Share

บทที่ 2.1

last update publish date: 2026-03-19 19:11:14

“บุรุษผู้นี้มีผู้คุ้มกันฝีมือดีสองคนยอมสละชีวิตปกป้อง คนของเขาแม้ยังไม่รู้ว่าข้าเป็นใครกลับปกป้องข้าเอาไว้เบื้องหลังด้วย เพราะตระหนักว่าข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ที่โชคร้ายผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ไม่ใช่เพียงเพราะตระหนักอยู่แล้วว่านายของเขาตามหาผู้ใด คนทั้งสามดูแล้วไม่ใช่คนเลว”

“เอ่อ...แล้วนั่นบอกอะไรหรือเจ้าคะ”

หญิงสาวมองจูซิ่ว “ท่านเป็นคนทำความสะอาดเสื้อผ้าของเขา ท่านเห็นอะไร”

จูซิ่วครุ่นคิด “เสื้อมีรอยตัดขาดเพราะเขาถูกคมกระบี่ รองเท้าหนังปักลาย...”

ลั่วเฟิ่งเหยายกมือหยุดอีกฝ่ายเอาไว้ “ข้าหมายถึงเนื้อผ้าที่เขาสวมใส่”

ดังนั้นจูซิ่วจึงคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าปากค้างไปครู่หนึ่งจึงเริ่มพูดออกมา “อา...นั่นเป็นแพรพรรณเนื้อดีมาก ถูกตัดเย็บอย่างละเอียดทุกฝีเข็ม ไม่เพียงเสื้อตัวนอกเท่านั้นยังมีเสื้อตัวใน สายคาดเอว รวมไปถึง...”

“รองเท้าหุ้มแข็งปักลาย” ลั่วเฟิ่งเหยาต่อประโยคนั้น “บุรุษแคว้นซีฉู่ส่วนใหญ่บุรุษที่สวมรองเท้าปักลายล้วนเป็นคนของราชสำนัก เสื้อตัวในของเขามีเศษฝุ่นทราย แต่ชุดสีดำตัวนอกกลับไม่มี เห็นชัดว่าเพิ่งมาเปลี่ยนชุดกลางทางเพื่ออำพรางตน ดังนั้นจึงไม่มีเวลาเปลี่ยนรองเท้า”

“คนของราชสำนักที่เดินทางมาจากชายแดนเหนือ ทั้งยังถูกไล่ล่าสังหาร?” เหล่าเซิงครุ่นคิดอยู่นานมาก “แม่นาง...ครั้งก่อนที่องค์ชายรองถูกวางยาพิษ ขั้วอำนาจในราชสำนักก็เริ่มชัดเจน หากกล่าวถึงชายแดนเหนือผู้ที่รักษาการที่นั่นคือองค์ชายเจ็ด...”

“อวี่เสวียน” นางกล่าวเสียงเรียบ

จูซิ่วตื่นตระหนกจนทำหน้าไม่ถูก “อะ...องค์ชาย? เขาคือองค์ชายอวี่เสวียน?!” นางชี้มือไปยังประตูห้องนอนของผู้เป็นนาย “องค์ชายแคว้นซีฉู่ถูกไล่ล่าสังหาร เรื่องนี้มิใช่เรื่องใหญ่มากเลยหรือ”

“ใช่” ลั่วเฟิ่งเหยาถอนหายใจออกมา “เรื่องใหญ่ทีเดียว” นางกล่าวจบก็รับถาดอาหารของคนเจ็บไป

จูซิ่วกับเหล่าเซิงได้แต่มองหน้ากันด้วยสายตาหนักอกหนักใจ “เหล่าเซิง ท่านว่าเราพาแม่นางหนีไปตอนนี้ยังทันหรือไม่”

“หากนางต้องการหลบหนี ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทันอยู่แล้ว สำคัญคือนางต้องการจะหนีหรือไม่ต่างหาก”

กล่าวจบทั้งสองคนก็มองไปยังประตูห้องที่เพิ่งถูกปิดลง เพราะอยู่รับใช้หญิงสาวมานาน แม้ไม่ได้รับใช้ใกล้ชิดเช่นระยะหลังๆ แต่พวกเขาก็พอจะมองออกว่าลั่วเฟิ่งเหยามีนิสัยอย่างไร

หากกลัวเดือดร้อนคงไม่ตัดสินใจช่วยตั้งแต่แรก...

ภายในห้องนอนของหญิงสาวซึ่งบัดนี้กลายเป็นห้องพักฟื้นคนเจ็บ ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงยังคงไม่ฟื้นคืนสติ ลั่วเฟิ่งเหยาเดินเข้าไปวางถาดอาหาร จากนั้นนั่งลงยังข้างเตียงจับชีพจรเพื่อตรวจอาการทั่วไป

มองดูใบหน้าหลับใหลของอีกฝ่าย นางอดไม่ได้ที่จะยอมรับกับตัวเองเงียบๆ บุรุษผู้นี้มีใบหน้าที่น่ามองยิ่ง คิ้วเข้มลากยาวรับดวงตาที่ปิดสนิทและนางเองก็เคยสบตาคมคู่นั้นมาแล้ว

แรกสานสบสายตาคมดุ นางเดาได้ไม่ยากว่าเขาคงมีใบหน้าที่หล่อเหลา เพราะจมูกโค้งเป็นสันซึ่งดันผ้าปิดหน้าสีดำ ส่งให้ดวงตาของเขาดุดัน

ริมฝีปากซีดขาวเพราะอาการบาดเจ็บ หากแต่กลับส่งให้ทุกองคาพยพน่ามองขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้นใบหน้านี้ทำให้ทันทีที่คนพบเห็น สามารถคาดเดาได้ว่าเขามีนิสัยที่ค่อนข้างหนักแน่น จิตใจมั่นคงเข้มแข็ง

แม้ร่างกายถูกบั่นทอนเพราะพิษที่ได้รับ ถึงอย่างนั้นแต่เดิมร่างกายของเขาค่อนข้างแข็งแกร่ง ดังนั้นทันทีที่นางเริ่มการรักษา ร่างกายนี้ก็เริ่มเยียวยาตัวเองอย่างรวดเร็ว

หว่างคิ้วเข้มมุ่นลงพร้อมกับร่างแกร่งที่เริ่มขยับ ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพราะเผลอขยับแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บ

"ระวังหน่อย แผลนั่นลึกมาก หากกรีดลึกกว่านี้ท่านคงเสียแขนไปข้างหนึ่ง” นางกล่าวพร้อมกับขยับลุก

ดวงตาของคนทั้งสองสานสบ เขาจ้องนาง...นางเองก็ไม่หลบ คล้ายนางกำลังให้เวลาเขาทบทวนความทรงจำ “แม่นางลั่ว”

“ใช่” นางขยับเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นพิงหัวเตียงจากนั้นรินชาอุ่นๆ ส่งให้ “จิบสักหน่อย ชาสมุนไพรช่วยขับพิษออกมากับเหงื่อ”

เขามองนางจากนั้นรับชามาจิบคำหนึ่ง ทั้งสองคนเงียบอยู่นานมาก กระทั่งในที่สุดเขาก็เปิดปากก่อนหญิงสาวสาว “เจ้าไม่ถามหรือ”

“ข้าไม่อยากรู้”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองนางจากนั้นจึงยิ้มออกมา

ลั่วเฟิ่งเหยามองรอยยิ้มหล่อเหลาของชายหนุ่ม อยู่ๆ ก็อยากยื่นมือไปลูบลักยิ้มข้างแก้มนั้น ยังดีที่ไม่ได้ทำจริงๆ หาไม่เขาคงมองว่านางเสียสติเป็นแน่

“ข้า...ใคร!” ชายหนุ่มหันขวับไปยังประตู จอกชาในมือของเขาถูกเหวี่ยงออกไป ความเร็วของมันทำให้แม้แต่หญิงสาวเองก็มองไม่ทัน รู้อีกทีก็คือจอกชานั้นกระแทกเข้ากับขอบประตู

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.9

    “ข้าคือคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย ไม่ว่าเติบโตมาจากนอกหรือในเมืองหลวง ฐานะของข้าก็คือคนตระกูลเซี่ย” นางกล่าวเสียงเรียบ“คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยมีเพียงคนเดียวก็คือหลานสาวของข้า” หย่งอันโหวกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้ง“แต่ฮูหยินเอกของจวนตระกูลเซี่ยมีเพียงคนเดียวคือท่านแม่ของข้า ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีข้าอยู่ก็แล้วไป แต่ตอนนี้ข้ากลับมาแล้วด้วยศักดิ์ อายุ ฐานะ ข้าเซี่ยเฟิ่งเหยา ก็คือคุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย”“จวนนี้น้องสาวของข้าดูแลมามากกว่าสิบปี ผู้คนล้วนยกย่องให้เกียรตินาง...”“ทุกคนในเมืองหลวงล้วนเรียกนางว่าหวังซื่อเพราะให้เกียรติ ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ใช่ฮูหยินเอก ข้าเองยังคงต้องเรียกนางว่าอี๋เหนียง และที่นี่ก็คือจวนอัครมหาเสนาบดี มิใช่จวนหย่งอันโหวของตระกูลหวัง หรือเรื่องนี้ข้าก็เข้าใจผิดเช่นกัน แต่งเข้าในจวนในฐานะอนุ แต่ตระกูลเดิมก็ยังสามารถเข้ามาชี้ไม้ชี้มือได้? นับว่าข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว...” เซี่ยเฟิ่งเหยากล่าวเสียงเรียบ“เจ้า!...เด็กไม่รู้ที่ต่ำที่สูง!”“นี่มันเรื่องอะไรกัน...”ผู้ที่ก้าวเข้ามาก็คือหวังซื่อ นางเพิ่งออกมาเพราะเข้าไปด้านในเพื่อช่วยดูแลเซี่ยจิ้ง “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พวกท่านมาถึงตั้ง

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.8

    หลังคนตระกูลเซี่ยคุกเข่าคารวะองค์ชายเจ็ดอย่างพร้อมพรั่ง ในที่สุดอวี่เสวียนก็กล่าวเสียงเรียบ “ตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี”ทุกคนล้วนยืนขึ้นแต่ก็มีอันต้องอ้าปากค้างผงะไปหลายก้าว เมื่ออวี่เสวียนหันไปผายมือให้ลั่วเฟิ่งเหยาก้าวเข้ามา“ข้าพานางมาส่งถึงหน้าจวนตามสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเฟิ่งสิงแล้ว นางก็คือเซี่ยเฟิ่งเหยา คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย คำนับบิดาของเจ้าเสียสิ เขาก็คือเซี่ยจิ้งบิดาของเจ้า อัครมหาเสนาบดีแคว้นซีฉู่”เสียงฮือฮาด้านหลังดังขึ้นพร้อมกับเสียงพูดคุยอื้ออึง แน่นอนใบหน้านี้ไม่มีใครสงสัยว่าเพราะเหตุใดองค์ชายเจ็ดจึงทรงตรัสเช่นนั้นออกมาลั่วเฟิ่งเหยา...ไม่สิ นับจากวันนี้ที่นางก้าวเข้าไปในจวนตระกูลเซี่ย นางก็คือเซี่ยเฟิ่งเหยา ไม่อาจกลับไปใช้แซ่ลั่วต่อไปได้อีก“ลูกคารวะท่านพ่อ” นางคุกเข่าลงโขกศีรษะให้เซี่ยจิ้ง เขารีบปราดเข้ามาประคองนางให้ยืนขึ้นดวงตาแดงก่ำ“ในที่สุด… ในที่สุด...”เขาดู...ซีดเซียวมากจริงๆ เห็นทีว่าการตายของพี่ชายทำให้บิดาของนางล้มป่วยลงเป็นเรื่องจริง เพราะเหตุนี้ในเมืองหลวงแคว้นซีฉู่ นอกจากข่าวการสิ้นใจของใต้เท้าเซี่ยเฟิ่งสิง ยังมีอีกข่าวหนึ่งที่สั่นคลอนไปทั่วราชสำนัก นั่นก็

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.7

    ท่านป้าลู่มองนางอย่างพิจารณา “เหมือนแต่ก็แตกต่าง ถึงอย่างนั้นข้าก็มั่นใจว่าไม่ว่าผู้ใดที่เคยพบใต้เท้าเซี่ยเฟิ่งสิง จะรู้ได้ในทันทีว่าพวกท่านคือพี่น้องฝาแฝด ไม่ต้องป่าวประกาศ ไม่จำเป็นต้องกล่าวถ้อยคำใด ไม่มีทางที่จะเกิดข้อสงสัย หนึ่งสูญสิ้นอีกหนึ่งปรากฏตัว แม้หลายคนจะยึดมั่นงมงาย แต่ที่มากกว่าคือทุกคนกลับเลื่อมใสท่านอัครมหาเสนาบดีกับเซี่ยฮูหยินยิ่งนัก”ยอมแยกจากไม่ยอมให้บุตรมีภัย แม้หวาดหวั่นกับความเชื่อเรื่องความเลวร้ายของการให้กำเนิดเด็กแฝดในตระกูล แต่กลับยอมเสี่ยงซุกซ่อนหนึ่งชีวิตเอาไว้ กระทั่งเติบโตผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้เจียงหลีมองผู้เป็นนายนิ่งขณะที่อีกฝ่ายจ้องมองไปยังลั่วเฟิ่งเหยา ท่านป้าลู่กำลังนั่งสนทนากับหญิงสาวอยู่ห่างออกไป ท่าทางทั้งจริงจังและเคร่งขรึม เกรงว่าตอนนี้คงเริ่มเรียนรู้และจดจำธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ แล้ว“เจ้ากำชับแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าได้เอ่ยถึงการหมั้นหมายใดๆ”“พ่ะย่ะค่ะ”“ท่าทีของตระกูลหวังเล่า”“หลังมีข่าวลือแพร่ออกไปดูเหมือนตระกูลหวังจะโกรธขึ้งไม่น้อย แต่ก็ยังมาเคารพศพของใต้เท้าเซี่ยเฟิ่งสิงพ่ะย่ะค่ะ”“พี่รอง?”“หลายวันมานี้คนขององค์ชายรองถูกส่งออกไปนอ

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.6

    “ถามถึงหม่อมฉัน? หลายปีมานี้หม่อมฉันไม่เคยพบพระองค์ แล้วจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับหม่อมฉันให้เขาฟังได้อย่างไร”เขาสบตากับนางด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่เคยพบข้า?” เขาพยักหน้า “ก็คงเป็นเช่นนั้น”ลั่วเฟิ่งเหยาขมวดคิ้วมองเขา มองลักยิ้มหล่อเหลาในเวลาที่เขายิ้ม บุรุษล้ำเลิศทั้งดูสูงส่งเช่นนี้หากนางเคยพบต้องจำได้สิ แต่นางจำไม่ได้ว่าเคยพบเขา นี่มันอะไรกัน!!“รับไปเถิด อาจช่วยให้เจ้ารู้จักพี่ชายของเจ้าดีขึ้น”นางมองเขาพร้อมรับกล่องไม้ลงรักนั้นมา “แต่...ในจดหมายอาจมีเรื่องเกี่ยวกับ...ราชการลับ”“ระแวงไม่ใช้คน เมื่อจะใช้คนย่อมไม่ระแวง ในเมื่อข้าจะให้เจ้าช่วยสืบหาหลักฐานย่อมไม่ระแวงว่าเจ้ามีใจเป็นอื่น อีกอย่างหากเรื่องนี้ลุล่วงทั้งข้าและเจ้าจะได้รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่สังหารเฟิ่งสิง”นางก้มลงมองกล่องจดหมายขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย “ขอบพระทัยองค์ชายเพคะ”บางคนกล่าวว่าจดหมายบอกตัวตน ลายมือบอกความหนักแน่นของผู้จรดพู่กัน ลั่วเฟิ่งเหยาค้นพบตัวตนของเซี่ยเฟิ่งสิงในจดหมายดังเช่นอวี่เสวียนกล่าวนอกเหนือไปจากนั้นนางยังรับรู้ได้ว่าทั้งสองสนิทสนมไว้ใจกันและกันมาก เพียงแต่นางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดผู้เป็นพี่ชายจึงปิดบั

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.5

    ลั่วเฟิ่งเหยาชะงักเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เพราะเป็นเช่นนี้จึงจำเป็นต้องเป็นคนของหย่งอันโหว?”อวี่เสวียนมองนางด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เห็นชัดว่าเขาไม่ต้องอธิบายให้มากความนางก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว“ตอนประกาศการตายของมารดาเจ้าออกไป ใต้เท้าเซี่ยยังประกาศด้วยว่าจะมีฮูหยินเอกเพียงหนึ่งเดียว ฐานะของบิดาเจ้าในราชสำนัก น่าดึงดูดใจมากกว่าจะมองแค่ฐานะอนุ แม้เป็นอนุแต่กลับเป็นใหญ่ในจวน เจ้าคิดหรือว่าตระกูลหวังจะถือสา ยิ่งหากหลังแต่งเข้าจวนแล้วมีหน้ามีตาในชนชั้นสูง อีกทั้งยังได้ควบรวมขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของซีฉู่ ข้าว่าไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินแม้นางจะได้ชื่อว่าเป็นอนุอย่างแน่นอน”“หวังซื่อผู้นี้เป็นคนเช่นไรเพคะ”“เพียบพร้อม”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็เลิกคิ้วมองเขา“สิบเจ็ดปีมานี้ หวังซื่อให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง เขามีนามว่าเซี่ยจื่อหลิงปีนี้อายุได้สิบห้า บุตรสาวอีกคนเซี่ยหลันอวี๋ปีนี้อายุสิบสี่” เขายิ้มและกล่าวต่อ “ผู้คนในเมืองหลวงล้วนยกย่องนางเพราะภายใต้การดูแลของนาง จวนตระกูลเซี่ยเรียบร้อยและสงบสุขยิ่ง”“พี่ใหญ่ของข้า...”อวี่เสวียนยิ้มเมื่อเห็นนางกล่าวถึงเซี่ยเฟิ่งสิงอย่างยอมรับเป็นนัย “ใต้เท้าเซี่ยใช้ชีวิตอ

  • กลลวงบุพเพ   บทที่ 3.4

    ลั่วเฟิ่งเหยามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจคงที่ สันกรามคมกริบกดลงไปยังหน้าผากของนาง ร่างใหญ่กดนางลงกับพื้นรถม้า ปกป้องนางจากอันตรายที่พุ่งเข้ามาจากด้านนอกตัวรถม้าสองร่างแนบชิดหากแต่นางไม่ได้รู้สึกขัดเขิน ตรงกันข้ามนางให้สงสัยว่าเขาต้องปกป้องนางถึงเพียงนี้เลยหรือ...มือซ้ายโอบกอดนางแนบอก มือขวากุมมีดสั้นอีกด้านที่เพิ่งถูกดึงออกมา ใบหน้าเคร่งเครียดมองไปยังม่านรถม้าด้วยความตื่นตัว...ลั่วเฟิ่งเหยียนมองไหล่ของเขาที่เคยได้รับบาดเจ็บ ...แผลปริแล้ว นางวางมือลงบนแผลนั้นเบาๆ เขาขมวดคิ้วและหันมามองนางในที่สุด“แผลปริแล้ว” นางกล่าวเสียงเบาไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นหวาดกลัว เขาก้มลงมองตามสายตาของนางจากนั้นจึงยิ้มออกมา“ข้าต้องกังวลไปไย มีเจ้าอยู่ทั้งคน”รอยยิ้มของเขาทำให้นางหัวใจเต้นแรงอีกแล้ว ลั่วเฟิ่งเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเบา ละสายตาไม่มองเขาอีก ยังดีที่เขาจำต้องระแวดระวังภัย แม้ทั้งสองอยู่ในท่วงท่าทีล่อแหลมหากแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดไม่นานทุกอย่างก็สงบลงคนของอวี่เสวียนควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ตอนลงจากรถม้าเพื่อสำรวจความเสียหาย ลั่วเฟิ่งเหยาจึงได้ตระหนักว่าแท้ที่จริงคนของอวี่เสว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status