Share

กลที่ 6

last update publish date: 2025-12-02 18:02:47

เมื่อกลับมาถึงไร่ก็พอดีกับสินธร พ่อของพิชานันท์กลับจากทำงานในไร่ แม้เรื่องดักฉุดจะผ่านมาสองสามวันแล้ว แต่สินธรยังอดห่วงไม่ได้จริงๆ จึงเรียกสองสาวไปถามไถ่

“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมลูก ไม่มีใครมาวุ่นวายด้วยอีกนะ”

“ไม่มีเลยค่ะ” พิชานันท์ส่ายหน้าบอกทันที “พวกมันไม่ทำเรื่องเดิมๆ หรอก น่าจะคิดได้ ว่าถ้ามีอะไรขึ้นกับพวกเรา ตัวเองจะถูกสงสัยเป็นคนแรก”

“ไม่มีเรื่องอะไรก็ดีแล้ว อีกไม่กี่วันพ่อต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ ไม่รู้พวกมันจะฉวยโอกาสมาเล่นงานเราตอนนั้นไหม ถ้าไม่ใช่งานสำคัญจริงๆ พ่อคงเลื่อนออกไปแล้ว” พ่อเลี้ยงวัยกลางคนพูดอย่างกังวล แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้ ไม่ง่ายเลยที่จะนัดเจรจากับคู่ค้าคนนี้ ถ้าเจรจาตกลงร่วมงานกันได้ ไร่รุ่งรวินท์จะได้ทั้งกำไรและช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น เขาเลยเลื่อนนัดออกไปไม่ได้จริงๆ

พิชานันท์ไม่อยากทำให้บิดาเป็นห่วง รีบบอกด้วยสีหน้าขึงขังเลยทีเดียว “พ่อไม่ต้องห่วง ขิงรับรองว่าช่วงที่พ่อไม่อยู่ ขิงจะไม่ดื้อไม่ซนเลย”

“ให้มันจริงเถอะ เราน่ะตัวดี!” สินธรว่าอย่างรู้นิสัยกันดี “พ่อไปตั้งหลายวัน ไม่มีคนคุมแบบนี้ จะก่อเรื่องอะไรบ้างก็ไม่รู้”

“โธ่! ขิงไม่ก่อเรื่องหรอกน่า”

“สัญญากับพ่อก่อนว่าจะไม่ออกจากไร่ จนกว่าพ่อจะกลับมา”

พิชานันท์รู้ว่าบิดากังวลว่าใครจะมาทำอะไรพวกเธออีก จึงรับปากอย่างแข็งขัน “สัญญาเลยค่ะ จนกว่าพ่อจะกลับมา ขิงจะไม่ออกจากไร่แม้แต่ก้าวเดียว!”

“ดีมาก” สินธรลูบผมลูกสาวด้วยความเอ็นดู ก่อนหันไปเอ่ยกับชญานิน “หนูนินช่วยขิงหอมรักษาสัญญาด้วยนะ ถึงวันนี้จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้หรอก ตราบใดที่พวกมันยังต้องการที่ดินของเรา พวกมันต้องหาทางทำอะไรอีกแน่ ไม่รู้ว่าพวกมันจะมาไม้ไหนอีก เราต้องป้องกันตัวเองไว้ให้ดี”

ชญานินเห็นด้วยกับสินธรในเรื่องทำอะไรต้องยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน จึงยิ้มน้อยๆ บอกกับเขา “ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ช่วงที่พ่อสินไม่อยู่ เราจะเที่ยวเล่นอยู่ในไร่นี่ละ เอาไว้พ่อสินกลับมา ค่อยไปเที่ยวข้างนอกก็ได้”

“ใช่ๆ ขิงพานินเที่ยวในไร่นี่ละ ดีเหมือนกัน ไม่ต้องออกไปไหน”

“ดูแลเพื่อนให้ดี อย่าซน” คนเป็นพ่อขัดคอ

“โธ่! พ่อก็...”

ชญานินอมยิ้มมอง เห็นขัดกันแบบนี้ แต่ทั้งสองก็รักกันมาก ด้วยเหลือกันอยู่สองคน มารดาของพิชานันท์นั้นเสียไปตั้งนานแล้ว

ด้านสินธรเห็นลูกสาวทำหน้างอนก็หัวเราะบอก “โอเคๆ ตกลงตามนี้นะ เราไปดูทางนั้นกันดีกว่า นวลคงตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว”

“แหม รู้เวลาเลยนะ น้านวลจะทำอะไร พ่อรู้ไปทุกอย่าง มีอะไรอยู่ในกอไผ่น้า” คนแอบรู้ความลับของบิดาทำหน้าทำตาล้อเลียนเสียงใส

“เดี๋ยวเถอะ! มาแซวพ่อ”

“ฮิฮิ ไม่ต้องกลัวว่าขิงจะกีดกันน่า คนนี้ขิงให้ผ่าน” พิชานันท์บอกพลางขยับเข้าไปกอดแขนบิดาอย่างแสนรัก ถ้าท่านอยากมีแม่เลี้ยงให้ เธอก็ยินดี และจะยินดีมากๆ ถ้าคนนั้นจะเป็นนิ่มนวล แม่บ้านใหญ่ที่ดูแลเธอมาตั้งแต่ที่มารดาจากไปเมื่อหลายสิบปีก่อน

สินธรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงค่อย “ก็ค่อยๆ ดูกันไป” เขายอมรับว่าพึงใจนิ่มนวลอยู่ แต่ยังยั้งๆ ไว้ ไม่แสดงออก เพราะเกรงลูกสาวจะไม่พอใจ ในเมื่อลูกสาวเปิดทางให้แล้ว ต่อไปเขาก็จะไม่ยั้งละนะ!

หลายวันต่อมา

เช้านี้สินธรเดินทางไปเจรจางานที่ต่างประเทศแล้ว

พิชานันท์ออกมายืนส่งบิดาขึ้นรถออกจากไร่อย่างมีความสุข ในหัวเต็มไปด้วยความคิดจะทำอะไรเมื่อไม่มีคนคุม เธอเริ่มจากพาชญานินไปขี่ม้าเล่นในไร่ตอนบ่าย

จริงๆ แล้วกิจกรรมนี้พวกเธอชวนกันไว้ตั้งแต่หลายวันก่อน แต่พอดีสองสามวันที่ผ่านมามีฝนพรำลงมาตลอด พวกเธอเลยกินๆ นอนๆ เล่นกันอยู่แต่ในบ้านสมใจเจ้าของไร่ กระทั่งวันนี้อะไรก็เป็นใจ สินธรไม่อยู่ ฝนไม่มี แดดร่มลมตก ฟ้าสว่างสดใส พวกเธอเลยพากันออกมาขี่ม้าเล่นสมใจอยาก

การขี่ม้าเป็นกิจกรรมที่พิชานันท์ชื่นชอบมาก พูดกับชญานินอยู่เสมอๆ ว่าถ้ามีโอกาสจะพาขี่ม้าเล่นในทุ่งท้ายไร่ พอฟังบ่อยๆ ชญานินก็เริ่มสนใจมากขึ้น ไปๆ มาๆ ก็ไปเรียนขี่ม้าเล่นเป็นงานอดิเรก แต่นั่นก็อยู่ในสนามกลางเมือง วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ขี่ม้าในทุ่งหญ้ากว้างในไร่ใหญ่แบบนี้

พอไปถึงคอกม้าก็เห็นคนงานจูงม้าสองตัวออกมารออยู่แล้ว ม้าตัวหนึ่งสีน้ำตาลอ่อน ตัวหนึ่งสีขาว พิชานันท์ในชุดขี่ม้าสีครีมเดินไปหาม้าตัวสีน้ำตาลอ่อนที่ร้องเสียงดังทันทีที่เห็นเธอลงจากรถ ร่างเล็กเข้าไปกอดลูบพุงของมันแรงๆ อย่างเอ็นดูอยู่หลายที มันก็ใช้จมูกดุนตัวเธอกลับ ทั้งน่าเอ็นดูและน่าโมโหพอๆ กัน

“นี่คือเจ้าลาเต้ที่ขิงพูดถึงบ่อยๆ ไง” เธอหันไปบอกชญานิน “ดูสิ มันน่ารักอย่างที่ขิงบอกมะ”

“อืม มันน่ารักมาก” ชญานินพยักหน้ารับยิ้มๆ ขณะพาร่างระหงที่สวมชุดขี่ม้าสีน้ำเงินเข้มเดินไปหาม้าตัวสีขาวที่ดูเชื่องกว่า เพราะมันนิ่งอยู่ตลอด คนงานที่เฝ้ามันอยู่บอกให้เธอหยุดในระยะปลอดภัย ค่อยๆ ยื่นมือให้มัน เจ้าม้าอ้วนพีกลับพ่นลมออกจมูกเสียงดัง สะบัดหน้าเมินหนีไปอีกทาง ไม่สนใจกันเลย หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พูดกับมัน “หยิ่งจังเลย ขอรู้จักหน่อยน่า”

“โซดามันหยิ่งจะตาย” พิชานันท์ย่นจมูกใส่เจ้าม้าแสนหยิ่ง “แต่มันติดลาเต้มาก ต้องออกไปวิ่งด้วยกันตลอด ถ้ามันไม่ยอมให้นินขี่ ขิงจะให้พี่เขาไปเอาตัวอื่นมา”

“ไม่ต้องหรอก นินชอบโซดา มันสวยมาก” ชญานินบอกโดยที่ยังยื่นมือรออยู่อย่างนั้น ไม่รู้เจ้าโซดามันแสนรู้ ฟังรู้เรื่องว่าจะถูกเปลี่ยนตัวหรือไร ถึงค่อยๆ หันมา สักพักก็ยื่นจมูกมาแตะมือเธอเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาแล้ว “เด็กดีๆ น่ารักจังเลย”

“เดี๋ยวครับ...”

พอเห็นเธอจะก้าวเข้าไปใกล้อีก คนงานเลี้ยงม้าก็รีบบอกให้รอนิ่งๆ ก่อน จนเจ้าโซดาก้าวเท้าเข้ามาให้ลูบทำความคุ้นเคยเอง จึงให้เธอลูบตัวมันได้ พิชานันท์เห็นแล้วถึงกับอึ้ง

“นี่มันเล่นกับนินด้วยเหรอ”

ร้อยวันพันปีเจ้าม้านี่ไม่ให้ใครลูบอย่างว่าง่ายแบบนี้เลยนะ!

ชญานินหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกเจ้าโซดาเอาหัวดุนจนเซ “นินว่ามันอยากออกไปวิ่งเล่นในทุ่งกับนินเร็วๆ แล้วนะ”

“แน่ใจนะว่าเอาอยู่”

“นินว่ามันชอบนินนะ น่าจะเอาอยู่ ลองดูก่อนแล้วกัน”

“อืม เอางั้นก็ได้”

ว่าแล้วพิชานันท์ก็พยักหน้าให้คนงานช่วยพาชญานินขึ้นนั่งบนหลังเจ้าโซดา จูงมันออกไปลองเดินเหยาะๆ จนเห็นว่าชญานินเอาม้าอยู่ ไม่ถูกสลัดทิ้ง จึงให้พี่เลี้ยงถอยออก บอกเพื่อนลองขี่ม้าเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 16

    หลังเพียงรักษ์กลับไปไม่นาน ห้องทำงานของเมวินก็ได้ต้อนรับแขกคนใหม่“พี่วินขา ว้า! นี่นินมาไม่ทันเหรอคะ”“หึ! คุณแม่ให้มาสืบข่าวล่ะสิ” เขาแค่นเสียงอย่างรู้ทัน“แหม ก็คนในบริษัทลือกันให้แซด คุณแม่เลยให้นินมาสืบๆ ดูหน่อย ตกลงพี่วินมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอคะ ทำไมไม่พามาแนะนำให้พวกเรารู้จักบ้างเลย”เมวินมองน้องสาวตาขุ่น “พี่จะมีแฟนหรือไม่มีต้องบอกเราด้วยเรอะ ทีตอนเรามีแฟน ไม่เห็นจะบอกพี่สักคำ”แค้นฝังใจจริงๆ เลยชญานินคนมีชนักติดหลังแอบบ่นในใจ คร้านจะต่อปากต่อคำให้เข้าตัวอีก เลยมองหาคนของพี่ชายพลางถาม “ไหนคนล่ะคะ เธอกลับไปแล้วจริงๆ หรือพี่เอาไปซ่อนไว้ นินอยากเจออะ”“กลับไปแล้ว วันหลังค่อยมาทักทายแล้วกัน”“โธ่! อดเจอจริงๆ เหรอเนี่ย”“อือ ถ้าไม่มีธุระเรื่องงานก็ออกไปได้แล้ว พี่จะทำงานต่อ”“แหมๆ พอมีแฟนแล้วก็ไล่น้อง ไม่เอาใจเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ คอยดูเถอะ นินจะฟ้องคุณแม่”“เราก็มีพ่อเลี้ยงนั่นคอยเอาใจอยู่แล้วนี่”“ก็จริง” ชญานินว่ายิ้มๆ ก่อนถาม “ว่าแต่แฟนพี่วินอายุเท่าไหร่คะ นินเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง วันหลังจะได้เรียกถูก”“น่าจะเป็นรุ่นน้องนะ”“ตายแล้ว! นี่พี่วินกินเด็กเลยเหรอคะ”เมวินนึกถึงแฟนกำมะ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 15

    “มื้อเที่ยงนี้บอสจะออกไปทานข้างนอกหรือให้ลีโอแวะซื้อเข้ามาด้วยดีครับ” นับฟ้าแกล้งถามคนก้มหน้าก้มตาคุยข้อความกับใครบางคน แต่ในใจน่ะรู้แล้วว่าเจ้านายจะเลือกอย่างไหนเมวินคุยกับเพียงรักษ์เสร็จพอดี จึงตวัดสายตาใส่เลขาตัวดี “นายลงไปสั่งคนข้างล่างไว้ ช่วงเที่ยงจะมีคนมาหาฉัน ให้เธอขึ้นมาได้เลย”“เธอ? คนที่ส่งไลน์มาเหรอครับ”“พูดมาก ไปจัดการตามที่สั่งได้แล้ว”สั่งแล้วร่างสูงก็สาวเท้าเดินเข้าห้องทำงานไปเลยนับฟ้ายืนมองตามเจ้านายไปด้วยสายตายิ้มๆ ปกติเวลามีสาวมาหานี่ไม่เคยให้ขึ้นมาข้างบน คนนี้กลับสั่งการให้ขึ้นมาล่วงหน้าตั้ง...“สิบโมงเช้า?”เลขาหนุ่มดูเวลาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ถึงกับให้เขาลงไปสั่งคนข้างล่างก่อนสองชั่วโมงอย่างนี้ อีกไม่นานพวกเขาคงจะมีนายหญิงแน่ๆก่อนเที่ยงเล็กน้อยหญิงสาวร่างเล็กในเดรสปาดไหล่ก้าวเข้ามาในตึกเคพีจีอย่างมั่นใจ แม้จะตัวเอียงหน่อยๆ เพราะแขนข้างซ้ายมีตะกร้าใส่อาหารใบใหญ่คล้องอยู่ พอมองเห็นพนักงานต้อนรับสาวใกล้ๆ ทางเข้าก็รีบเข้าไปหา“สวัสดีค่ะ มาพบคุณเมวินค่ะ”พนักงานสาวยิ้มถามทันที “คุณเพียงรักษ์ใช่มั้ยคะ”“ใช่ค่ะ”“เชิญที่ลิฟต์แก้วได้เลยค่ะ ชั้นบนสุดนะคะ”เพียงรักษ์ยิ้

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 14

    ณ เรือนแม่หญิงในเวลาต่อมาเมวินมองดูคนตัวเล็กแก้มป่องที่กำลังเอร็ดอร่อยกับไอศกรีมถ้วยเล็ก ซึ่งเป็นของหวานล้างปากด้วยสายตาครุ่นคิดนับวันเขายิ่งรู้สึกว่าเพียงรักษ์ไม่เหมือนใคร เธอสร้างความแปลกใจให้เขาทุกครั้งที่เจอกัน คิดไม่ถึงว่าเธอจะเล่นหนักถึงขั้นเสนอให้เขาเล่นละครเป็นแฟนตบตาพ่อตัวเองทั้งที่ไม่รู้จักกันดี ไม่กลัวเขาจะหักหลังหรือฉวยโอกาสทำอะไรเลยหรือไร“มองหนูแบบนี้ กำลังคิดอะไรอยู่ล่ะคะ” เพียงรักษ์ละสายตาจากไอศกรีมมาเห็นเขามองตนเองนิ่งๆ จึงเลิกคิ้วถามเมวินถอนใจเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “พี่ว่าเราเรียกแทนตัวด้วยชื่อเล่นดีมั้ย เรียกหนูๆ แบบนี้ พี่รู้สึกว่าตัวเองแก่มากยังไงไม่รู้”“คิก!” เพียงรักษ์หลุดหัวเราะเบาๆ “ทำไมล่ะคะ คุณก็แก่กว่าจริงๆ นี่ กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า ปกติฉันก็เรียกตัวเองว่าหนู ส่วนชื่อเล่นใช้กับแค่คนสนิท ก็เหมือนที่เคยบอกไปตอนเมมเบอร์ คุณอยากให้ฉันแทนตัวเองว่าอะไรดี เลิฟ ฮันนี่ รักษ์ เลือกเลยค่ะ”“...” เมวิน“ทำไมเงียบไปล่ะ รักษ์พูดอะไรผิดหรอ อ๋อ รู้ละ พี่วินยังไม่แก่ขนาดนั้นหรอกน่า เลิฟโอเคค่ะ สาวๆ ก็ชอบรุ่นนี้เยอะเลยนะ มาๆ เดี๋ยวฮันนี่จะ...”“พอแล้ว!” เมวินรีบตัดบทก่อ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 13

    เพียงรักษ์เห็นสายเขาก็รีบปล่อยมือ“เอามือถือมาสิคะ ฉันจะยิงเบอร์คุณเข้าเครื่องฉัน เราจะได้ติดต่อกันได้”เขาส่งมือถือให้เธอจัดการแต่โดยดี ตอนจะเมมชื่อเบอร์เธอกลับหันมากะพริบตาถามเขา“จะเมมชื่อเบอร์ฉันว่าอะไรดีคะ”“อะไรก็ได้”“อืม เพื่อนๆ ชอบเมมเบอร์ฉันว่าเลิฟ ที่รัก ฮันนี่ คุณเอาด้วยมั้ยคะ”แต่ละชื่อ...“เมมเป็นชื่อคุณนั่นแหละ เพียงรักษ์”“อ้อ แล้วฉันควรเมมเบอร์คุณว่าอะไรดี วิน พี่วิน พี่วินนี่ พี่วินนี่ก็เข้าท่าเลยนะคะ!”เมวินขึงตาใส่ ก่อนแย่งมือถือกลับมาแล้วลุกขึ้นบอกเสียงขรึม “ผมชื่อเมวิน ถ้าอยากให้พ่อคุณเชื่อว่าเราคบกันอยู่จริงๆ คุณควรเรียกผมว่าพี่วิน เบอร์โทรของผมก็ควรจะเมมชื่อไว้อย่างนั้น”“ได้ค่ะ” เธอพยักหน้ารับทันที “อย่างงั้นคุณก็เรียกฉันว่าน้องรักษ์แล้วกันนะคะ”“อือ ยังมีอะไรอีกมั้ย ผมมีธุระต่อ”“ไม่มีค่ะ เชิญได้เลยค่ะ ขอบพระคุณที่ยอมช่วยนะคะ”เมวินแค่นยิ้มให้คนยิ้มแป้นยกมือไหว้ขอบคุณเขา ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมช่วย แต่จะมากลับคำตอนนี้คงไม่ทันแล้วชายหนุ่มส่ายหน้ากับตัวเอง ก่อนจะพยักพเยิดบอกเธอว่าจะกลับแล้วเพียงรักษ์รีบยิ้มหวานเดินออกไปส่งเขาถึงหน้าร้าน พอร่างสูงเดินอ

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 12

    เที่ยงวันต่อมาเพียงรักษ์นั่งจ้องคนมาส่งข่าวอยู่ในห้องทำงานภายในร้านอาหารของเธออย่างนึกไม่ถึงเมื่อกี้เขาบอกว่าอะไรเธอได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย?“ขอฟังอีกทีได้มั้ยคะ พ่อฉันทำอะไรนะ?”คนอารมณ์กรุ่นมาจากบริษัทเห็นท่าทางงุนงงของเธอแล้วถอนหายใจบอกเสียงขุ่น “คุณพ่อของคุณติดต่อมาหาผมเมื่อเช้า ผมต้องการคำอธิบาย ทำไมท่านถึงบอกว่าผมอ่อน!”เมวินไม่พอใจมากๆ เขาอยู่ของเขาดีๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ต่อว่าจากพายัพโดยไม่ทันตั้งตัวอีกฝ่ายหาว่าเขาอ่อน!เพียงรักษ์กะพริบตาบอกด้วยสีหน้าซื่อๆ “ฉันไม่รู้ค่ะ”“อย่ามาโกหก คุณไปบอกอะไรกับท่าน”“ไม่ได้บอกอะไรเลยค่ะ”พ่อเข้าใจไปเองทั้งนั้น“หึๆ แล้วใครบอกพ่อคุณว่าเราคบกันแบบเงียบๆ คุณทำบ้าอะไรลงไปเพียงรักษ์ ผมใช่เพื่อนเล่นของคุณเหรอ” เมวินต่อว่าอย่างเหลืออด สองพ่อลูกนี่คิดเองเออเองเก่งนัก คนพ่อพอได้พูดก็รัวใส่เขาไม่พักแล้วตัดสายไปเลย เขาพยายามโทรกลับเพื่อคุยให้รู้เรื่อง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย เขาจึงต้องบุกมาเคลียร์กับลูกสาวอย่างนี้“ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องคุณกับคุณป๋าเลยนะคะ ท่านแค่เข้าใจผิด...”“ท่านคงไม่เข้าใจผิด ถ้าคุณไม่ทำให้ท่านเข้าใจผิด”เพียงรักษ์ส่ายหน้า “ฉันยังไม

  • กลรักเตชทัต   ออมรักให้ล้นใจ บทที่ 11

    หญิงสาวค่อยๆ อธิบายอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ร้านเรามัดใจลูกค้าด้วยรสชาติอาหารแบบไทยแท้และบริการที่เป็นเลิศค่ะ หากลูกค้าท่านใดไม่ต้องการมัน เราเองก็ไม่อาจบังคับให้ลูกค้าเข้ามารับบริการได้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เราเข้าไปคุยกันในห้องทำงานดิฉันดีมั้ยคะ ยืนคุยตรงนี้ดิฉันเกรงใจลูกค้าท่านอื่นที่กำลังลิ้มรสความเป็นเลิศของอาหารและบริการของร้านเราอยู่ค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและจะให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“แน่นอนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”“ได้ค่ะ” เพียงรักษ์ยิ้มเย็น ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้ง “คุณผู้หญิงยืนยันว่าพนักงานของเราผิดและต้องการให้ทางร้านรับผิดชอบเรื่องชุดที่เสียหายนะคะ”“ใช่สิ! จะย้ำอะไรมากมายนะ”“เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ดิฉันจะได้เรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยไงคะ”“กล้องวงจรปิด?”เมวินเห็นสองแม่ลูกยืนอึ้งก็แล้วยิ้มหยัน ดูเหมือนผู้ดีจะเจอดีเข้าแล้วแฮะ“ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”พรรณวดีมองมือที่ผายเชิญให้ตามไปยังด้านในร้านของเพียงรักษ์แล้วบิดปากบอกเสียงเยาะ “นี่คงกลัวคนอื่นจะรู้ว่าร้านเธอบริการแย่สินะ ไม่เอาละ ฉันจะคุยตรงนี้ ให้คนอื่นร

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 9

    พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปมองชายป่าตรงนั้นหน้าเครียด ดูเหมือนจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นในพื้นที่ของเขาแล้วสิ เขาไม่อยากคิดอะไรอีก จึงตัดสินใจพาชญานินกลับไปด้วยกันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันพอเตชทัตอุ้มคนขึ้นมาแล้วหมุนตัวกลับไปเห็นม้าตัวโปรด เขาพลันชะงัก ให้คนเจ็บขี่ม้ากลับไปกับเขาคงไม่ดีนัก แม้จะไม่มีอะไรหักงอให

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 8

    การนั่งอยู่บนหลังม้าที่วิ่งห้อเพราะตื่นเสียงปืนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยชญานินกับพิชานันท์กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอดคอม้าไว้แน่นๆ จนม้าของพิชานันท์วิ่งขึ้นเขา ส่วนม้าของชญานินวิ่งเรียบตีนเขาที่เป็นป่าโปร่ง เตลิดหนีกันไปคนละทาง พวกเธอทั้งตะโกนทั้งมองตามกันอย่างขวัญเสีย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์นี้ยั

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 7

    “น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วละครับ”“อืม” พิชานันท์พยักหน้าเห็นด้วยกับคนงาน จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้าลาเต้อย่างคล่องแคล่ว พามันพุ่งทะยานเข้าไปในทุ่งหญ้าพร้อมกับร้องตะโกนบอกให้ชญานินรีบตามมาชญานินไม่รอช้า กระตุ้นเจ้าโซดาให้พุ่งตัวตามไปติดๆ การขี่ม้าในทุ่งหญ้ากว้างที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลังเช่นนี้

  • กลรักเตชทัต   กลที่ 5

    เวลาดึกสงัดคืนนั้นณ เพิงเล็กๆ บนต้นไม้ในป่าท้ายไร่เศรษฐกรเตชทัตพาพวกตนุภัทรมาถึงไม่นาน เสียงผิวปากก็ดังมาจากข้างล่างสองครั้ง นี่เป็นสัญญานที่คนของเขาต้องส่งให้ก่อนจะขึ้นมา พอเขาผิวปากยาวๆ ตอบกลับไป ชายสี่คนก็ไต่บันไดขึ้นมาทันที ที่เพิงนี้ไม่มีไฟสว่าง อาศัยแสงจันทร์พอมองเห็นกันรางๆ คนมาใหม่หน้าตาด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status