Masukบ้านรามิล
"เฮ้อ...ฉันล่ะหนักใจจริงๆเลยค่ะ" นีรนาทพูดพลางบ่นกับผู้เป็นสามีที่นั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน "คุณมีเรื่องอะไรให้ต้องหนักใจล่ะนาท" ธนวัชเอ่ยถามภรรยาที่นั่งอยู่ใกล้กัน "ก็รามิลลูกของเราน่ะสิคะ ทำแต่งาน จนอายุเกือบจะสามสิบแล้วนะคะ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีแฟนสักที" "ลูกคงยังไม่เจอคนที่ถูกใจล่ะมั้ง" "ถ้ารอให้ลูกเราเจอคนที่ถูกใจ แล้วเราไม่แก่งอมกันไปก่อนที่จะได้อุ้มหลานเหรอคะคุณวัช" "แล้วเราจะทำอะไรได้ล่ะนาท" ธนวัชถาม "ฉันจะลองหาผู้หญิงดีๆให้ลูกเองค่ะ เพราะถ้ารอให้ลูกหาเอง ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ว่าจะได้" "แล้วถ้าเกิดหาแล้วลูกเราไม่ชอบผู้หญิงที่คุณหาให้ล่ะ" "ของแบบนี้มันต้องลองค่ะ ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงคะ" "ผู้หญิงที่คุณจะหาให้ลูก คุณมีแล้วเหรอนาท" "ฉันมีไว้ในใจแล้วค่ะ" นีรนาทบอกพลางยิ้มกับสามีแล้วนึกไปถึงใครบางคน "ใครเหรอ" "เด็กคนนั้นเขาชื่อสมายด์ค่ะ เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารร้านนึง" "คุณไปเจอเขากี่ครั้งล่ะ คุณถึงได้ชอบเขา" "หลายครั้งค่ะ ที่ฉันต้องไปที่นั่นหลายครั้ง ก็เพราะว่าเด็กที่ชื่อสมายด์นี่แหละค่ะ" "คุณชอบถึงขนาดลงทุนไปกินอาหารที่นั่นเพราะเด็กคนนั้นเลยเหรอ" "ก็ใช่น่ะสิคะ" "ทำไมคุณถึงได้ชอบเขาได้ล่ะ" "ฉันชอบนิสัยเขาค่ะ หนูสมายด์เป็นคนพูดจาดี ใบหน้ายิ้มแย้มเวลาพูดกับแขก ฉันสังเกตเห็นว่าหนูสมายด์เขาพูดจาอ่อนหวานกับแขกทุกคนค่ะ ขนาดลูกค้าบางโต๊ะโวยวาย หนูสมายด์ก็ยังใจเย็นพูดดีกับลูกค้านะคะ ฉันดูแล้วหนูสมายด์เขามีความอดทนสูงค่ะ" "ผมแล้วแต่คุณนะนาท ว่าคุณจะจัดการยังไง แต่ผมไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยนะ" "คุณอยู่เฉยๆไปเถอะค่ะ ฉันจะจัดการเอง" "งั้นผมนอนก่อนนะ" พูดจบ ธนวัชก็ทิ้งตัวลงไปบนที่นอนและไม่นานก็หลับไป ส่วนนีรนาทนั้น ยังคงคิดแผนที่จะจับคู่ให้ลูกชายต่อไป จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ด้านรามิล ครืด ในขณะที่รามิลเดินออกมาจากห้องน้ำในผ้าเช็ดตัวพันกายเพียงผืนเดียว เผยให้เห็นหน้าท้องแกร่งแน่นกระชับเต็มไปด้วยซิกแพคที่เรียงตัวกันเป็นลอนอย่างสวยงาม ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงรีบเดินไปหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นแฟนสาวของเขาที่โทรเข้ามา เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาจึงปรายยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ ก่อนที่จะกดรับสาย "ถ่ายละครเสร็จแล้วเหรอ" "เพิ่งเสร็จค่ะ" "อืม" "พี่รามิลทำอะไรอยู่คะ" "พี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ" "อ๋อค่ะ" "คืนนี้จะมาไหม" "พี่รามิลคิดถึงอัญเหรอคะ" "คิดถึงสิ ใครบ้างจะไม่คิดถึงแฟนตัวเอง" "งั้นคืนนี้อัญจะเข้าไปหานะคะ" "อัญจะออกมาเลยไหม เดี๋ยวพี่จะออกไปรับ" "อัญจะออกไปเลยค่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะพี่รามิล" เมื่อสิ้นเสียงของแฟนสาว รามิลก็กดวางสายทันที แล้วจัดการแต่งตัว ก่อนที่จะลงไปยังชั้นล่างเพื่อไปขึ้นรถหรูและขับออกไปรอแฟนสาวหน้าปากทางเข้าคอนโด และไม่นาน รถของผู้จัดการส่วนตัวของอัญชันก็ขับเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบเคียงฟุตบาธใกล้ๆกับรถสปอร์ตหรูของรามิล ก่อนที่จะเห็นแฟนสาวเปิดประตูออกมาพร้อมกับสวมหมวกและแว่นตาดำแบรนด์หรูพร้อมกับสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่ง จากนั้นก็มาเปิดประตูรถของเขาแล้วรีบปิดประตูทันที "ถึงกับต้องพรางตัวขนาดนี้เลยเหรออัญ" รามิลหันมามองแฟนสาวที่เข้ามานั่งในรถแล้วเอ่ยถาม "พี่รามิลลืมไปแล้วเหรอคะ ว่ามีแฟนเป็นถึงดาราดัง" เรียวปากบางเคลือบด้วยลิปสติกสีแดง หันไปบอกกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "ก็แค่ดารามีแฟนเอง ทำไมถึงต้องทำตัวหลบๆซ่อนๆถึงขนาดนี้ด้วยล่ะ" เรียวปากหนาบอกกับแฟนสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ถ้าแฟนคลับรู้ว่าอัญมีแฟน กระแสอัญก็ตกน่ะสิคะ" "ถ้าการเป็นดาราแล้วเปิดเผยไม่ได้ว่ามีแฟน พี่ว่าอัญลาออกจากวงการบันเทิงดีกว่าไหม แล้วมาแต่งงานกับพี่" "อัญยังสนุกกับวงการบันเทิงอยู่เลยนะคะ จะให้อัญลาออกได้ยังไง" "อัญจะให้พี่รอไปอีกกี่ปีล่ะ นี่พี่ก็รออัญมาสามปีแล้วนะ" รามิลเริ่มคบกับอัญชัน ตอนที่เธอเรียนอยู่ปีสี่ ตอนนั้นอัญชันเริ่มเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ เขาเห็นเธอเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าชนิดหนึ่งในโทรทัศน์ แวบแรกที่เขาเห็นเธอ เขารู้สึกชอบทันที หลังจากนั้นเขาก็ให้ลูกน้องตามสืบ จึงรู้ว่าเธอไม่มีแฟน จากนั้นเขาก็ติดต่อเธอไปทางผู้จัดการส่วนตัวของเธอที่ชื่อเจด้า และจากนั้นรามิลกับอัญชันก็คบกันเป็นแฟนตั้งแต่นั้นมา แต่ไม่สามารถเปิดเผยบอกให้ใครรู้ได้ "ขออัญทำไปอีกสักสองสามปีนะคะพี่รามิล แล้วอัญจะลาออกจากวงการบันเทิงมาแต่งงานกับพี่" "ก็ได้ งั้นพี่จะรออัญนะ" "ขอบคุณนะคะพี่รามิล ที่เข้าใจอัญ อัญรักพี่รามิลนะคะ" พูดจบ หญิงสาวก็โน้มตัวเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มตัวสูงตามประสาที่เคยทำอยู่เป็นประจำ "พี่ก็รักอัญนะ" ว่าแล้ว รามิลก็สวมกอดเธอตอบเช่นกัน"ความเป็นจริง แม่ไม่ได้เป็นลูคีเมียอย่างที่แม่บอกลูกกับหนูสมายด์หรอก แต่มันเป็นแผนแกล้งป่วยของแม่ เพื่อที่จะคลุมถุงชนลูกทั้งสองต่างหากล่ะ" นีรนาทบอก พร้อมกับรอมยิ้มดีใจและมีความสุขที่ฉายให้เห็นบนใบหน้าของนาง "จริงเหรอครับแม่ แม่ไม่ได้ป่วยจริงๆใช่ไหม" รามิลถามด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่บอก "จริงเหรอคะคุณป้า" ตามมาด้วยเสียงของสมายด์ที่รู้สึกดีใจมากเหมือนกัน "จริงจ๊ะ" นีรนาทตอบคนทั้งสองพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส "ผมดีใจมากเลยครับแม่" "สมายด์ก็ดีใจจังเลยค่ะคุณป้า" ว่าแล้ว ทั้งสองก็ลุกจากโซฟาแล้วไปนั่งข้างหญิงวัยกลางคน ขนาบกันคนละด้านแล้วสวมกอดด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าหญิงสูงวัยที่เขาทั้งสองกอดอยู่ไม่ได้ป่วยจริง "โกรธแม่หรือเปล่าที่แม่พูดโกหก" "ผมไม่โกรธแม่เลยครับ แผนการของแม่คุ้มค่ามากครับ แผนการของแม่ทำให้ผมได้เจอกับสมายด์ แล้วก็ได้รักสมายด์ ขอบคุณมากครับแม่" "สมายด์ก็ไม่โกรธคุณป้าเลยค่ะ สมายด์ดีใจมากเลยค่ะคุณป้า ที่คุณป้าไม่ได้ป่วยจริงๆ" "ป้าต้องขอบใจหนูสมายด์ด้วยนะ ที่เข้ามาทำให้ครอบครัวเรามีความสุข" "สมายด์สิคะ ที่ต้องขอบคุณคุณป้าที่ช่วยเหลือสมายด์กับแม่ ถ้าไม่ได้ค
คอนโดรามิล หนึ่งเดือนต่อมา "มานั่งนี่สิ พี่มีอะไรจะบอก" รามิลที่นั่งอยู่บนเตียงนอน บอกกับสมายด์ที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนกระโปรงสีหวาน เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดแบบนั้น เธอจึงเดินไปหาเขาทันที "มีอะไรเหรอคะพี่รามิล" เจ้าของใบหน้าเรียวใสเอ่ยถาม เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าของเขา หมับ! มือใหญ่ดึงร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วให้มานั่งลงบนตักพร้อมกับกอดเธอเอาไว้ "แต่งงานกันนะ" "จดทะเบียนกันแล้ว คงไม่ต้องแต่งแล้วมั้งคะ" "แต่พี่อยากจัดงานแต่ง พี่อยากให้เกียรติสมายด์" "ถ้าอย่างนั้น สมายด์ขอแค่เรียบง่ายนะคะ ไม่ต้องจัดให้มีพิธีใหญ่โตอะไร" "สมายด์จะเอาแบบนั้นเหรอ" "ค่ะ" ตอบพลางพยักหน้า "เอางั้นก็ได้ ถ้าสมายด์ต้องการแบบนั้น..." "...พรุ่งนี้เราไปหาแม่กันนะ พี่จะไปบอกแม่ว่าพี่จะแต่งงานกับสมายด์ แม่พี่ต้องดีใจแน่ๆเลย ถ้ารู้ว่าเราจะแต่งงานกัน" "ได้ค่ะพี่รามิล สมายด์ก็อยากไปหาคุณป้าอยู่พอดี" "พี่จะซื้อบ้านหลังใหม่ พอเราแต่งงานกัน ก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่เลย" "อ๋อค่ะ แล้วคอนโดหลังนี้ล่ะคะ" "พี่จะขาย" "อ๋อค่ะ" "สมายด์ง่วงหรือยัง" "ง่วงแล้วค่ะ" "งั้นนอนกันเถอะ" พูดจบ มือหนาก็ยกคนตัวเล็กออกจากตัก
หลายวันต่อมา หมับ! "วันนี้ทำอะไรกินเหรอ" รามิลเดินเข้ามาในครัว แล้วเอ่ยถามร่างเล็กที่ยืนทำอาหารอยู่ตรงเคาน์เตอร์ พร้อมกับสวมกอดจากด้านหลัง "ทำแกงเขียวหวานไก่ กับผัดผักรวมกุ้งสดค่ะ" ใบหน้าเรียวสวยเอี้ยวมาตอบกลับร่างสูง ซึ่งใบหน้าของเขาแนบชิดติดกับแก้มของเธออยู่ "หอมจัง" "แกงเขียวหวานหรือว่าผัดผักคะ ที่พี่รามิลบอกว่าหอม" "ไม่ใช่ทั้งแกงเขียวหวานแล้วก็ผัดผัก...แต่เป็นสมายด์ต่างหาก ฟอดด" ปากหนาบอก พร้อมกับหอมแก้มนวลของคนรักไปฟอดใหญ่ "ทำไมพี่รามิลไม่ไปอาบน้ำคะ นี่สายแล้วนะคะ" "วันนี้พี่ไม่อยากไปทำงานเลย" "ทำไมคะ" "พี่อยากอยู่กับสมายด์มากกว่า" "พี่รามิลไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นเราก็ได้เจอกันแล้วนะคะ" "ตอนอยู่บริษัท พี่คิดถึงสมายด์มากเลยนะ" "ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ" "อือ..." "...พรุ่งนี้เข้าไปบริษัทกับพี่นะ แล้วตอนเย็นค่อยกลับมาพร้อมกัน" "ให้สมายด์ไปอยู่บริษัทกับพี่รามิลทั้งวันเลยเหรอคะ" "ใช่" "ทำไมพี่รามิลถึงอยากพาสมายด์ไปคะ" "พี่อยากอยู่ใกล้สมายด์ทั้งวันทั้งคืน แล้วก็อยากพาไปอวดว่ามีเมียทั้งสวยทั้งน่ารักฟอดด" เสียงทุ้มนุ่มบอกอยู่ข้างหูเล็กได้รูป พร้อมกับกดจูบลงไปบนแก้มขาว
เมื่ออัญชันออกจากคอนโดไปแล้ว รามิลก็ลุกจากโซฟาแล้วเข้าไปในห้องนอนของสมายด์ ก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็สาวเท้าเข้าไป ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ "คุณอัญชันกลับไปแล้วเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อชายหนุ่มนั่งลงใกล้เธอ "กลับไปแล้ว" "คุณอัญชันได้บอกข่าวดีคุณรามิลแล้วใช่ไหมคะ" "ข่าวดีอะไรเหรอ" เรียวปากหนาขยับถามพร้อมกับแววตาสงสัย "ก็เรื่องที่คุณอัญชันท้องไงคะ" "เขาบอกกับเธอแบบนั้นเหรอ" "คุณอัญชันบอกสมายด์ว่าท้องได้สี่สัปดาห์แล้วค่ะ" "เหลวใหล" รามิลพูดพร้อมกับส่ายหน้าเอือมระอากับหญิงสาวที่เขาเพิ่งไล่ออกไป "ใครเหลวใหลคะ" "ก็ผู้หญิงคนนั้นไง" "ทำไมคะ" "เขาพูดโกหกเธอ แล้วเธอก็เชื่องั้นสิ" "เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ" "เขาจะมาท้องกับฉันได้ยังไง ก็ในเมื่อฉันไม่ได้ยุ่งกับเขามาสองเดือนกว่าแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับเขาก่อนที่ฉันจะจดทะเบียนสมรสกับเธอซะอีก แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยสดกับใคร นอกจากกับเธอ" "จริงเหรอคะ" "จริง" "ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ สมายด์ก็เห็นว่าคุณอัญชันมานอนค้างกับคุณรามิลทุกอาทิตย์นี่คะ" "แค่นอนเฉยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรกัน" "อ้าวเหรอคะ ทำไมคะ" "ท
วันต่อมา และแล้ว รามิลก็พาสมายด์มาทานข้าวนอกบ้าน ตามที่เขาได้บอกกับเธอไว้ ตอนนี้รามิลกำลังขับรถสปอร์ตหรูคู่ใจพาสมายด์มายังร้านอาหารที่เขาตั้งใจไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน "นี่มันทางไปร้านอาหารที่สมายด์ทำงานอยู่นี่คะ" ใบหน้าใสหันไปถามร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่ "ก็ใช่น่ะสิ" "ทำไมคุณรามิลถึงได้มาร้านนี้คะ" "มากินครั้งนั้นฉันก็เลยติดใจ ฉันจึงอยากมากินอีก" ความเป็นจริง เขาอยากมาที่นี่ เพื่อให้ใครบางคนได้รู้ว่าเขากับสมายด์เป็นอะไรกัน "อ๋อค่ะ" และไม่นาน รถสปอร์ตหรูของรามิลก็ขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังลานจอดรถของร้านอาหาร ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินเข้าไปภายในร้าน โดยที่มือหนาจับมือของหญิงสาวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเข้าไปข้างใน ศรันย์ที่กำลังอยู่ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ก็หันมาเห็นสมายด์กับชายหนุ่มคนวันนั้นที่ยืนคุยอยู่กับเธอในร้านของเขาเมื่อหลายวันก่อน เมื่อเห็นดังนั้น ศรันย์ก็เร่งสาวเท้าเข้าไปทักทาย "สมายด์หายป่วยแล้วเหรอ" ศรันย์ถามพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆอย่างเช่นเคย "หายแล้วค่ะพี่ศรันย์" เรียวปากเล็กตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มสดใส "สมายด์จะกลับมาทำงานที่ร้านพี่อีกไหม" ศรันย์เอ่ยถาม พลางสายตาก็เหลือบไปมองร
ห้างสรรพสินค้า วันต่อมา "เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันก่อนนะ แล้วค่อยไปเดินดูของกัน" เมื่อรามิลกับสมายด์เดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า เขาหันไปบอกเธอที่เดินอยู่ด้านข้าง "ก็ได้ค่ะ" ใบหน้าใสหันไปตอบกลับร่างสูง "เธออยากกินอะไร" "สมายด์คิดไม่ออกค่ะ" "ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะเลือกร้านเอง" "คุณรามิลเลือกเถอะค่ะ สมายด์กินได้ทั้งนั้นแหละค่ะ" "เธอแพ้อาหารประเภทไหนบ้าง" "ไม่มีค่ะ" "งั้นก็ไปกัน" พูดจบ มือหนาก็จับมือเรียวของหญิงสาว แล้วพาไปยังร้านอาหารที่อยู่ชั้นบน เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ รามิลก็พาสมายด์ไปยังร้านหรูที่ขายเครื่องประดับราคาแพง "เธออยากได้อะไรก็เลือกเลยนะ" เมื่อทั้งสองเข้ามาภายในร้าน รามิลก็เอ่ยบอกร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้าง "ทำไมคุณรามิลต้องพามาร้านแพงๆด้วยคะ" เรียวปากเล็กพูดกระซิบกับชายหนุ่ม "ไม่แพงหรอก เธอเลือกเลย เดี๋ยวฉันซื้อให้" "คุณรามิลช่วยเลือกหน่อยสิคะ" "ก็ได้ เดี๋ยวฉันช่วยเลือก" พูดจบ รามิลก็จับมือของสมายด์แล้วเดินไปยังตู้กระจกที่มีเครื่องประดับหรูถูกจัดวางไว้ในนั้น "เอาสร้อยคอกับสร้อยข้อมือเส้นเล็กๆไว้ใส่เล่นๆติดตัวนะ แบบที่ใส่ได้ทุกวันโดยไม่ต้องถอด" ใบห
สามวันต่อมา ตอนนี้อาการป่วยของสมายด์ก็หายเป็นปกติแล้ว และตั้งแต่คืนนั้นจนถึงคืนนี้ รามิลก็เข้ามานอนกับเธอทุกคืน "สมายด์หายป่วยแล้ว พรุ่งนี้คุณรามิลก็ไปทำงานได้แล้วนะคะ" สมายด์ที่อาบน้ำใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงที่ชายหนุ่มนอนอยู่ "แล้วเธอล่ะ พรุ่งนี้จะไ
วันต่อมา หลังจากที่ร่วมรักกับคนตัวเล็กเสร็จไปหลายรอบ รามิลก็หลับไปสามสี่ชั่วโมงก็เต็มตื่น โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย ที่ต้องใช้แรงจัดการกับร่างบางที่ไม่ยอมเชื่อฟังเขา แต่กลับรู้สึกสดชื่นกะปรี้กะเปร่ามากขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมค่อยๆเบิกขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัว ก่อนที่จะหันไปมองยังร่างเล็
มือหนาจัดการถอดเสื้อผ้าของคนตัวเล็ก โดยที่หญิงสาวก็พยายามดีดดิ้นอย่างสุดชีวิต เพื่อต่อต้านร่างสูงที่กระทำรุนแรงกับตัวเธอ "คุณรามิล อย่านะคะ อย่าทำสมายด์เหมือนอย่างวันนั้นเลยนะ" มือบางจับเสื้อที่เขากำลังจะถอดออกแล้วเงยหน้าบอกกับร่างสูงด้วยแววตาขอร้อง "ฉันจะไม่ทำเหมือนวันนั้น แต่ฉันจะทำมากกว่าวันนั
เมื่อสมายด์เข้ามาในห้องนอน ก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อย่างที่ทำอยู่เป็นปกติประจำทุกวัน ทว่าวันนี้ใจเธอกลับรู้สึกไม่ปกติ เพราะรู้สึกหวาดหวั่นและกลัวกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดกับเธอ เราจะต้องทำตามอย่างที่เขาบอกเหรอ เราจะต้องตอบแทนบุญคุณแม่ของเขาด้วยการมีอะไรกับเขาเหรอ ในขณะที่เธอกำลังคิดใคร่ครวญอยู่นั







