LOGIN“น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วละครับ”
“อืม” พิชานันท์พยักหน้าเห็นด้วยกับคนงาน จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้าลาเต้อย่างคล่องแคล่ว พามันพุ่งทะยานเข้าไปในทุ่งหญ้าพร้อมกับร้องตะโกนบอกให้ชญานินรีบตามมา
ชญานินไม่รอช้า กระตุ้นเจ้าโซดาให้พุ่งตัวตามไปติดๆ การขี่ม้าในทุ่งหญ้ากว้างที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลังเช่นนี้ ทำให้รู้สึกฮึกเหิม ตื่นเต้น และปลอดโปร่งอย่างที่พิชานันท์พร่ำบอกจริงๆ เธอสนุกจนสั่งให้ม้าทะยานไปข้างหน้าเร็วขึ้นอีก
กระทั่งพากันมาถึงกลางทุ่งหญ้าโล่งๆ พิชานันท์จึงส่งสัญญาณมือให้หยุด ก่อนตะโกนถามชญานิน “มาแข่งกันไหม ใครจะเร็วกว่ากัน”
“เอาสิ” คนกำลังสนุกได้ที่พยักหน้ารับทันที
“เริ่มตรงนั้นนะ นับถึงสาม ใครถึงต้นไม้ใหญ่นั่นก่อนก็ชนะไปเลย”
ชญานินมองกอหญ้าสูงที่พิชานันท์ชี้เป็นจุดเริ่มต้นกับต้นไม้ใหญ่ติดรั้วหลังไร่ที่ถูกชี้เป็นเส้นชัย แล้วยกมือบอก “โอเค ถ้าพร้อมแล้วขิงก็ให้สัญญาณเลยนะ”
“ได้” พิชานันท์พยักหน้ารับ มองชญานินยิ้มๆ อยู่ครู่หนึ่ง ค่อยหันไปมองทางข้างหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเริ่มนับ “หนึ่ง สอง สาม!”
“ฮี่!!”
ม้าทั้งสองตัวออกตัวเกือบพร้อมกัน พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากขึ้นจากเมื่อครู่ ผลัดกันนำผลัดกันตามอยู่หลายครั้ง จนเลยครึ่งทางมาชญานินก็เป็นฝ่ายนำ แต่ไม่นานก็ตกเป็นรอง เพราะไม่คุ้นเคยพื้นที่ พิชานันท์ชำนาญทางมากกว่า เดี๋ยวเดียวก็กลับมานำอีกครั้ง และห้อม้าเร็วขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อเห็นเส้นชัยอยู่ข้างหน้า
สุดท้ายพิชานันท์ก็เป็นฝ่ายชนะ
ส่วนชญานินพุ่งตามมาช้าเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
“อีกนิดเดียว ก็จะชนะแล้วเชียว” ชญานินพูดเสียงหอบนิดๆ มือลูบแผงคอของเจ้าโซดาหายใจฟืดฟาดจากการวิ่งมาเหนื่อยๆ พอมันนิ่งลงแล้ว จึงหันมองรอบตัวอย่างสนใจ “ไร่ของขิงอยู่ติดเขาขนาดนี้เลยเหรอ นี่มันตีนเขาเลยนะ ที่ดินที่เสี่ยนั่นอยากได้ ใช่ตรงนี้หรือเปล่า”
“ใช่” พิชานันท์พยักหน้าชี้ไปทางชายป่ารกทึบใกล้ๆ “เสี่ยวงศกรอยากได้ที่ดินตรงนั้น รีสอร์ตของเขาก็อยู่ทางนั้น ถัดจากตรงนี้ไปนิดเดียว”
“ป่ารกขนาดนี้ เขาจะเอาไปทำอะไร ขยายรีสอร์ต?”
“ขยายความชั่วน่ะสิ! พ่อบอกว่าตีนเขาฝั่งโน้นมันชัน ไม่สะดวกขนของ แต่ที่ทางฝั่งเรานี่มันไม่ลาดชัน ขนของเข้าออกง่ายกว่า มันเลยอยากได้ไง”
หลังบอกในสิ่งที่รู้มาแล้ว สาวตัวเล็กก็กระตุ้นม้าเดินเข้าไปใกล้ชายป่า อยากไปดูว่ามันสะดวกกว่าตีนเขาท้ายไร่ของเสี่ยใหญ่ยังไง
แต่ยังไม่ทันได้ดูอะไร พวกเธอก็พลันได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากข้างในป่า จึงชะงักมองหน้ากันอย่างตกใจ แล้วรีบชักม้าไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่มีพงหญ้าขึ้นสูงเป็นที่กำบังพอดี
ไม่นานชายฉกรรจ์หลายคนก็ปรากฏตัวขึ้น ในมือมีปืนลูกซองกันทุกคน กลางแถวมีคนหาบกล่องขนาดใหญ่อยู่ พากันเดินเรียบไปตามตีนเขา มุ่งหน้าไปยังชายป่าอีกด้าน ที่เป็นที่ดินของเสี่ยวงศกร ลักษณะท่าทางไม่ใช่คนดีเลย ถ้าคนพวกนั้นพบว่าพวกเธอแอบดูอยู่ตรงนี้ ลูกซองที่เห็นคงลั่นออกมาทันทีแน่!
สองสาวพยายามซ่อนตัวให้นิ่งและเงียบที่สุด กลัวจะถูกพบตัวจนหัวใจเต้นแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก เหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้า พวกเธออดทนได้ดีจนพวกมันเดินผ่านไปโดยไม่รู้เลยว่ามีคนแอบดูอยู่
ทว่ายังไม่ทันได้โล่งออก ขณะที่พวกมันกำลังจะเดินหายลับไปแล้วนั้น สิ่งมีชีวิตที่มากับพวกเธอดันส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก
“ลาเต้!”
เป็นเจ้าลาเต้ร้องดังขึ้นพร้อมกับยกขาหน้าหนีงูตัวเขื่องที่กำลังแผ่แม่เบี้ยใส่มันอยู่!
พิชานันท์หน้าซีดเผือดทันตาเห็น ตกใจงูก็ตกใจ ตกใจที่ม้าร้องขึ้นมาในวินาทีสำคัญก็ด้วย เธอพยายามปลอบม้าให้สงบลงก่อนเสียงทางนี้จะไปดึงความสนใจของพวกที่เพิ่งเดินผ่านไป
“เสียงม้าที่ไหนน่ะ!”
“มีคนอยู่ตรงนั้น!!”
เสียงโหวกเหวกที่ดังมาจากชายป่าทำเอาสองสาวหน้าซีดกว่าเดิม
พวกมันรู้ตัวแล้ว!
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว ชญานินรีบตะโกนบอกพิชานันท์ให้ชักม้ากลับเข้าไปในไร่ก่อน ไม่ว่ายังไงก็ต้องหนีให้ทัน
ทว่าพวกเธอยังเคลื่อนไหวช้าเกินไป...
ปัง!
“ฮี้!!/กรี๊ดดดดดด!”
ทั้งคนทั้งม้าร้องออกมาเสียงหลง เมื่อพวกมันยิงมาเฉียดจุดที่กำลังจะผ่านเพียงนิดเดียว เบียดเจ้าลาเต้แบบเผาขน ทำให้มันยิ่งตื่นตระหนก วิ่งเตลิดหนีไปอีกทางทันที พิชานันท์เองก็ตกใจจนไม่อาจควบคุมมันได้อีกต่อไป ได้แต่ปล่อยให้มันพาเตลิด ทางชญานินนั้นดีกว่าตรงที่ยังควบคุมม้าได้อยู่ แม้จะยากเต็มที แล้วในขณะที่เธอกำลังจะกระตุ้นม้าไปหาพิชานันท์นั่นเอง กระสุนอีกนัดก็ยิงออกมา
ปัง!
คราวนี้มันดังใกล้เข้ามาจนเจ้าโซดาตื่นตกใจ เกือบทำชญานินร่วงแล้ว ดีที่เธอดึงบังเหียนไว้แน่นมาก แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น เมื่อมันสลัดเธอไม่พ้นหลังก็พาเตลิดไปทางตีนเขาด้วยกันซะเลย พุ่งแซงหน้าพวกพิชานันท์ไปอย่างเร็ว
เอาไม่อยู่แล้ว!
สองสาวได้แต่หมอบตัวลงกอดม้าไว้แน่น สายตาที่มองกันและกันสะท้อนความเป็นห่วงและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้า พวกเธอไม่รู้จริงๆ ว่าชะตากรรมจากนี้จะเป็นเช่นไร จะรอดตายกันหรือเปล่า
คิดไม่ถึงเลยว่าแค่ออกมาขี่ม้าเล่นก็มีเหตุให้ต้องหนีหัวซุกหัวซุน!
หนึ่งในคนที่ย้อนกลับมาตรงชายป่ามองสถานการณ์แล้วรีบบอกลูกพี่มัน “ม้าน่าจะพานังสองคนนั้นหนีเตลิดขึ้นเขาไปแล้วนะพี่”
“ตามไป! อย่าให้พวกมันหนีไปได้” สมยศ หัวหน้ากลุ่มลำเลียงของมาสั่งเสียงเหี้ยม วันนี้พวกเขาทดลองเส้นทางใหม่เป็นครั้งแรก เดิมทีคิดว่าเป็นงานง่ายๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นี่ดันมีคนมาเห็นเข้าพอดี จะไม่ให้เขาหัวเสียได้ไง ยังดีที่อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้หญิงสองคน พวกเขาจำได้จัดการง่ายๆ หน่อย
“จะตามทันเหรอพี่ พวกมันขี่ม้าขึ้นไปนะ”
“ก็ทำให้ไม่มีสิวะ! ต่อให้ต้องขึ้นเขาลงห้วย วันนี้พวกมึงก็ต้องจับผู้หญิงสองคนนั้นกลับมาให้ได้!”
“แล้วของเราล่ะพี่”
“แบ่งคนครึ่งหนึ่งเอาของไปส่งตามเดิม ที่เหลือตามผู้หญิงพวกนั้นไปกับกู ไป!” สมยศสั่งจบก็หมุนตัววิ่งนำไปยังทิศทางที่เห็นม้าเตลิดขึ้นไปไวๆ เขามั่นใจว่าต้องตามทัน ป่าแถบนี้ทั้งรกทั้งทึบ คนยังไปมาลำบากมาก ประสาอะไรกับม้า ไม่นานเขาก็มองเห็นม้าตัวหนึ่งกำลังจะหายไปจากสายตา จึงยกปืนในมือขึ้นทันที
ปัง!
ไร่ชาเศรษฐกรในวันนี้ถูกเวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตเป็นสถานที่จัดงานฉลองวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ดอกกุหลาบสีขาวที่เจ้าสาวทั้งสองคนชื่นชอบ ถูกนำมาประดับประดาอยู่ทุกมุม บรรยากาศงานเรียบหรูดูแพงสมหน้าตาตระกูลใหญ่จัดงานนางเอกของงานอย่างชญานินกับพิชานันท์มาแต่งหน้าทำผมอยู่ที่บ้านใหญ่ของไร่เศรษฐกรตั้งแต่บ่าย ส่วนเตชทัตกับตนุภัทรถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านหนุ่มโสด ห้ามมาเจอสาวๆ จนกว่าจะถึงเวลาเวลาเดินผ่านมาถึงช่วงค่ำ เจ้าสาวจึงสวยพร้อมออกงาน ทั้งสองเดินมาหมุนตัวดูความเรียบร้อยในกระจกบานใหญ่ช้าๆ งานนี้ชญานินได้เลือกสวมชุดทรงเอไลน์สีออฟไวท์ ช่วงบนเป็นซีทรูเปิดไหล่ ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ด้านหลังเว้าลึกแอบเซ็กซี่เย้ายวน พิชานันท์เลือกเป็นชุดเกาะอกสไตล์เจ้าหญิง กระโปรงพองหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีออฟไวท์เหมือนกัน แต่เพิ่มความหรูด้วยคริสตัล ดูสวยระยิบระยับจับตาไปหมดสองสาวยืนชื่นชมลุคเต็มๆ ของกันและกันได้ไม่นาน แม่เลี้ยงลดาก็พาชลวิภากับนิ่มนวลแวะมาดูความเรียบร้อย“สาวๆ พร้อมกันยังจ๊ะ”“พร้อมแล้วค่ะ สวยไหมคะ”พอพิชานันท์หมุนตัวโชว์ให้ดูพร้อมๆ กับชญานิน แม่ๆ ทั้งสามก็ปรบมือให้ทันที ชุด
พอได้คำมั่นมาแล้ว เตชทัตไม่เสียเวลาพูดมากอีก ยกมือเรียวสวยขึ้นจุมพิตหนักๆ แล้วลุกเดินออกไปยังซุ้มดอกไม้ใกล้ๆ ทันที ชญานินได้แต่ยิ้มมองร่างสูงเดินหากุหลาบขาวดอกใหญ่มาในเวลาไม่ถึงนาที แต่แหวนไม่ได้มีอยู่รอบงานเหมือนดอกไม้ เขาจะหามาจากไหนเอ๊ะ! ดูเหมือนเขาจะไม่หา หลังจากได้ดอกไม้ เตชทัตก็หมุนตัวเดินกลับมาหาเธอเลย ระหว่างทางเขาจ้องเธอไม่ละสายตา ทั้งยังยกกุหลาบขาวดอกนั้นขึ้นจุมพิตอ้อยอิ่งราวกับว่าสิ่งที่กำลังจุมพิตคือเธอผู้เป็นที่รักท่าทางของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังเรียกสายตาคนอื่นให้หันมองเขาตามๆ กัน ไม่เว้นตนุภัทรกับพิชานันท์บนเวที ฝ่ายชายถึงกับหยุดร้องเพลงไปเลย ส่วนชญานินได้สบสายตาพราวระยับแฝงประกายอ่อนหวานคู่นั้นเข้าก็ชักเริ่มรู้สึกหวั่นๆไม่ใช่หรอกน่า...ในที่สุดเตชทัตก็กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าชญานิน เขายื่นกุหลาบขาวให้เธอแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาทำให้เธอเบิกตาโต วินาทีต่อมาก็ยกมือปิดปากมองเขาหยิบกล่องแหวนออกมาจากเสื้อสูทอย่างไม่เชื่อสายตาเขาพกแหวนมาด้วยเหรอเนี่ย!คนในงานก็ตะลึงกับการกระทำของเตชทัต พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปวิดีโอนาทีสำคัญข
เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือพิชานันท์เข้ามาในงาน อิศวัตผู้รับหน้าที่พิธีกรรีบเชิญทั้งคู่ขึ้นกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวทีพลางส่งสัญญาณให้นักดนตรีเปลี่ยนไปเล่นเพลงหวานๆ ด้วยตนุภัทรพาพิชานันท์ก้าวขึ้นเวทีไปรับไมโครโฟนมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมและขิงหอมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมยินดีกับเราในวันนี้ด้วยนะครับ วันนี้เราฉลองกันเล็กๆ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนต้องขออภัย อีกสองเดือนข้างหน้าค่อยมาฉลองแต่งกันอีกนะครับ ยังไงเราขอเรียนเชิญไว้ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้เลย ขอบคุณค้าบบบ”หลังจากนั้นเขาก็ส่งไมโครโฟนให้พิชานันท์พูดต่อ หญิงสาวสบตาเขายิ้มๆ ก่อนจะพูดกับทุกคนในงาน “ขิงขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับเราสองคนเช่นกันค่ะ ดีใจที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนเราสองคนค่ะ คืนนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มเต็มท
ทางฝั่งเชียงรายเตชทัตกับตนุภัทรกำลังถูกบิดามารดาที่เพิ่งกลับมาจากทริปเที่ยวทั่วไทยสอบถามเรื่องจับกุมเสี่ยเลวยันรัฐมนตรีเลวอยู่ แน่นอนว่าตนุภัทรเป็นคนเล่าเสียส่วนใหญ่ ยังเล่าไปถึงเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตอนพวกท่านไม่อยู่ไร่ด้วย กระทั่งมาถึงเรื่อง ‘ว่าที่สะใภ้’ คนนั่งฟังเรื่องดีและร้ายที่ลูกชายลงทุนลงแรงทำจนสำเร็จด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอย่างแม่เลี้ยงลดาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที“นี่แม่กำลังจะมีลูกสะใภ้กับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!”“โธ่! ผมไม่หลอกแม่หรอก จะหมั้นแล้วด้วย” ลูกชายคนเล็กว่า“ของลูกน่ะ แม่เชื่อแล้วจ้ะ” แม่เลี้ยงลดาพูดกับตนุภัทรเสียงหวาน แล้วหันไปทางเตชทัตที่นั่งเงียบอยู่อย่างไม่แน่ใจ “แต่ของเราน่ะ แม่จะเชื่อได้หรือเปล่าจ๊ะ”“แม่เชื่อได้สิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของแม่น่ะ สวยมากกกกก”“ต้นเงียบๆ ก่อน แม่จะฟังพี่เขาพูดเอง”ตนุภัทรปิดปากทันที ยังหันมองบิดาอย่างน้อยใจ พ่อเลี้ยงตฤณถึงกับส่ายหน้ากับความเยอะของลูกชายคนเล็กด้านเตชทัตสบตากับมารดาแล้วพยักหน้าตอบเสียงนุ่ม “แม่เชื่อได้แน่นอน ผมกับแฟนคบกันมาสักพักแล้วครับ อีกไม่นานแม่กับพ่อคงได้มีสะใภ้ใหญ่กับเขาแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น แม่เลี้ยงลดาก็หันไป
เตชทัตหรี่ตามองน้องชายที่มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่อหน้าเขา ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หลังจากงอนง้อขอคืนดีได้แล้ว ตนุภัทรไปขลุกอยู่กับพิชานันท์มากกว่าเดิมอีก วันก่อนไปทำท่าไหนไม่รู้ มันถึงกลับมาบอกเขา ว่าสินธรตกลงยกพิชานันท์ให้หมั้นกับมันในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วก็แค่จะหมั้น ไอ้น้องบ้านี่ดีใจเหมือนจะได้แต่ง!“มองไมวะ” ตนุภัทรเหลือบมาเห็นพี่ชายมองตัวเองอยู่ ก็เลิกคิ้วถามกวนๆ “อิจฉาอะดิ ที่กูจะหมั้นแล้ว มึงยังได้แค่จิ้มโทรศัพท์คุยกันอะ”“...” เตชทัตคนถูกพูดให้อิจฉา คร้านจะบอกว่าตอนนี้หมดเวลาสามเดือนที่คุณชลวิภาขอไว้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ตอนไปดูการพิจารณาคดีของเสี่ยวงศกรกับนายอดิศร เขาก็รีบไปรีบกลับ ไม่ได้ไปหาชญานินเลย ทำเอาคนสวยงอนตุ๊บป่อง ด้วยไม่รู้เรื่องที่มารดาขอให้เขาอยู่ห่างจากเธอสามเดือน นี่ถ้าไม่ติดว่างานดึงตัว ยังไปไหนไม่ได้ เขาคงไปหาชญานินตั้งนานแล้วตนุภัทรเหมือนไม่สนใจว่าเตชทัตจะโต้ตอบหรือไม่ ถามต่อเสียงตื่นเต้น “มึงว่าพวกกูควรจัดงานหมั้นแบบไหนดีวะ”“พูดตรงๆ นะ กูสงสัยจริงๆ ทำไมลุงสินถึงตกลงที่จะยกขิงหอมให้กับมึงวะ”“อ้าวๆ พูดจาให้มันดีหน่อย กูออกจะแสนด
ทั้งที่ถูกเตชทัตโจมตีกลับมา ตนุภัทรดันไม่โวยเช่นปกติ เขาเดินหน้าบูดไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ พี่ชาย ทอดสายตาเหม่อลอยมองไร่ชาเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก“เป็นอะไรของมึงอีกล่ะ”“เปล่า” ว่าแล้วก็หลบตาพี่ชายอย่างมีพิรุธ“มีอะไรจะพูดก็พูดมา ไม่อยากพูดก็ไสหัวไปจากสายตากู”“ก็...”เห็นตนุภัทรยังอึกอัก เตชทัตเลยยักไหล่จะเดินหนี ร้อนคนเป็นน้องต้องรีบมารั้งเอาไว้ กดให้นั่งลงข้างๆ ตน “มึงนี่! รอฟังกูก่อนไม่ได้ไง”“กูพูดมาสิ”“เรื่องขิงหอมน่ะ” บอกสั้นๆ แล้วตนุภัทรก็เริ่มเดินไปมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ พอเห็นเตชทัตทำท่าจะลุกอีกถึงยอมพูดต่อ “วันนี้กูเข้าไปทำธุระในเมือง แวะกินข้าวร้านประจำของเรา กูเจอขิงหอมนั่งหัวเราะกินข้าวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง”“แล้ว?”“แล้วกูก็เข้าใจผิด หึงจนหน้ามืดเลยน่ะสิ!” ตนุภัทรพูดแล้วทึ้งหัวตัวเองแรงๆ พอเห็นพิชานันท์นั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น เขาก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งลงกอดเอวเธอ แนะนำตัวกับหมอนั่น ว่าเขาเป็นคนรักของเธอ แสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ หมอนั่นดันเปิดยิ้มบอกว่าตนเป็นรุ่นพี่ของพิชานันท์ รู้จักกันมาแต่เล็ก นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง เขานี่ปั้นยิ้มคืนแทบไม่ออก แล้วยังโดนพ







