Masuk“นี่ชุดของหนูนะ คุณเลย์สั่งไว้ถ้าอยากได้อะไรบอกป้ามาได้เลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ”
“คุณเลย์?” คงจะเป็นชื่อของเขาคนนั้นสินะ
“ใช่ค่ะคนนี้คุณเลย์ หนูอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม”
“ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” กล่าวขอบคุณก่อนจะรับชุดและของใช้อื่น ๆ มาเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นธรรมดาค่ะ แถมยังมีชุดชั้นในมาให้อีกด้วย “เขาให้หนูอยู่ห้องนี้เหรอคะป้า”
“ค่ะ อีกเดี๋ยวคงกลับมาแล้ว ถ้ายังไงหนูก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนนะ แล้วอย่าคิดทำอะไรแผลง ๆ ด้วย ป้าเป็นห่วงไม่อยากให้เจ็บตัว” ฉันไม่ได้ตอบอะไรแค่เพียงคลี่ยิ้มให้ตามประสา ไอ้เรื่องคิดจะหนีตอนนี้ยังไม่มีอยู่ในหัวเลยค่ะ แล้วอีกอย่างฉันไม่รู้จะหนีไปไหนด้วย
กวาดสายตาไปรอบบริเวณห้องอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงเปิดตู้เสื้อผ้าดูในนี้มีชุดเต็มไปหมดแถมยังไม่ได้แกะป้ายอีกด้วยนะคะ มันบ่งบอกให้รู้ว่ายังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นของใคร
“ทำอะไร?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าฉัน ไม่ทันสังเกตว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“เปล่าค่ะ” เป็นเขาที่เข้ามาเงียบ ๆ ทำเอาฉันตกใจหมด ไหนคุณป้าแม่บ้านบอกว่าเขายังไม่กลับมาไง
“อย่าซนให้มาก ชุดนั่นของเธอรวมถึงทั้งหมดในตู้เสื้อผ้าก็ด้วย” เขาว่าพลางชี้มือไปที่ตู้เสื้อผ้ารวมไปถึงของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องนี้
“ค่ะ”
“ไปอาบน้ำแล้วออกไปหาฉันข้างนอก”
“ค่ะ”
“เธอพูดเป็นประโยคเดียวหรือไงวะ” น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยอย่างไม่พอใจ ทั้งสีหน้าท่าทางบวกกับน้ำเสียงของเขาในตอนนี้มันทำให้ฉันกลัวจนเผลอร้องไห้ออกมา
“ฮึก! หนูกลัวแล้ว”
“กลัวทำไมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
ฉันยังคงเงียบและสะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น เขาเองก็ไม่ไปไหนยังคงเท้าสะเอวมองหน้าฉันอยู่แบบนั้น
“เรียกฉันว่าพี่เลย์ แล้วต่อไปหัดพูดให้มันยาว ๆ หน่อยเธอไม่ต้องประหยัดคำพูดมากก็ได้ เข้าใจไหมเขียนฟ้า”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“เข้าใจก็ดี รีบไปอาบน้ำได้แล้ว ไม่ต้องคิดหนีล่ะเพราะพ่อเลี้ยงเฮงซวยของเธอมันไม่มารับเธอกลับไปหรอก หรือถ้าคิดว่าหนีพ้นก็ลองดู”
น้ำเสียงจริงจังที่ถูกเอ่ยออกมาฟังดูรู้เลยว่าเขาต้องทำจริงแน่หากฉันหนีหรือทำอะไรแผลง ๆ ลงไป แต่ว่าเขารู้ได้ยังไงว่านั่นไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของฉัน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” ฉันรั้งเขาไว้เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างสำคัญมาก
“อะไร?”
“พรุ่งนี้หนูต้องไปสอบ” ฉันกำลังจะจบมัธยมปลาย และวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายด้วย
“แล้ว? เจ้าหนี้อย่างฉันต้องส่งลูกหนี้อย่างเธอเรียนหนังสือด้วยหรือไง” พูดจบพี่เลย์ก็ออกจากห้องไปทันที ดูเหมือนว่าอนาคตฉันจะริบหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วยังไงล่ะฉันจะเลือกอะไรได้
หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จฉันก็ออกไปหาพี่เลย์ด้านนอก บ้านหลังนี้มีสามชั้นค่ะ ห้องที่ฉันอยู่คือชั้นสอง ภายในบ้านมันเงียบมากมีเพียงแค่แม่บ้านสองสามคนเท่านั้นเอง
“จะสำรวจอีกนานไหม?”
“พี่เลย์...”
“เลิกทำท่าทางตื่นกลัวใส่ฉันสักที ถึงยังไงเธอก็ต้องอยู่กับฉันที่นี่อยู่ดีนั่นแหละ”
“แล้วถ้าหนูขอกลับไปอยู่บ้านตัวเองแล้วทำงานหาเงินมาคืนพี่ล่ะ”
“บ้านตัวเองเหรอ? ป่านนี้เจ้าของบ้านคนใหม่เขาคงย้ายเข้ามาอยู่หมดแล้วแหละเธอเลิกฝันลม ๆ แล้ง ๆ ได้แล้วเพราะว่านี่คือเรื่องจริง” ได้ยินแบบนั้นใจฉันมันหวิวอย่างบอกไม่ถูก บ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำ ความผูกพันของฉันกับแม่ นี่มันอะไรกันทำไมชีวิตถึงได้พลิกผันแบบนี้
ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะผู้ชายที่ฉันเรียกเขาว่าพ่อสินะ แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับพวกเราทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเรารักกันยิ่งกว่าครอบครัวเสียอีก
“หนูไม่มีทางเลือกสินะ” ฉันพูดออกเป็นเชิงตัดพ้อให้กับชีวิตตัวเอง
“ใช่!”
“...”
มื้อแรกกับผู้ชายแปลกหน้ามันให้ความรู้สึกแย่มาก ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่และไม่รู้ว่าจะมีวันหลุดพ้นจากเขาไหม
หลังจากมื้อนี้จบลงฉันกลับเข้ามาในห้องตามเดิม มองออกไปยังนอกระเบียงที่ตอนนี้เห็นท้องฟ้าและกลุ่มดาวมากมาย สิ่งไม่มีชีวิตพวกนั้นยังดูมีความสุขมากกว่าฉันตอนนี้ซะอีก
หมับ!
“พี่เลย์!” ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่แถมยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์ติดตัวมาด้วยอีกต่างหาก “คือหนูแค่ออกมาดูดาว” ฉันรีบแก้ต่างทันที ไม่อย่างนั้นเขาต้องคิดว่าฉันกำลังจะหนีแน่นอน
“จะตีสองแล้วนะ เช้าเธอต้องไปสอบไม่ใช่หรือไง” ได้ยินแบบนั้นรู้สึกใจฟูขึ้นมาหน่อย ทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมา
“แปลว่าพี่อนุญาตให้หนูไปโรงเรียนแล้วใช่ไหมคะ?”
“อีกห้านาทีถ้าเธอยังไม่เข้านอนฉันจะเปลี่ยนใจ”
“หนูจะไปนอนเดี๋ยวนี้แหละ” เรื่องอื่นตัดทิ้งไปก่อนเพราะตอนนี้เรื่องเรียนสำคัญค่ะ อย่างน้อยก็ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด ถึงจะเป็นคนแปลกหน้าในสายตาฉันก็เถอะ
เช้าวันใหม่
ตื่นขึ้นมาก็มีชุดนักเรียนของฉันแขวนไว้อยู่ก่อนแล้วค่ะ รีบอาบน้ำแต่งตัวให้ไวดีแค่ไหนที่เขายังให้ฉันไปสอบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ค่ะ”
“เสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วค่ะ” ขานรับอย่างเข้าใจพลางหมุนตัวไปมาสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วเดินตามพี่เลย์ลงมายังชั้นล่างที่มีอาหารเช้าตั้งไว้อยู่ก่อนแล้ว
“หนู...”
“ไม่กินก็ไม่ต้องไปสอบ” เขาพูดอย่างรู้ทันทำให้ปากที่กำลังจะบอกปฏิเสธต้องเงียบลงแล้วนั่งกินเงียบ ๆ แทน ส่วนพี่เลย์เขาไม่กินนะคะ ถือแค่กาแฟแก้วเดียวเดินหายไปไหนไม่รู้ ปกติฉันไม่กินมื้อเช้าไงแต่วันนี้จำเป็นต้องกินแล้วแหละ
ใช้เวลาแค่ไม่นานก็หมดถ้วยค่ะ ฝืนใจกินสุด ๆ แล้ว ชะเง้อมองพี่เลย์เขาอยู่หน้าบ้านค่ะ เห็นแบบนั้นจึงเอาถ้วยไปเก็บและออกไปหาเขาทันที
“อิ่มแล้วค่ะ”
“อืม ไปกันได้แล้ว”
พี่เลย์มาส่งค่ะ แค่เพียงไม่นานรถก็จอดสนิทหน้าโรงเรียนโดยที่ฉันยังไม่ทันได้บอกว่าเรียนที่ไหน รู้สึกเหมือนเขาจะรู้รายระเอียดของฉันเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ
“สอบเสร็จแล้วโทรมานะ” สมาร์ทโฟนสุดหรูถูกยื่นมาตรงหน้าฉันพร้อมกับเบอร์โทร
“เอ่อ... ทำไมมีสองเบอร์ล่ะคะ”
“ก็แล้วแต่อยากโทรเบอร์ไหนก็โทร นี่ค่าขนม” เงินจำนวนหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้าฉัน
“ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้ก่อนจะรับเงินมาแล้วลงจากรถ
“ทดลองหนีก็ได้นะ เผื่อเธอชอบความตื่นเต้น” เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะขับรถออกไปจากบริเวณนี้ แค่นี้ก็แย่มากพอแล้ว เรื่องอะไรฉันจะทำให้ตัวเองแย่ลงไปอีกล่ะ ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็อยู่มันไปแบบนี้แหละ
หลังจากที่ปรับความเข้าใจกันแล้วฉันก็แยกตัวออกมาอ่านหนังสือมุมหนึ่ง พี่โรมอยู่มุมหนึ่ง ส่วนพี่เลย์นอนหลับอยู่ข้างฉันนี่แหละ“แม่ดุหรือเปล่า” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันละสายตาจากตัวหนังสือแล้ว“ไม่ดุค่ะ”“ไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม”“ไม่ค่ะ เขาชวนหนูให้ไปกินข้าวที่บ้านด้วยนะ”“ไว้วันหยุดนี้นะเราค่อยไปกัน”“แล้วพ่อพี่ล่ะคะเป็นยังไงบ้าง”“เขามีความสุขดี จะว่าไปก็ต่างคนต่างมีความสุขนั่นแหละ”“ก็จริง”หลายวันผ่านไปเป็นครั้งแรกที่ฉันมาบ้านแม่ของพี่แฝด จะบอกว่าใหญ่โตไม่ต่างไปจากบ้านพ่อเขาสักนิด มีการ์ดเฝ้าระวังและยังมีแม่บ้านที่เดินสวนกันไปมาจนวุ่นวายไปหมด“พี่เลย์สวัสดีค่ะ” ใครคนหนึ่งทักทายและยกมือไหว้อย่างมีมารยาท แต่ว่าคนที่เธอทักเป็นพี่โรมค่ะไม่ใช่พี่เลย์“พี่ชื่อโรมครับ”“อ๊ะ! ขอโทษค่ะครีมแยกไม่ออก” เธอว่ายิ้ม ๆ แล้วมองฉันเล็กน้อย “เอ่อ...แฟนพี่เหรอคะ น่ารักดีนะ”“ครับ” พี่โรมตอบพร้อมกับจูงมือพาฉันเข้าไปด้านใน ส่วนพี่เลย์เขาคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ในรถค่ะ อีกเดี๋ยวคงเดินตามมาภายในบ้านไม่ได้มีแค่คุณแม่ ยังมีแขกคนอื่นด้วยดูท่าทางคุณหญิงคุณนายทุกคนเลยค่ะ ผู้ดีมากทั้งบุคลิกและการแต่งตัว ฉันเดาว่าคงเป็
ห้าปีผ่านไป“มองอะไร” พี่โรมถามเมื่อเห็นฉันเอาแต่มองเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายอย่างพิจารณา และใช่ค่ะห้าปีผ่านไปฉันกลายเป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว“หนูกำลังคิดว่าทับทิมเหมือนใคร”“เหมือนพี่สิ”“ไม่น่าใช่นะ ถ้าวินเทอร์หนูจะไม่เถียงเลย” บอกไปตามความรู้สึกวินเทอร์กำลังจะห้าขวบแล้วค่ะ ส่วนทับทิมเพิ่งสามขวบเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แม้ว่าพ่อของเขาจะหน้าตาเหมือนกันแต่เขาสองคนกลับต่างกันสิ้นเชิง ยิ่งนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว“หนูไม่คิดว่าทับทิมจะเฉยชาขนาดนี้” ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่ามันทำให้คนเป็นแม่อย่างฉันแปลกใจไม่น้อยเลย “ต่างกับวินเทอร์ที่ยิ้มเผื่อคนทั้งโลกแทบจะทั้งวัน”“ดูพูดเข้าสิ” พี่เลย์ค้านขึ้นมาบ้าง“หนูพูดจริงนะพี่เลย์ ลูกพี่เจ้าชู้เหมือนพี่นั่นแหละ”“พี่ไม่เคยเจ้าชู้เหอะ”“หึ!”“ไม่ต้องมาหึอะไรทั้งนั้น”“เสน่ห์แรงไม่เบา”“หึงก็บอกมาเถอะ”“หนูไม่หึงหรอกเพราะทุกบาททุกสตางค์ของพี่เป็นของหนูคนเดียวอยู่แล้ว”“หึงหน่อยสิ อยากให้หึง”“กินไหมทับทิม อันนี้อร่อย” วินเทอร์ยื่นขนมให้น้องสาวด้วยความเต็มใจแม้ว่าขนมชิ้นนั้นจะเป็นของโปรดของตัวเองก็เถอะ“กินค่ะ” เสียงเล็กตอบกลับก่อนจะรับขน
หลังจากที่แม่ของเขากลับไปแล้ว ฉันยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมกระทั่งได้ยินเสียงรถขับเคลื่อนเข้ามากลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยบวกกับความเงียบทำให้ฉันมั่นใจว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันคือพี่เลย์แน่นอน“...” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากปรายตามองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า พี่เลย์ก็เช่นกัน เขาเงียบเหมือนไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรกับฉันเป็นประโยคแรกความเงียบเข้าปกคลุมจนรู้สึกอึดอัด พี่เลย์เดินผ่านหน้าฉันขึ้นชั้นบนไป ไม่กี่นาทีต่อมาพี่โรมก็มาค่ะ“วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ” เขาถามอย่างไม่รู้จะถามอะไร เขารู้ตารางเรียนของฉันทุกชั่วโมง รู้มานานแล้วด้วย“ค่ะ พี่มาเหนื่อย ๆ ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ”พี่โรมไม่ได้พูดอะไร เขาเดินมากอดฉันแล้วหอมแก้มอย่างที่ชอบทำ จากนั้นเดินขึ้นชั้นบนไปนานนับชั่วโมงที่ฉันนั่งอยู่ที่เดิม ในหัวมีอะไรให้คิดอยู่ตลอด“ไม่นอนพักเหรอคะ” ฉันถามพี่เลย์ที่เพิ่งลงมาจากชั้นบน“ไปนอนด้วยกันนะอยากกอด” ไม่พูดเปล่าเขายังออกแรงดึงให้ฉันเดินตามไปอีกด้วยเข้ามาในห้องเสื้อผ้ากระจัดกระจายจากการถูกเทออกจากกระเป๋าทั้งของเขาและของพี่โรม เห็นแบบนั้นฉันจึงเอาตะกร้ามาใส่“นอนก่อนเดี๋ยวค่อยทำ” มือหนารั้งเอวฉันให้นอนราบไปกับที่
สามวันเต็ม ๆ ที่พี่เลย์หายหน้าไป กับฉันเขาขาดการติดต่อไปเลย แต่แอบได้ยินพี่โรมคุยโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆ คิดว่าคงจะเป็นพี่เลย์นั่นแหละ“วันนี้น่าจะไม่ได้กลับบ้านนะคะ ทำโครงงานที่บ้านแซน” พี่โรมมองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร “พี่ไปต่างจังหวัดพรุ่งนี้ใช่ไหม”“วันนี้แหละพอดีงานมีปัญหานิดหน่อย” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นข้อเสนอให้ฉัน “ย้ายจากบ้านแซนมาทำที่บ้านเราได้ไหม ให้ค่าจ้างเฝ้าบ้านสองหมื่น”“ข้อเสนอดีนะเนี่ย” ฉันว่ายิ้ม ๆ พร้อมกับทำท่าคิดไปด้วย “อาร์ทต้องมาด้วยนะคะ พี่โอเคหรือเปล่า”“อืม”เขานี่แหละที่กระชากฉันออกจากอาร์ทครั้งนั้น ช่วงแรกก็มีหัวร้อนกันบ้างที่รู้ว่าอาร์ทเรียนที่เดียวกับฉัน แต่นานวันไปเขาคงตกตะกอนแล้วมั้งคะ“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่พี่จะเดินทางตอนไหน”“ค่ำ ๆ แหละ เช้านี้ต้องไปที่ร้านก่อน”“ขับรถกลางคืนอีกแล้ว”“แค่สองชั่วโมงเอง”“มีคำพูดมาแก้ต่างตลอดแหละ” ฉันว่าพลางเบะปากใส่เขาหลังจากมาส่งฉันที่มหาวิทยาลัยแล้วพี่โรมเขาก็เข้าร้านต่อค่ะ ได้ยินพี่กรณ์โทรมาบอกว่าร้านถูกงัด ไม่แน่ใจว่าอะไรเสียหายบ้าง“เธอมาก็ดี” แซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อะไรของเธอสีหน้าไม่ค่อย
หลายวันผ่านไป“พี่เลย์ไปไหนเหรอคะ” ฉันถามพี่โรมเมื่อกลับมาบ้านแล้วไม่เห็นใครอีกคนหนึ่ง “แล้วไหนว่าวันนี้พี่ไปต่างจังหวัดไง”“ไอ้เลย์ไปแทนแล้ว”“แล้วงานของพี่เลย์ล่ะ”“พี่ไปทำแทนไง”“เยี่ยมไปเลย นี่ถ้าลูกค้าแยกไม่ออกคงไม่คิดอะไร ส่วนคนที่แยกพี่สองคนออกเขาคงคิดว่าพี่เก่งมากแน่ ๆ สามารถทำแทนกันได้ทุกอย่าง”“แน่นอน” นอกจากจะไม่ปฏิเสธแล้วยังขานรับอย่างเต็มใจอีกด้วย “ไปตลาดนัดกันดีกว่า”“วันนี้มาแปลกแฮะ” ฉันว่าพลางมองคนตรงหน้านิ่ง ๆ รู้สึกว่าวันนี้เขามีพิรุธ“แค่ไปตลาดเองแปลกตรงไหนครับ”“แปลกตรงนี้แหละ แอบไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าคะ”“เปล่าสักหน่อย”“แน่?”“แน่สิ” เขาว่ายิ้ม ๆ แล้วหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ “ไปกันเถอะ”เลิกสนใจเขาแล้วกดโทรออกไปหาพี่เลย์ แต่ว่าเขาไม่รับสายฉันค่ะ ปกติฉันจะไม่เซ้าซี้ใคร ไม่รับฉันก็เลิกโทรแค่นั้น แต่วันนี้มันรู้สึกแปลก ๆ อยากให้เขารับสาย แต่ไม่ว่าฉันจะโทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับอยู่ดี“มันอาจจะกำลังยุ่งอยู่ก็ได้”“ไม่ใช่หรอก”“...”“พี่ก็แปลก พี่เลย์ก็แปลก มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามไปตามความรู้สึก และปฏิกิริยาของคนตรงหน้ามันทำให้ฉันมั่นใจว่าเซนส์ฉันไม่ผิดแน่นอน “ถือว่าหนูถามแล้ว
“พูดอะไรของมึง”“อะไร?”“ใจเย็น ๆ ก่อนอย่าเพิ่งต้อนให้จนมุม”“กูกับมึงต่างหากที่จนมุม รู้ทันไปหมด”เรื่องลูกผมพูดจริงนะว่าอยากมี ในส่วนที่เขียนฟ้าแพ้ยาชาผมคิดว่าคุณหมอเขาต้องมีวิธีทำคลอดแน่นอน สมัยนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลแล้วครับ ตรงนี้คงต้องปรึกษาคุณหมออย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง“รีสอร์ตไปถึงไหนแล้ว” ถามไอ้โรมเพราะเมื่อไม่นานมานี้มันเข้าไปดูมา“เรียบร้อยดี”“อืม ... มึงได้ข่าวแม่บ้างไหม” ผมถามต่อ ช่วงหลังมานี้แม่หายเงียบไปเลย ปกติจะโทรหาเราสองคนอยู่บ่อย ๆ“ไปเที่ยวญี่ปุ่น”“ไปกับใคร”“แก๊งเพื่อนเขานั่นแหละ อาทิตย์หน้าคงกลับแล้ว”สามปีมานี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับพวกเรา เถียงกันบ้าง ความคิดไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องปกติครับ ที่ยังเหมือนเดิมและดีขึ้นกว่าเดิมคือเขียนฟ้า เรียนเก่งปรับตัวเก่ง กล้าคิดกล้าตัดสินใจอีกด้วย แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมกับไอ้โรมยังไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ นั่นก็คือแม่ที่ยังไม่ยอมรับเขียนฟ้า“พี่เลย์”“ครับ”“ถ้าพี่มีลูกชายพี่จะตั้งชื่อเขาว่าอะไร” เป็นคำถามที่ไม่คิดว่าเธอจะถามเลยด้วยซ้ำ“วินเทอร์”“ขอเหตุผลค่ะ”“พี่ชอบฤดูหนาว”“อืม ... แล้วพี่ล่ะคะ ถ้ามีลูกสาวพี่







![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)