เข้าสู่ระบบ"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"
ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว "ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้" "ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว" โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ "หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก" "เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู "ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง" ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้ "แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว" พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ "แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ" "ก็ดีสิ มากันกี่คน แล้วผู้หญิงหรือผู้ชาย เพื่อนหรือแฟน" ถามลูกสาวไปหลายคำถามในประโยคเดียว "มาคนเดียวค่ะแม่ และมันเป็นผู้หญิง ไม่ใช่แฟนมันคือเพื่อนสาว" ตอบแม่ทุกคำถามในประโยคเดียวเช่นกัน พูดจบก็หอมแก้มแม่ฟอดนึง "แม่ไปวัดก่อนนะ" ฟองจันทร์จึงปล่อยเอวแม่ และเดินเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรกินก่อนออกไปเปิดร้าน เธอมาอยู่ที่บ้านได้เกือบสามเดือนแล้ว และเปิดร้านกาแฟได้ครบสองเดือนพอดี ซึ่งยอดขายก็เป็นที่น่าพอใจมาก ถ้ายอดขายเป็นแบบนี้ตลอดไปนะ เธอไปเที่ยวที่ไหนก็ได้แบบชิว ๆ เมื่อกินข้าวเสร็จเธอก็ควบมอร์เตอร์ไซค์คันเก่าตรงไปยังปั๊มน้ำมันเพื่อเปิดร้าน ทักทายคนนั้นคนนี้พอเป็นพิธี เมื่อเปิดร้านเสร็จแล้วก็หันมาพิจารณาเจ้ามอร์เตอร์ไซค์ของเธอดู จะว่าไปแล้วนะเจ้าคันนี้มันก็เก่ามากแล้วแหละเกเรก็บ่อย เธอควรจะซื้อมอร์เตอร์ไซค์คันใหม่ดีหรือเปล่าหว่า ยังไงดีน้า "เอสเย็นเข้ม ๆ แก้วนึง" เสียงเข้มที่คุ้นเคย สั่งเมนูที่เคยคุ้น ฟองจันทร์จึงออกจากความคิดของตัวเอง เธอลุกไปชงกาแฟให้เขา ผ่านไปสักพักหนึ่ง "ได้แล้วค่ะ" เพชรหยิบตังค์ออกมาจ่าย ฟองจันทร์รับแบ๊งค์ร้อยมา และทอนเงินให้เขา เขามักจะเป็นลูกค้าคนแรกของเธอเสมอ "คุณเพชรรีบไหมคะ" เขาเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ซึ่งฟองจันทร์มองว่าเป็นกิริยาที่น่ามองแต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูกวน..ไปด้วยในตัว ซึ่งเพชรคงจะไม่รู้ตัว เขาจึงมักจะทำกิริยาแบบนี้บ่อย ๆ ถ้าเขาไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง "มีเรื่องปรึกษาค่ะ" พูดจบเธอก็นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ เขา "ว่ามาเลย" รอฟังเธออย่างตั้งใจ "ก่อนอื่น ขอออกตัวไว้เลยนะว่าที่ปรึกษาคุณเพชรก็เพราะไม่มีใครเหมาะสมเท่าคุณแล้ว" "เรื่องอะไร รีบพูดมาเถอะ อารัมภบทอยู่ได้" เพชรร้อนใจอยากรู้มากกว่ารำคาญ จึงรีบตัดบทและเร่งให้เธอพูดเร็ว ๆ "คือว่า ..มันไม่เป็นการรบกวนคุณแน่นะ" ย้ำเขาอีกรอบ เพชรจึงพยักหน้า ฟองจันทร์จึงเริ่มเปิดปากพูด "ถ้าฟองอยากจะซื้อมอร์เตอร์ไซค์คันใหม่ จะเอารุ่นใหนดี" เพชรจึงมองไปที่มอร์เตอร์ไซค์คันเก่าของเธอ มันก็น่าที่เธอจะซื้อใหม่อยู่หรอก ยี่สิบปีได้มั้งรุ่นนี้ "แล้วคุณชอบแบบใหน รุ่นใหน มียี่ห้อในใจที่ชอบเป็นพิเศษรึเปล่า อีกอย่างก็ต้องดูงบประมาณในกระเป๋าของเราด้วย" "ก็นี่แหละ ฟองถึงได้มาปรึกษาคุณเพชรไง เพราะไม่มีความรู้ทางด้านนี้จริง ๆ เห็นคุณคลุกคลีกับรถกับเครื่องยนต์เยอะน่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้ เรื่องงบประมาณก็มีอยู่ห้าหมื่นบาทขาดตัว" พูดจบก็ยิ้มกว้างตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเสียงดังตุบ ๆ เป็นการยืนยันว่าฉันมีตังค์จ้า เพรชยิ้มให้กับท่าทางของเธอ "ถ้างั้นก็คุยกันง่ายหน่อย" แล้วเพชรกับฟองจันทร์ก็ปรึกษาหารือเรื่องรถมอร์เตอร์ไซค์กันอยู่เกือบชั่วโมง จนลูกค้าของเธอเริ่มหนาแน่นขึ้นแล้วนั่นแหละเพชรจึงได้ออกจากร้านเธอไป "คุยอะไรกันน้อตั้งนาน" ฝนนั่นเอง รีบเข้ามาแซวเธอหลังจากที่ว่างจากลูกค้าแล้วเหมือนกัน ช่วงใกล้สงกรานต์แบบนี้ผู้คนคึกคักมาก เพราะหนุ่มสาวที่ไปทำงานที่กรุงเทพ ฯ กลับมาเยี่ยมเยือนบ้านเกิด บวกกับอากาศที่ร้อนจัดจึงทำให้เมนูน้ำขายดี ไม่ว่าจะเป็นกาแฟเย็น น้ำแข็งใส และเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม "อ้าวฝน..พี่ปรึกษาคุณเพชรเรื่องซื้อมอร์เตอร์ไซค์คันใหม่น่ะ" "ว้าว..พี่ฟอง จะซื้อมอร์เตอร์ไซค์ใหม่เหรอ ดีจัง คันนี้มันเก่าแล้วแหละให้มันพักผ่อนเถอะ" ฝนพลอยตื่นเต้นยินดีไปกับเธอด้วย "พี่ปรึกษาถูกคนแล้วแหละ รถมอร์เตอร์ไซค์ของพ่อ ก็ได้คุณเพชรนี่แหละช่วยแนะนำ เขารู้จักร้านขายรถในจังหวัดหลายร้าน ได้ส่วนลดและของแถมเยอะด้วยนะ" ฟองจันทร์คุยกับเพชรถึงเรื่องรุ่นและราคารถคร่าว ๆ เธออยากได้ Honda scoopy i ซึ่งราคามันก็จะอยู่ที่ห้าหมื่นกว่าบาท ไม่เกินหกหมื่น ฟองจันทร์ไม่มีปัญหา แต่คงต้องปรึกษาแม่อีกรอบนึง เพราะเงินไม่พออาจจะต้องยื้มแม่ก่อน แต่ถ้าแม่ไม่ให้ก็คงต้องรอเก็บเงินให้ครบโน่นแหละถึงจะซื้อ แต่เธออยากได้ก่อนสงกรานต์เพราะจะได้พาเรลี่ขี่รถเลาะหาเที่ยว ไม่เป็นไรงานนี้คงต้องอ้อนแม่ให้หนัก ๆ กว่าเดิม "เอ้อฝน สงกรานต์นี้พี่ว่าจะชวนฝนไปเที่ยวกับพี่ ฝนสะดวกไหม พอดีเพื่อนพี่ที่กรุงเทพ ฯ จะมา พี่ว่าจะปิดร้านสักสองสามวัน" "สะดวกสิพี่ หนูก็ว่าจะชวนพี่ปิดร้านเหมือนกัน ที่หมู่บ้านหนู วันที่สิบสามเมษา มีรถแห่และหมอลำซิ่งด้วยนะ" "จริงเหรอ น่าสนุกจัง ไป ๆ เราไปเต้นรถแห่กัน" สองสาวทำท่ายกแขนยกขาราวกับจะซ้อมเต้น เรียกเสียงหัวเราะให้กับบรรดาป้า ๆ ลุง ๆ แม่ค้าพ่อค้าแถวนั้นได้เป็นอย่างดี "แม่..จ๋า" ป้านงค์รู้สึกขนลุกขนพอง เพราะปกติหากลูกสาวทำเสียงแบบนี้แล้ว จะต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ "มีอะไร ไม่ต้องลากเสียงยาวขนาดนั้นก็ได้ แม่ขนลุก" มือก็ปอกมะม่วงพร้อมกับวางใส่ไว้ในจาน ฟองจันทร์หยิบเข้าปากชิ้นหนึ่ง เคี้ยวกร้วม ๆ "อร่อยมากเลยแม่ ไม่เปรี้ยวเลย มะม่วงอะไร" ทำเป็นเฉไฉ พูดถึงเรื่องมะม่วงซะงั้น "เขียวเสวย อร่อยก็รีบกิน แล้วก็รีบพูดมา มีอะไร" ป้านงค์ก็พอจะรู้ไต๋ลูกสาว "แหะ ๆ แม่นี่รู้ใจหนูซะจริงเชียว สมแล้วที่เป็นแม่ลูกกัน" หยิบมะม่วงเข้าปากอีกสองชิ้น หมดแล้วนั่นแหละจึงเริ่มจริงจังขึ้นมา "หนูอยากซื้อมอร์เตอร์ไซต์คันใหม่ หนูดูรุ่นและราคาที่อยากได้ไว้แล้ว แต่เงินหนูมันขาดอยู่นิดหน่อย หนูจึงอยากจะขอยื้มแม่เพิ่มอีกนิดนึงน่ะ แหะ ๆ" หัวเราะกลบเกลื่อน มองหน้าแม่อย่างมีความหวัง "อือ ซื้อใหม่ก็ดี มอร์เตอร์ไซค์คันนั้นมันก็เก่ามากแล้วล่ะ ตั้งแต่หนูยังเด็ก ๆ อยู่โน่น" ฟองจันทร์มองแม่อย่างอึ้ง ๆ ปนซาบซึ้งใจ "แล้วรถราคาเท่าไหร่ แม่ช่วยสามหมื่นพอไหม" จบคำของแม่ ฟองจันทร์ก็กระโดดตัวแทบลอย "หนูรักแม่ที่สุดเลย"เมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้
ฟองจันทร์ตื่นตีสี่เป็นเรื่องปกติป้านงค์ก็เช่นกัน วันนี้เธอไม่ได้ไปเปิดร้านกาแฟเพราะป้านงค์บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรหลายอย่างมาก การ์ดงานแต่งคงพิมพ์ไม่ทัน ป้านงค์จึงใช้วิธีการตามแบบสมัยโบราณก็คือการไปหาที่บ้านของคนที่สนิทหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและบอกกล่าวท่านว่าจะมีงานแต่งงาน อยากให้ไปเป็นเกียรติและผูกข้อไม้ข้อมือให้ลูกให้หลานหน่อย ป้านงค์ให้ฟองจันทร์ตระเวณขับมอร์เตอร์ไซค์พาท่านไปบอกกล่าวคนนั้นคนนี้ตลอดช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเย็บบายศรีสู่ขวัญ เตรียมของ 'สมมา' หรือของรับไหว้ ซึ่งทางอีสานส่วนมากจะเป็นพวก ผ้าขาวม้าไหม ซิ่นไหม โสร่งไหม เป็นต้น ส่วนกับข้าวเลี้ยงแขกนั้นก็ได้บรรดาแม่ครัวแถวบ้านมาช่วยโดยไม่ต้องว่าจ้าง เพราะป้านงค์เวลาที่มีบุญมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพ ท่านก็ไปช่วยไม่เคยขาด ถึงเวลามีงานบ้านตัวเองบ้างทุกคนจึงเต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่พวกผู้ชายและคนหนุ่ม ๆ ก็ช่วยกันมากางเต๊นท์ผ้าใบ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ โชคดีที่บริเวณบ้านของฟองจันทร์มีพื้นที่กว้างขวางกับข้าวกับปลาที่ใช้เลี้ยงแขกนั้น ในงานแต่งแบบนี้ส่วนมากจะเป็นลาบ ไม่ลาบหมูก็ลาบวั
เพชรพาฟองจันทร์ไปที่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ป้าอรและพราวน้องสาวของเพชรกำลังรออยู่ ฟองจันทร์เดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กันหลายคน ป้าอรรีบเดินออกมาหาเธอ"หนูฟอง วันนี้แม่จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปตกลงพูดคุยเรื่องของหนูกับเพชร"พูดกับเธอเสร็จก็หันไปบอกกับลูกชาย"เพชรกับน้องล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับย่า ๆ ยาย ๆ จะตามไป ไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย กับข้าวกับปลาแม่เตรียมไว้หมดแล้ว"ก่อนจะไปเพชรพาเธอเดินเข้าไปหาหมอพราวที่กำลังตักกับข้าวใส่หม้ออยู่ในครัว"นี่ยัยพราว น้องสาวพี่เอง หน้าเหมือนกันมั้ย"หมอพราววางมือจากการตักกับข้าว"หวัดดีพี่สะใภ้"พราวเรียกเธออย่างให้เกียรติและยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ทั้งที่ความจริงแล้วพราวแก่กว่าฟองจันทร์สองปี "นี่ถ้าเจอพี่พลอยนะฟองจะแยกแทบไม่ออกเลยล่ะ เราสามคนพี่น้องหน้าตาเหมือนกันมาก"พูดจบก็จับจูงมือฟองจันทร์เดินออกมาและเดินไปขึ้นรถมอร์เตอร์ไซค์สตาร์ทและขับพาเธอตรงไปที่บ้านป้าอรกับป้านงค์โทรคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ป้าอรวางสายจากเพชรแล้วท่านก็ต่อสายพูดคุยกับป้านงค์ทันที เพราะทนความใจร้อนของลูกชายตัวดีไม่ไหว เมื่อเพชรกับฟองจันทร์ม







