้วยนะ เพิ่มความร้อนแรงขึ้นอีกร้อยเท่า!” เพื่อนสาวหอบหายใจอย่างตื่นเต้น “โอ๊ยตาย...ฉันรู้แล้วว่าเขาจะตอบว่าอะไร!”

          “อะไรเหรอ”

          เจิ้งลี่ซากระตุกยิ้มมุมปาก ขยิบตาให้อย่างมีเลศนัย ก่อนจะกดเสียงให้ทุ้มลึกและแหบพร่าเลียนแบบผู้ชาย “‘แล้วผมจะได้อะไรเป็นการตอบแทนล่ะ’”

          หลินซีถึงกับหัวเราะลั่น ในใจพลันนึกขึ้นมาว่า ‘นี่มันเป็นประโยคที่กู้เทียนอี้จะพูดออกมาเป๊ะ ๆ เลยนี่นา’ เธอคว้าปากกาขึ้นมาพลิกสมุดไปยังหน้าว่างอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยตีบตันกลับปลอดโปร่งขึ้นมาทันที

          “แกพูดถูก นี่แหละใช่เลย แต่ตัวละครของฉันอาจจะตรงไปตรงมาและยั่วกว่านั้นหน่อย” เธอยิ้มกริ่ม “บางทีหล่อนอาจจะพูดว่า...‘ฉันยอมทำทุกอย่าง...ถ้านายท่านจะกรุณารินให้ฉันสักแก้ว’”

          “ชอบมาก!” เจิ้งลี่ซาแกล้งทำท่ารินไวน์ส่งมาให้ “เชิญครับคุณผู้หญิง”

          “ขอบคุณค่ะ” เธอแกล้งรับแก้วทิพย์มาจิบยาว ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะแล้วหลับตาลง ปล่อยให้จินตนาการทำงาน “แล้วประโยคต่อไป...” เธอพูดอย่างตื่นเต้น “‘ไวน์มีรสขมฝาดเล็กน้อยขณะที่มันไหลผ่านปลายลิ้น แต่เพียงไม่กี่วินาที ความอุ่นซ่านก็แผ่ไปทั่วช่องท้อง ฉันจิบอีกครั้ง ครั้งนี้มันกลับหอมหวานขึ้นอย่างน่าประหลาด และทันใดนั้นภาพของ...’”

          เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อภาพของกู้เทียนอี้ปรากฏขึ้นมาในความคิด ไม่ใช่แค่ใบหน้า แต่เป็นทั้งแววตา น้ำเสียง และสัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเขาที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ดวงตาสีน้ำหมึกที่เย้ายวนและเย้ยหยันคู่นั้น ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันที

          “พูดต่อสิ” เจิ้งลี่ซาคะยั้นคะยอ “กำลังไปได้สวยเลยนะ”

          เธอคว้าขวดน้ำขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่ ในหัวว่างเปล่าไปหมด ตอนนี้เธอคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว นอกจากภาพของกู้เทียนอี้กับไวน์แดงในมือของเขา

          “หลินซี?” เสียงเรียกของเพื่อนฟังดูเป็นห่วง และในจังหวะนั้นเองโทรศัพท์ของเจิ้งลี่ซาก็ดังขึ้น

          “อุ๊ย...ฉู่เฮ่าหรานแน่เลย คงสงสัยว่าเราไปถึงไหนกันแล้ว” เพื่อนทำหน้าแหย ๆ แต่แววตากลับฉายแววมีความสุขอย่างปิดไม่มิด ขณะกดรับสาย

          หลินซีหลับตาลง สัมผัสได้ถึงความรู้สึกตื่นเต้นระคนประหม่าที่ก่อตัวขึ้นในท้อง พวกเธอใกล้จะถึงแล้ว ใกล้จะถึงคฤหาสน์ของเขาแล้ว และเธอก็ไม่รู้เลยว่าอะไรรอเธออยู่ข้างหน้า ทั้งเรื่องของเธอ และเรื่องของเพื่อนรัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลรักกับดักซาตาน   บทส่งท้าย

    กู้เทียนอี้นั่งเอนหลังลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมาวนเวียนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ดูเหมือนกรงขัง เขาไม่สามารถทนนั่งนิ่ง ๆ ได้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ความกลัวมันอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าถ้าหลินซีไม่ให้อภัย ถ้าความรักที่เธอเคยมีให้มันจางหายไปหมดแล้ว ชีวิตของเขา ตัวตนของเขา ก็จะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป เสียงไขกุญแจที่ประตูหน้าดังขึ้นในอีกสิบห้านาทีต่อมา ทำให้ร่างสูงที่กำลังเดินวนไปวนมาชะงักกึก เขาหันขวับไปยังต้นเสียงราวกับสัตว์ป่าที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุก วินาทีที่ประตูเปิดออก และเขาได้เห็นใบหน้าของเธอ เขาก็รีบก้าวเข้าไปหาทันทีราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าเขาขยับช้ากว่านี้ “คุณ...” หญิงสาวดูตกใจ เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 60 กลัวว่าจะสายเกินไป

    สองเดือนต่อมา กู้เทียนอี้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องนั่งเล่นในอพาร์ตเมนต์ของเจิ้งลี่ซา หญิงสาวเจ้าของห้องจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเขาก็พยายามจะส่งยิ้มที่ดีที่สุดกลับไปแม้จะรู้ดีว่ามันคงจะดูน่าสมเพชแค่ไหนก็ตาม เขาไม่โทษเธอเลยที่เกลียดเขา ไม่โทษเลยที่ไม่อยากจะให้เขามาเหยียบที่นี่ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจ เขาต้องดึงทุกเส้นสายที่มี อ้อนวอนให้กู้หยุนเฟิงไปคุยกับฉู่เฮ่าหรานเพื่อให้ฉู่เฮ่าหรานไปคุยกับเจิ้งลี่ซาอีกทอดหนึ่ง เพียงเพื่อโน้มน้าวให้เธอยอมให้เขาได้มีโอกาสแค่สักครั้งที่จะได้คุยกับหลินซี หัวใจของเขาเต้นระรัวขณะที่นั่งรออยู่ตรงนั้น เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าหญิงสาว...ดวงตาที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ นึกถึงตอนที่เธอร้องไห้ในครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แล้วเขาก็นึกถึงวิธีที่เขาเดินจากมา นึกถึงคำพ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 59 บทพิพากษา

    เสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในเวลาทุ่มตรงเป๊ะราวกับเขาจงใจตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ควบคุมทุกอย่างแม้กระทั่งเวลา หลินซีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปยังประตู แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับสวมโซ่ตรวน ในใจรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินไปหาเพชฌฆาต มันทั้งประหม่า ตื่นเต้น และหวาดกลัวจนแทบจะคลั่ง และเธอก็รู้ดีว่าความรู้สึกผสมปนเปที่น่าสมเพชนี่มันคือสัญญาณอันตราย เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น สูง สง่างาม และหล่อเหลาราวกับภาพฝัน แม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยก็ตาม ทันทีที่ได้สบตากับดวงตาสีน้ำหมึกคู่นั้นกำแพงทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ก็พังทลายลงมาในพริบตา ความรักที่ทั้งโง่เขลาและรุนแรงแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอรู้ได้ในทันทีว่านี่มันเป็นควา

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 58 สัญญาณสุดท้าย

    ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเบา ๆ เป็นเหมือนเส้นใยบาง ๆ ที่ดึงเธอขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง เจิ้งลี่ซาค่อย ๆ แง้มประตูเข้ามา มองสภาพห้องที่รกเหมือนกองขยะสลับกับร่างของเพื่อนรักที่นอนขดตัวนิ่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาเป็นห่วง “หลินซี ฉันเห็นแกเงียบไปนาน เป็นอะไรรึเปล่า” หลินซีพยายามจะฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่สิ่งที่ออกมากลับดูเหมือนการแสยะยิ้มที่เจ็บปวดมากกว่า “เปล่าหรอกแก แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” “แน่ใจนะ หน้าแกซีดเหมือนกระดาษเลย” เจิ้งลี่ซาไม่เชื่อ เดินเข้ามานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือมาอังหน้าผากเพื่อนเบา ๆ “ฉันกำลังจะตัดใจแล้วล

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 57 คืนวันแห่งความเงียบงัน

    หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่ค่ำคืนที่แตกสลายหรือบางทีอาจจะเป็นหลายอาทิตย์ หลินซีไม่ได้นับวันเวลาอีกต่อไปแล้ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในห้วงแห่งความเจ็บปวด เธอกลับมายังอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เคยเป็นเหมือนที่พักพิงใจ แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันโหดร้าย เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง มองดูหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกไม่หยุดหย่อนเหมือนหยดน้ำตาที่ไม่เคยเหือดแห้งไปจากใจ ในหัวยังคงฉายวนแต่ภาพและเสียงความเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันสุดท้ายราวกับมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผลสด กู้เทียนอี้โทรหาเธอแค่สองครั้งในอาทิตย์ต่อมา เธอไม่ได้กดรับสาย ไม่ใช่เพราะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะได้ยินเสียงของเขา กลัวว่าเขาจะมายืนยันว่าทุกอย่างมันจบแล้วจริง ๆ เขาไม่เคยทิ้งข้อความเสียงไว้เลยสักครั้ง และไม่ได้พยายามจะมาเจ

  • กลรักกับดักซาตาน   บทที่ 56 รุ่งเช้าที่แตกสลาย 2

    เสียงของซูเฟินแหลมขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผ่านไหล่กว้างมาเห็นหลินซีที่ยืนนิ่งอยู่ หล่อนส่งสายตาว่างเปล่าที่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและความเกลียดชังมาให้เธอก่อนที่กู้เทียนอี้จะหันขวับกลับมามอง สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงเรียบเฉยและเย็นชาจนน่ากลัว จนหลินซีอดประหลาดใจไม่ได้ อย่างน้อยเขาน่าจะแสดงท่าทีตกใจหรือรู้สึกผิดบ้างสิ “ซูเฟิน” เขาหันกลับไปหาสาวสวยข้าง ๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด “เข้าไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวผมตามไป” “ก็ได้ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับคำด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น แต่ดวงตาที่บวมช้ำและเศร้าสร้อยคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่หลินซี เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด จนหลินซีรู้สึกผิดและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน “เกิดอะไรขึ้นคะ นั่น...นั่นใครเหรอ” หลินซีถามออกไปเสียงเบา พยายามอย่างยิ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status