Share

กลลวงบุพเพ
กลลวงบุพเพ
Auteur: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Date de publication: 2026-03-18 06:38:03

แคว้นซีฉู่ เมืองเสวียนอู่

เช้าตรู่เหนือยอดสวีซานท่ามกลางบรรยากาศบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ เสียงน้ำจากต้นน้ำลู่ลงสู่ลำธารสายเล็ก ดังสลับกับใบหลิวซึ่งพลิ้วไหวกับสายลมเย็นเยียบ สตรีผู้หนึ่งกำลังเดินออกมาจากรั้วกำแพงที่ทำจากไม้ไผ่ ชุดคลุมที่ตัดเย็บจากหนังสัตว์ทำให้นางไม่หวั่นกับสายลมเย็นที่กำลังพัดพลิ้ว

“แม่นาง เหตุใดออกมาข้างนอกยามนี้เจ้าคะ ลมแรงมาก อากาศหนาวเหน็บยิ่งนัก” เสียงสตรีวัยกลางคนดังขึ้นจากริมลำธาร ในมือมีตะกร้าผักที่เพิ่งล้างจนสะอาด

“ท่านป้าจู ข้าเห็นกองฟืนถูกเติมจนเต็ม เหล่าเซิงลงเขาไปแล้วหรือ”

“เจ้าค่ะ แม่นางจะฝากให้นำสิ่งใดขึ้นเขามาหรือ”

หญิงสาวยิ้มยังไม่ทันตอบคำถามกลับได้ยินเสียงรถม้ากำลังขึ้นเขามา สตรีทั้งสองคนสบตากันจากนั้นเดินไปยังริมผาที่อยู่ไม่ไกล

ถนนคดเคี้ยวลัดเลาะขึ้นเขาทำให้จากจุดที่สูงกว่าสามารถมองเห็นผู้มาใหม่

“เขาไม่ได้ขึ้นมาบนยอดสวีซานนานเท่าไรแล้วนะ หนึ่งเดือน? สองเดือน?” หญิงสาวกล่าวขึ้นลอยๆ

ที่นี่คือสวีซาน...ที่ตั้งของหอโอสถอันเลื่องชื่อ เทพโอสถลั่วอวี่ซีเป็นผู้ก่อตั้งหอโอสถแห่งนี้ขึ้น ทั้งยังรับศิษย์เพียงสองคน

คนแรกคือนาง ‘ลั่วเฟิ่งเหยา’

คนที่สองกำลังขึ้นเขามา ทั้งยังมีรถม้าหรูหราคันหนึ่งติดตามมาด้วย...ลั่วหลิว

เดิมทีสิบปีก่อนเทพโอสถลั่วอวี่ซีได้เคยกล่าวเอาไว้ หากเขาสิ้นใจให้ลั่วเฟิ่งเหยารับช่วงดูแลหอโอสถต่อจากตน ทว่าตอนลั่วอวี่ซีจากไปนางเดินทางไปรับศพของผู้เป็นอาจารย์ที่สิ้นใจในต่างแดน กว่าจะกลับมาลั่วหลิวก็ชิงประกาศตนเป็นผู้รับช่วงดูแลหอโอสถ ทั้งยังกีดกันนางจากหอโอสถ ทำทุกทางจนนางไม่อาจกลับเข้าสวีซานได้ กระทั่งลั่วเฟิ่งเหยาต้องเดินทางเร่ร่อนรักษาคนเจ็บป่วยตามหัวเมืองไปเรื่อยๆ

ถึงอย่างนั้นเมื่อปีก่อนเขากลับจำต้องกลืนน้ำลายตนเองด้วยการตามนางกลับสวีซาน ราชสำนักส่งคนมาขอยาถอนพิษตะขาบแดงตะวันออก พิษที่ลั่วอวี่ซีเป็นคนคิดค้นเพื่อใช้ยับยั้งพิษอีกแขนง ยังไม่ทันได้ปรุงยาถอนก็มีคนใช้พิษนี้ในการฆ่าล้างสังหารเสียแล้ว และผู้ที่ถูกพิษชนิดดังกล่าวก็คือองค์ชายรองแคว้นซีฉู่

ลั่วหลิวแม้เก่งกาจด้านการค้า กระทั่งสามารถขยายการส่งออกยาสมุนไพรเพื่อรักษาโรคออกสู่ท้องตลาดแคว้นซีฉู่ แต่เรื่องการรักษาและการปรุงยาถอนพิษ เขากลับไม่ได้สักเศษเสี้ยวของลั่วเฟิ่งเหยา

นอกเหนือไปจากตัวยาที่เขารู้อยู่ก่อน ตัวยาใหม่ๆ เขากลับไม่มีความสามารถในการแยกแยะและปรุงขึ้นมา

เขารู้ดีว่าหากไม่อาจปรุงยาถอนพิษให้องค์ชายรอง หอโอสถมีหวังต้องปิดตัวลงอย่างไม่อาจเลี่ยง ดังนั้นจึงเร่งส่งคนออกไปติดตามลั่วเฟิ่งเหยากลับมา กระทั่งสร้างเรือนบนยอดสวีซานให้และส่งคนสองคนมาคอยดูแลนางเป็นอย่างดี

คนแรกป้าจูหรือจูซิ่ว สตรีวัยกลางคนซึ่งอยู่บนเขากับนาง

คนที่สองก็คือเหล่าเซิง ชายวัยกลางคนที่คอยดูแลม้าและทำหน้าที่ในส่วนที่สตรีไม่อาจทำ

“ศิษย์พี่” ลั่วหลิวคารวะนาง ท่าทางของเขายังคงดูกระอักกระอ่วน ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะเขาอายุมากกว่านางถึงสิบปี ทว่ากลับต้องคารวะนางทุกครั้งที่เจออย่างนอบน้อม แต่อาจเป็นเพราะแม้เขาช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดหอโอสถมาได้ ถึงอย่างนั้นเรื่องที่นางเป็นศิษย์พี่ของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสมุนไพรและยาตัวใหม่ของหอโอสถมีนางเป็นผู้ปรุงขึ้น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าหอโอสถไม่มีเขาได้ แต่ไม่มีนางไม่ได้!!

“แม่นางลั่ว”

ด้านหลังลั่วหลิวก็คือบุตรชายคหบดีตระกูลเยี่ย ‘เยี่ยหลี่เสียง’ บุรุษที่นางเคยช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน

นางมองออกว่าชายหนุ่มหมายใจในสิ่งใดจึงขึ้นเขามาหานางบ่อยๆ ทั้งที่ตลอดมานางย้ำหลายครั้งว่าหากไม่ใช่เรื่องด่วนก็ห้ามมิให้คนนอกขึ้นมาบนยอดเขา

“ข้าต้องขออภัยที่มารบกวน ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใคร่จะชมชอบให้ผู้ใดมารบกวน ถึงอย่างนั้นเพราะทนการรบเร้าของท่านแม่ไม่ไหว วันนี้จึงอยากรบกวนเจ้าสักครา”

หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขา ดังนั้นเยี่ยหลี่เสียงจึงรีบกล่าวต่อไป “เรื่องเป็นเช่นนี้ มารดาของข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นคนช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ดังนั้นจึงอยากเลี้ยงตอบแทนเจ้าสักครา หวังว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธ ข้ารับรอง...หลังงานเลี้ยงครั้งนี้ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าอีกหากเจ้าไม่เต็มใจ”

ในน้ำเสียงและท่าทีของเขาคล้ายมีความมั่นอกมั่นใจว่าหลังการลงเขาไปพบเยี่ยฮูหยิน ลั่วเฟิ่งเหยาอาจอยากพบเขาอีก?

สายตาของนางหันไปมองลั่วหลิว...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.6 จบ

    ซ่างเสวียนมองนาง “ปกป้องอวี่เสวียน?” เขาหรี่ตามองใช่...ปกป้องเขา...จากท่านเซี่ยเฟิ่งเหยาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของนางบอกซ่างเสวียนเช่นนั้น รอยยิ้มอ่อนโยนของนางมองข้ามไหล่ของเขาไปอีกครั้งนี่เป็นครั้งที่สองที่รอยยิ้มของนางแม้อยู่ตรงหน้าเขา แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ใช่เพื่อเขา เป็นรอยยิ้มแตกต่างไปจากรอยยิ้มที่นางมีให้ผู้อื่น...มองไปด้านหลังอวี่เสวียนกำลังเดินตรงมายังคนทั้งสอง“เจ้าพี่รอง ยังไม่เสด็จกลับหรือพ่ะย่ะค่ะ” อวี่เสวียนเดินมาจับมือของเซี่ยเฟิ่งเหยาที่ยื่นออกมาหา เขายิ้มให้นาง นางเงยหน้ายิ้มตอบซ่างเสวียนมองคนทั้งสองเงียบๆ “กำลังจะกลับแล้ว เห็นชายาของเจ้าอยู่เพียงลำพังจึงรอเป็นเพื่อนนาง เจ้ามาก็ดีแล้วข้าไปก่อน”เขาหมุนตัวเดินออกไปเงียบๆ แต่ตอนจะลับมุมทางเดินก็อดไม่ได้ที่หันกลับไปมองคู่รักที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมอวี่เสวียนปัดปอยผมของหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองยังคงยืนกุมมือกันขณะสนทนาเรื่องบางอย่าง หญิงสาวหัวเราะโอบแขนรอบตัวอวี่เสวียน“มีจริงๆ หรือ สตรีที่ไม่สนใจลาภยศ...สตรีที่รักมั่นไม่สนใจในอำนาจและความยิ่งใหญ่” ซ่างเสวียนพึมพำจากนั้นเดินจากไปโดยไม่ได้หันกลับไปมองคนทั้งสองอีกอวี่เส

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.5

    อวี่เสวียนลูบปลายนิ้วลงไปยังเรียวคิ้วของหญิงสาว ไล่ลงมายังข้างแก้ม “หลายปีได้แต่แอบดูอยู่เงียบๆ ในที่สุดก็ได้ยืนตรงหน้าเจ้าแล้ว”นางเลิกคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”เขายิ้ม “เจ้าไม่เคยพบข้า ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่ได้พบเจ้า ไว้ข้าจะค่อยๆ เล่าให้เจ้าฟัง” เขายิ้มและก้มลงจุมพิตกลางหน้าผากของหญิงสาวแผ่วเบา “ชั่วชีวิตนี้สามารถปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยไร้กังวล ข้าหวังเพียงเท่านั้น”นางยิ้มและสบตาคมนิ่ง “สัญญา?”“ข้าสัญญา”ชีวิตสตรีผู้หนึ่งจะต้องการสิ่งใดไปมากกว่าบุรุษที่พร้อมจะรักและปกป้องนาง เห็นนางเป็นดังดวงใจที่ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็คะนึงหาเซี่ยเฟิ่งเหยาคือพระชายาที่สตรีทั่วหล้าล้วนรู้สึกอิจฉา ด้วยเพราะความรักและความผูกพันที่องค์ชายเจ็ดกับนางมีร่วมกัน รวมไปถึงชะตาที่พลัดพราก หากแต่ก็ยังกลับมาพานพบและครองคู่นางลืมตาขึ้นมองอวี่เสวียนที่ยังคงหลับสนิท ริมฝีปากประดับรอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อพบว่าเขากุมมือของนางวางเอาไว้บนอกไม่ปล่อยแม้ในยามหลับสนิท“องค์ชาย หากยังไม่ตื่นบรรทมจะเข้าเฝ้าสายแล้วนะเพคะ”เขามุ่นคิ้วถอนหายใจจากนั้นพลิกตัวกอดนางแนบอก “ยังอยากนอนอีกครู่หนึ่ง” แม้พูดเช่นนั้นริมฝีปากกลับประทับลงยังหน

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.4

    “แม้ไม่ได้ฉลาดหลักแหลม แต่เจ้าก็ไม่ใช่คนไม่รู้จักคิด ขอเพียงเจ้าเริ่มคิดถึงผู้อื่นนั่นย่อมเป็นสัญญาณที่ดี ขอเพียงสังเกตสิ่งรอบข้างให้มาก มองผู้คน มองการกระทำ พูดให้น้อยลง คิดใคร่ครวญให้มาก ตำหนักหย่งเล่ออยู่ไม่ไกลจากตำหนักหย่งชุน หากคิดเรื่องใดไม่ตกก็มาหาข้า”เซี่ยหลันอวี๋ขมวดคิ้ว “ท่านจะช่วยข้าหรือ ช่วยจริงๆ หรือ ทั้งที่ข้า...”“ข้าเป็นคนตระกูลเซี่ย เจ้าเองก็เป็นคนตระกูลเซี่ย จำไว้เพียงเท่านั้นเรื่องอื่นอย่าได้เก็บมาคิดให้วุ่นวาย มารดาของเจ้าเป็นคนดีมาก น้องชายของเจ้าในอนาคตยังสามารถรับใช้ราชสำนัก เรื่องการแก่งแย่งในตำหนักอย่าได้นำมาใส่ใจ ใช้ชีวิตให้ดีทำหน้าที่ของเจ้าในตำหนักหย่งเล่อให้สมกับที่ฮองเฮาทรงเลือก ความละโมบเจ้าเองก็เคยเห็นผลของมันแล้ว เข้าใจหรือไม่”เซี่ยหลันอวี๋มองนางแล้วพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว...พี่หญิงใหญ่”เซี่ยเฟิ่งเหยายิ้มให้นางจากนั้นเอื้อมมือขึ้นไปดึงปิ่นหยกออกมาจากศีรษะ นางยืนขึ้นโน้มตัวปักปิ่นหยกให้เซี่ยหลันอวี๋ “ยังไม่ได้มอบของขวัญให้เจ้า อวี๋เอ๋อร์ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี”เซี่ยหลันอวี๋ยิ้มดวงตาแดงก่ำ “เจ้าค่ะ”มองส่งน้องสาวต่างมารดาจากไปหญิงส

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.3

    “ดีแล้ว” เขายิ้มบางจากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินด้านหลังมีขันทีและนางกำนัลตามมาช้าๆ แผ่นหลังของชายหนุ่มและหญิงสาวที่เดินไปข้างหน้าช้าๆ พูดคุยสนทนาด้วยความสนิทสนม บางครั้งก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาว ดวงตาอ่อนโยนของอวี่เสวียน ภาพเหล่านั้นทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนอมยิ้มและสบตากันด้วยความเขินอายข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันดีของคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย กับองค์ชายเจ็ดอวี่เสวียน ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนรอฟังข่าวมงคลทั้งสิ้น“องค์ชาย” นางเรียกเข้าเสียงเบา เหลือบมองขันทีและนางกำนัลด้านหลัง ทั้งหมดหยุดฝีเท้าอย่างรู้งาน เว้นระยะห่างมากขึ้นอีกเล็กน้อย “วันก่อนหม่อมฉันมีโอกาสได้สนทนากับท่านพ่อ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “กังวลหรือ”นางส่ายหน้าแต่เงยหน้ามองเขานิ่ง“เป็นห่วงข้า?” ตอนเห็นนางพยักหน้าเขายิ้มกว้าง “ข้าไม่อยากให้ขั้วอำนาจในราชสำนัก กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของเจ้า หากจะให้เจ้าตัดสินใจก็ต้องให้เจ้าตัดสินใจด้วยตัวเจ้าเอง” เขายื่นมือให้นาง “เซี่ยเฟิ่งเหยา เจ้ายินดีเป็นชายาของข้าหรือไม่”นางเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม ยื่นมือให้เขากุมเอาไว้ “ย่อมแน่นอน ข้าคือ

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.2

    “เจ้าโชคดีที่เวลานั้นท่านพ่อส่งเจ้าออกจากเมืองหลวง หาไม่ตระกูลหวังก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้แล้วเจ้าไปมาหาสู่กับพวกเขา ไม่แน่อาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด จากนี้จงใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียน อย่าเอาแต่ใจและคบหาผู้ใดต้องระวังให้มาก อำนาจและลาภยศทำให้ผู้คนยิ้มแย้มพยายามเข้าหาเจ้า ทว่าถึงอย่างนั้นในยามอับจน คนที่เจ้าคบหาเป็นสหาย เรียกพวกเขาเป็นญาติสนิท เพียงเพื่อความอยู่รอดพวกเขาล้วนทำได้ทุกสิ่ง”เซี่ยหลันอวี๋สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ตอนถือศีลอยู่ที่อารามเหลิ่งจิ่ง อยู่ๆ ก็มีคนของตระกูลหวังมาหลอกล่อนางออกไป นึกไม่ถึงว่าคนพวกนั้นหวังใช้นางกับมารดาต่อรองกับบิดานางคิดเลยว่าตระกูลหวังจะกล้าร่วมมือตระกูลหม่าก่อกบฏจนโดนประหารสิ้น นึกถึงตอนนั้นที่หย่งอันโหวฮูหยินพยายามพานางกลับจวน อยากให้นางเปลี่ยนแซ่กลายเป็นคนของจวนหย่งอันโหว...ตอนออกมาจากเรือนตะวันออก เซี่ยจื่อหลิงมองน้องสาวยังคงหน้าซีดขาวด้วยความหวาดกลัวก็ถอนหายใจเสียงเบา“ข้าว่านางก็เป็นคนไม่เลว ข้าไม่ได้อยากให้เจ้ายอมรับนางในทันที แต่เจ้าต้องรู้จักเปิดใจให้กว้าง ตลอดมาเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ใดคือมิตรผู้ใดคือศัตรู ผู้ที่เจ้ายกย่องเป็นมิตรเป็นญาติ วั

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 10.1

    เซี่ยเฟิ่งเหยาลืมตาขึ้นช้าๆ ไหล่ซ้ายระบมจนขยับครั้งหนึ่งคิ้วเรียวก็มุ่นครั้งหนึ่ง อาการปวดตุบยังไหล่ซ้ายกับความเจ็บที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง นางสูดหายใจพยายามยามระงับอาการเจ็บปวดนั้น“เจ้ารู้สึกตัวแล้ว?”แน่นอนจะเป็นใครไปได้นอกจากอวี่เสวียน เซี่ยเฟิ่งเหยาหันไปมองเขา หัวใจอ่อนยวบลงเมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มตรงหน้า“อวี่เสวียน...ทำไมสภาพของท่าน...ดูไม่ได้เลย”เขาหัวเราะ “ผู้ใดเป็นต้นเหตุเล่า”นางกุมมือเขาบีบเบาๆ ยกมืออีกข้างลูบปอยผมที่ร่วงหล่นยุ่งเหยิง เห็นชัดว่าเขากังวลมากจริงๆ ดูแล้วคงไม่ได้ออกไปจากห้องนี้เลยตั้งแต่นางถูกนำมารักษาตัว“ได้นอนบ้างหรือไม่” ดวงตาของเขาแดงก่ำ เสื้อผ้ายังเป็นชุดเดิม “ข้าหมดสติไปกี่วัน”“สามวันแล้ว เจ้าหมดสติไปสามวัน”นางลูบแก้มของเขา “ถึงว่าท่านจึงได้มีสภาพเช่นนี้ ช่วยพยุงข้าลุกขึ้นได้หรือไม่”“เจ้าไม่ควรขยับ”“ข้านอนจนแผ่นหลังไม่รู้สึกอะไรแล้ว อยากลุกขึ้นนั่งสักครู่”อวี่เสวียนค่อยๆ สอดแขนพยุงนางให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขามือสั่นเล็กน้อยเพราะกลัวทำนางเจ็บหญิงสาวยิ้มให้เขา “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าเจ็บเพียงใด” นางวางมือลงไปแผลเดิมของเขา แผลหลายแห่ง

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 5.7

    “ข้าหรือ” เซี่ยเฟิ่งเหยาเลิกคิ้ว “ข้าไม่ได้โดนน้ำชาหกรดนี่ นำเสด็จองค์หญิงใหญ่ไปก็พอ รบกวนตระกูลสวีเปล่าๆ” นางกล่าวเสียงเรียบ“มิใช่บอกว่าสนิทสนมกับองค์หญิงใหญ่? นึกไม่ถึงว่าจะไร้คุณธรรมเช่นนี้ แทนที่จะรีบตามเสด็จไปดูแล” หวังเหวินหรูกล่าวขึ้น“นั่นสิ อย่างน้อยเดินไปกับพระองค์สักหน่อยก็ยังดี สาวใช้เ

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 5.6

    “องค์หญิงใหญ่ไม่ทรงคิดว่าน่าประหลาดหรอกหรือเพคะ ใต้เท้าเซี่ยเฟิ่งสิงสิ้นใจ คุณหนูเซี่ยก็กลับเข้าจวนทันที จะกล่าวกันจริงๆ แล้วคงมิใช่รอคอยวันนี้จนแทบทนไม่ไหว...”เซี่ยเฟิ่งเหยาหันไปสบตากับคนพูดนิ่ง นางไม่ได้กล่าวอะไรเพียงจดจ้องอีกฝ่ายจนทำให้สตรีผู้นั้นประหม่า“การที่น้องเจ็ดไปรับเฟิ่งเหยากลับมาไว้ทุ

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 5.4

    มองน้องสาวต่างมารดาที่เอาแต่ก้มหน้า หากแต่มือกลับกุมกันแน่นจนข้อซีดขาว “วุ่นวายเสียเหลือเกิน”อวี่เสวียนหัวเราะ “จะโทษข้าฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ผู้มีสติย่อมมองความจริงตรงหน้ากระจ่าง หลายปีมานี้ตระกูลหวังเอาแต่อ้างผลงานสารพัด คิดไปเองต่างๆ นานาว่ามีตนความสำคัญ กระทั่งไม่เห็นผู้อื่นในสายตา คุณหนูรองตระกูล

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 6.1

    เงียบกริบ... กระทั่งหญิงสาวกำลังจะปิดหน้าต่างเสียงฝีเท้าก็เดินมาข้างหน้าต่างที่นางยืนอยู่ เซี่ยเฟิ่งเหยาเลิกคิ้วอ้าปากค้าง “องค์ชาย? นี่เขตฝ่ายในของจวนตระกูลสวีนะเพคะ”อวี่เสวียนหัวเราะยกพัดขึ้นปิดปาก “เจ้ายังนึกสนุกเข้ามาร่วมชมความครึกครื้น เช่นนั้นข้าจะมาไม่ได้เชียวหรือ”“ทรงทราบ?”เขาไม่ตอบเพียง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status