Home / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

Share

บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-02-11 13:50:47

บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

เสียงออดเลิกเรียนดังยาวกังวานไปทั่วอาคารเรียนไม้เก่าๆ นักเรียนพากันทยอยเก็บกระเป๋า บ้างก็รีบร้อนไปเรียนกวดวิชา บ้างก็เดินทอดน่องคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งหลุดพ้นจากชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ

‘เตอร์’ เดินนำพรรคพวกกลุ่มใหญ่ออกมาทางหน้าโรงเรียน ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวปล่อยชายหลุดลุ่ยตามสไตล์กางเกงนักเรียนที่ดึงรั้งจนสั้นผิดระเบียบ แผ่นหลังกว้างและจังหวะการเดินที่ดูนักเลงโตทำให้คนรอบข้างต่างพากันแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ

“เออ วันนี้ไปร้านเดิมป่ะวะ หิวโซเลยเนี่ย” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยชวนพร้อมเสียงหัวเราะ

“ไปดิ กูก็หิวเหมือนกัน” เตอร์พยักหน้าตอบรับ พลางขยับข้อมือวอร์มร่างกายราวกับมีพลังงานล้นเหลือที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย

ทว่า... ความสงบสุขของพวกเขามักจะสั้นเสมอ เมื่อมาถึงมุมถนนเปลี่ยวท้ายซอย กลุ่มอริต่างสถาบันที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันก็ยืนขวางทางอยู่ แววตาแต่ละคนฉายชัดถึงความอาฆาต บรรยากาศรอบข้างพลันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการปะทะ

“วันนี้มึงไม่รอดแน่ไอ้เตอร์! กูจะจัดหนักให้หายซ่าเลย”สิ้นคำท้าทายเพียงเสี้ยววินาที หมัดแรกก็พุ่งเข้าใส่กันทันที เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวาน ‘ตุบ! ตับ!’ สลับกับเสียงสบถอย่างบ้าคลั่ง เตอร์แลกหมัดต่อหมัดด้วยความชำนาญ แม้จะถูกรุมแต่เขาก็ยังยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้เพื่อนในกลุ่ม

“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ตำรวจมา!”เสียงตะโกนก้องซอย พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ ทำเอาเหล่านักเรียนนักเลงที่กำลังนัวเนียกันอยู่ขวัญกระเจิง ต่างคนต่างแยกย้ายวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง

“โอ๊ย!”

เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งที่เสียหลักล้มลง โดยมีเตอร์ถลันเข้าประคองไว้ตามสัญชาตญาณ จนล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกันทั้งคู่ แรงกระแทกทำให้เขามึนหัวไปวูบหนึ่ง แต่สัมผัสที่คุ้นเคยในอ้อมแขนทำเอาเตอร์ชะงักไป... กลิ่นสะอาดจางๆ แบบนี้มีแค่คนเดียวที่เขาจำได้ขึ้นใจ

“ลุกได้แล้ว! หนัก...” เตอร์คำรามเบาๆ ในลำคอเพื่อซ่อนอาการใจสั่น เขาพยายามฝืนทำหน้าดุ แต่ในใจกลับวูบไหวเมื่อเห็นว่าเป็นต้นหอมที่กำลังนอนมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างสั่นระริก

“ขอโทษครับ! ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ” ต้นหอมรีบลนลานขยับตัวลุกขึ้น พลางใช้มี่ปัดเศษฝุ่นบนหน้าอกและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยอาการลนลาน แต่แล้วสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับรอยแผลสดๆ ที่เริ่มมีเลือดซึมบนโหนกแก้มของใบหน้าคมเข้ม

“นี่...ทำไมมีแต่รอยช้ำ? เตอร์ไปโดนอะไรมา!” ต้นหอมก้าวตามไปดักหน้าไว้พลางจ้องเขม็งไปที่รอยแผลด้วยความกังวล น้ำเสียงของเขาไม่ได้นุ่มนวลเหมือนตอนติวหนังสือ แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่ยอมความ

เตอร์รีบเบือนหน้าหนี ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาพยายามหลบซ่อนความอ่อนแอและความเหนื่อยล้าที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในใจ ไม่อยากให้คนตรงหน้าต้องมาเห็นเขาในสภาพที่ดูไม่ได้แบบนี้

“อย่ามายุ่ง...” เขาสะบัดเสียงห้วนก้องตรอกแคบๆ ก่อนจะพยายามเบี่ยงตัวเดินหนี แผ่นหลังที่เคยดูทะนงตัวตอนนี้กลับดูสั่นไหวเล็กน้อยจากอาการหอบเหนื่อยและการบาดเจ็บ

ทว่ามือเรียวที่ดูเหมือนจะไม่มีแรงกลับคว้าข้อมือของเตอร์ไว้แน่นอย่างไม่กลัวเกรง แรงบีบนั้นหนักแน่นพอที่จะฉุดร่างสูงใหญ่ให้ชะงักกึก

“รอก่อน! ผมจะทำแผลให้”

“ปล่อยกู! บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไงวะ!” เตอร์ตวาดลั่นพลางขืนตัวออกสุดแรงหวังจะสลัดให้หลุด แต่เมื่อเขาจงใจก้มลงไปมองขวางใส่คนตัวเล็กกว่า เขากลับต้องเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง เมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวที่ฉายแววดื้อดึงและเป็นห่วงอย่างจริงจังอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร เตอร์รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมันละลายหายไปเสียดื้อๆ ความแข็งกร้าวที่มีพังทลายลงเพียงเพราะสายตาคู่เดียว

“ไม่ปล่อย! จนกว่าจะยอมให้ทำแผล” ต้นหอมย้ำเสียงแข็ง เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง แสดงให้เห็นว่าต่อให้โดนด่าเขาก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด

สุดท้ายหัวโจกห้องบ๊วยก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ที่เคยตั้งตึงลู่ลงอย่างคนยอมแพ้ เขายอมเดินตามแรงดึงของเด็กเนิร์ดไปยังม้านั่งลับตาคนข้างร้านขายยาเล็กๆ โดยที่ข้อมือหนายังคงถูกมือเรียวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย เตอร์ลอบมองแผ่นหลังโปร่งของคนข้างหน้าพลางคิดในใจว่า... คนตัวแค่นี้ไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหนกัน

เมื่อนั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวเก่า ต้นหอมก็เริ่มเปิดถุงยาที่เพิ่งซื้อมา มือเย็นชื้นของเขาค่อยๆ แตะลงบนใบหน้าของเตอร์อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนเสียจนคนตัวโตเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ต้นหอมบรรจงใช้สำลีชุบน้ำเกลือซับรอยเลือดอย่างระมัดระวัง ดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นจดจ้องอยู่ที่บาดแผลด้วยความจริงจัง ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขาลดขนาดลงเหลือเพียงรอยช้ำบนหน้าของคนตรงหน้า จนเตอร์เองก็เริ่มวางตัวไม่ถูก เขาทำได้เพียงลอบมองอาการตั้งอกตั้งใจนั้นเงียบๆ

“โอ๊ย... เบาๆ หน่อย เจ็บนะเว้ย” เตอร์บ่นพึมพำ ใบหน้าคมเหยเกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบของสำลีแตะโดนแผลสด

ต้นหอมหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นยิ้มที่เตอร์ไม่เคยเห็น มันดูอ่อนโยนและขี้เล่นในเวลาเดียวกัน

“เวลาไปต่อยกัน ไม่เห็นจะบ่นเจ็บแบบนี้เลยนะครับ?”

“ยุ่ง! วุ่นวายจริงมึงเนี่ย!” เตอร์หรี่ตามองพลางทำหน้ายักษ์ใส่ แต่ปฏิกิริยาของเขากลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยดุดันกลับมีสีระเรื่อลามไปถึงใบหูเพราะความขัดเขินที่ปกปิดไม่มิด

“ผมไม่ได้อยากยุ่งหรอกครับ... แค่สงสาร”

คำว่า ‘สงสาร’ ทำให้เตอร์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไหววูบเหมือนถูกจี้ใจดำ เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนจะลุกพรวดขึ้น แรงเหวี่ยงจากการลุกทำให้ม้านั่งไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดจนต้นหอมสะดุ้ง

“ไม่ต้องมาสงสาร กูไม่ใช่เด็กเล็กๆ” น้ำเสียงของเขาดูแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเหมือนพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง

พูดจบเขาก็เดินหันหลังหนีไปทันที ฝีเท้าของเขาดูรีบร้อนเหมือนกำลังวิ่งหนีความรู้สึกบางอย่าง ทิ้งให้ต้นหอมยืนถือสำลีค้างไว้ในอากาศ มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยความรู้สึกสับสน และบรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง

ต้นหอมเดินกลับบ้านในความเงียบ แสงอาทิตย์อัสดงย้อมฟ้าเป็นสีส้มเข้มจนดูเหงาจับใจ เขาคิดถึงแววตาของเตอร์ในตอนนั้น... มันไม่ใช่แววตาของคนกร้าวร้าว แต่มันดูเหมือนคนที่กำลังหลงทางและต้องแบกรับอะไรบางอย่างเอาไว้เพียงลำพัง

เขาไม่รู้เลยว่า... ในขณะที่เขากำลังเดินเข้าบ้านไปนั้น ร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งเดินหนีไป กลับแอบเดินตามหลังเขามาอยู่ห่างๆ ตลอดทาง เตอร์ยืนหลบอยู่ในเงามืดหน้าบ้านของต้นหอมจนกระทั่งเห็นไฟในห้องนอนสว่างขึ้น เขาถึงได้ยอมหันหลังกลับบ้านของตัวเองทางอีกฟั่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ

พาร์ทเตอร์

ผมเกลียดเวลาที่ตัวเองต้องดูแย่แบบนี้... เกลียดที่ต้องแสดงออกว่าเจ็บ หรืออ่อนแอให้ใครเห็นในโลกของผม ความอ่อนแอคือบาป ถ้าผมล้ม... จะไม่มีใครช่วยพยุง แต่จะมีคนเหยียบซ้ำ ผมเลยต้องสร้างเปลือกนอกที่ดูแข็งแกร่ง ต้องกำหมัดให้แน่นเข้าไว้ แม้ใจข้างในจะสั่นจนอยากจะร้องไห้ออกมาก็ตาม

ตอนที่ชนกับต้นหอม ผมแค่ไม่อยากให้เขาเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของผม ไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้เรื่องสกปรกๆ แบบนี้แต่แปลก... ทำไมเด็กเนิร์ดคนนั้นถึงไม่ยอมปล่อยมือผม? ทั้งที่ผมตะคอกใส่ ทั้งที่ผมทำตัวรั้นขนาดนั้น เขากลับมองผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงจริงๆ ไม่ใช่การมองแบบสมเพชหรือหัวเราะเยาะเหมือนที่คนอื่นทำเขาสงสารผมจริงๆ เหรอ? หรือเขาแค่เป็นคนใจดีแบบนี้กับทุกคน?

ผมไม่รู้เลย... แต่ในตอนที่นิ้วเย็นๆ ของเขาแตะลงบนหน้าผม ความเจ็บมันกลับจางลงอย่างประหลาด บางที... ลึกๆ แล้วผมอาจจะแค่ต้องการใครสักคนที่มองเห็นตัวตนจริงๆ ของผมใต้รอยแผลพวกนี้

ผมยังกลัว... กลัวว่าถ้าผมเปิดใจไปแล้ว เขาจะเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าผมไม่ได้เท่หรือเก่งอย่างที่ใครๆ คิด

ผมไม่อยากเป็นภาระใครหรอก แต่ถ้าการมีใครสักคนคอยทำแผลให้แบบนี้... บางทีมันก็คงไม่เลวร้ายเท่าไหร่ใช่ไหม?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะ

    บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะหลังจากก้าวพ้นความพลุกพล่านของห้างสรรพสินค้า ทั้งคู่จูงมือกันเดินลัดเลาะมาจนถึงสวนสาธารณะที่เงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาตามทางเดินสาดกระทบใบไม้เกิดเป็นเงาวูบวาบ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสลัวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเตอร์หยุดเดินกะทันหัน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่สั่นเครือ“กู... มีเรื่องอยากจะคุยกับมึงหน่อย”ต้นหอมหยุดฝีเท้าตามพลางเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไป “มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ? ทำไมหน้าเครียดจัง”ร่างสูงไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับก้าวเข้ามาหาจนระยะห่างลดน้อยลง ดวงตาคมกริบที่มักจะดูดุดัน บัดนี้กลับสั่นไหวและฉายแววจริงจังจนต้นหอมรู้สึกหายใจติดขัด“กูไม่รู้จะพูดยังไงให้มึงเข้าใจหมด แต่วันนี้กูแน่ใจแล้ว...” เตอร์เว้นวรรคไปอึดใจหนึ่งเพื่อรวบรวมความกล้า“กูชอบมึงว่ะต้นหอม ชอบ... มากกว่าที่เพื่อนเขาชอบกัน”คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่มีการอ้อมค้อมทำเอาต้นหอมนิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความร้อนวูบวาบพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าจนห้ามไม่อยู่ เขาทำอะไรไม่ถูกจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวัง

    บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวังหลังจากลิ้มรสความหวานละมุนของเค้กช็อกโกแลตจนหมดจาน ต้นหอมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เขาลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินกลับบ้านตามลำพังเหมือนทุกวัน ทว่าร่างสูงของเตอร์กลับก้าวมาดักหน้าไว้ด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาคมกริบคู่นั้นดูจริงจังจนน่าประหลาด“กูไปส่งมึงดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น เป็นน้ำเสียงเชิงคำสั่งที่ไม่ได้เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียว” ต้นหอมท้วง“ไม่เอา... กูจะไปส่ง” เตอร์ย้ำคำเดิมพลางคว้ากระเป๋าของต้นหอมไปถือไว้เองเสียดื้อๆ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ได้แต่เดินตามแรงดึงดูดของอีกฝ่ายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปบนถนนที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงไฟถนนสีส้มสลัววาววับสะท้อนหยดน้ำค้างบนพื้น ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีหมึกตัดกับเสียงเครื่องยนต์และฝีเท้าของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบจนกระทั่งถึงหัวมุมแยกใกล้บ้านต้นหอม...เงาทมิฬของชายสามคนในชุดมอซอที่ยืนสูบบุหรี่ขวางทางเดินอยู่ทำให้ต้นหอมรู้สึกใจคอไม่ดี หนึ่งในนั้นพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เฮ้ย

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

    บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวเช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนละมุนที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนของต้นหอม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมพัดเอื่อย บรรยากาศภายนอกดูสงบและสดชื่นผิดกับภายในใจของต้นหอมที่ยังคงว้าวุ่นไม่หยุดเขานั่งเหม่ออยู่บนเตียง สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ ทั้งตอนที่เตอร์พาไปกินไอศกรีม และจังหวะที่นิ้วหนาบรรจงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างแผ่วเบา ท่าทางกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ทำให้หัวใจของต้นหอมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย...” เขาพึมพำกับตัวเองพลางใช้หมอนปิดหน้า พยายามผลักไสความรู้สึกซับซ้อนนี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกทีเมื่อก้าวเท้าออกจากรั้วบ้าน ต้นหอมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาในชุดนักเรียนยืนพิงกำแพงรออยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยากแต้มอยู่บนใบหน้าคมคายของเตอร์“เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย?” ต้นหอมถามด้วยความตกใจผสมปนเปกับความสงสัย เขามองร่างสูงที่ยืนอยู่ แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบหน้าคมทำให

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 6 บอลเดือด

    บทที่ 6 บอลเดือดบรรยากาศที่สนามฟุตบอลหลังตึกเรียนยามบ่าย อบอวลไปด้วยไอแดดที่ร้อนระอุจนผิวแทบไหม้ แต่ความร้อนแรงของอากาศยังสู้ความดุเดือดในสนามไม่ได้ เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์จากนักเรียนหลายสิบชีวิตดังระงม บ่งบอกว่าการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างห้องกำลังเข้มข้นถึงขีดสุดท่ามกลางผู้เล่นนับสิบคน ‘เตอร์’ โดดเด่นขึ้นมาในชุดเสื้อยืดสีกรมท่าที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เขาเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง วิ่งไล่บอลด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง นัยน์ตาคมกริบจดจ่ออยู่กับเกมจนดูเหมือนโลกทั้งใบของเขามีเพียงลูกฟุตบอลกลมๆ ลูกเดียว โดยไม่สนเสียงกรี๊ดของสาวๆ ข้างสนามที่ดังขึ้นทุกครั้งยามที่เขาเลี้ยงหลบคู่แข่งอย่างเหนือชั้นที่ขอบรั้วฝั่งตรงข้าม ‘ต้นหอม’ ยืนกำรั้วเหล็กแน่นจนมือชื้นเหงื่อ แม้เขาจะพยายามบอกเพื่อนที่ยืนข้างๆ ว่า “แค่ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อ” แต่สายตาเรียวกลับไม่เคยละไปจากร่างสูงในสนามได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกจังหวะที่เตอร์ขยับกาย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะนั้นไปด้วย“เตอร์เวลาเล่นบอลดูดีชะมัดเลยว่าไหมมึง... เท่อย่างกับคนละคนกับตอนนั่งหลังห้องเลย”เสียงเพื่อนสนิทที่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาเรียวใสดูปรือปรอยพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ“โอ๊ย... ง่วงชะมัดเลย”เขากระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่น ในหัวนึกตำหนิตัวเองที่เมื่อคืนเผลอไผลนั่งดูซีรีส์ยาวจนดึกดื่น พอต้องมาเจออากาศขมุกขมัวแบบนี้ สติของเขาแทบจะหลุดลอยไปตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้าโรงเรียนที่มุมหน้าต่างที่ประจำ เตอร์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเสียบหูฟังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองออกไปข้างนอกที่มีแต่เงาเมฆหม่นเศร้าพาดผ่านท้องฟ้า เขาดูตัดขาดจากเสียงเอะอะของเพื่อนในกลุ่มที่กำลังถกเถียงเรื่องเกมกันอย่างออกรส ทว่าพอหันมาเห็นร่างโปร่งที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในคลองสายตา เขาก็เอ่ยทักขึ้นทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ“เดี๋ยวฝนตกแน่” น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นดึงความสนใจของต้นหอมไปได้ทันทีต้นหอมหยุดกึกพลางเลิกคิ้วมองอ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

    บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันยอดฮิต เลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์โฆษณาชิ้นหนึ่ง‘นมรสสตรอเบอร์รี่รสใหม่นำเข้า กลิ่นหอมหวานละมุน มีจำหน่ายเฉพาะบางสาขาเท่านั้น!’ภาพนมกล่องสีชมพูหวานแหววดูน่าลิ้มลองจนต้นหอมอดไม่ได้ที่จะตาโต ประกายในดวงตาเรียวใสกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาเป็นพวกแพ้อะไรที่เป็นรสสตรอเบอร์รี่อยู่แล้ว ยิ่งหาซื้อยากเขายิ่งอยากลอง ปลายนิ้วรีบกดแชร์โพสต์ลงในสตอรี่ส่วนตัวทันที พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า“นมรสนี้น่าลองจัง แต่ท่าทางจะหายากสุดๆ เลยแฮะ” พ่วงด้วยอีโมจิรูปหน้าแมวร้องไห้หนึ่งตัวเขาไม่ได้คาดหวังให้ใครมาตอบ แค่โพสต์บ่นไปตามประสา ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าขณะเข้าสู่ห้วงฝันโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status