เข้าสู่ระบบเมื่อกลับมาถึงไร่ก็พอดีกับสินธร พ่อของพิชานันท์กลับจากทำงานในไร่ แม้เรื่องดักฉุดจะผ่านมาสองสามวันแล้ว แต่สินธรยังอดห่วงไม่ได้จริงๆ จึงเรียกสองสาวไปถามไถ่
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมลูก ไม่มีใครมาวุ่นวายด้วยอีกนะ”
“ไม่มีเลยค่ะ” พิชานันท์ส่ายหน้าบอกทันที “พวกมันไม่ทำเรื่องเดิมๆ หรอก น่าจะคิดได้ ว่าถ้ามีอะไรขึ้นกับพวกเรา ตัวเองจะถูกสงสัยเป็นคนแรก”
“ไม่มีเรื่องอะไรก็ดีแล้ว อีกไม่กี่วันพ่อต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ ไม่รู้พวกมันจะฉวยโอกาสมาเล่นงานเราตอนนั้นไหม ถ้าไม่ใช่งานสำคัญจริงๆ พ่อคงเลื่อนออกไปแล้ว” พ่อเลี้ยงวัยกลางคนพูดอย่างกังวล แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้ ไม่ง่ายเลยที่จะนัดเจรจากับคู่ค้าคนนี้ ถ้าเจรจาตกลงร่วมงานกันได้ ไร่รุ่งรวินท์จะได้ทั้งกำไรและช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น เขาเลยเลื่อนนัดออกไปไม่ได้จริงๆ
พิชานันท์ไม่อยากทำให้บิดาเป็นห่วง รีบบอกด้วยสีหน้าขึงขังเลยทีเดียว “พ่อไม่ต้องห่วง ขิงรับรองว่าช่วงที่พ่อไม่อยู่ ขิงจะไม่ดื้อไม่ซนเลย”
“ให้มันจริงเถอะ เราน่ะตัวดี!” สินธรว่าอย่างรู้นิสัยกันดี “พ่อไปตั้งหลายวัน ไม่มีคนคุมแบบนี้ จะก่อเรื่องอะไรบ้างก็ไม่รู้”
“โธ่! ขิงไม่ก่อเรื่องหรอกน่า”
“สัญญากับพ่อก่อนว่าจะไม่ออกจากไร่ จนกว่าพ่อจะกลับมา”
พิชานันท์รู้ว่าบิดากังวลว่าใครจะมาทำอะไรพวกเธออีก จึงรับปากอย่างแข็งขัน “สัญญาเลยค่ะ จนกว่าพ่อจะกลับมา ขิงจะไม่ออกจากไร่แม้แต่ก้าวเดียว!”
“ดีมาก” สินธรลูบผมลูกสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนหันไปเอ่ยกับชญานิน “หนูนินช่วยขิงหอมรักษาสัญญาด้วยนะ ถึงวันนี้จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้หรอก ตราบใดที่พวกมันยังต้องการที่ดินของเรา พวกมันต้องหาทางทำอะไรอีกแน่ ไม่รู้ว่าพวกมันจะมาไม้ไหนอีก เราต้องป้องกันตัวเองไว้ให้ดี”
ชญานินเห็นด้วยกับสินธรในเรื่องทำอะไรต้องยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน จึงยิ้มน้อยๆ บอกกับเขา “ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ช่วงที่พ่อสินไม่อยู่ เราจะเที่ยวเล่นอยู่ในไร่นี่ละ เอาไว้พ่อสินกลับมา ค่อยไปเที่ยวข้างนอกก็ได้”
“ใช่ๆ ขิงพานินเที่ยวในไร่นี่ละ ดีเหมือนกัน ไม่ต้องออกไปไหน”
“ดูแลเพื่อนให้ดี อย่าซน” คนเป็นพ่อขัดคอ
“โธ่! พ่อก็...”
ชญานินอมยิ้มมอง เห็นขัดกันแบบนี้ แต่ทั้งสองก็รักกันมาก ด้วยเหลือกันอยู่สองคน มารดาของพิชานันท์นั้นเสียไปตั้งนานแล้ว
ด้านสินธรเห็นลูกสาวทำหน้างอนก็หัวเราะบอก “โอเคๆ ตกลงตามนี้นะ เราไปดูทางนั้นกันดีกว่า นวลคงตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว”
“แหม รู้เวลาเลยนะ น้านวลจะทำอะไร พ่อรู้ไปทุกอย่าง มีอะไรอยู่ในกอไผ่น้า” คนแอบรู้ความลับของบิดาทำหน้าทำตาล้อเลียนเสียงใส
“เดี๋ยวเถอะ! มาแซวพ่อ”
“ฮิฮิ ไม่ต้องกลัวว่าขิงจะกีดกันน่า คนนี้ขิงให้ผ่าน” พิชานันท์บอกพลางขยับเข้าไปกอดแขนบิดาอย่างแสนรัก ถ้าท่านอยากมีแม่เลี้ยงให้ เธอก็ยินดี และจะยินดีมากๆ ถ้าคนนั้นจะเป็นนิ่มนวล แม่บ้านใหญ่ที่ดูแลเธอมาตั้งแต่ที่มารดาจากไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
สินธรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงค่อย “ก็ค่อยๆ ดูกันไป” เขายอมรับว่าพึงใจนิ่มนวลอยู่ แต่ยังยั้งๆ ไว้ ไม่แสดงออก เพราะเกรงลูกสาวจะไม่พอใจ ในเมื่อลูกสาวเปิดทางให้แล้ว ต่อไปเขาก็จะไม่ยั้งละนะ!
หลายวันต่อมา
เช้านี้สินธรเดินทางไปเจรจางานที่ต่างประเทศแล้ว
พิชานันท์ออกมายืนส่งบิดาขึ้นรถออกจากไร่อย่างมีความสุข ในหัวเต็มไปด้วยความคิดจะทำอะไรเมื่อไม่มีคนคุม เธอเริ่มจากพาชญานินไปขี่ม้าเล่นในไร่ตอนบ่าย
จริงๆ แล้วกิจกรรมนี้พวกเธอชวนกันไว้ตั้งแต่หลายวันก่อน แต่พอดีสองสามวันที่ผ่านมามีฝนพรำลงมาตลอด พวกเธอเลยกินๆ นอนๆ เล่นกันอยู่แต่ในบ้านสมใจเจ้าของไร่ กระทั่งวันนี้อะไรก็เป็นใจ สินธรไม่อยู่ ฝนไม่มี แดดร่มลมตก ฟ้าสว่างสดใส พวกเธอเลยพากันออกมาขี่ม้าเล่นสมใจอยาก
การขี่ม้าเป็นกิจกรรมที่พิชานันท์ชื่นชอบมาก พูดกับชญานินอยู่เสมอๆ ว่าถ้ามีโอกาสจะพาขี่ม้าเล่นในทุ่งท้ายไร่ พอฟังบ่อยๆ ชญานินก็เริ่มสนใจมากขึ้น ไปๆ มาๆ ก็ไปเรียนขี่ม้าเล่นเป็นงานอดิเรก แต่นั่นก็อยู่ในสนามกลางเมือง วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ขี่ม้าในทุ่งหญ้ากว้างในไร่ใหญ่แบบนี้
พอไปถึงคอกม้าก็เห็นคนงานจูงม้าสองตัวออกมารออยู่แล้ว ม้าตัวหนึ่งสีน้ำตาลอ่อน ตัวหนึ่งสีขาว พิชานันท์ในชุดขี่ม้าสีครีมเดินไปหาม้าตัวสีน้ำตาลอ่อนที่ร้องเสียงดังทันทีที่เห็นเธอลงจากรถ ร่างเล็กเข้าไปกอดลูบพุงของมันแรงๆ อย่างเอ็นดูอยู่หลายที มันก็ใช้จมูกดุนตัวเธอกลับ ทั้งน่าเอ็นดูและน่าโมโหพอๆ กัน
“นี่คือเจ้าลาเต้ที่ขิงพูดถึงบ่อยๆ ไง” เธอหันไปบอกชญานิน “ดูสิ มันน่ารักอย่างที่ขิงบอกมะ”
“อืม มันน่ารักมาก” ชญานินพยักหน้ารับยิ้มๆ ขณะพาร่างระหงที่สวมชุดขี่ม้าสีน้ำเงินเข้มเดินไปหาม้าตัวสีขาวที่ดูเชื่องกว่า เพราะมันนิ่งอยู่ตลอด คนงานที่เฝ้ามันอยู่บอกให้เธอหยุดในระยะปลอดภัย ค่อยๆ ยื่นมือให้มัน เจ้าม้าอ้วนพีกลับพ่นลมออกจมูกเสียงดัง สะบัดหน้าเมินหนีไปอีกทาง ไม่สนใจกันเลย หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พูดกับมัน “หยิ่งจังเลย ขอรู้จักหน่อยน่า”
“โซดามันหยิ่งจะตาย” พิชานันท์ย่นจมูกใส่เจ้าม้าแสนหยิ่ง “แต่มันติดลาเต้มาก ต้องออกไปวิ่งด้วยกันตลอด ถ้ามันไม่ยอมให้นินขี่ ขิงจะให้พี่เขาไปเอาตัวอื่นมา”
“ไม่ต้องหรอก นินชอบโซดา มันสวยมาก” ชญานินบอกโดยที่ยังยื่นมือรออยู่อย่างนั้น ไม่รู้เจ้าโซดามันแสนรู้ ฟังรู้เรื่องว่าจะถูกเปลี่ยนตัวหรือไร ถึงค่อยๆ หันมา สักพักก็ยื่นจมูกมาแตะมือเธอเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาแล้ว “เด็กดีๆ น่ารักจังเลย”
“เดี๋ยวครับ...”
พอเห็นเธอจะก้าวเข้าไปใกล้อีก คนงานเลี้ยงม้าก็รีบบอกให้รอนิ่งๆ ก่อน จนเจ้าโซดาก้าวเท้าเข้ามาให้ลูบทำความคุ้นเคยเอง จึงให้เธอลูบตัวมันได้ พิชานันท์เห็นแล้วถึงกับอึ้ง
“นี่มันเล่นกับนินด้วยเหรอ”
ร้อยวันพันปีเจ้าม้านี่ไม่ให้ใครลูบอย่างว่าง่ายแบบนี้เลยนะ!
ชญานินหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกเจ้าโซดาเอาหัวดุนจนเซ “นินว่ามันอยากออกไปวิ่งเล่นในทุ่งกับนินเร็วๆ แล้วนะ”
“แน่ใจนะว่าเอาอยู่”
“นินว่ามันชอบนินนะ น่าจะเอาอยู่ ลองดูก่อนแล้วกัน”
“อืม เอางั้นก็ได้”
ว่าแล้วพิชานันท์ก็พยักหน้าให้คนงานช่วยพาชญานินขึ้นนั่งบนหลังเจ้าโซดา จูงมันออกไปลองเดินเหยาะๆ จนเห็นว่าชญานินเอาม้าอยู่ ไม่ถูกสลัดทิ้ง จึงให้พี่เลี้ยงถอยออก บอกเพื่อนลองขี่ม้าเอง
ดวงตากลมโตของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักคนหนึ่งเหลือบมองซ้ายขวาผ่านขอบหนังสือเล่มเล็กในมือ พอชายฉกรรจ์สามสี่คนที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มคู่กับกางเกงยีนวิ่งมาหยุดอยู่ใกล้ๆ เธอก็รีบมุดหน้าเข้าหนังสือ พอพวกนั้นพากันวิ่งไปทางอื่น ร่างเล็กก็ผุดลุกขึ้นเดินเร็วๆ ออกจากร้านทันทีแต่คงจะไม่ใช่จังหวะที่ดีนักหนึ่งในชายเหล่านั้นดันหันกลับมาเห็นเธอเข้าพอดี!“หยุดนะ!”พวกนั้นตะโกนอย่างไม่เกรงใจคนอื่นในสนามบิน เธอตะโกนตอบกลับไปเสียงดังอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน “ไม่หยุดหรอก!” ชั่วโมงต่อมา...ร่างเล็กบอบบางนั่งกอดอกทำหน้าบึ้งอยู่บนเครื่องบิน ด้านข้างมีชายหน้าเข้มสองคนประกบ อีกสองคนนั่งเบาะถัดไปด้านหลังอย่างกับเธอเป็นนักโทษ "พวกนายจำไว้เลย ถ้าหนีได้ ฉันก็จะหนีอีก!” เสียงหวานใสเอ่ยออกมาทั้งหน้าบูดๆ “โธ่! คุณหนูจะหนีทำไมครับ ไม่อยากแต่งก็บอกคุณท่านไปสิครับ” ได้ยินบอดี้การ์ดที่ติดตามเธอมาพูดมาแบบนั้น ดวงหน้าสวยน่ารักยิ่งบูดกว่าเดิม“คุณป๋านะเหรอจะฟังฉัน” เพียงรักษ์แค่นยิ้มเมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องหลบมาพักผ่อนไกลถึงเชียงราย อยู่ดีไม่ว่าดี บิดาก็คิดจะจับเธอแต่งงานกับลูกชายเพื่อน เพื่อเชื่อมคว
ไร่ชาเศรษฐกรในวันนี้ถูกเวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตเป็นสถานที่จัดงานฉลองวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ดอกกุหลาบสีขาวที่เจ้าสาวทั้งสองคนชื่นชอบ ถูกนำมาประดับประดาอยู่ทุกมุม บรรยากาศงานเรียบหรูดูแพงสมหน้าตาตระกูลใหญ่จัดงานนางเอกของงานอย่างชญานินกับพิชานันท์มาแต่งหน้าทำผมอยู่ที่บ้านใหญ่ของไร่เศรษฐกรตั้งแต่บ่าย ส่วนเตชทัตกับตนุภัทรถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านหนุ่มโสด ห้ามมาเจอสาวๆ จนกว่าจะถึงเวลาเวลาเดินผ่านมาถึงช่วงค่ำ เจ้าสาวจึงสวยพร้อมออกงาน ทั้งสองเดินมาหมุนตัวดูความเรียบร้อยในกระจกบานใหญ่ช้าๆ งานนี้ชญานินได้เลือกสวมชุดทรงเอไลน์สีออฟไวท์ ช่วงบนเป็นซีทรูเปิดไหล่ ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ด้านหลังเว้าลึกแอบเซ็กซี่เย้ายวน พิชานันท์เลือกเป็นชุดเกาะอกสไตล์เจ้าหญิง กระโปรงพองหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีออฟไวท์เหมือนกัน แต่เพิ่มความหรูด้วยคริสตัล ดูสวยระยิบระยับจับตาไปหมดสองสาวยืนชื่นชมลุคเต็มๆ ของกันและกันได้ไม่นาน แม่เลี้ยงลดาก็พาชลวิภากับนิ่มนวลแวะมาดูความเรียบร้อย“สาวๆ พร้อมกันยังจ๊ะ”“พร้อมแล้วค่ะ สวยไหมคะ”พอพิชานันท์หมุนตัวโชว์ให้ดูพร้อมๆ กับชญานิน แม่ๆ ทั้งสามก็ปรบมือให้ทันที ชุด
พอได้คำมั่นมาแล้ว เตชทัตไม่เสียเวลาพูดมากอีก ยกมือเรียวสวยขึ้นจุมพิตหนักๆ แล้วลุกเดินออกไปยังซุ้มดอกไม้ใกล้ๆ ทันที ชญานินได้แต่ยิ้มมองร่างสูงเดินหากุหลาบขาวดอกใหญ่มาในเวลาไม่ถึงนาที แต่แหวนไม่ได้มีอยู่รอบงานเหมือนดอกไม้ เขาจะหามาจากไหนเอ๊ะ! ดูเหมือนเขาจะไม่หา หลังจากได้ดอกไม้ เตชทัตก็หมุนตัวเดินกลับมาหาเธอเลย ระหว่างทางเขาจ้องเธอไม่ละสายตา ทั้งยังยกกุหลาบขาวดอกนั้นขึ้นจุมพิตอ้อยอิ่งราวกับว่าสิ่งที่กำลังจุมพิตคือเธอผู้เป็นที่รักท่าทางของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังเรียกสายตาคนอื่นให้หันมองเขาตามๆ กัน ไม่เว้นตนุภัทรกับพิชานันท์บนเวที ฝ่ายชายถึงกับหยุดร้องเพลงไปเลย ส่วนชญานินได้สบสายตาพราวระยับแฝงประกายอ่อนหวานคู่นั้นเข้าก็ชักเริ่มรู้สึกหวั่นๆไม่ใช่หรอกน่า...ในที่สุดเตชทัตก็กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าชญานิน เขายื่นกุหลาบขาวให้เธอแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาทำให้เธอเบิกตาโต วินาทีต่อมาก็ยกมือปิดปากมองเขาหยิบกล่องแหวนออกมาจากเสื้อสูทอย่างไม่เชื่อสายตาเขาพกแหวนมาด้วยเหรอเนี่ย!คนในงานก็ตะลึงกับการกระทำของเตชทัต พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปวิดีโอนาทีสำคัญข
เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือพิชานันท์เข้ามาในงาน อิศวัตผู้รับหน้าที่พิธีกรรีบเชิญทั้งคู่ขึ้นกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวทีพลางส่งสัญญาณให้นักดนตรีเปลี่ยนไปเล่นเพลงหวานๆ ด้วยตนุภัทรพาพิชานันท์ก้าวขึ้นเวทีไปรับไมโครโฟนมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมและขิงหอมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมยินดีกับเราในวันนี้ด้วยนะครับ วันนี้เราฉลองกันเล็กๆ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนต้องขออภัย อีกสองเดือนข้างหน้าค่อยมาฉลองแต่งกันอีกนะครับ ยังไงเราขอเรียนเชิญไว้ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้เลย ขอบคุณค้าบบบ”หลังจากนั้นเขาก็ส่งไมโครโฟนให้พิชานันท์พูดต่อ หญิงสาวสบตาเขายิ้มๆ ก่อนจะพูดกับทุกคนในงาน “ขิงขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับเราสองคนเช่นกันค่ะ ดีใจที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนเราสองคนค่ะ คืนนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มเต็มท
ทางฝั่งเชียงรายเตชทัตกับตนุภัทรกำลังถูกบิดามารดาที่เพิ่งกลับมาจากทริปเที่ยวทั่วไทยสอบถามเรื่องจับกุมเสี่ยเลวยันรัฐมนตรีเลวอยู่ แน่นอนว่าตนุภัทรเป็นคนเล่าเสียส่วนใหญ่ ยังเล่าไปถึงเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตอนพวกท่านไม่อยู่ไร่ด้วย กระทั่งมาถึงเรื่อง ‘ว่าที่สะใภ้’ คนนั่งฟังเรื่องดีและร้ายที่ลูกชายลงทุนลงแรงทำจนสำเร็จด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอย่างแม่เลี้ยงลดาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที“นี่แม่กำลังจะมีลูกสะใภ้กับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!”“โธ่! ผมไม่หลอกแม่หรอก จะหมั้นแล้วด้วย” ลูกชายคนเล็กว่า“ของลูกน่ะ แม่เชื่อแล้วจ้ะ” แม่เลี้ยงลดาพูดกับตนุภัทรเสียงหวาน แล้วหันไปทางเตชทัตที่นั่งเงียบอยู่อย่างไม่แน่ใจ “แต่ของเราน่ะ แม่จะเชื่อได้หรือเปล่าจ๊ะ”“แม่เชื่อได้สิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของแม่น่ะ สวยมากกกกก”“ต้นเงียบๆ ก่อน แม่จะฟังพี่เขาพูดเอง”ตนุภัทรปิดปากทันที ยังหันมองบิดาอย่างน้อยใจ พ่อเลี้ยงตฤณถึงกับส่ายหน้ากับความเยอะของลูกชายคนเล็กด้านเตชทัตสบตากับมารดาแล้วพยักหน้าตอบเสียงนุ่ม “แม่เชื่อได้แน่นอน ผมกับแฟนคบกันมาสักพักแล้วครับ อีกไม่นานแม่กับพ่อคงได้มีสะใภ้ใหญ่กับเขาแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น แม่เลี้ยงลดาก็หันไป
เตชทัตหรี่ตามองน้องชายที่มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่อหน้าเขา ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หลังจากงอนง้อขอคืนดีได้แล้ว ตนุภัทรไปขลุกอยู่กับพิชานันท์มากกว่าเดิมอีก วันก่อนไปทำท่าไหนไม่รู้ มันถึงกลับมาบอกเขา ว่าสินธรตกลงยกพิชานันท์ให้หมั้นกับมันในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วก็แค่จะหมั้น ไอ้น้องบ้านี่ดีใจเหมือนจะได้แต่ง!“มองไมวะ” ตนุภัทรเหลือบมาเห็นพี่ชายมองตัวเองอยู่ ก็เลิกคิ้วถามกวนๆ “อิจฉาอะดิ ที่กูจะหมั้นแล้ว มึงยังได้แค่จิ้มโทรศัพท์คุยกันอะ”“...” เตชทัตคนถูกพูดให้อิจฉา คร้านจะบอกว่าตอนนี้หมดเวลาสามเดือนที่คุณชลวิภาขอไว้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ตอนไปดูการพิจารณาคดีของเสี่ยวงศกรกับนายอดิศร เขาก็รีบไปรีบกลับ ไม่ได้ไปหาชญานินเลย ทำเอาคนสวยงอนตุ๊บป่อง ด้วยไม่รู้เรื่องที่มารดาขอให้เขาอยู่ห่างจากเธอสามเดือน นี่ถ้าไม่ติดว่างานดึงตัว ยังไปไหนไม่ได้ เขาคงไปหาชญานินตั้งนานแล้วตนุภัทรเหมือนไม่สนใจว่าเตชทัตจะโต้ตอบหรือไม่ ถามต่อเสียงตื่นเต้น “มึงว่าพวกกูควรจัดงานหมั้นแบบไหนดีวะ”“พูดตรงๆ นะ กูสงสัยจริงๆ ทำไมลุงสินถึงตกลงที่จะยกขิงหอมให้กับมึงวะ”“อ้าวๆ พูดจาให้มันดีหน่อย กูออกจะแสนด
“น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วละครับ”“อืม” พิชานันท์พยักหน้าเห็นด้วยกับคนงาน จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้าลาเต้อย่างคล่องแคล่ว พามันพุ่งทะยานเข้าไปในทุ่งหญ้าพร้อมกับร้องตะโกนบอกให้ชญานินรีบตามมาชญานินไม่รอช้า กระตุ้นเจ้าโซดาให้พุ่งตัวตามไปติดๆ การขี่ม้าในทุ่งหญ้ากว้างที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลังเช่นนี้
เวลาดึกสงัดคืนนั้นณ เพิงเล็กๆ บนต้นไม้ในป่าท้ายไร่เศรษฐกรเตชทัตพาพวกตนุภัทรมาถึงไม่นาน เสียงผิวปากก็ดังมาจากข้างล่างสองครั้ง นี่เป็นสัญญานที่คนของเขาต้องส่งให้ก่อนจะขึ้นมา พอเขาผิวปากยาวๆ ตอบกลับไป ชายสี่คนก็ไต่บันไดขึ้นมาทันที ที่เพิงนี้ไม่มีไฟสว่าง อาศัยแสงจันทร์พอมองเห็นกันรางๆ คนมาใหม่หน้าตาด
‘ไร่เศรษฐกร’ เป็นไร่ชาเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนเขาที่มีความสูงกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่ในไร่ส่วนใหญ่ปลูกต้นชาเป็นทิวแถว อีกส่วนหนึ่งยังมีสภาพเป็นป่าเขาเหมือนเดิม ด้วยมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ชาของไร่นี้จึงมีคุณภาพดีมาก เป็นที่นิยมของผู้ชื่นชอบชาทั่วโลก ภายใต้แบรนด์ ‘ชา
เจอกระสุนเฉียดหูไป วายุรู้เลยว่าอยู่ต่อก็ไม่ได้อะไร เขาจึงถลึงตาตวาดบอกคนยิงใส่ว่า “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” แล้วหมุนตัวเดินกลับมาขึ้นรถทันที ฝ่ายลูกน้องรีบพยุงกันเดินตาม แต่เดินยังไม่ถึงรถ เสียงเย็นชาก็ดังไล่หลังมา“อย่าฝากไว้นานนะ เดี๋ยวจะขึ้นสนิม”“...!”คล้อยหลังพวกวายุจากไป ชญานินพลันได้สติ รีบสะบัดตั







