ลิขิตชะตาครอบครัวตัวร้าย

ลิขิตชะตาครอบครัวตัวร้าย

last updateDernière mise à jour : 2026-04-28
Par:  หนามชมพูComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
58Chapitres
6.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ทะลุมิติก็เหลือจะเชื่อแล้ว นางยังกุมชะตากรรมครอบครัวนี้ไว้อีก จุดจบเลวร้ายที่ควรอยู่ในนิยาย แต่มันไม่ใช่นิยายนี่สิมันคือความจริงที่นางต้องเปลี่ยนแปลง เสิ่นชิงเซียนเป็นแพทย์ทหารผู้มากความสามารถ นางตายลงง่ายดายทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสตรีอ่อนแอคนหนึ่งที่เลี้ยงสามีป่วยและลูกติดเขาอีกสองคน เหมือนโชคชะตาเล่นตลก นางมักเห็นภาพอนาคตครอบครัวนี้และได้รับหน้าที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาท่ามกลางอุปสรรคหลากหลาย "เกิดเป็นข้ามันไม่ง่ายเลยจริง ๆ สวรรค์โปรดเห็นใจข้าบ้างสิ"

Voir plus

Chapitre 1

ทะลุมิติก็ไม่ได้แย่มั้ง

"ตายรึเปล่า"

"นอนนิ่งเช่นนี้ ข้าว่าไม่รอดแล้ว"

ชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ มองร่างผอมโซตรงหน้า สตรีวัยแรกรุ่นนอนหมดสติอยู่กลางทาง สวมเสื้อผ้าเก่าที่ปะชุนหลายจุด ข้างตัวของนางมีตะกร้าเปล่าและเสียมขนาดเล็กที่กระจายออกจากกัน

ดูจากรูปการณ์แล้วคงล้มลงแรงพอสมควร

"ไม่มีเลือดออกจากส่วนใด ดีที่เป็นพื้นหญ้า"

หญิงวัยกลางคนเดินสำรวจอยู่ห่าง ๆ เอ่ยขึ้น

"จะมีเลือดหรือไม่มีก็ไร้ประโยชน์แล้ว คนตายไปแล้ว"

ชายคนที่มาด้วยกันขมวดคิ้ววิเคราะห์

ยามนี้โรคระบาดแม้จะเริ่มจางลงไปบ้างแต่ก็ยังไม่หายไปทั้งหมด ถึงอยากช่วยก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวนาง

"เอาอย่างไร จะแบกศพเข้าหมู่บ้านหรือปล่อยไว้เช่นนี้"

ชายคนเดิมถามความเห็นจากคนในกลุ่ม ทุกคนต่างมองหน้ากัน บางคนส่ายหน้า บางคนถอยออกห่าง แต่สายตาทุกคนล้วนเป็นคำตอบเดียวกัน

"อย่าเสี่ยงเลย ถ้าพวกเราติดโรคขึ้นมาจะตายกันหมดนี่รวมถึงครอบครัวด้วย หากนางยังไม่ตายเดี๋ยวก็กลับบ้านได้เอง"

เมื่อลงความเห็นเช่นนี้พวกเขาจึงไม่สนใจนางอีก ต่างหันหลังเร่งฝีเท้าเดินจากไป ถึงอยากช่วยเหลือแต่เมื่อหารือกันแล้วจึงลงมติดังที่กล่าวมา

"เสียงเอะอะที่ไหนกัน"

เสิ่นชิงเซียนลืมตาขึ้นเพราะความสงสัย นางกลอกตาไปรอบตัวแต่ไม่พบผู้ใด มีเพียงทุ่งหญ้าแห้งโล่ง ๆ กับต้นไม้เหี่ยว ๆ ยืนโด่เด่อยู่เพียงหนึ่งต้น

นางพยุงตัวลุกขึ้นจึงไขข้อข้องใจได้สำเร็จ

"เสียงเอะอะนั่น คงมาจากคนกลุ่มนั้นสินะ"

นางเห็นเพียงกลุ่มคนที่ห่างออกไปทุกที

"ทำไมมาอยู่ทุ่งหญ้าล่ะ ฉันควรอยู่โรงพยาบาลสิ"

เสิ่นชิงเซียนคิดย้อนกลับไป เมื่อวานฝึกทหารในค่ายประมาณห้าชั่วโมงโดยไม่พักต่อด้วยไปเรียนทำอาหารจนถึงค่ำ โรงพยาบาลก็โทรมาให้ไปอยู่เวรด่วนทั้งที่เป็นวันหยุดของเธอ

หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก หัวใจยังคงเต้นแรง

"ยังไม่ตายนี่ ว่าแต่...อยู่ที่ไหน?"

นางก้มมองเสื้อผ้าที่เก่าคร่ำคร่ามีรอยปะชุนหลายแห่ง มองบรรยากาศรอบตัวที่วังเวงไร้ผู้คน

เสิ่นชิงเซียน แพทย์ทหารหญิงแห่งปลายศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ผู้หลงใหลการทำอาหารและศาสตร์การรักษาด้วยสมุนไพรเป็นชีวิตจิตใจ จนต้องลงเรียนจริงจังและชนะการประกวดได้รางวัลมากมาย นางมีชีวิตที่ดีครบทุกรสชาติอย่างที่ต้องการ แต่เรื่องไม่แน่นอนก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดหัวใจวาย เสียชีวิตเฉียบพลันขณะเข้าเวรกลางดึก

"นี่สินะ คือการทะลุมิติ"

นางแค่นเสียงอย่างไร้คำอธิบายกับตนเอง สิ่งที่ไม่ควรเกิดได้เกิดขึ้นกับนาง แต่ก่อนจะได้วิเคราะห์ต่อนางก็เกิดมึนหัวหน้ามืดขึ้นมาอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์มากมายผุดขึ้นในห้วงความคิด ความทรงจำของร่างเดิม ผสมผสานกับวิญญาณใหม่ทำให้นางสั่นสะท้านอยู่ครู่หนึ่ง

"ทะลุมิติมาจริงด้วย"

นางถอนหายใจส่ายหน้าอย่างอับจน เสิ่นชิงเซียนคนเก่าตายจากโลกเดิม วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงสาวบ้านนอกที่ไร้การศึกษาคนหนึ่ง

ที่สำคัญนางแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ร่างเดิมออกมาหาของป่าไปเลี้ยงคนในบ้านหลายชีวิต แต่ด้วยความที่ทำอะไรไม่เป็นจึงได้เพียงตะกร้าเปล่ากลับบ้านและที่สำคัญนางไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว

เสิ่นชิงเซียนกลืนน้ำลายแห้งผาก นางพยายามลุกขึ้นยืน ทว่าขาทั้งสองกลับอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปอีกครั้ง

"อดอาหารสามวัน แล้วยังออกมาหาของป่าอีก"

นางหัวเราะในลำคอไม่รู้ว่าควรชมว่าร่างเดิมอดทนเก่งหรือควรตำหนิว่าโง่เขลาดี

ในฐานะแพทย์ทหาร นางรู้ดีว่า ร่างกายเช่นนี้อยู่ในสภาวะอันตรายเพียงใด ทั้งน้ำตาลต่ำ กล้ามเนื้อสลาย หัวใจทำงานเกินกำลัง ไม่แปลกที่นางจะล้มหมดสติลงกลางทุ่ง

เสิ่นชิงเซียนก้มมองตะกร้าเปล่าที่ตกอยู่ไม่ไกล เสียมเล็ก ๆ ด้ามเก่าที่มีรอยแตกตรงปลายด้ามจับ นางเดินไปเก็บมันขึ้นมา มือที่ผอมแห้งสั่นเล็กน้อย

"อย่างน้อยก็ยังไม่ตายซ้ำอีกรอบ"

นางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสูดหายใจลึก บังคับให้สมองกลับมาทำงาน

"ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตต่อ"

หากยังแบกสังขารผอมแห้งเดินต่อไปคาดว่านางคงเป็นลมแน่ ๆ นางมองซ้ายมองขวาอยู่ไม่นานก็ลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในป่าอีกครั้ง

"ให้ตายสิ หากมีลมพัดมาร่างนี้คงไม่พ้นล้มหัวคะมำ"

นึกแล้วก็หงุดหงิด ความคล่องตัวในอดีตบัดนี้ใช้ไม่ได้แล้ว นางเคยวิ่ง เคยกระโดด ยามนี้ทำได้เพียงเดินประคองร่างเหมือนโครงกระดูกเดินได้ไม่ให้เซล้มลงเท่านั้น

สอดส่ายสายตาไปด้านบนด้านล่างก็พอจะมีของกินได้ เสิ่นชิงเซียนมองเห็นต้นมันเทศนางรีบดึงเสียมจากตะกร้าลงมือขุดด้วยมืออันสั่นเทา

"เรี่ยวแรงนี้ช่างเป็นอุปสรรคจริง ๆ เลย"

นางเริ่มบ่นที่ร่างการนี้แรงน้อยชักช้าไม่ทันใจ

นางขุดหัวมันเทศขนาดใหญ่ได้สามหัวและยิ่งขุดก็ยิ่งเจอมากขึ้นเรื่อย ๆ

"เยี่ยมเลย เอาหมดนี่แหละ"

หญิงสาวเก็บหัวมันเทศใส่ตะกร้าจนเกือบเต็มจากนั้นตัดใบไม้มาปิดเอาไว้มิดชิดและแยกออกมาสามหัว ก่อนอื่นนางต้องกินอะไรลงท้องเสียก่อนจึงจะมีแรงแบกตะกร้า

เสิ่นชิงเซียนจัดการก่อไฟด้วยทักษะที่ติดตัวมา ไม่นานก็เกิดเพลิงขึ้น นางโยนมันเทศเข้าไปในกองไฟรอจนสุกจึงจัดการกินจนหมดเกลี้ยง

"อา...ค่อยยังชั่วหน่อย ข้ามองเห็นสวรรค์อยู่รำไรแล้ว"

เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนตาม จู่ ๆ นางหลับตาลงและผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

นานกี่ชั่วยามก็จำไม่ได้แล้วตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงโพล้เพล้ เสิ่นชิงเซียนดีดตัวลุกขึ้นนางตั้งสติแล้วดับกองไฟจนสนิท จากนั้นจึงแบกตะกร้าออกเดินทาง

"ได้กินอิ่มนอนพักกลับสดชื่นมีแรงขึ้นเยอะเลย"

นางสูดลมหายใจลึกรับอากาศบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งในโลกก่อน

"ช่างดีจริง ๆ การทะลุมิติก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอก"

ข้างหน้ามีแม่น้ำ นางเดินไปล้างหน้าล้างตาและดื่มน้ำจนอิ่มแล้วออกเดินทางกลับบ้านต่อ

จากความทรงจำของร่างเดิม บ้านไม่ได้อยู่ไกลจากทุ่งหญ้านี้นัก เดินอ้อมเนินเตี้ย ๆ อีกลูกก็จะเห็นหลังคาฟางเก่า ๆ สามหลังติดกัน หนึ่งในนั้นคือที่อยู่ของนาง

และในบ้านหลังนั้นมีสามชีวิตรออยู่

สามชีวิตที่ร่างเดิมต้องเลี้ยงดู ทั้งที่ตัวเองยังแทบเอาชีวิตไม่รอด

เสิ่นชิงเซียนกัดริมฝีปาก ความรู้สึกประหลาดเอ่อขึ้นในใจ มันไม่ใช่ความรักหรือความผูกพัน แต่เป็นความรับผิดชอบของนาง

"เอาเถอะ"

นางเอ่ยเสียงเบา เหมือนตัดสินใจเรื่องสำคัญ

"ถ้าสวรรค์ให้ข้าทะลุมิติมาแล้ว หากต้องมาตายเพราะความหิวอีกครั้ง ก็นับว่าแย่เกินไปจริง ๆ"

นางจับตะกร้ากระชับกับแผ่นหลังบาง พยายามเดินด้วยจังหวะช้าแต่มั่นคง ไม่ฝืนร่างกายเกินไป ทุกย่างก้าวล้วนอาศัยประสบการณ์ที่เคยฝึกหนักกว่านี้หลายเท่า มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่อยู่ข้างหน้า

เมื่อหลังคาฟางเก่า ๆ ปรากฏในสายตาภายในไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสิ่นชิงเซียนหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัว

บ้านหลังนั้นดูเงียบเกินไป ไม่มีควันไฟ ไม่มีเสียงสิ่งมีชีวิตและไม่มีแม้แต่เงาคนสักคน

นางกำเสียมแน่นขึ้น ก้าวเข้าไปช้า ๆ โดยไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรออยู่

บ้านไม้ผุพังจนแทบไม่เหมือนบ้านคน ไม่ใช่สิ ใช้คำจำกัดความว่าเล้าหมูยังไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วครอบครัวนี้อยู่รอดมาได้อย่างไร ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บทั้งพ่อทั้งลูกยังรอดมาเป็นผู้เป็นคนที่สมบูรณ์ได้หรือ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
เรียบง่ายจบดี อ่านลื่นไหลไม่สะดุด
2026-06-02 03:05:40
0
0
58
ทะลุมิติก็ไม่ได้แย่มั้ง
"ตายรึเปล่า" "นอนนิ่งเช่นนี้ ข้าว่าไม่รอดแล้ว" ชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ มองร่างผอมโซตรงหน้า สตรีวัยแรกรุ่นนอนหมดสติอยู่กลางทาง สวมเสื้อผ้าเก่าที่ปะชุนหลายจุด ข้างตัวของนางมีตะกร้าเปล่าและเสียมขนาดเล็กที่กระจายออกจากกัน ดูจากรูปการณ์แล้วคงล้มลงแรงพอสมควร "ไม่มีเลือดออกจากส่วนใด ดีที่เป็นพื้นหญ้า" หญิงวัยกลางคนเดินสำรวจอยู่ห่าง ๆ เอ่ยขึ้น "จะมีเลือดหรือไม่มีก็ไร้ประโยชน์แล้ว คนตายไปแล้ว" ชายคนที่มาด้วยกันขมวดคิ้ววิเคราะห์ ยามนี้โรคระบาดแม้จะเริ่มจางลงไปบ้างแต่ก็ยังไม่หายไปทั้งหมด ถึงอยากช่วยก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวนาง "เอาอย่างไร จะแบกศพเข้าหมู่บ้านหรือปล่อยไว้เช่นนี้" ชายคนเดิมถามความเห็นจากคนในกลุ่ม ทุกคนต่างมองหน้ากัน บางคนส่ายหน้า บางคนถอยออกห่าง แต่สายตาทุกคนล้วนเป็นคำตอบเดียวกัน "อย่าเสี่ยงเลย ถ้าพวกเราติดโรคขึ้นมาจะตายกันหมดนี่รวมถึงครอบครัวด้วย หากนางยังไม่ตายเดี๋ยวก็กลับบ้านได้เอง" เมื่อลงความเห็นเช่นนี้พวกเขาจึงไม่สนใจนางอีก ต่างหันหลังเร่งฝีเท้าเดินจากไป ถึงอยากช่วยเหลือแต่เมื่อหารือกันแล้วจึงลงมติดังที่กล่าวมา "เสียงเอะอะที่ไหนกัน" เสิ่นชิงเซียนลืมตาขึ
Read More
ไม่ได้กินอาหารมาสามวันแล้ว
นางวางตะกร้าลง รู้สึกปวดบ่าทั้งสองข้างราวกับกระดูกจะหักเป็นท่อน ๆ "กลับมาแล้ว" ทุกอย่างยังเงียบไร้การตอบรับจากด้านใน เสิ่นชิงเซียนจึงเดินไปดู นางเปิดประตูพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกเบา ๆ ภาพตรงหน้าทำให้นางอดแปลกใจไม่ได้ ชายหนุ่มคนหนึ่งร่างกายซูบผอม ใบหน้าซูบซีด ดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากแห้งแตก นอนอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ โครงหน้าที่เห็นโหนกแก้มชัด ส่งให้จมูกคมสันโดดเด่นขึ้นมา ถึงแก้มจะตอบจนมองเห็นกระดูกกรามนูนขึ้น แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาคนนี้หน้าตาดีไม่น้อย มองลงไปด้านล่างเป็นเด็กชายหญิงรูปร่างผอมแห้งไม่ต่างกัน ทั้งคู่อายุราว ๆ สี่ขวบ แต่รูปร่างเล็กเกินวัย สวมเสื้อผ้าหยาบ ๆ เนื้อผ้าเก่าซีดและยืดย้วยปะชุนหลายแห่ง นอนหลับสนิทอยู่บนเสื่อข้างเตียงนอนบิดา เสิ่นชิงเซียนส่ายหน้าช้า ๆ อย่างเวทนา ทั้งพ่อลูกและนางต่างก็ผอมแห้งไม่ต่างกัน ผู้เป็นพ่อนอนป่วยขยับไปไหนไม่ได้ ลูกสองคนก็เล็กเกินกว่าจะรับผิดชอบไหว คงมีแค่นางที่เป็นความหวังเดียวที่จะนำพาครอบครัวนี้หลุดพ้นจากความยากลำบากเหล่านี้ แม้ก่อนหน้านั้นจะไม่มีโอกาสปฏิเสธการแต่งงาน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ที่นี่ จะให้ทอดทิ้งสามชีวิตไว้ทั้งอย่างนี้นางก็ทำไม่ล
Read More
หยางอวิ๋นเฉิง
กลิ่นอาหารอ่อน ๆ ลอยอบอวลวนอยู่ในห้องเล็ก ๆ เป็นกลิ่นที่เขาไม่คุ้นเคยมานาน มันคือกลิ่นของความอิ่มท้อง เด็กสองคนขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว เสวี่ยเอ๋อร์นั่งลงข้างเตียง ส่วนเสี่ยวหานนั่งกอดอกอยู่ปลายเตียง ดวงตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของผู้ใหญ่ทั้งสองไม่กะพริบ ชายหนุ่มกลอกตาไปมองลูก ก่อนจะมองกลับมาที่เสิ่นชิงเซียนอีกครั้ง แววตานั้นฉายความลังเล ราวกับมีคำถามนับพันนับหมื่นแต่ไม่รู้จะเริ่มจากข้อใด ในที่สุด เขาก็เปล่งเสียงแหบพร่าออกมา "เจ้า...กลับมา" คำถามนั้นเบาหวิวดั่งสายลม ทว่าเหมือนก้อนหินหนัก ๆ ตกลงกลางหัวใจของเสิ่นชิงเซียน นางสูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งที่สุด "ใช่ ข้ากลับมาแล้ว" ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่นั้นจ้องนางอย่างไม่วางใจ ความทรงจำในสมองของเขาดุจกำลังถูกหมอกหนาทึบบดบัง เหลือเพียงความว่างเปล่าและสัญชาตญาณที่เตือนให้ระวังตัว แต่สิ่งหนึ่งที่เขารับรู้ได้อย่างชัดเจน สตรีตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่คนที่เขารู้จักและไม่ใช่สตรีธรรมดาอย่างที่ควรจะเป็น นางดูเหมือนมีความพิเศษที่เขาก็ไม่อาจเข้าใจได้ เสิ่นชิงเซียนยกชามซุปมันเทศขึ้น วางไว้ใกล้มือเขา กลิ่นอุ่นลอยขึ้
Read More
ดูแลสามพ่อลูก
เสิ่นชิงเซียน เด็กสาวกำพร้าวัยสิบห้าปี พ่อแม่ของนางเสียชีวิตไปได้สามปีกว่าแล้วจากโรคระบาดครั้งใหญ่ นางอาศัยอยู่เพียงลำพัง วันหนึ่งเมื่อผู้อาวุโสและผู้ใหญ่บ้านได้หารือกัน จึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้นางแต่งงานออกเรือนกับใครสักคน เพราะสตรีตัวคนเดียวที่ไร้คนดูแลและไร้ครอบครัวอาจถูกขายเป็นทาสในสักวันซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดนับว่านางยังโชคดีอยู่บ้างที่เหล่าผู้อาวุโสยังเมตตา เพราะบิดามารดาของนางเป็นผู้ประพฤติตัวดีมาตลอด นางไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงผู้นำในหมู่บ้านและผู้อาวุโสที่คอยปกป้องคุ้มครองครอบครัวของนางการแต่งงานโดยไม่ได้เลือกจึงเกิดขึ้น พวกเขาเลือกหลานชายคนเดียวของบุตรชายลำดับที่สี่ตระกูลหยางเพราะเห็นว่าพ่อแม่ของเขาก็ตายจากโรคระบาดครั้งนั้นเช่นเดียวกันหนำซ้ำเขายังมีลูกฝาแฝดชายหญิงที่เกิดจากภรรยาที่เสียชีวิตไปด้วยโรคระบาดเช่นเดียวกัน นางคลอดลูกได้เพียงหนึ่งเดือนก็จากไปจากการติดเชื้อไร้ที่มาและเป็นช่วงที่โรคระบาดครั้งใหญ่ลุกลามไปทั่วทั้งแผ่นดิน ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ส่วนคนที่เหลือรอดนับว่าสวรรค์เมตตาถึงขีดสุดแล้วหยางอวิ๋นเฉิงไม่ใช่หลานชายคนโปรดของตระกูลหยางสักเท่าไหร่ เขามีท่านปู่เพียงคนเด
Read More
ถูกหลอกขายยา
เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงดังขลุกขลักอยู่ด้านนอกตั้งแต่เช้ามืด เสิ่นชิงเซียนตื่นแต่เช้าออกไปตักน้ำมาใส่ในถังให้เต็มทุกใบ ถึงเมื่อวานนางจะเหนื่อยล้าแทบไร้เรี่ยวแรงแต่พอได้นอนเต็มอิ่มได้กินอาหารนางก็รู้สึกมีกำลังขึ้นมา แม้จะฟื้นตัวยังไม่เต็มที่ แต่มือนางก็ไม่สั่นอีกแล้วมันเทศยังเหลือนางจัดการต้มเอาไว้แล้วปัดกวาดบริเวณลานบ้านที่รกรุงรัง ลำพังหยางอวิ๋นเฉิงคนเดียวที่ทั้งดูแลลูกแล้วออกไปทำงานคงไม่มีเวลามาดูแลเรื่องพวกนี้ แล้วตอนนี้เขายังป่วยหนักอีก ความสะอาดมีระเบียบนั้นลืมไปได้เลย"ว่าแต่อาการป่วยนี้ย่ำแย่จริง ๆ"นางหยุดกวาดพื้นครุ่นคิดถึงอาการป่วยของหยางอวิ๋นเฉิง นางเป็นแพทย์จากยุคอนาคตที่การแพทย์ก้าวหน้าไปไกลแต่ใช่ว่ายุคโบราณนี้หมอจะไม่เก่ง อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเขาไม่มีเงินรักษาจึงไม่อาจเสาะหาหมอดี ๆ ได้ หมอที่เก่งค่ารักษาก็แพงขึ้นเป็นเงาตามตัวตอนนี้ใกล้สว่างแล้ว เสิ่นชิงเซียนตั้งใจจะขึ้นเขาอีกครั้ง มันเทศอีกไม่นานก็คงหมดนางจึงต้องไปหาอาหารมาไว้เพิ่มนางแบกตะกร้าเปล่าออกจากบ้านหาของป่าอีกครั้ง ครานี้นางเดินไปคนละทางกับเมื่อวาน เผื่อบางทีอาจมีผักป่าหรือสมุนไพรที่มีประโยชน์เอาไว้ใช้งานได้เมื่อ
Read More
อาบน้ำ
ถึงไม่อยากเชื่อแต่เมื่อเห็นสายตาของนางเยี่ยนซูก็พูดไม่ออก เขาเป็นถึงขุนนางแต่กลับดูตัวยาง่าย ๆ ไม่ออก ต่างจากหญิงชาวบ้านผู้นี้ที่ดูไร้การศึกษาแต่กลับละเอียดรอบคอบยิ่งกว่า"เจ้ามั่นใจนักหรือ""อย่างน้อยพี่ใหญ่ของเจ้าก็ไม่ตายผ่อนส่งแล้วกัน"นางเทยาทิ้งแล้วนำสมุนไพรสดที่เก็บมาจากบนเขาจัดใส่ในหม้อ ตวงน้ำตามสัดส่วนที่เคยศึกษามา แล้วตั้งบนเตาไฟ"ยาของข้าจะช่วยลดการอักเสบภายในและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นแล้วยังลดปวดได้อีกด้วย ส่วนการบำรุงต้องใช้อาหารช่วย"เยี่ยนซูอดประหลาดใจไม่ได้ สตรีผู้นี้เขาเคยเห็นนางมาบ้าง เมื่อก่อนนางเป็นคนเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา เหตุใดพอมาอยู่กับพี่ใหญ่นางถึงได้พูดจาฉะฉานนัก"ข้าจะไปเอาอาหารให้พี่ใหญ่กับเด็ก ๆ กิน"นางพยักหน้าแล้วหันไปเคี่ยวยาต้มที่เริ่มเดือดทั้งสี่คนกินข้าวร่วมกันในบ้าน ทุกครั้งที่เยี่ยนซูมาที่นี่เขามักเอาของกินดี ๆ มาฝากไม่เคยขาด ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน"กินเยอะ ๆ นะ พี่ใหญ่ท่านก็กินด้วย ข้าจะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้"หยางอวิ๋นเฉิงสะอึก คีบอาหารค้างกลางอากาศ นึกถึงเหตุการณ์ที่เสิ่นชิงเซียนเช็ดตัวให้ อาหารรสเลิศก็จืดชืดขึ้นมาทันใด"ข้าวชามนี้เก็บเอาไว้ก
Read More
มีคนมาหา
เด็ก ๆ อาบน้ำเสร็จนางเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ ซึ่งมีเพียงคนละสามชุดและยังเก่าซีดมากแล้ว นางจึงนำตัวเดิมไปซักในทันที"ตัวหอมขึ้นเยอะเลย"เสิ่นชิงเซียนพูดกับเด็กแฝดระหว่างสวมเสื้อผ้าให้ เสี่ยวหานที่หน้าตาเนื้อตัวมอมแมมก่อนหน้านี้ดูสะอาดเกลี้ยงเกลาขึ้น เขาเป็นเด็กหน้าตาคมเข้มผิวพรรณต่างจากบิดานางจึงคิดไปว่าคงเหมือนมารดาของเขา ส่วนเสวี่ยเอ๋อร์ น่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใส หากนางอ้วนขึ้นกว่านี้สักหน่อยคงน่ารักไม่น้อยนางบรรจงหวีผมและถักเปียให้เสวี่ยเอ๋อร์ นำผ้าเก่าตัดเป็นผ้าผูกผม มองดูช่างน่ารักน่าชังผิดหูผิดตาจากเมื่อตอนก่อนอาบน้ำชำระร่างกายเพียงแต่เด็กสองคนกลับไม่มีเค้าโครงของหยางอวิ๋นเฉิงแม้แต่น้อยทั้งที่เขาเป็นบิดาแท้ ๆ"เสวี่ยเอ๋อร์ช่างน่ารักจริง ๆ"นางเอ่ยปากชมเด็กหญิงที่ยิ้มแย้มให้นาง เสวี่ยเอ๋อร์เอื้อมมือกอดคอเสิ่นชิงเซียน ยิ้มให้นางราวกับต้องการความรักความอบอุ่นจากมารดาที่นางถวิลหามาตั้งแต่เล็กฉับพลันภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำของเสิ่นชิงเซียนอีกครั้งหญิงสาวในชุดสีเขียวมรกต กอดก่ายกับบุรุษไม่ซ้ำหน้า สถานที่นั้นเป็นหอนางโลม และนางถูกสตรีอีกคนใช้มีดแทงเข้ากลางลำตัว เลือดสดไ
Read More
ความสงสัยของท่านย่า
เหยียนอิงอิงคิดบางอย่างออกนางไม่รอช้ามุ่งหน้าไปที่บ้านของสหายทันที "อี้เอ๋อร์อยู่หรือไม่" ฟางอี้ เป็นเด็กสาววัยเดียวกันเดินออกมาจากบ้าน ยิ้มแย้มดีใจเมื่อเห็นหน้าสหายที่ไม่ได้พบกันนาน "อ้าว อิงอิง มาถึงนานแล้วหรือเหตุใดไม่บอกกล่าว เข้าบ้านก่อนเถิด" นางเข้ามาช่วยถือตะกร้าจากมือเหยียนอิงอิงที่ส่งยิ้มหวานให้แล้วจูงมือเดินเข้าบ้าน "ข้าเอาไข่มาขาย ท่านย่าบอกว่าครึ่งหนึ่งยกให้เจ้า รับเงินครึ่งเดียวก็พอ" ถึงจะให้ฟรีบ้างแต่นางก็ไม่ขาดทุน ได้เงินไม่มากยังดีกว่าไม่ได้เลย นับเป็นการขายของที่ไม่หักหาญน้ำใจสหายจริง ๆ ได้ทั้งเงินและคำชื่นชมจากสหายรักนางถือว่าน่าพอใจแล้ว ฟางอี้เบิกตากว้าง กึ่งเกรงใจกึ่งดีใจ ไข่ไก่มีราคาแพงแต่เหยียนอิงอิงยังกล้าแบ่งให้นางฟรี ๆ "ได้สิ ข้าไปหยิบเงินก่อน" เหยียนอิงอิงยิ้มดีใจที่นางจะได้เงิน นางตั้งใจเอาเงินส่วนนี้เก็บไว้ใช้ส่วนตัวไม่บอกท่านย่าเป็นอันขาด ฟางอี้เดินออกมาแล้วนั่งลง จ่ายเงินค่าไข่ให้เหยียนอิงอิงตามที่ตกลงไว้ จากนั้นจึงนำไปเก็บไว้ กล่าวขอบใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า "อิงอิง วันหลังอย่าทำอย่างนี้นะ ข้าวยากหมากแพง ไข่เจ้าก็เก็บไว้กินบ้าง" จะไม่ให้ห่วงสหายคงดูไ
Read More
อดีตหรืออนาคต
เช้าวันที่อากาศเย็นสบาย ไอหมอกจาง ๆ ลอยอยู่เหนือทุ่งนาวันนี้หลังจากจัดการงานบ้าน ทำอาหารให้สามีและเด็ก ๆ เสิ่นชิงเซียนแบกจอบไม้ พาดตะกร้าใส่เมล็ดผักที่ค้นเจอในครัวเดินออกจากบ้าน นางจะออกไปสำรวจดูพื้นที่เพาะปลูกเสียก่อน เพื่อพลิกดินปลูกผักไว้กินเองทางเดินดินแดงคดเคี้ยวผ่านบ้านเรือนหลายหลัง ยามเช้าผู้คนเริ่มออกมาทำงาน เสียงพูดคุยแว่วมาเป็นระยะนางก้าวผ่านศาลาไม้หลังหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงสตรีสูงวัยพูดคุยกันหลายคน"ข้าก็ว่าแปลก รับของคนอื่นแล้วไม่ยอมรับว่าได้ อย่างนี้ไม่เรียกว่าโลภจะเรียกว่าอะไร"เสียงนั้นนางจำได้ เป็นเหยียนซื่อที่มาบ้านนางเมื่อวาน เสิ่นชิงเซียนชะลอฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว มือที่จับด้ามจอบแน่นขึ้นเล็กน้อย"ใช่ ๆ"สตรีอีกคนพยักหน้า"หลานสาวข้าเอาไข่ไปให้ถึงบ้าน ยังทำหน้าใสซื่อบอกว่าไม่เคยได้รับ""เด็กคนหนึ่งจะโกหกผู้ใหญ่ได้อย่างไร"เหยียนซื่อถอนหายใจ"ข้าเลี้ยงดูอิงอิงมาเองกับมือ นิสัยอย่างไรข้ารู้ดีที่สุด"คำพูดนั้นเหมือนเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงเข้าในอกเสิ่นชิงเซียน"ยิ่งเป็นภรรยาบัณฑิต ยิ่งควรรักษาหน้าตา"สตรีอีกคนส่ายหน้า"ต่อหน้าคนอื่นพูดอย่างหนึ่ง ลับหลังทำอีกอย่างหนึ่ง ข้าว่าร้าย
Read More
ความสุขในบ้าน
บ้านหลังเล็กของบัณฑิตหยางอวิ๋นเฉิงที่อาศัยกับครอบครัวมีเพียงห้องเดียว เสิ่นชิงเซียนต้องปูเสื่อบาง ๆ นอนที่มุมห้องอีกด้านหนึ่ง เด็กแฝดสองคนนอนบนฟูกเก่าค่อนข้างบางใกล้กับบิดา ทั้งห้องหมอนมีเพียงสองใบ หยางอวิ๋นเฉิงใช้หนึ่งใบและเด็กสองคนหนุนด้วยกันอีกใบ เสิ่นชิงเซียนห่มผ้าผืนบางใช้แขนหนุนศีรษะ นางนอนหันหลังเข้าข้างฝา แต่ละวันไม่คิดมาก เพียงให้ผ่านพ้นไปเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ นางไม่เคยรู้ว่าสายตาคมคู่หนึ่งเฝ้ามองดูนางและเด็กสองคนสลับกันเนิ่นนาน กว่าจะนอนหลับได้ในแต่ละวันนับว่ายากยิ่งนัก หยางอวิ๋นเฉิงมองสามชีวิตที่ร่วมชะตากรรมเดียวกับเขาในใจนึกโทษตัวเองอยู่อย่างนั้น เสิ่นชิงเซียนแต่งกับเขา เขาก็ป่วยแล้วก่อนหน้านี้ มิหนำซ้ำยังเดินไม่ได้ นางต้องตกระกำลำบากเลี้ยงเขาและลูกของเขา ร่างกายก็ผอมแห้งไม่ต่างกันแต่เขากลับให้ชีวิตดี ๆ แก่นางและลูกไม่ได้เลย นางเลือกจะทิ้งไปก็ย่อมได้ วันที่นางหายไปเป็นเวลานานเขาเริ่มเตรียมใจแล้วว่านางอาจจะไม่กลับมาทนความยากจนกับครอบครัวเขา แต่นางก็กลับมาพร้อมอาหารที่ช่วยให้เขาและลูกได้อิ่มท้อง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่เขาควรปกป้องถือเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุดแล้ว หยา
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status