Beranda / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

Share

บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-02-11 13:52:41

บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันยอดฮิต เลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์โฆษณาชิ้นหนึ่ง

‘นมรสสตรอเบอร์รี่รสใหม่นำเข้า กลิ่นหอมหวานละมุน มีจำหน่ายเฉพาะบางสาขาเท่านั้น!’

ภาพนมกล่องสีชมพูหวานแหววดูน่าลิ้มลองจนต้นหอมอดไม่ได้ที่จะตาโต ประกายในดวงตาเรียวใสกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาเป็นพวกแพ้อะไรที่เป็นรสสตรอเบอร์รี่อยู่แล้ว ยิ่งหาซื้อยากเขายิ่งอยากลอง ปลายนิ้วรีบกดแชร์โพสต์ลงในสตอรี่ส่วนตัวทันที พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า

“นมรสนี้น่าลองจัง แต่ท่าทางจะหายากสุดๆ เลยแฮะ” พ่วงด้วยอีโมจิรูปหน้าแมวร้องไห้หนึ่งตัว

เขาไม่ได้คาดหวังให้ใครมาตอบ แค่โพสต์บ่นไปตามประสา ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าขณะเข้าสู่ห้วงฝัน

โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมอง

สตอรี่นั้นซ้ำไปซ้ำมาในความมืด แสงจากหน้าจอโทรศัพท์สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมเข้มที่ฉายแววครุ่นคิด นิ้วหนาเลื่อนดูตำแหน่งร้านสะดวกซื้อที่มีสินค้าชิ้นนี้อย่างตั้งใจ ท่ามกลางเสียงลมพัดวูบไหวอยู่นอกหน้าต่างห้องที่มืดมิดของเขา

เช้าวันถัดมา บรรยากาศในห้องเรียนห้องบ๊วยยังคงคึกคักด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนที่มาเช้า ต้นหอมเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเรียบเฉยเหมือนทุกวัน ทว่าเท้าที่กำลังจะก้าวไปที่โต๊ะกลับชะงักกึก เมื่อพบสิ่งแปลกปลอมวางเด่นหราอยู่บนโต๊ะไม้ของเขา

กล่องนมรสสตรอเบอร์รี่สีชมพูอ่อนแบบเดียวกับในสตอรี่เป๊ะๆต้นหอมขมวดคิ้วด้วยความฉงน ใจหนึ่งก็นึกดีใจแต่อีกใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เขาหันมองไปรอบๆ ห้อง จนกระทั่งสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะข้างๆ เสื้อเชิ้ตของเตอร์ยังคงยับยู่ยี่เหมือนเดิม แต่คราวนี้ที่หางคิ้วมีพลาสเตอร์แผ่นเดิมที่เขาแปะให้เมื่อวานติดอยู่

“นี่... ใครเอามาวางไว้ให้เราเหรอ?” ต้นหอมลองเชิงถามเสียงเบาพลางปลายนิ้วเขี่ยขอบกล่องนมสีชมพูไปมา หัวใจเต้นผิดจังหวะไปนิดหนึ่งเมื่อในใจแอบนึกถึงใครบางคน

เตอร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากท่อนแขน ผมทรงยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงกับดวงตาคมที่ดูอ่อนเพลียปรายมองกล่องนมเล็กน้อย เขาแกล้งทำเป็นสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนความประหม่า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“กูเองแหละ... เห็นบ่นว่าอยากกิน เลยซื้อมาให้”

ต้นหอมเบิกตากว้างเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วอก เขาเผลอกำกล่องนมเย็นๆ ในมือแน่นขึ้น ท่าทางนิ่งขรึมแต่กลับใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยของคนข้างๆ ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก

“อ๋อ... ขอบคุณนะ”

“อืม... ไม่เป็นไร” เตอร์ตอบสั้นๆ พลางโบกมือปัดไปมากลางอากาศอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะรีบหันกลับไปฟุบหน้าลงกับโต๊ะตามเดิมเพื่อซ่อนรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เขารู้สึกถึงความร้อนที่ลามขึ้นมาถึงลำคอ

นึกย้อนไปถึงสภาพตัวเองเมื่อคืนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนเข้าออกร้านสะดวกซื้อสาขาแล้วสาขาเล่าจนเกือบตีสอง เพียงเพื่อจะตามหานมรสพิเศษกล่องเดียวที่หายากชะมัด... แต่พอเห็นแววตาที่เป็นประกายของคนข้างตัวเข้าจริงๆ เขากลับรู้สึกว่าความเหนื่อยทั้งหมดนั้นมันคุ้มค่าอย่างประหลาด

บรรยากาศในห้องเรียนเริ่มเข้าสู่โหมดสงบเมื่อครูประจำวิชาเริ่มขานชื่อ ต้นหอมค่อยๆ เจาะนมกล่องนั้นดื่มด้วยความละเมียดละไม รสชาติหวานละมุนของสตรอเบอร์รี่กระจายฟุ้งไปทั้งปาก แต่สิ่งที่หวานกว่านมในมือ กลับเป็นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเขากับคนที่กำลังนอนเนียนอยู่ข้างๆ

เวลาล่วงเลยเข้าสู่คาบเรียนที่แสนน่าเบื่อ เสียงครูที่บรรยายเนื้อหาอยู่หน้าห้องกลายเป็นเพียงเสียงพื้นหลังที่ชวนให้ง่วงนอน ต้นหอมจดบันทึกอย่างตั้งใจ แต่สายตาก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของเตอร์ที่ยังคงหลับไหล

จู่ๆ คนที่คิดว่าหลับลึกกลับขยับตัว เตอร์ลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วพบว่าถูกคนข้างๆ แอบมองอยู่ แทนที่จะหลบตา เขากลับขยับมือหนาเอื้อมมาบีบแก้มใสของต้นหอมเบาๆ อย่างหมั่นไส้ในจังหวะที่ครูหันไปเขียนกระดาน

“งื้อ! อะไรเนี่ยเตอร์!”ต้นหอมพึมพำเสียงหลงด้วยความตกใจ รีบปัดมืออีกฝ่ายออกพลางเหลือบมองครูหน้าห้องด้วยความระแวง ใบหน้าขาวใสขยับหนีแต่รอยนิ้วมืออุ่นๆ ของเตอร์ยังคงทิ้งความรู้สึกวูบวาบไว้บนแก้ม

“ก็แค่อยากแกล้ง... เห็นมึงจ้องกูตาไม่กะพริบ” เตอร์หัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวดูซุกซนขึ้นมาถนัดตา

“ใครจ้อง... มั่วแล้ว”ต้นหอมเถียงกลับเสียงค่อย พยายามก้มหน้าก้มตาจดหนังสือต่อเพื่อซ่อนแก้มที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อไม่ต่างจากสีของนมสตรอเบอร์รี่ที่เขากำลังดื่มอยู่ แต่ยิ่งพยายามทำตัวให้เป็นปกติ หัวใจเจ้ากรรมกลับยิ่งเต้นแรงจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน

“หึ... ปากแข็ง”เตอร์พึมพำพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของคนตัวเล็กกว่าเบาๆ ท่าทางอุกอาจแต่แฝงความนุ่มนวลนั้นทำให้ต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งทำเป็นฮึดฮัดใส่

“แกล้งอยู่ได้... นิสัยเสียจริงๆ เลย”ต้นหอมบ่นอุบหน้างอง้ำ ทว่าริมฝีปากกลับแอบเม้มเข้าหากันเพื่อกั้นรอยยิ้ม ขณะที่ใบหูขาวสะอาดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่ได้ เตอร์เห็นท่าทางแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงแค่เท้าคางมองคนข้างตัวจดหนังสือด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม... เป็นสายตาที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยใช้มองใครมาก่อน

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงพักเที่ยง...

ต้นหอมรวบรวมอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋า เตรียมตัวจะไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนห้องเพชรที่แวะมาหา แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้อง เขากลับรู้สึกว่ามีใครบางคนก้าวตามมาติดๆ พอหันไปมองก็พบว่าเป็นร่างสูงของเจ้าของนมกล่องเมื่อเช้าที่เดินตีคู่มาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“มีอะไรหรือเปล่าเตอร์?”เตอร์ไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบ นมรสสตรอเบอร์รี่อีกกล่อง ออกมาส่งให้ คราวนี้เขายัดมันใส่มือต้นหอมโดยไม่รอให้ตั้งตัว

“เอาไป... เห็นว่าชอบก็กินให้มันอิ่มๆ”

“อีกแล้วเหรอ? ให้เราทำไมตั้งสองกล่องในวันเดียวเนี่ย” ต้นหอมยืนงงพลางก้มมองกล่องนมในมือ

พูดจบเตอร์ก็หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าจากไปทันที ทิ้งให้ต้นหอมยืนถือกล่องนมค้างไว้ท่ามกลางสายตาขี้สงสัยของเพื่อนๆ ที่เริ่มสะกิดกันยิ้มกริ่ม เขาพยายามทำหน้านิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน แต่สุดท้ายก็เผลอคลี่ยิ้มบางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความหวานของนมในมือนั้นดูเหมือนจะซึมลึกเข้าไปถึงข้างใน... กลายเป็นความรู้สึกนุ่มละมุนที่ทำให้เขารู้สึกว่า วันนี้อากาศในโรงเรียนดูจะสดใสกว่าทุกวัน

หลังจากจัดการอาหารกลางวันและนมกล่องที่สองจนหมด ต้นหอมก็ถูกลากเข้าสู่ช่วงบ่ายที่แสนจะท้าทาย

คาบพลศึกษา กลางสนามหญ้ากว้างใหญ่ อากาศร้อนระอุจนไอร้อนระเหยขี้นมาจากพื้นปูนดูพร่าเลือน ครูวิชาพละเป่านกหวีดปรี๊ดใหญ่สั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำกิจกรรมตามฐานที่กำหนด ต้นหอมผู้ซึ่งไม่ใช่สายกีฬามาตั้งแต่ไหนแต่ไร วิ่งเล่นทำกิจกรรมตามเพื่อนไปได้ไม่นานก็เริ่มหอบแฮก ใบหน้าขาวใสเปลี่ยนเป็นสีแดงฝาดเพราะอุณหภูมิที่พุ่งสูง

เขาตัดสินใจหลบเลี่ยงแรงแดดมานั่งพักใต้ร่มไม้ใหญ่ริมสนาม เหงื่อเม็ดใสผุดซึมตามไรผมและซอกคอ จนต้องยกชายเสื้อขึ้นมาพัดวีระบายความร้อน

ในขณะที่เขากำลังนั่งพักสายตาอยู่นั้น เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าที่วิ่งสลับกันอย่างดุเดือดกลางสนามก็เรียกความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง และที่นั่น... ท่ามกลางวงล้อมของนักฟุตบอลร่วมชั้น เขาเห็น ‘เตอร์’ โดดเด่นกว่าใครเพื่อน

ร่างสูงในชุดพละสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เคลื่อนไหวอย่างทรงพลังและคล่องแคล่ว แสงแดดจ้าสะท้อนลงบนผิวสีเข้มที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วน ทุกท่วงท่าในการกระชากลูกฟุตบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้ดูดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างประหลาด

ต้นหอมเผลอมองตามการเคลื่อนไหวที่ดุดันนั้นอยู่นาน นึกขัดใจกลุ่มสาวๆ ข้างสนามที่ส่งเสียงกรี๊ดเชียร์เตอร์จนเกินงาม แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับพบว่าตัวเองก็ไม่สามารถละสายตาจากชายหนุ่มในสนามคนนี้ได้เลยเหมือนกัน

เขามองเห็นเตอร์หยุดพักเป็นระยะ ปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาด้วยชายเสื้อจนเห็นหน้าท้องแกร่ง ร่างสูงดูอ่อนล้าลงจากแดดที่แผดเผาแต่ยังคงกัดฟันเล่นต่อ ความรู้สึกอยากขอบคุณเรื่องนมเมื่อเช้าบวกกับความเป็นห่วงที่ผุดขึ้นมา ทำให้ต้นหอมตัดสินใจลุกขึ้นสะบัดฝุ่นออกจากกางเกง

เขาเดินฝ่าไอร้อนไปยังตู้น้ำเย็นข้างสนาม เลือกขวดที่เย็นจัดจนมีหยดน้ำเกาะพราว เขาถือขวดน้ำนั้นไว้ในมือพลางยืนรออยู่ใต้ร่มเงาไม้ จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาดังสนั่น

เตอร์เดินปาดเหงื่อออกจากสนามด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ ผมสกินเฮดของเขาเปียกชุ่มจนดูเข้มขึ้น แผ่นหลังกว้างนั้นดูโดดเดี่ยวท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนอื่นที่เขาไม่ได้สนใจ ต้นหอมรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมา แล้วยื่นน้ำเย็นจัดในมือให้ตรงหน้า

“ให้กูเหรอ?”เตอร์ชะงักฝีเท้า แววตาคมที่เคยดุดันเมื่อครู่ดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เขาเลิกคิ้วมองน้ำสลับกับใบหน้าขาวที่ตอนนี้แดงซ่านเพราะความประหม่า

“อืม... เห็นว่าเล่นกลางแดดนานแล้ว ท่าทางจะเหนื่อย... เลยเอามาให้” ต้นหอมพูดพลางหลบสายตา

เตอร์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือหนาที่ยังสั่นน้อยๆ จากการออกกำลังกายมารับขวดน้ำไป นิ้วเย็นๆ ของต้นหอมสัมผัสเข้ากับฝ่ามือร้อนจัดของเตอร์โดยบังเอิญจนทั้งคู่ต่างรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เตอร์คลี่ยิ้มมุมปากออกมาเป็นยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่ดูเหนื่อยอ่อนและเป็นธรรมชาติที่สุดครั้งหนึ่ง

“ขอบคุณนะ... กำลังหิวพอดีเลย”เสียงทุ้มที่ทอดนุ่มลงกว่าปกติทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกผิดจังหวะ ต้นหอมทำได้เพียงพยักหน้ารับแกนๆ ก่อนจะรีบหันหลังเดินหลบออกมาเพื่อซ่อนความประหม่า โดยไม่ทันเห็นว่าสายตาคมของเตอร์ยังคงทอดมองตามแผ่นหลังบางนั้นไป พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด

ทว่าในขณะที่เขากำลังเดินกลับไปยังกลุ่มเพื่อน เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงซุบซิบของกลุ่มสาวๆ ข้างสนามที่คอยลุ้นจังหวะเมื่อครู่ก็ดังเข้าโสตประสาท

“หล่อชะมัดเลยอะ เตอร์มันยังไม่มีแฟนนะ มึงกล้าเข้าไปขอเบอร์ป่ะ?”

“อย่าเลยมึง... เห็นว่าเมื่อวานเพิ่งไปมีเรื่องเลือดอาบมาเองนะ เตอร์มันนักเลงจะตาย อย่าไปยุ่งกับคนแบบนั้นเลย น่ากลัวออก”

ฝีเท้าของต้นหอมชะงักกึก ความรู้สึกวูบโหวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดใจ เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางลอบมองไปยังชายหนุ่มกลางสนามที่กำลังถูกตัดสินเพียงเพราะข่าวลือและรูปลักษณ์ภายนอก

เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่คนอื่นมองเตอร์เป็นแค่ ‘ตัวอันตราย’ เพราะสำหรับเขา... เตอร์คือนักเลงคนเดียวที่ยอมขี่รถตระเวนหาซื้อนมรสสตรอเบอร์รี่มาให้เขาถึงสองกล่อง เป็นคนเดียวกับที่ยอมนั่งหลังขดหลังแข็งติวสมการที่ไม่ชอบ และเป็นคนเดียวกับที่แสดงความอ่อนแอผ่านรอยแผลให้เขาเห็นเพียงคนเดียว

.

.

.

หลังเลิกเรียน ท้องฟ้าสีวานิลลาค่อยๆ ถูกย้อมด้วยสีส้มอมชมพูสวยจับใจ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียนที่ทยอยออกจากรั้วโรงเรียนเริ่มซาลง เหลือเพียงลมเอื่อยๆ ที่พัดพาความเย็นมาปะทะผิว ต้นหอมสะพายกระเป๋าเดินทอดน่องไปตามทางเท้าอย่างไม่รีบร้อน นึกถึงเหตุการณ์ตลอดทั้งวันที่ดูจะวุ่นวายกว่าปกติ

แต่ก้าวออกจากรั้วโรงเรียนไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่จงใจลงน้ำหนักก็ดังขนาบข้าง พร้อมกับเงาที่ทอดทับลงมาบังแสงแดดยามเย็น

“กูไปส่ง” เตอร์เอ่ยขึ้นห้วนๆ ตามสไตล์ แต่ดวงตาคมกลับมองตรงไปข้างหน้าไม่ได้หันมาสบตา

“ไม่ต้องหรอก... บ้านเราใกล้แค่นี้เอง เตอร์กลับไปพักผ่อนเถอะ” ต้นหอมตอบพลางลอบมองพลาสเตอร์ที่หางคิ้วคนตัวโต

“ใกล้ก็... จะไปส่ง มีไรป่ะ?”เตอร์หยุดก้าวเดินแล้วเลิกคิ้วมองกวนๆ ท่าทางดื้อรั้นนั้นทำให้ต้นหอมหลุดยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ เขาตัดสินใจเดินต่อไปโดยไม่ปฏิเสธซ้ำสอง ปล่อยให้ร่างสูงเดินเคียงข้างไปในจังหวะเดียวกัน ความเงียบระหว่างทางไม่ได้ชวนให้อึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำจายอยู่ในอากาศ

“เตอร์...” ต้นหอมเรียกทำลายความเงียบ

“เดินไปส่งแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิด คิดว่าเป็นแฟนกันหรอก”

ต้นหอมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หวังจะแหย่ให้คนตัวโตยอมแพ้ ทว่าเตอร์กลับชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาตรงๆ ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทแต่แฝงความนัยบางอย่าง

“แล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ?”

คำถามที่สวนกลับมาดื้อๆ ทำเอาต้นหอมสะดุดกึก หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่

“...บ้า!”ต้นหอมหนีสายตาคมคู่นั้นด้วยการจ้ำอ้าวเดินนำไปข้างหน้าทันที ทิ้งให้เตอร์หัวเราะร่าในลำคออย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้าวยาวๆ ตามไปติดๆ โดยไม่ยอมให้ระยะห่างเพิ่มขึ้นแม้แต่ก้าวเดียว

ระหว่างทาง ลมเย็นๆ พัดพากลิ่นดอกโมกริมถนนให้หอมชื่นใจ เงาของทั้งคู่ทอดยาวบนพื้นถนน เคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบในตอนแรกกลับไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป

“ทำไมเตอร์ชอบทำตัวเหมือนนักเลงนักล่ะ?” ต้นหอมถามขึ้นลอยๆ ขณะสายตาทอดมองไปตามเส้นทางข้างหน้า

“นักเลงตรงไหน... กูแค่ต้องปกป้องคนตัวเล็กๆ แบบมึงไง”เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง พลางถือวิสาสะพาดแขนหนักๆ ลงบนไหล่แคบของคนข้างตัว แรงดึงนั้นทำให้ไหล่ของทั้งคู่เบียดชิดกันจนต้นหอมได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ จากคนตัวโตชัดขึ้นกว่าเดิม

“ใครตัวเล็ก! เราสูงตามเกณฑ์นะเตอร์” ต้นหอมหันไปค้อนขวับใส่พลางแกล้งขยับไหล่หนี แต่แขนแกร่งนั้นกลับล็อคคอเขาไว้หลวมๆ อย่างหมั่นเขี้ยว จนสุดท้ายต้นหอมก็ต้องยอมปล่อยเลยตามเลย เดินเบียดไหล่กันไปแบบนั้น

“เออ... มึงนั่นแหละ” เตอร์ยักคิ้วกวนประสาท

“สังเกตป่ะล่ะ ว่ามึงเถียงกูทีไรไม่เคยชนะเลยซักครั้ง”

“ก็เพราะเธอมันคนพาลไง ใช้กำลังข่มขู่ตลอด” ต้นหอมบ่นอุบหน้างอน

“เปล่าหรอก...” เตอร์ผ่อนฝีเท้าลงจนเกือบจะหยุดเดิน เขาเหลือบมองคนข้างตัวด้วยสายตาที่ดูอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน

“ที่กูเถียงไม่... ก็เพราะอยากหาเรื่องคุยกับมึงให้นานกว่าเดิมหน่อยแค่นั้นแหละ”

คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนไม่มีช่องว่างให้ตั้งตัว ทำเอาต้นหอมชะงักกึก ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นปราดจากลำคอขึ้นไปถึงใบหู เขาแสร้งทำเป็นมองนกมองไม้เพื่อหลบสายตาคมคู่นั้นที่กำลังจ้องลงมา

“พูดบ้าอะไรเนี่ย...” ต้นหอมพึมพำเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำเอาต้นหอมชะงักงันไปชั่วขณะ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ หัวใจพองโตจนอึดอัดอยู่ในอก เขาแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ก็ไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย ทั้งคู่เดินถกเถียงกันเรื่องไร้สาระไปตลอดทางจนกระทั่งถึงหน้าบ้านของต้นหอม

“ถึงแล้ว... กลับไปได้แล้วนะ” ต้นหอมหันมาบอกพลางก้มหน้าหลบสายตา มือเรียวกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความประหม่า

“อืม...” เตอร์ตอบสั้นๆ เขายืนนิ่งเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง รอจนเห็นร่างโปร่งเดินเข้าบ้านและปิดประตูลงอย่างปลอดภัย

เด็กแสบแห่งห้องบ๊วยยืนมองประตูบานนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เขาเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับทางเดิมด้วยหัวใจที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่ามันกว้างขนาดไหน และนั่นอาจจะเป็นยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายปีของเขาเลยทีเดียว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกัน

    บทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกันณ ห้องเรียนมัธยมปลายชั้นสุดท้ายแสงแดดจัดจ้าของฤดูร้อนสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของห้องเรียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำ ละอองฝุ่นปลิวว่อนอยู่ในลำแสงคล้ายกับวันเวลาที่กำลังจะปลิวหายไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาอันครื้นเครงของเพื่อนร่วมห้องดังก้องไปทั่ว วันนี้ไม่ใช่แค่วันสุดท้ายของการเรียน แต่มันคือวันแห่งการทิ้งท้ายชีวิตวัยเยาว์ ก่อนที่แต่ละคนจะต้องโบยบินไปตามเส้นทางของตัวเองต้นหอมกับเตอร์นั่งเคียงข้างกันที่โต๊ะตัวเดิมที่นั่งมาตลอดเทอม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดที่เคยเป็นความลับ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยผ่านสายตาและท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างสัมผัสได้“ถามจริงเหอะ... สรุปมึงกับเตอร์ เป็นแฟนกันจริง ๆ ใช่ป่ะ?”เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรวบรวมความกล้าถามโพล่งขึ้นมากลางวง เสียงเจื้อยแจ้วในห้องเงียบลงชั่วขณะ ราวกับทุกคนกำลังเงี่ยหูรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลุบตามองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ “ใช่... เราเป็นแฟนกัน”คำตอบนั้นนิ่งสนิทแต่กลับเต็มไปด้วยควา

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)

    บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดีของเตอร์ แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาอ่อนโยนไปทั่วบริเวณ เสียงพัดลมไอเย็นครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงเรไรจากพุ่มไม้ด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ แม้จะเป็นค่ำคืนที่แสนธรรมดาในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สำหรับคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงผ้าใบสีเทาอ่อนในขณะนี้ ทุกวินาทีกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาลที่ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกลเตอร์รวบร่างโปร่งของต้นหอมเข้ามาไว้ในอ้อมกอดกว้าง แผ่นหลังบางพิงเข้ากับอกแกร่งที่อบอุ่นจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของต้นหอมอย่างแผ่วเบาปลายนิ้วกรีดกรายวนเวียนอยู่บนผิวเนียนละเอียดราวกับกำลังทะนุถนอมอัญมณีล้ำค่า เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าหากพลั้งมือออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด สัมผัสอันแสนเปราะบางและงดงามนี้จะสลายหายไปราวกับความฝันต้นหอมหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงอย่างสมบูรณ์ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ และความวุ่นวายใจทั้งหลายมลายหายไปสิ้นเมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมแขนที่แสนมั่นคงนี

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 17 ฉลองหลังสอบ

    บทที่ 17 ฉลองหลังสอบณ ห้องสอบช่วงบ่ายเสียงกริ่งยาวดังก้องไปทั่วตึกเรียน เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยเหล่านักเรียนออกจากพันธนาการของโจทย์วิชาอันแสนสาหัส เสียงเฮดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่อาจารย์ผู้คุมสอบประกาศอนุญาตให้เก็บอุปกรณ์และออกจากห้องสอบได้เตอร์รูดซิบกระเป๋าปากกาพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "โห... เหมือนยกภูเขาออกจากอกชิบหาย" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนข้างกายที่ยังคงเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบและใจเย็นผิดกับคนอื่น"ทำไมหน้าดูชิลล์จังวะ... มึงทำได้หมดเลยดิ?" เตอร์เอ่ยแซวพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ต้นหอมละสายตาจากสมุดจดมายิ้มบางให้คนถาม"ก็เตรียมตัวมาดีไง... ติวเตอร์เขาเก่งน่ะ""อวดป่ะเนี่ย" เตอร์หรี่ตามอง ทำท่าจะเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความหมั่นไส้ แต่ต้นหอมกลับหัวเราะร่าแล้วไหวตัวทัน เดินนำลิ่วออกจากห้องสอบไปเสียก่อน ทิ้งให้เตอร์รีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไปติด ๆบรรยากาศหน้าตึกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มเพื่อนฝูงต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบกันเสียงดังลั่น บ้างก็ทำหน้าโล่งอก บ้างก็บ่นอุบว่าทำไมคำตอบไม่ตรงกับเพื่อน ทันใดนั้น เพชร ก็โผล่เข้ามาโอบคอเตอร์ไว้แน่น"เฮ้ย! คื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษ

    บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษเช้าวันเสาร์ ณ บ้านของต้นหอมแสงแดดอุ่นจัดยามสายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีครีมเข้ามาทาบทับบนเตียงนอน ต้นหอมยันตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงพลางคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมากดต่อสายหาใครบางคนที่คาดว่าน่าจะยังจมกองผ้าห่มอยู่"เตอร์ วันนี้ว่างหรือเปล่า? มาติวหนังสือที่บ้านเราหน่อยสิ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ"ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียจัดติดจะแหบพร่า"โอย... ตื่นมาก็วิชาการเลยนะมึง ไม่คิดจะชวนแฟนไปเที่ยวบ้างหรือไง ชวนแต่ติว ติว ติว... สมองกูจะบวมเป็นดิกชันนารีแล้วเนี่ย"ต้นหอมหลุดขำแต่ก็รีบทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน "ก็มันใกล้สอบแล้วไง ถ้าไม่มาวันนี้ก็ไม่ต้องมาแล้วนะ จะมามั้ย?""โอเคค้าบบบ... ไปเดี๋ยวนี้แหละ ยอมแล้วครับคุณหนู รอเปิดประตูให้ด้วยนะ" เตอร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวางสายไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่คุ้นหูก็ดังสนั่นอยู่หน้าบ้าน แม่ของต้นหอมที่กำลังรดน้ำต้นไม้เดินออกมาเปิดประตูต้อนรับด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเป็นพิเศษ เพราะพักหลังมานี้ 'เจ้าเด็กแสบ' คนนี้ดูจะขยันผิดหูผิดตา"สวัสดีครับแม่" เตอร์ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เอาไว้ใช้มัดใจผู้ใหญ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบ

    บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบบรรยากาศยามเช้าในห้องเรียนเสียงกริ่งบอกเวลาพักคาบเพิ่งเงียบลงไป แต่ความวุ่นวายใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อครูประจำชั้นเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือ บรรยากาศที่เคยสดใสพลันหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา“อาทิตย์หน้าเราจะเริ่มสอบกลางภาคกันแล้วนะครูอยากให้ทุกคนดึงสมาธิกลับมา ตั้งใจสอบ และช่วยกันติวหน่อย อย่าให้มีใครต้องสอบซ่อมล่ะ”เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องทันที เพื่อนบางคนถึงกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก“โหครูคราวนี้เนื้อหายากชิบหายจะรอดมั้ยเนี่ย”ครูยิ้มละมุนพลางปรายตาไปทางร่างโปร่งที่นั่งหน้าสุด “ไม่ต้องห่วงหรอก ห้องเรามี ‘ต้นหอม’ อยู่ทั้งคน รับรองว่าถ้าพวกเธอตั้งใจฟังเขา ต้องผ่านแน่นอน”สิ้นคำพูดครู เพื่อนเกือบทั้งห้องก็หันมามองต้นหอมเป็นตาเดียวราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“โอ้โห! ฝากตัวด้วยนะเทพต้นหอม!”“ต้นหอม... ติวให้พวกกูด้วยนะเว้ย ไม่งั้นกลุ่มพวกกูตายเรียบแน่!”ต้นหอมยิ้มเก้อ ๆ ด้วยความเขินอายพลางพยักหน้ารับคำอย่างใจดี“โอเค ๆ เดี๋ยวเราช่วยสรุปให้ทุกคนเอง ไม่ต้องกลัวนะ”ทว่าที่มุมโต๊ะด้านข้าง... บรรยากาศกลับมาคุขึ้นมาดื้อ ๆ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูด

    บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูดช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหารแสงแดดยามเที่ยงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาปะทะกับไอร้อนของกลุ่มคนที่เบียดเสียด แม้เสียงจานชามและเสียงพูดคุยจะดังระงม แต่บรรยากาศที่โต๊ะมุมหนึ่งกลับเริ่มเย็นเยียบลงอย่างกะทันหันต้นหอมนั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานไปมาอย่างเลื่อนลอย พลางลอบสังเกตคนข้างกายผ่านหางตา เตอร์ที่เพิ่งจัดการมื้อเที่ยงเสร็จกำลังนั่งเหยียดขาพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ตามนิสัย ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นปรกติทว่าความสงบสุขเพียงชั่วครู่ก็ถูกพังทลายลง เมื่อกลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงห้าหกคนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขา ดวงตาของพวกเธอเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองมาที่ร่างสูง ในมือแต่ละคนต่างหอบหิ้วทั้งขวดน้ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวเย็นฉ่ำ และกล่องขนมผูกโบว์สีหวานดูประณีต“พี่เตอร์คะ... คือหนูชอบพี่มาก ๆ เลยค่ะ!” รุ่นน้องคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง“พี่เตอร์เท่มากเลยนะคะ เป็นนักเลงที่ใจดีสุด ๆ ไปเลย” อีกคนเสริมพร้อมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย “หนูอยากได้พี่เป็นแฟนจังเลยค่ะ รับน้ำหนูไว้หน่อยนะคะ”เสียงเจ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวง

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

    บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียนเสียงออดเลิกเรียนดังยาวกังวานไปทั่วอาคารเรียนไม้เก่าๆ นักเรียนพากันทยอยเก็บกระเป๋า บ้างก็รีบร้อนไปเรียนกวดวิชา บ้างก็เดินทอดน่องคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งหลุดพ้นจากชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ‘เตอร์’ เดินนำพรรคพวกกลุ่มใหญ่ออกมาทางหน้าโรงเรียน ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวปล่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 2 ติวหนังสือ

    บทที่ 2 ติวหนังสือ บรรยากาศช่วงบ่ายในห้องเรียนเต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่ชวนให้ง่วงงุน แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นลำแสง ละอองฝุ่นเล็กๆ เต้นระบำอยู่ในอากาศ ต้นหอมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม มือเรียวบรรจงจัดวางสมุดเล่มหนาและเปิดตำราเรียนค้างไว้เขาลอบเหลือบมองร่างสูงข้างกายที่ยังคงจมดิ่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 1 ย้ายห้อง

    บทที่ 1 ย้ายห้องเช้าวันจันทร์ที่ดวงอาทิตย์ทำงานหนักเกินหน้าที่ แสงแดดแผดเผาจนไอร้อนระเหยขึ้นจากพื้นคอนกรีต ภายในห้องพักครูที่ควรจะเย็นสบาย กลับมีเพียงสายลมเอื่อยเฉื่อยจากพัดลมเพดานที่หมุนวนอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ต้นหอม’ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานเก่า ใบหน้าขาวใสเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาเรียวรีทอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status