LOGINการนั่งอยู่บนหลังม้าที่วิ่งห้อเพราะตื่นเสียงปืนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ชญานินกับพิชานันท์กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กอดคอม้าไว้แน่นๆ จนม้าของพิชานันท์วิ่งขึ้นเขา ส่วนม้าของชญานินวิ่งเรียบตีนเขาที่เป็นป่าโปร่ง เตลิดหนีกันไปคนละทาง พวกเธอทั้งตะโกนทั้งมองตามกันอย่างขวัญเสีย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์นี้ยังไง
หลังแยกกันได้ไม่นาน พิชานันท์หมดแรงกอดม้าที่มุ่งแต่จะขึ้นไปบนเขา ทำเธอเกือบร่วงอยู่หลายครั้ง เธอตัดใจลงจากม้ากลางป่า ปล่อยให้มันเตลิดหนีไปตัวเดียว แล้ววิ่งหนีเอาเอง เธอวิ่งโดยไม่รู้ทิศทาง วิ่งโดยไม่รู้สึกว่าแขนขาโดนกิ่งไม้เกี่ยวจนได้เลือด สมองสั่งให้หนีไป ก่อนพวกมันจะตามมา
ปัง!
“กรี๊ดดดดดดด!” พิชานันท์ยกมือปิดหูวิ่งหนีลูกปืนพลางกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว
“มันอยู่ตรงนั้น!”
“อย่าหนีนะ!”
เสียงพวกมันตะโกนตามมาไม่ห่าง เธอกัดฟันวิ่งให้เร็วๆ ยังไงวันนี้ก็ต้องหนีให้ได้!
พิชานันท์ไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมาได้ไกลเท่าไรและวิ่งมาที่ไหน เงยหน้ามองอีกที เธอก็เห็นทางข้างหน้ากลายเป็นหน้าผาโล่งๆ แล้ว
หัวใจดวงน้อยดิ่งวูบลงไปตรงนั้นทันใด
ถ้าวิ่งต่อเธอต้องพุ่งตกหน้าผาแน่!
ทว่าให้หยุดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
ดวงตากลมโตปิดแน่นทันทีที่ขาก้าวพรวดออกไปสู่ความเวิ้งว้าง
“กรี๊ดดดดดดดดด!!!”
“เฮ้ย!”
ชายสามคนที่วิ่งตามมาใกล้ๆ เบรกตัวเกือบไม่ทัน เมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กนั่นร่วงตกหน้าผาไปต่อหน้าต่อตา เสียงกรีดร้องของเธอยังดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
“อูย! เกือบไปแล้วกู!”
หลังเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นตามๆ กันก็มีคนคลานไปชะโงกดู เห็นแต่ต้นไม้สูงใหญ่เต็มไปหมด ไม่มีร่องรอยของคนตกลงไป เขาก็มาบอกพวกตนอย่างหวาดๆ
“ไม่น่ารอดว่ะ”
“หน้าผาสูงขนาดนี้คงรอดหรอก!”
คนนำทีมมาลุกเดินไปชะโงกดูบ้าง เมื่อไม่เห็นอะไรนอกจากต้นไม้จริงๆ ก็แค่นยิ้มสั่งให้ลูกน้องส่งข่าวบอกพวกสมยศที่ตามผู้หญิงอีกคนไป
ทางด้านชญานินเป็นป่าโปร่งกว่าบนเขาก็จริง แต่รกและชันจนม้าไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ไกลเลย ไม่นานมันก็กดความเร็วลง เป็นผลให้ระยะห่างจากพวกที่ตามมาน้อยลงไปด้วย พวกมันตามมาใกล้จนลั่นกระสุนเฉี่ยวสะโพกเจ้าโซดาไป
ปัง!
“ฮี่!”
กระสุนนัดนี้ทำให้ม้าแสนรู้ตกใจจนถกขาหลังขึ้นสูง และชญานินไม่โชคดีอีกแล้ว เธอเสียหลักร่วงลงมาทันที พอไม่มีคนบนหลัง ม้าสีขาวก็วิ่งหนีสะเปะสะปะเข้าป่าไปเลย ชญานินไม่มีเวลาสนใจม้าและไม่มีเวลาสนใจข้อเท้าที่เจ็บแปลบขึ้นมาด้วย เสียงเดินสวบสาบที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บอกให้รู้ว่าพวกมันตามมาใกล้ขึ้นทุกทีแล้ว เธอได้แต่ฝืนวิ่งหนีต่อทั้งที่เจ็บขาอยู่
การหนีหัวซุกหัวซุนมันเป็นแบบนี้นี่เอง!
หญิงสาวกัดฟันทนเจ็บ พยายามหนีให้รอด แต่ความไม่พร้อมของร่างกายบวกกับสถานที่อย่างป่ารกๆ เป็นอุปสรรคในการหนีเหลือเกิน ในที่สุดเธอก็ไปต่อไม่ไหว สะดุดรากต้นไม้จนร่างสมส่วนในชุดขี่ม้าถลาไปหาพงหญ้าข้างหน้าอย่างทรงตัวไม่อยู่ ถัดจากตรงนั้นดันเป็นที่ลาดต่ำ ไม่ทันตั้งตัวเธอก็กลิ้งหลุนๆ ลงไปข้างล่างแล้ว
“...!!”
เธอตกใจจนร้องไม่ออก ได้แต่เก็บคอและงอเข่าปกป้องตัวเองเท่าที่จะทำได้ สำนึกสุดท้ายคือหัวกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย...
พวกไล่ตามมาเห็นร่างบางหายไปดื้อๆ ก็ชะงัก
“เฮ้ย! มันหายไปไหนแล้วพี่ เมื่อกี้ยังเห็นหลังอยู่ไวๆ เลยนี่”
สมยศมุ่นคิ้วมองไปรอบๆ “รีบตามหาให้เจอ ไม่งั้นนายเอาพวกมึงตายแน่!”
“ทางนี้พี่”
ร่างกำยำรีบเดินไปหาคนเรียกทันที “เจอแล้วเหรอ มันอยู่ไหน”
“มีรอยมาถึงตรงนี้แล้วหายไป ฉันว่ามันมาทางนี้”
ทางที่ลูกน้องชี้ให้ดูคือทางจากรอยหญ้าถูกย่ำจนราบกับพื้น ก่อนจะหายไปตรงหญ้าที่ขึ้นสูง เหมาะจะซ่อนตัวพอดี แต่พอเปิดกอหญ้าออกกลับเห็นทางลาดที่มีร่องรอยของบางอย่างกลิ้งทับถากลงไป
“ฉันว่านังนั่นกลิ้งตกลงไปทางนี้แล้วแน่ๆ เลยพี่!”
“ถ้ามันตกลงไปจริงๆ คงเจ็บหนัก นี่ก็ใกล้ค่ำเต็มที อาจมีตัวอะไรมาลากไปก็ได้ เราต้องลงไปตามหาอีกไหม”
“พี่! พวกโน้นมาบอกว่าผู้หญิงอีกคนวิ่งตกหน้าผาไปแล้ว ไม่น่ารอดเหมือนกัน”
สมยศกลับไม่มีสีหน้าโล่งใจเลย เขาเอ่ยหน้าเครียด “รอดไม่รอดก็รีบหาตัวพวกมันให้เจอ ถ้าค่ำแล้วยังไม่เจออีกก็ถอยก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้ามาตามหาพวกมันต่อ”
ไม่ว่ายังไงก็ต้องจับผู้หญิงสองคนนั้นให้ได้
ต่อให้พวกมันจะกลายเป็นศพไปแล้วก็ต้องหาให้เจอ!
ถึงแม้ว่าเช้านี้จะไม่มีฝนตกลงมา พ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่เศรษฐกรยังคงควบม้าตัวโปรดลัดเลาะผ่านไร่ชาไปทางตีนเขาท้ายไร่ เพื่อสำรวจดูความเรียบร้อยของคันกั้นน้ำ เขากลัวว่าฝนที่ตกลงมาตลอดสองสามวันมานี้จะทำให้มีน้ำป่าไหลทะลักลงมาทำไร่ชาของเขาเสียหาย
ร่างสูงเดินไปตรวจดูคันกั้นน้ำช้าๆ ปล่อยให้ม้าเดินไปเล็มหญ้าที่ขึ้นอยู่แถวนั้นกินตามสบาย เมื่อแน่ใจแล้วว่าอุปกรณ์ทุกอย่างยังใช้งานได้ดีอยู่ เขาจึงผละจากมาอย่างวางใจ เดินเอื่อยๆ ไปหาเจ้าสายลมที่ก้มหน้าเล็มหญ้าอ่อนอยู่
ในตอนที่กำลังจะก้าวขึ้นหลังม้านี่เอง สายตาคมกริบพลันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างข้างพุ่มหญ้าไม่ไกลเข้าก่อน
เตชทัตหรี่ตามองดีๆ แล้วตัดสินใจเดินไปหาร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น อีกฝ่ายนอนคว่ำหน้าอยู่ เขาจึงมองไม่เห็นหน้าตา แต่ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นผู้หญิง
มาได้ยังไงเนี่ย?
ดวงตาสีเข้มกวาดมองรอบตัวอย่างไม่วางใจ แต่ไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไร นอกจากต้นไม้ใบหญ้าที่หักช้ำลงมาเป็นทางตรงตีนเขาไม่ไกล คิดว่าผู้หญิงคนนี้คงกลิ้งลงมาจากตรงนั้น
หลังชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เตชทัตก็นั่งลงจับพลิกร่างนั้นให้หงายขึ้นอย่างระมัดระวัง วินาทีที่เห็นใบหน้าสวยหวานเต็มๆ เขาถึงกับอึ้งไปเลย
เธอ...ชญานิน!
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมานอนสลบอยู่ในไร่เขาด้วยสภาพบอบช้ำไปทั้งตัวแบบนี้เล่า ชายหนุ่มรีบตรวจดูสัญญาณชีพของเธอ พอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอ่อนๆ ก็ถอนใจออกมา จากนั้นค่อยดูว่านอกจากแผลบนหัวและรอยขีดข่วนทั่วตัวแล้วมีส่วนไหนหักงอบ้างไหม และเขาก็เห็นข้อเท้าของเธอผิดรูปอยู่ แต่โชคดีไม่ส่วนอื่นผิดปกติอีก
ที่ผิดปกติอย่างเดียวคือเธอมาอยู่ตรงนี้ได้ไง!
ไร่ชาเศรษฐกรในวันนี้ถูกเวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตเป็นสถานที่จัดงานฉลองวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ดอกกุหลาบสีขาวที่เจ้าสาวทั้งสองคนชื่นชอบ ถูกนำมาประดับประดาอยู่ทุกมุม บรรยากาศงานเรียบหรูดูแพงสมหน้าตาตระกูลใหญ่จัดงานนางเอกของงานอย่างชญานินกับพิชานันท์มาแต่งหน้าทำผมอยู่ที่บ้านใหญ่ของไร่เศรษฐกรตั้งแต่บ่าย ส่วนเตชทัตกับตนุภัทรถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านหนุ่มโสด ห้ามมาเจอสาวๆ จนกว่าจะถึงเวลาเวลาเดินผ่านมาถึงช่วงค่ำ เจ้าสาวจึงสวยพร้อมออกงาน ทั้งสองเดินมาหมุนตัวดูความเรียบร้อยในกระจกบานใหญ่ช้าๆ งานนี้ชญานินได้เลือกสวมชุดทรงเอไลน์สีออฟไวท์ ช่วงบนเป็นซีทรูเปิดไหล่ ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสทั้งชุด ด้านหลังเว้าลึกแอบเซ็กซี่เย้ายวน พิชานันท์เลือกเป็นชุดเกาะอกสไตล์เจ้าหญิง กระโปรงพองหนาสองชั้น ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีออฟไวท์เหมือนกัน แต่เพิ่มความหรูด้วยคริสตัล ดูสวยระยิบระยับจับตาไปหมดสองสาวยืนชื่นชมลุคเต็มๆ ของกันและกันได้ไม่นาน แม่เลี้ยงลดาก็พาชลวิภากับนิ่มนวลแวะมาดูความเรียบร้อย“สาวๆ พร้อมกันยังจ๊ะ”“พร้อมแล้วค่ะ สวยไหมคะ”พอพิชานันท์หมุนตัวโชว์ให้ดูพร้อมๆ กับชญานิน แม่ๆ ทั้งสามก็ปรบมือให้ทันที ชุด
พอได้คำมั่นมาแล้ว เตชทัตไม่เสียเวลาพูดมากอีก ยกมือเรียวสวยขึ้นจุมพิตหนักๆ แล้วลุกเดินออกไปยังซุ้มดอกไม้ใกล้ๆ ทันที ชญานินได้แต่ยิ้มมองร่างสูงเดินหากุหลาบขาวดอกใหญ่มาในเวลาไม่ถึงนาที แต่แหวนไม่ได้มีอยู่รอบงานเหมือนดอกไม้ เขาจะหามาจากไหนเอ๊ะ! ดูเหมือนเขาจะไม่หา หลังจากได้ดอกไม้ เตชทัตก็หมุนตัวเดินกลับมาหาเธอเลย ระหว่างทางเขาจ้องเธอไม่ละสายตา ทั้งยังยกกุหลาบขาวดอกนั้นขึ้นจุมพิตอ้อยอิ่งราวกับว่าสิ่งที่กำลังจุมพิตคือเธอผู้เป็นที่รักท่าทางของพ่อเลี้ยงหนุ่มคนดังเรียกสายตาคนอื่นให้หันมองเขาตามๆ กัน ไม่เว้นตนุภัทรกับพิชานันท์บนเวที ฝ่ายชายถึงกับหยุดร้องเพลงไปเลย ส่วนชญานินได้สบสายตาพราวระยับแฝงประกายอ่อนหวานคู่นั้นเข้าก็ชักเริ่มรู้สึกหวั่นๆไม่ใช่หรอกน่า...ในที่สุดเตชทัตก็กลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าชญานิน เขายื่นกุหลาบขาวให้เธอแล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางของเขาทำให้เธอเบิกตาโต วินาทีต่อมาก็ยกมือปิดปากมองเขาหยิบกล่องแหวนออกมาจากเสื้อสูทอย่างไม่เชื่อสายตาเขาพกแหวนมาด้วยเหรอเนี่ย!คนในงานก็ตะลึงกับการกระทำของเตชทัต พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา บางคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปวิดีโอนาทีสำคัญข
เมื่อแดดร่มลมตก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้นในงานนี้ไม่ได้มีแต่แขกคนสำคัญเหมือนพิธีช่วงเช้าแล้ว สินธรยังอนุญาตให้คนงานในไร่มานั่งกินดื่มฉลองด้วย พวกเขาดีใจมาก แต่งหล่อ แต่งสวย มาร่วมงานแต่หัววัน แต่ขอนั่งอยู่ไกลๆ ไม่กล้านั่งรวมกับเจ้านายและแขกคนอื่นเสียงปรบมือและโห่แซวดังขึ้นทันทีที่ตนุภัทรเดินกุมมือพิชานันท์เข้ามาในงาน อิศวัตผู้รับหน้าที่พิธีกรรีบเชิญทั้งคู่ขึ้นกล่าวอะไรสักเล็กน้อยบนเวทีพลางส่งสัญญาณให้นักดนตรีเปลี่ยนไปเล่นเพลงหวานๆ ด้วยตนุภัทรพาพิชานันท์ก้าวขึ้นเวทีไปรับไมโครโฟนมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผมและขิงหอมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมยินดีกับเราในวันนี้ด้วยนะครับ วันนี้เราฉลองกันเล็กๆ หากมีอะไรติดขัดตรงไหนต้องขออภัย อีกสองเดือนข้างหน้าค่อยมาฉลองแต่งกันอีกนะครับ ยังไงเราขอเรียนเชิญไว้ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้เลย ขอบคุณค้าบบบ”หลังจากนั้นเขาก็ส่งไมโครโฟนให้พิชานันท์พูดต่อ หญิงสาวสบตาเขายิ้มๆ ก่อนจะพูดกับทุกคนในงาน “ขิงขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับเราสองคนเช่นกันค่ะ ดีใจที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนเราสองคนค่ะ คืนนี้ขอให้ทุกคนกินดื่มเต็มท
ทางฝั่งเชียงรายเตชทัตกับตนุภัทรกำลังถูกบิดามารดาที่เพิ่งกลับมาจากทริปเที่ยวทั่วไทยสอบถามเรื่องจับกุมเสี่ยเลวยันรัฐมนตรีเลวอยู่ แน่นอนว่าตนุภัทรเป็นคนเล่าเสียส่วนใหญ่ ยังเล่าไปถึงเรื่องอื่นที่เกิดขึ้นตอนพวกท่านไม่อยู่ไร่ด้วย กระทั่งมาถึงเรื่อง ‘ว่าที่สะใภ้’ คนนั่งฟังเรื่องดีและร้ายที่ลูกชายลงทุนลงแรงทำจนสำเร็จด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอย่างแม่เลี้ยงลดาก็พลันกระตือรือร้นขึ้นมาทันที“นี่แม่กำลังจะมีลูกสะใภ้กับเขาจริงๆ เหรอเนี่ย!”“โธ่! ผมไม่หลอกแม่หรอก จะหมั้นแล้วด้วย” ลูกชายคนเล็กว่า“ของลูกน่ะ แม่เชื่อแล้วจ้ะ” แม่เลี้ยงลดาพูดกับตนุภัทรเสียงหวาน แล้วหันไปทางเตชทัตที่นั่งเงียบอยู่อย่างไม่แน่ใจ “แต่ของเราน่ะ แม่จะเชื่อได้หรือเปล่าจ๊ะ”“แม่เชื่อได้สิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของแม่น่ะ สวยมากกกกก”“ต้นเงียบๆ ก่อน แม่จะฟังพี่เขาพูดเอง”ตนุภัทรปิดปากทันที ยังหันมองบิดาอย่างน้อยใจ พ่อเลี้ยงตฤณถึงกับส่ายหน้ากับความเยอะของลูกชายคนเล็กด้านเตชทัตสบตากับมารดาแล้วพยักหน้าตอบเสียงนุ่ม “แม่เชื่อได้แน่นอน ผมกับแฟนคบกันมาสักพักแล้วครับ อีกไม่นานแม่กับพ่อคงได้มีสะใภ้ใหญ่กับเขาแล้ว”ได้ยินเช่นนั้น แม่เลี้ยงลดาก็หันไป
เตชทัตหรี่ตามองน้องชายที่มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต่อหน้าเขา ซึ่งนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ หลังจากงอนง้อขอคืนดีได้แล้ว ตนุภัทรไปขลุกอยู่กับพิชานันท์มากกว่าเดิมอีก วันก่อนไปทำท่าไหนไม่รู้ มันถึงกลับมาบอกเขา ว่าสินธรตกลงยกพิชานันท์ให้หมั้นกับมันในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วก็แค่จะหมั้น ไอ้น้องบ้านี่ดีใจเหมือนจะได้แต่ง!“มองไมวะ” ตนุภัทรเหลือบมาเห็นพี่ชายมองตัวเองอยู่ ก็เลิกคิ้วถามกวนๆ “อิจฉาอะดิ ที่กูจะหมั้นแล้ว มึงยังได้แค่จิ้มโทรศัพท์คุยกันอะ”“...” เตชทัตคนถูกพูดให้อิจฉา คร้านจะบอกว่าตอนนี้หมดเวลาสามเดือนที่คุณชลวิภาขอไว้แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ละเมิดเงื่อนไขแต่อย่างใด ตอนไปดูการพิจารณาคดีของเสี่ยวงศกรกับนายอดิศร เขาก็รีบไปรีบกลับ ไม่ได้ไปหาชญานินเลย ทำเอาคนสวยงอนตุ๊บป่อง ด้วยไม่รู้เรื่องที่มารดาขอให้เขาอยู่ห่างจากเธอสามเดือน นี่ถ้าไม่ติดว่างานดึงตัว ยังไปไหนไม่ได้ เขาคงไปหาชญานินตั้งนานแล้วตนุภัทรเหมือนไม่สนใจว่าเตชทัตจะโต้ตอบหรือไม่ ถามต่อเสียงตื่นเต้น “มึงว่าพวกกูควรจัดงานหมั้นแบบไหนดีวะ”“พูดตรงๆ นะ กูสงสัยจริงๆ ทำไมลุงสินถึงตกลงที่จะยกขิงหอมให้กับมึงวะ”“อ้าวๆ พูดจาให้มันดีหน่อย กูออกจะแสนด
ทั้งที่ถูกเตชทัตโจมตีกลับมา ตนุภัทรดันไม่โวยเช่นปกติ เขาเดินหน้าบูดไปนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ พี่ชาย ทอดสายตาเหม่อลอยมองไร่ชาเหมือนมีเรื่องคิดไม่ตก“เป็นอะไรของมึงอีกล่ะ”“เปล่า” ว่าแล้วก็หลบตาพี่ชายอย่างมีพิรุธ“มีอะไรจะพูดก็พูดมา ไม่อยากพูดก็ไสหัวไปจากสายตากู”“ก็...”เห็นตนุภัทรยังอึกอัก เตชทัตเลยยักไหล่จะเดินหนี ร้อนคนเป็นน้องต้องรีบมารั้งเอาไว้ กดให้นั่งลงข้างๆ ตน “มึงนี่! รอฟังกูก่อนไม่ได้ไง”“กูพูดมาสิ”“เรื่องขิงหอมน่ะ” บอกสั้นๆ แล้วตนุภัทรก็เริ่มเดินไปมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ พอเห็นเตชทัตทำท่าจะลุกอีกถึงยอมพูดต่อ “วันนี้กูเข้าไปทำธุระในเมือง แวะกินข้าวร้านประจำของเรา กูเจอขิงหอมนั่งหัวเราะกินข้าวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง”“แล้ว?”“แล้วกูก็เข้าใจผิด หึงจนหน้ามืดเลยน่ะสิ!” ตนุภัทรพูดแล้วทึ้งหัวตัวเองแรงๆ พอเห็นพิชานันท์นั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น เขาก็ตรงดิ่งเข้าไปนั่งลงกอดเอวเธอ แนะนำตัวกับหมอนั่น ว่าเขาเป็นคนรักของเธอ แสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ หมอนั่นดันเปิดยิ้มบอกว่าตนเป็นรุ่นพี่ของพิชานันท์ รู้จักกันมาแต่เล็ก นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง เขานี่ปั้นยิ้มคืนแทบไม่ออก แล้วยังโดนพ







