Masukมาเฟียสาวที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตู้ลี่หลัน นางต้องแก้แค้นตระกูลตู้ที่เคยรังแกตู้ลี่หลันจนทำให้นางถึงแก่ความตาย จนมาพบซ่งซือหยุน แม่ทัพใหญ่ผู้บังคับบัญชาของ จ้าวชิงรุ่ย คนรักของเจ้าของร่าง
Lihat lebih banyakควันสีขาวลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องบนตึกสูงใจกลางเมืองฮ่องกง กลิ่นควันบุหรี่ที่ทำให้คนภายในห้องแทบจะสำลักออกมา แต่ดูเหมือนว่าทุกคนภายในห้องจะเคยชิน เพราะมือของแต่ละคนก็คีบบุหรี่เอาไว้
มีเพียงสตรีหนึ่งเดียวในห้องที่ไม่ได้จุดบุหรี่สูบ เธอนั่งอยู่ตำแหน่งประธานกลางห้อง ท่ามกลางบุรุษหลากหลายช่วงอายุที่รอฟังคำสั่งของเธออยู่
ลี่หลัน หญิงสาววัยยี่สิบห้าปี ที่ก้าวเข้ามานั่งตำแหน่งนายหญิงใหญ่แทนผู้เป็นพ่อ ที่ลงจากตำแหน่งหัวหน้ามาเฟีย ผู้กุมอำนาจกว่าครึ่งในเมืองฮ่องกง
กว่าเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นที่ยอมรับของลูกน้องนับพันคนได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน สิ่งที่บุรุษทำได้ ลี่หลันเองก็ทำได้เช่นกัน ไม่ว่าจะสังหารคนอย่างเลือดเย็นหรือตัดสินใจทางการค้า
“นายหญิงจะลงมือตอนไหนดีครับ”
ลี่หลันเคาะนิ้วกับโต๊ะ เสียงพูดคุยรอบข้างจึงเงียบลง ให้เธอได้ตัดสินงานใหญ่ เมื่อหลานวันก่อนกาสิโนของเธอถูกกลุ่มของมาเฟียอีกกลุ่มที่คิดจะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนเข้ามาก่อกวน จนเสียหายไม่น้อย อีกทั้งลูกค้าที่เข้ามาเล่นก็เริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัย พากันย้ายไปกาสิโนแห่งใหม่มากกว่าครึ่ง
“ตอนนี้เลย เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะไปด้วยตนเอง”
“แต่ว่า...” ลูกน้องคนสนิทเกิดความกังวลขึ้นมา
แม้จำนวนคนจะมีสู้สีกัน แต่กลุ่มที่เข้ามาใหม่ กำลังต้องการสร้างชื่อเสียงจึงลงมือโดยไม่สนใจกฎหมาย พวกมันกล้าเข้ามาในกาสิโนของลี่หลัน ย่อมต้องมีคนหนุนหลังที่ต้องการจะล้มล้างมาเฟียกลุ่มเก่าทิ้งให้หมด
เมื่อสามเดือนก่อน นับจากที่กลุ่มนี้เริ่มเข้ามาสร้างชื่อเสียง มาเฟียเก่าไม่น้อยที่ต้องสิ้นชื่อลง หากไม่ตกตายก็ต้องถูกทางการเข้ามาเก็บกวาด อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตอนนี้มันถึงคราวกลุ่มของลี่หลันแล้ว
“ต่อให้ฉันตายลง ก็ยังมีอาเซียงอยู่ ตามเขากลับมาก็สิ้นเรื่อง แต่หากไม่ทำอันใดเลย...หึหึ พวกมันจะยิ่งไม่ได้ใจหรือไง” ดวงตาของเธอฉายแววตื่นเต้นออกมา ผ่านมาห้าปีแล้วที่แทบไม่ได้ลงมือทำเรื่องสนุกเช่นที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ลูกน้องทั้งหมดต่างรู้ใจผู้เป็นนายดี ว่าไม่อาจห้ามปรามเธอได้แล้ว จึงพากันแยกย้ายไปเตรียมตัวเพื่อบุกไปเอาคืนฝ่ายตรงข้าม
ลี่หลันเองก็ลุกกลับไปที่ห้องพักของเธอเพื่อเตรียมตัว เสียงเคาะประตูห้องหลังจากที่เข้ามาไม่นาน ทำให้ลี่หลันที่กำลังเลือกปืนอยู่ วางทิ้งเอาไว้แล้วเดินไปเปิดประตู
“มีเรื่องอะไร”
คนที่มาเคาะเรียกคือ อาจ้าน ลูกน้องที่ทำงานกับเธอมาตั้งแต่เริ่มขึ้นนั่งตำแหน่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกคนที่ลี่หลันไว้วางใจให้ทำงานแทนเธอหลายอย่าง
สีหน้าของอาจ้านไม่ค่อยสู้ดีนัก เขามองเธออยู่เนิ่นนานก่อนจะยอมพูดออกมา “นายหญิง คุณรออยู่ที่นี่ดีกว่า”
“เพราะอะไร” ลี่หลันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เธอคิดว่าทุกคนได้ข้อสรุปไปแล้วว่าอย่างไรเธอก็จะไปด้วย
“คุณรู้ดี ว่าพวกมันต้องการชีวิตคุณ แต่ทำไมถึงยังเดินเข้าไปหาพวกมันอีก”
“หึหึ อาจ้าน ถึงฉันจะหลบอยู่แต่ในที่ของฉัน วันหนึ่งพวกมันก็ต้องมาหาถึงที่ สู้...ออกไปเผชิญหน้าเลยก็หมดเรื่อง นายไปจัดการเรื่องที่ฉันให้ทำ แล้วโทรบอกฉันด้วย”
อาจ้านยังคงไม่เห็นด้วยที่ลี่หลันจะไปด้วยตนเอง เขายังได้แต่เดินคอตกกลับไปจัดการเรื่องที่ลี่หลันให้ไปสืบแทน
ร่างบางระหงยังคงอยู่ในชุดเดิม เพิ่มเติมอาวุธที่ถนัดมืออีกหลายชิ้นที่ซุกซ่อนอยู่ในร่มผ้า เธอเดินไปขึ้นรถหรูสีดำที่จอดรออยู่หน้าตึกใหญ่ รถนับสิบที่จะติดตามไปด้วย ตอนนี้ลูกน้องของลี่หลันยืนรออยู่ข้างรถเรียบร้อยแล้ว
พอผู้เป็นนายขึ้นนั่งในตำแหน่งด้านหลังของตนเอง คนทั้งหมดก็ขึ้นนั่งในรถของตน รถหรูสีดำนับสิบคันเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าตึกมุ่งสู่กาสิโนแห่งใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัว
ภายในรถมีเพียงลี่หลันและคนขับรถที่ทำงานด้วยกันมานานนับสิบปี ไม่ว่าเธอจะไปที่ใด ลุงหู่คือคนที่จะขับรถให้เธอ
รถเคลื่อนตัวไปได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของลี่หลันก็ดังขึ้น “อืม” ลี่หลันที่หลับพักสายตา ลืมตาขึ้นมองไปที่กระจกมองหลัง ก็สบเข้ากับสายตาของลุงหู่ที่มองเธออยู่เช่นกัน
ลี่หลันกดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว อาจ้านตรวจสอบคนในองค์กร หาตัวคนที่คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของลี่หลันส่งให้คนนอกได้แล้ว
รายชื่อที่อาจ้านบอกเธอทางโทรศัพท์ ไม่ได้มีเพียงรายชื่อเดียว แต่ชื่อที่ทำให้เธอต้องตื่นตัว คือ ลุงหู่ ที่กำลังขับรถให้เธอ
“ลุงหู่ ทำงานให้ฉันมากี่ปีแล้ว”
“เข้าปีที่สิบเอ็ดแล้วครับ” ลี่หลันเห็นเหงื่อซึมออกมาตามหน้าผากของลุงหู่ แม้น้ำเสียงที่เอ่ยตอบจะปกติก็ตาม
“แล้ว...เพราะอะไรลุงต้องหักหลังฉัน”
มือที่กำพวงมาลัยรถสั่นอย่างเห็นได้ชัด ลี่หลันยังคงมองลุงหู่ในกระจก รอคำตอบอย่างใจเย็น รถยังคงวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม ผ่านแม่น้ำชิงมุน ผู้คนพากันมาพักผ่อน คู่รักกำลังเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ลี่หลันเธอไม่ได้สนใจมองภาพด้านนอก แต่กำลังรอคำตอบของลุงหู่อยู่ คำตอบที่คิดว่าจะได้ กลายเป็นลุงหู่หักพวงมาลัยรถอย่างรวดเร็วพุ่งลงแม่น้ำแทน
ลี่หลันตกใจไม่น้อย ด้วยคิดไม่ถึงว่าลุงหู่จะลงมือเช่นนี้ เธอคิดว่าลุงหู่ต้องการฆ่าเธอก็เพียงแค่หยิบปืนขึ้นมายิงก็สิ้นเรื่อง แต่ไม่คิดว่าเขาจะยอมตายไปพร้อมเธอด้วย
“ลุง!!!”
“นายหญิง ลุงขอโทษ แต่ลุงจำเป็นต้องทำครับ”
ลี่หลันไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร รถนับสิบคันที่ตามมาด้านหลังเบรกอย่างเร็วจนเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ ทุกสายตาต่างเห็นว่ารถของลี่หลันไม่ได้เสียหลัก แต่เป็นการจงใจขับพุ่งลงไปในแม่น้ำ
รถพุ่งตกลงไปในน้ำ ระบบต่างๆ ในรถก็หยุดทำงานทันที อีกทั้งลุงหู่ยังใช้ปืนยิงใส่หน้าต่างเพื่อให้น้ำทะลักเข้ามาในตัวรถเร็วขึ้นกว่าเดิม
ลี่หลันเองก็ใช้ปืนยิงกระจกเพื่อหาทางออกไปเช่นกัน เธอหันกลับไปมองด้านหลังตอนที่รถกำลังจะตกลงมาในน้ำ ก็พบว่าคนของเธอกำลังกระโดดน้ำตามลงมาช่วยอยู่
ลุงหู่ที่เห็นลี่หลันคิดจะหาทางรอดออกไป เขารีบหันปืนมาทางเธอแล้วลั่นไกทันที “หาก นายหญิงไม่ตาย ลูกสาวของลุงจะต้องตายแทน” ลุงหู่ร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะยิงเข้าที่ขมับของตนเองแล้วสิ้นใจไปทันที
ลี่หลันที่ถูกยิงเข้าหน้าท้อง เธอไม่อาจพยุงตัวออกไปทางหน้าต่างที่ถูกน้ำทะลักเข้ามาจนกระจกแตกออกหมดได้ รถของลี่หลันจมลงสู่ก้นแม่น้ำอย่างรวดเร็ว
สติของเธอค่อยๆ เลือนราง สิ่งที่ลุงหู่ทำ ไม่รู้ว่าควรจะโกรธเขาดีหรือไม่ ในเมื่อเขาก็ต้องการช่วยลูกสาวของเขา และย่อมเอาชีวิตเข้าแรก แต่หากเขามาบอกเธอ เธอจะช่วยเหลือเขาไม่ได้เลยเหรอ เธอไม่เก่งกาจเช่นคุณพ่อ หรือว่าลูกน้องไม่เชื่อในความสามารถของเธอกันแน่
ลูกน้องของลี่หลันบางส่วนที่กระโดดลงมาช่วยเธอออกจากรถ ได้เพียงร่างที่ไร้วิญญาณของลี่หลันกลับขึ้นมาแทน
ผ่านมาได้หกเดือน ลี่หลันนางก็คลอดบุตรสาวออกมา นางเจ็บท้องไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็คลอดทารกตัวอวบอ้วนออกมาเสียแล้ว ซ่งซือหยุนกับลี่หลันมองตากันทันทีที่รู้ว่าบุตรของตนเองเป็นสตรี“ท่านเตรียมใจไว้บ้างก็ดี” นางตบบ่าสามีที่อุ้มลูกอยู่ข้างตัวนาง“เอาไปซ่อนไว้ที่ใดดี”“พรืดดดดด คนมารอดูอยู่หน้าห้อง ท่านจะไปพาออกไปจริงหรือ ท่านแม่คงร้อนใจเต็มทีแล้ว” ซ่งจินอวี่ที่อยู่เรือนพักยังมาไม่ทันหลานสาวคลอดเลยซ่งซือหยุนอุ้มบุตรีหน้าดำคล้ำออกไปด้านนอก คนที่เห็นพากันส่ายหน้าเพราะคิดว่าซ่งซือหยุนอยากได้บุตรชายมากกว่าบุตรสาว“อาหยุน เจ้ายังมีเรี่ยวแรง จะทำบุตรชายเมื่อใดก็ได้” ถังจื้อเต๋อได้แต่ส่ายหน้า แล้วเดินเข้ามาดูหลานสาวตัวน้อยคนอื่นจะเข้ามาชื่นชมเช่นใด เด็กน้อยก็หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ แต่พอจ้าวชิงรุ่ยเดินเข้ามา เด็กน้อยในห่อผ้าก็ลืมตามองเขาทันที ทั้งยังชูมือขึ้นราวกับจะคว้ามือของเขาเอาไว้จ้าวชิงรุ่ยจำต้องเอื้อมมือไปจับมือของเด็กน้อยเอาไว้ เมื่อสบตาเข้ากับดวงตาของนาง ภายในอกของเขาก็สั่นไหวอย่างน่าประหลาด เด็กน้อยจ้องมองเขาแล้วยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง“พอแล้ว!!!” ซ่งซือหยุนรีบพาบุตรสาวเข้
ลี่หลันสั่งให้ไป่ไป๋จัดการทำให้ไป๋เสียนเฟยกลายเป็นเช่นเดียวกับเจียหลาน ร่างบางระหงล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นนางได้ดิ้นพล่านอยู่เพียงครู่เดียว ร่างก็สงบลงไม่อาจขยับได้อีก แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่จางหายไปด้วย ลี่หลันยืนมองจนพอใจ นางก็หมุนตัวเพื่อจะกลับออกไปจากตำหนัก แต่ยังไม่ลืมที่จะปล่อยตัวองค์ชายห้าให้เป็นอิสระเสียก่อนแต่ไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะใจกล้าใช้มีดสั้นพุ่งตัวเข้ามาจะแทงลี่หลันจากด้านหลัง นางยังไม่ทันหันไปมองก็เห็นเพียงร่างขององค์ชายห้าที่ลอยไปกระแทกผนังห้องจนกระอักเลือด“ข้าปล่อยเจ้าไปแล้ว เพราะเห็นว่าเจ้ายังเด็กคงจะเปลี่ยนนิสัยได้” นางบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมเดินเข้าไปหาซ่งซือหยุนที่ยืนหน้าดำคล้ำอยู่ “เพิ่งกลับมาถึงหรือ”“อืม มารับเจ้า”“ไปเถิด หมดเรื่องของพวกเราแล้ว”“เดินไหวหรือไม่”“ไม่ไหว” นางออดอ้อนสามีทันทีซ่งซือหยุนส่ายหน้ายิ้มขำก่อนจะช้อนตัวนางอุ้มเอาไว้แล้วเดินออกไปจากตำหนักไป๋เสียนเฟย นางกำนัลขันทีที่เห็นต่างก็ขนลุก เมื่อครู่ตอนลี่หลันลงมือ ไม่ได้น่าเอ็นดูเช่นตอนที่อยู่กับสามีของนางทั้งสองเมื่อกลับถึงจวนตระกูลไป๋ก็พบว่าท่านมหาเสนาบดี ท่านราชครูและโซ่วอ๋องมารอพบอยู่ก่อน
เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้องทำให้เห็นด้วยตา กลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าสุดถูกพลังปราณล้มตายราวกับใบไม้ร่วง คนที่เหลือเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เริ่มหวาดกลัว เพราะซ่งซือหยุนและอู๋เทียนเพียงแค่วาดดาบผ่านอากาศผู้คนก็ล้มตายเสียแล้ว“จะหยุดได้หรือยัง” อู๋เทียนตะโกนถามอย่างเบื่อหน่ายกองกำลังทั้งสองฝ่ายที่ยังเหลือรอดต่างทิ้งดาบหันหลังวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ซ่งซือหยุนจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร เขาใช้พลังปราณกักตัวทั้งหมดเอาไว้จนไม่สามารถขยับตัววิ่งหนีได้“พวกเจ้าไปมัดตัวให้หมด” ซ่งซือหยุนสั่งทหารของตนที่ติดตามมายามนี้กองทัพม้าห้าร้อยนายเพิ่งจะได้เห็นเช่นกันว่าท่านแม่ทัพและกุนซือของพวกเขากลายเป็นผู้ฝึกตนไปแล้วซ่งซือหยุนส่งต่อให้เจ้าเมืองและเจ้าหน้าที่เมืองจินหลางจับตัวกองกำลังลับของทั้งสองตระกูลส่งกลับเมืองหลวงเพื่อตัดสินโทษต่อไปมีชาวบ้านไม่น้อยที่ได้รับบาดเจ็บ ยังดีที่เจ้าเมืองจินหลางเป็นขุนนางตงฉิน เขารีบสั่งให้ตั้งค่ายช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมทั้งจัดหาหมอมาช่วยดูแล บ้านเรือนไม่น้อยที่ถูกเผาทำลายไป ซ่งซือหยุนเลยนำเงินที่ลี่หลันได้มาจากตระกูลไป๋ มอบให้เจ้าเมืองจินหลางหนึ่งพันตำลึงทอง เพื่อให้เขาจ
แคว้นต้าหลี่ย่ำแย่มาหลายปี ขุนนางตงฉินเช่นพวกเขาก็หวังว่าจะมีฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่ช่วยให้หลุดพ้นกับความอดยากของชาวบ้าน จึงยังไม่รู้ว่าสมควรจะแต่งตั้งผู้ใดดี“โซ่วอ๋องมีราชโองการแต่งตั้งจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน พวกท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่” ซ่งซือหยุนเอ่ยออกมา ทำให้ทั้งสองตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามกัน เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน“ท่านแน่ใจหรือ”“ท่านทั้งสองไปตรวจสอบที่ตำหนักโซ่วอ๋องเถิด ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องต้องยอมบอกกล่าวพวกท่านแน่”“แต่ว่า...” ราชครูเกิดความลังเลขึ้นมา เพราะชื่อเสียงของโซ่วอ๋องมิได้ดีนัก วันๆ ก็ไม่ต่างจากองค์ชายพระองค์อื่นที่เอาแต่เที่ยวเล่นหาความสำราญ อีกทั้งเรื่องเรียนก็ถูกอาจารย์สำนักหลวงตำหนิไม่เว้นวัน“หากท่านกังวลเรื่องความรู้ความสามารถของท่านอ๋อง ท่านเป็นถึงราชครู คงตรวจสอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก”ท่านราชครูพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งสามปรึกษาเรื่องที่ซ่งซือหยุนจะเดินทางไปเมืองจินหลางเมื่อจัดการกองทัพของตระกูลไป๋และตระกูลหลินต่ออีกครู่ใหญ่ เพราะมหาเสนาบดีและท่านราชครูต่างไม่เคยได้ข่าวเรื่องนี้มาก่อน“กองทัพของข้าจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงในอีกสิบวัน ทางนี้พวกท่านก็คิดอ่า


















Ulasan-ulasanLebih banyak