เข้าสู่ระบบวันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน
สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ" เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย "ไปกันเลย ป้ากับฟองเตรียมตัวกันเสร็จแล้ว" ป้านงค์จึงเดินขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ให้หนุ่มสาวเขานั่งคู่กันข้างหน้านั่นแหละ น่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่าคุยกับคนแก่อย่างท่าน เมื่อทุกคนพร้อมแล้วเพชรก็ออกรถ จุดหมายคือตัวจังหวัด ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึง จุดหมายแรกคือร้านมอร์เตอร์ไซค์ที่เพชรทำการดิวไว้แล้ว ใช้เวลาไม่นานฟองจันทร์ก็ได้รถรุ่นที่ต้องการคือ Honda Scoopy i สีฟ้าขาว ราคา 56,800 บาท ป้านงค์ออกช่วยสามหมื่นที่เหลือฟองจันทร์ออกเอง อิอิดีจังมีแม่สายเปย์ ส่วนของแถมที่ได้ก็คือพัดลมและหมวกกันน็อค เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย เคลียส์เอกสารอีกไม่นานฟองจันทร์ก็ได้รถมอร์เตอร์ไซค์คันนั้นมาครอบครอง รู้สึกปลาบปลื้มดีใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่เคยซื้อของราคาแพงขนาดนี้มาก่อน ถ้าได้หลุยส์มาครอบครองจะรู้สึกแบบนี้ไหมนะ เอาน่าอีกไม่นานหรอกต้องได้สักใบแหละ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองในใจ หลังจากที่เด็กในร้านยกรถมอร์เตอร์ไซค์ขึ้นท้ายกระบะของเพชรเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็ขึ้นรถ "ไปใหนต่อมั้ยครับ หรือกลับบ้านเลย" เพชรหันมาถามฟองจันทร์ เธอจึงหันไปถามแม่ "แม่อยากไปใหนต่อมั้ยจ๊ะ" "ไปสิ แม่ว่าจะไปซื้อของซะหน่อย ยังไงรบกวนพ่อเพชรพาป้าไปร้าน 'ตั้งงี่สุ่น' หน่อยนะ เดี๋ยวป้าจะจ่ายค่าน้ำมันให้อยู่หรอก" "พอดีเลยครับ ผมก็ว่าจะไปหาซื้อเสื้อลายดอกมาไว้ใส่สงกรานต์อยู่เหมือนกัน" ตกลงได้ดังนั้นเพชรจึงขับรถบ่ายหน้าออกทางถนนนอกเมืองเพื่อไปช็อปปิ้งที่ห้างตั้งงี่สุ่น (เป็นสถานที่จริงซึ่งคนในอำเภอหนองวัวซอจะนิยมไปซื้อของที่ห้างนี้)ถึงห้างจอดรถเรียบร้อย "คุณเพชรจะแยกไปช็อปต่างหากก็ได้นะคะ เผื่อฟองกับแม่ซื้อของนาน อีกอย่างไปซื้อของกับผู้หญิง ฟองกลัวคุณจะรำคาญ" เธอบอกกับเขาอย่างเกรงใจ พร้อมเสนอแนวทางให้เขาด้วย "ไปด้วยกันนี่แหละ ผมซื้อของไม่ค่อยเก่งเผื่อยังไงอาจจะให้คุณกับป้านงค์ช่วยเลือกด้วย" แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะไปกับพวกเธอ "เอางั้นเหรอ" ถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพชรพยักหน้าเป็นการยืนยันอีกครั้ง ฟองจันทร์จึงเดินไปเข็นรถเข็นมา เพชรก็แย่งมาเข็นซะเอง ทั้งสามเดินซื้อของอย่างสนุกสนาน ป้านงค์ก็พลอยมีความสุขไปด้วยเพราะไม่ได้มาเปิดหูเปิดตานานแล้ว ครั้งล่าสุดก็คือตอนที่มารับฟองจันทร์ที่สนามบินเมื่อเกือบสามเดือนก่อน "ได้ของใช้ครบแล้ว เดี๋ยวเราไปดูเสื้อผ้ากัน" ฟองจันทร์บอกกับแม่และเพชร พร้อมกับเดินนำหน้าทั้งสองคนไป เธอกะว่าจะซื้อเสื้อสวย ๆ ให้แม่สักชุดเพื่อเอาไว้ใส่ไปทำบุญในวันสงกรานต์ และจะซื้อเสื้อให้เพชรสักสองตัวเป็นการขอบคุณเขาที่เป็นธุระให้เธอกับแม่ในวันนี้ "ฟอง.. แม่เมื่อยจัง ปวดขาด้วยสงสัยเพราะเดินนาน" พูดจบป้านงค์ก็เดินไปนั่งเก้าอี้ที่ทางห้างมีไว้สำหรับให้คนมาจับจ่ายใช้สอยนั่งพัก "แม่ปวดมากไหม" ถามแม่พร้อมกับนั่งลงที่พื้นข้าง ๆ แม่และนวดขาให้ท่านไปด้วย "นั่งพักสักครู่ก็คงหายครับ" เพชรบอกกับป้านงค์พร้อมกับทรุดลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ ท่าน "คงอีกนานกว่าแม่จะหายเมื่อย เอางี้ฟองกับพ่อเพชรไปซื้อของกันต่อเถอะ เดี๋ยวแม่จะนั่งรออยู่ตรงนี้ ซื้อของเสร็จค่อยมารับแม่ จะได้ไม่เสียเวลา บ่ายแล้วเดี๋ยวคุณเพชรหิวข้าว" ฟองจันทร์ชำเลืองดูนาฬิกาข้อมือ จะบ่ายแล้วจริง ๆ ด้วย "เอางั้นเหรอแม่ แล้วแม่หิวมั้ย" เธอถามแม่อย่างเป็นห่วง "ยังไม่หิวเท่าไหร่ รีบไปกันเถอะจะได้ไม่เสียเวลา" ป้านงค์เร่งลูกสาวอีกครั้ง "ถ้างั้นแม่รออยู่นี่แป๊บนึง เดี๋ยวหนูจะรีบซื้อรีบมา ฝากดูของด้วยนะแม่" ฟองจันทร์ย้ำกับแม่อีกรอบและก็หันไปชวนเพชร ทั้งสองจึงรีบเดินออกจากบริเวณนั้น ตรงไปยังโซนเสื้อผ้า "ซื้อของคุณเพชรก่อนละกัน" ฟองจันทร์เลี้ยวไปยังราวแขวนเสื้อลายดอก หลากสีสันที่มีให้เลือกหลายแบบ "คุณเพชรชอบแบบใหนเป็นพิเศษมั้ยคะ" เธอสังเกตเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ ส่วนมากจะเป็นแบบเรียบ ๆ เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ แต่ล้วนเป็นของแบรนด์ทั้งนั้น ไม่ Levi's ก็ Simple & Raw สองยี่ห้อนี้ "ผมเลือกไม่ค่อยเป็นหรอกให้ฟองเลือกให้ละกัน" เธอจึงเลือกเสื้อฮาวายสีสันแสบตาให้เขาห้าตัว วัดจากสายตา หน้าอกขนาดนี้ กล้ามแขนเป็นมัด ๆ แบบนี้น่าจะไซต์ XL ฟองจันทร์ส่ายหัวให้กับความคิดทะลึ่งของตัวเอง เมื่อได้เสื้อของเพชรเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงทีของเธอกับแม่ ฟองจันทร์เลือกเสื้อลายดอกสีสันสดใสไปสิบตัว ซื้อไปฝากฝนด้วยเอาไซต์เดียวกับเธอนี่แหละฝนน่าจะใส่ได้ ส่วนของแม่นั้นเธอก็เลือกเสื้อลายดอกเหมือนกันแต่เป็นแบบเรียบ ๆ ที่สีไม่ค่อยสดเท่าไหร่เอาแบบคล้าย ๆ กันไปสามตัว "ได้ครบแล้วค่ะ" พลางหอบเสื้อเดินไปตรงจุดจ่ายเงิน เพชรรีบเดินตามเธอไป แต่แล้วฟองจันทร์ก็หยุดชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ส่งเสื้อที่หอบอยู่ให้กับเพชรแล้วเดินกลับไปเลือกเสื้อมาอีกสามตัว "ของป้าอรค่ะ" เอ่ยปากบอกเขาเพราะสีหน้าของเพชรเหมือนมีคำถาม เมื่อได้ยินดังนั้นเพชรก็รู้สึกปลื้มใจมากที่เธออุตส่าห์นึกถึงแม่ของเขา "ทั้งหมด 21 ตัว 4500 บาทค่ะ" ฟองจันทร์ก้มลงหยิบเงินในกระเป๋าสะพาย จังหวะนั้นเองเพชรก็ยื่นเงินให้แคชเชียร์ "รับมา 5000 บาทนะคะ..เงินทอน 500 บาทค่ะ โอกาสหน้าอุดหนุนใหม่นะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ" เขายื่นมือไปรับของพร้อมกับรับเงินทอนมาด้วย และเดินออกมาจากบริเวณนั้นตรงไปหาป้านงค์ที่นั่งรออยู่ทันที ฟองจันทร์จึงต้องรีบวิ่งตามเขามา ป้านงค์เห็นสองคนเดินมาแล้วก็ลุกขึ้นและเข็นรถตรงมายังสองหนุ่มสาว เพชรวางถุงใส่เสื้อไว้ในรถเข็น และเอารถเข็นจากป้านงค์มาเข็นเอง "แม่ยังไม่จ่ายตังค์เลยนะ" ฟองจันทร์บอกแม่เพราะคิดว่าแม่คงลืม "แม่ไปจ่ายเงินตอนที่ลูกทั้งสองไปซื้อเสื้อน่ะ" ตอบคำถามและหันไปคุยกับเพชรแทน "หิวหรือเปล่าพ่อเพชร แวะกินข้าวก่อนไหม" ฟองจันทร์หมั่นไส้แม่ที่ดูจะเอาใจคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองจึงกระแอมเสียงดัง "อะ..แฮ่ม !" เรียกเสียงหัวเราะให้ป้านงค์กับเพชรได้เป็นอย่างดี ฟองจันทร์หน้างอง้ำ "เอางี้ดีกว่า แวะกินก๋วยเตี๋ยวก่อนดีไหมครับ" เพชรเสนอแนะ "ได้ ๆ ป้ากำลังอยากกินอยู่พอดี" เมื่อมาถึงรถแล้ว ขนของไว้ที่รถเสร็จทั้งสามจึงเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านหน้าห้างนั่นเองวันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ"เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย"ไปกันเลย ป้ากับฟอง
"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้""ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว"โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ"หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก""เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู"ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง"ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้"แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว"พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ"แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ""ก็ดีสิ มากันกี่
ฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ"มีอะไร"ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว"มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ"ตะกุกตะกักตอบเขาไป"รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ"เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ"ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น"ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย"ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์""ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้""จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ"ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ"ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา"อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน"ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา"พี่สอน
"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไปสองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง"ทำไม ฝนอยากไปเหรอ"พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย"ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก"ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า"กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เพชรกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มพ์คันประจำของเขา ซึ่งวันนี้มีงานรับเหมาถมที่ 200 เที่ยวชิว ๆ เป็นโครงการของเทศบาลที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะซึ่งว่างอยู่ให้เป็นสนามกีฬา ไว้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาใช้สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกาย ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันของเขา เพชรจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะจะได้กินกาแฟเจ้าอร่อย เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี พลางนึกอนาถตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงที่ตัวเองชอบอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่กล้าคุยกับเธอ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมาสั่งกาแฟวันหนึ่งสองสามแก้ว เพียงเพราะต้องการเห็นหน้าเธอเท่านั้น ไม่ไหว ๆ ขืนกินกาแฟวันละสองสามแก้วแบบนี้นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับแล้ว เบาหวานจะขึ้นเอาน่ะสิ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยิ่งได้ยินข่าวว่าร้านของเธอกำลังถูกพูดถึงปากต่อปากว่า กาแฟอร่อย บริการประทับใจ และที่สำคัญแม่ค้าสวย ทำให้พวกข้าราชการหนุ่ม ๆ ในอำเภออยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้กอง ครูใหญ่ หรือแม้กระทั่งปลัดอำเภอ ก็เคยมาอุดหนุนร้านเธอกันทั้งนั้น แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลย"เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง"เสียงเข้มสั่งเมนูเดิมซึ่งฟองจันทร์ก็
ฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิมและแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้




![[Bad Loves] บำเรอแค้นศัตรูพี่ชาย (3P)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


