Home / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

Share

บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

Author: Tawan miki
last update publish date: 2026-02-11 13:50:47

บทที่ 3 เรื่องวุ่นหลังเลิกเรียน

เสียงออดเลิกเรียนดังยาวกังวานไปทั่วอาคารเรียนไม้เก่าๆ นักเรียนพากันทยอยเก็บกระเป๋า บ้างก็รีบร้อนไปเรียนกวดวิชา บ้างก็เดินทอดน่องคุยกันตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งหลุดพ้นจากชั่วโมงเรียนอันแสนน่าเบื่อ

‘เตอร์’ เดินนำพรรคพวกกลุ่มใหญ่ออกมาทางหน้าโรงเรียน ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวปล่อยชายหลุดลุ่ยตามสไตล์กางเกงนักเรียนที่ดึงรั้งจนสั้นผิดระเบียบ แผ่นหลังกว้างและจังหวะการเดินที่ดูนักเลงโตทำให้คนรอบข้างต่างพากันแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ

“เออ วันนี้ไปร้านเดิมป่ะวะ หิวโซเลยเนี่ย” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยชวนพร้อมเสียงหัวเราะ

“ไปดิ กูก็หิวเหมือนกัน” เตอร์พยักหน้าตอบรับ พลางขยับข้อมือวอร์มร่างกายราวกับมีพลังงานล้นเหลือที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย

ทว่า... ความสงบสุขของพวกเขามักจะสั้นเสมอ เมื่อมาถึงมุมถนนเปลี่ยวท้ายซอย กลุ่มอริต่างสถาบันที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันก็ยืนขวางทางอยู่ แววตาแต่ละคนฉายชัดถึงความอาฆาต บรรยากาศรอบข้างพลันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการปะทะ

“วันนี้มึงไม่รอดแน่ไอ้เตอร์! กูจะจัดหนักให้หายซ่าเลย”สิ้นคำท้าทายเพียงเสี้ยววินาที หมัดแรกก็พุ่งเข้าใส่กันทันที เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวาน ‘ตุบ! ตับ!’ สลับกับเสียงสบถอย่างบ้าคลั่ง เตอร์แลกหมัดต่อหมัดด้วยความชำนาญ แม้จะถูกรุมแต่เขาก็ยังยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้เพื่อนในกลุ่ม

“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ตำรวจมา!”เสียงตะโกนก้องซอย พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ ทำเอาเหล่านักเรียนนักเลงที่กำลังนัวเนียกันอยู่ขวัญกระเจิง ต่างคนต่างแยกย้ายวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง

“โอ๊ย!”

เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งที่เสียหลักล้มลง โดยมีเตอร์ถลันเข้าประคองไว้ตามสัญชาตญาณ จนล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกันทั้งคู่ แรงกระแทกทำให้เขามึนหัวไปวูบหนึ่ง แต่สัมผัสที่คุ้นเคยในอ้อมแขนทำเอาเตอร์ชะงักไป... กลิ่นสะอาดจางๆ แบบนี้มีแค่คนเดียวที่เขาจำได้ขึ้นใจ

“ลุกได้แล้ว! หนัก...” เตอร์คำรามเบาๆ ในลำคอเพื่อซ่อนอาการใจสั่น เขาพยายามฝืนทำหน้าดุ แต่ในใจกลับวูบไหวเมื่อเห็นว่าเป็นต้นหอมที่กำลังนอนมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างสั่นระริก

“ขอโทษครับ! ผม...ผมไม่ได้ตั้งใจ” ต้นหอมรีบลนลานขยับตัวลุกขึ้น พลางใช้มี่ปัดเศษฝุ่นบนหน้าอกและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยอาการลนลาน แต่แล้วสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับรอยแผลสดๆ ที่เริ่มมีเลือดซึมบนโหนกแก้มของใบหน้าคมเข้ม

“นี่...ทำไมมีแต่รอยช้ำ? เตอร์ไปโดนอะไรมา!” ต้นหอมก้าวตามไปดักหน้าไว้พลางจ้องเขม็งไปที่รอยแผลด้วยความกังวล น้ำเสียงของเขาไม่ได้นุ่มนวลเหมือนตอนติวหนังสือ แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่ยอมความ

เตอร์รีบเบือนหน้าหนี ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาพยายามหลบซ่อนความอ่อนแอและความเหนื่อยล้าที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในใจ ไม่อยากให้คนตรงหน้าต้องมาเห็นเขาในสภาพที่ดูไม่ได้แบบนี้

“อย่ามายุ่ง...” เขาสะบัดเสียงห้วนก้องตรอกแคบๆ ก่อนจะพยายามเบี่ยงตัวเดินหนี แผ่นหลังที่เคยดูทะนงตัวตอนนี้กลับดูสั่นไหวเล็กน้อยจากอาการหอบเหนื่อยและการบาดเจ็บ

ทว่ามือเรียวที่ดูเหมือนจะไม่มีแรงกลับคว้าข้อมือของเตอร์ไว้แน่นอย่างไม่กลัวเกรง แรงบีบนั้นหนักแน่นพอที่จะฉุดร่างสูงใหญ่ให้ชะงักกึก

“รอก่อน! ผมจะทำแผลให้”

“ปล่อยกู! บอกว่าไม่ต้องมายุ่งไงวะ!” เตอร์ตวาดลั่นพลางขืนตัวออกสุดแรงหวังจะสลัดให้หลุด แต่เมื่อเขาจงใจก้มลงไปมองขวางใส่คนตัวเล็กกว่า เขากลับต้องเป็นฝ่ายชะงักเสียเอง เมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวที่ฉายแววดื้อดึงและเป็นห่วงอย่างจริงจังอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใคร เตอร์รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมันละลายหายไปเสียดื้อๆ ความแข็งกร้าวที่มีพังทลายลงเพียงเพราะสายตาคู่เดียว

“ไม่ปล่อย! จนกว่าจะยอมให้ทำแผล” ต้นหอมย้ำเสียงแข็ง เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง แสดงให้เห็นว่าต่อให้โดนด่าเขาก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด

สุดท้ายหัวโจกห้องบ๊วยก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่ที่เคยตั้งตึงลู่ลงอย่างคนยอมแพ้ เขายอมเดินตามแรงดึงของเด็กเนิร์ดไปยังม้านั่งลับตาคนข้างร้านขายยาเล็กๆ โดยที่ข้อมือหนายังคงถูกมือเรียวกุมไว้ไม่ยอมปล่อย เตอร์ลอบมองแผ่นหลังโปร่งของคนข้างหน้าพลางคิดในใจว่า... คนตัวแค่นี้ไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหนกัน

เมื่อนั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวเก่า ต้นหอมก็เริ่มเปิดถุงยาที่เพิ่งซื้อมา มือเย็นชื้นของเขาค่อยๆ แตะลงบนใบหน้าของเตอร์อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนเสียจนคนตัวโตเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ต้นหอมบรรจงใช้สำลีชุบน้ำเกลือซับรอยเลือดอย่างระมัดระวัง ดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นจดจ้องอยู่ที่บาดแผลด้วยความจริงจัง ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขาลดขนาดลงเหลือเพียงรอยช้ำบนหน้าของคนตรงหน้า จนเตอร์เองก็เริ่มวางตัวไม่ถูก เขาทำได้เพียงลอบมองอาการตั้งอกตั้งใจนั้นเงียบๆ

“โอ๊ย... เบาๆ หน่อย เจ็บนะเว้ย” เตอร์บ่นพึมพำ ใบหน้าคมเหยเกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบของสำลีแตะโดนแผลสด

ต้นหอมหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นยิ้มที่เตอร์ไม่เคยเห็น มันดูอ่อนโยนและขี้เล่นในเวลาเดียวกัน

“เวลาไปต่อยกัน ไม่เห็นจะบ่นเจ็บแบบนี้เลยนะครับ?”

“ยุ่ง! วุ่นวายจริงมึงเนี่ย!” เตอร์หรี่ตามองพลางทำหน้ายักษ์ใส่ แต่ปฏิกิริยาของเขากลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยดุดันกลับมีสีระเรื่อลามไปถึงใบหูเพราะความขัดเขินที่ปกปิดไม่มิด

“ผมไม่ได้อยากยุ่งหรอกครับ... แค่สงสาร”

คำว่า ‘สงสาร’ ทำให้เตอร์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาไหววูบเหมือนถูกจี้ใจดำ เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงก่อนจะลุกพรวดขึ้น แรงเหวี่ยงจากการลุกทำให้ม้านั่งไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดจนต้นหอมสะดุ้ง

“ไม่ต้องมาสงสาร กูไม่ใช่เด็กเล็กๆ” น้ำเสียงของเขาดูแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีเหมือนพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง

พูดจบเขาก็เดินหันหลังหนีไปทันที ฝีเท้าของเขาดูรีบร้อนเหมือนกำลังวิ่งหนีความรู้สึกบางอย่าง ทิ้งให้ต้นหอมยืนถือสำลีค้างไว้ในอากาศ มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยความรู้สึกสับสน และบรรยากาศรอบตัวก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง

ต้นหอมเดินกลับบ้านในความเงียบ แสงอาทิตย์อัสดงย้อมฟ้าเป็นสีส้มเข้มจนดูเหงาจับใจ เขาคิดถึงแววตาของเตอร์ในตอนนั้น... มันไม่ใช่แววตาของคนกร้าวร้าว แต่มันดูเหมือนคนที่กำลังหลงทางและต้องแบกรับอะไรบางอย่างเอาไว้เพียงลำพัง

เขาไม่รู้เลยว่า... ในขณะที่เขากำลังเดินเข้าบ้านไปนั้น ร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งเดินหนีไป กลับแอบเดินตามหลังเขามาอยู่ห่างๆ ตลอดทาง เตอร์ยืนหลบอยู่ในเงามืดหน้าบ้านของต้นหอมจนกระทั่งเห็นไฟในห้องนอนสว่างขึ้น เขาถึงได้ยอมหันหลังกลับบ้านของตัวเองทางอีกฟั่งหนึ่งอย่างเงียบเชียบ

พาร์ทเตอร์

ผมเกลียดเวลาที่ตัวเองต้องดูแย่แบบนี้... เกลียดที่ต้องแสดงออกว่าเจ็บ หรืออ่อนแอให้ใครเห็นในโลกของผม ความอ่อนแอคือบาป ถ้าผมล้ม... จะไม่มีใครช่วยพยุง แต่จะมีคนเหยียบซ้ำ ผมเลยต้องสร้างเปลือกนอกที่ดูแข็งแกร่ง ต้องกำหมัดให้แน่นเข้าไว้ แม้ใจข้างในจะสั่นจนอยากจะร้องไห้ออกมาก็ตาม

ตอนที่ชนกับต้นหอม ผมแค่ไม่อยากให้เขาเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของผม ไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้เรื่องสกปรกๆ แบบนี้แต่แปลก... ทำไมเด็กเนิร์ดคนนั้นถึงไม่ยอมปล่อยมือผม? ทั้งที่ผมตะคอกใส่ ทั้งที่ผมทำตัวรั้นขนาดนั้น เขากลับมองผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงจริงๆ ไม่ใช่การมองแบบสมเพชหรือหัวเราะเยาะเหมือนที่คนอื่นทำเขาสงสารผมจริงๆ เหรอ? หรือเขาแค่เป็นคนใจดีแบบนี้กับทุกคน?

ผมไม่รู้เลย... แต่ในตอนที่นิ้วเย็นๆ ของเขาแตะลงบนหน้าผม ความเจ็บมันกลับจางลงอย่างประหลาด บางที... ลึกๆ แล้วผมอาจจะแค่ต้องการใครสักคนที่มองเห็นตัวตนจริงๆ ของผมใต้รอยแผลพวกนี้

ผมยังกลัว... กลัวว่าถ้าผมเปิดใจไปแล้ว เขาจะเปลี่ยนไปเมื่อรู้ว่าผมไม่ได้เท่หรือเก่งอย่างที่ใครๆ คิด

ผมไม่อยากเป็นภาระใครหรอก แต่ถ้าการมีใครสักคนคอยทำแผลให้แบบนี้... บางทีมันก็คงไม่เลวร้ายเท่าไหร่ใช่ไหม?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกัน

    บทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกันณ ห้องเรียนมัธยมปลายชั้นสุดท้ายแสงแดดจัดจ้าของฤดูร้อนสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของห้องเรียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำ ละอองฝุ่นปลิวว่อนอยู่ในลำแสงคล้ายกับวันเวลาที่กำลังจะปลิวหายไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาอันครื้นเครงของเพื่อนร่วมห้องดังก้องไปทั่ว วันนี้ไม่ใช่แค่วันสุดท้ายของการเรียน แต่มันคือวันแห่งการทิ้งท้ายชีวิตวัยเยาว์ ก่อนที่แต่ละคนจะต้องโบยบินไปตามเส้นทางของตัวเองต้นหอมกับเตอร์นั่งเคียงข้างกันที่โต๊ะตัวเดิมที่นั่งมาตลอดเทอม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดที่เคยเป็นความลับ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยผ่านสายตาและท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างสัมผัสได้“ถามจริงเหอะ... สรุปมึงกับเตอร์ เป็นแฟนกันจริง ๆ ใช่ป่ะ?”เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรวบรวมความกล้าถามโพล่งขึ้นมากลางวง เสียงเจื้อยแจ้วในห้องเงียบลงชั่วขณะ ราวกับทุกคนกำลังเงี่ยหูรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลุบตามองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ “ใช่... เราเป็นแฟนกัน”คำตอบนั้นนิ่งสนิทแต่กลับเต็มไปด้วยควา

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)

    บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดีของเตอร์ แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาอ่อนโยนไปทั่วบริเวณ เสียงพัดลมไอเย็นครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงเรไรจากพุ่มไม้ด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ แม้จะเป็นค่ำคืนที่แสนธรรมดาในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สำหรับคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงผ้าใบสีเทาอ่อนในขณะนี้ ทุกวินาทีกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาลที่ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกลเตอร์รวบร่างโปร่งของต้นหอมเข้ามาไว้ในอ้อมกอดกว้าง แผ่นหลังบางพิงเข้ากับอกแกร่งที่อบอุ่นจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของต้นหอมอย่างแผ่วเบาปลายนิ้วกรีดกรายวนเวียนอยู่บนผิวเนียนละเอียดราวกับกำลังทะนุถนอมอัญมณีล้ำค่า เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าหากพลั้งมือออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด สัมผัสอันแสนเปราะบางและงดงามนี้จะสลายหายไปราวกับความฝันต้นหอมหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงอย่างสมบูรณ์ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ และความวุ่นวายใจทั้งหลายมลายหายไปสิ้นเมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมแขนที่แสนมั่นคงนี

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 17 ฉลองหลังสอบ

    บทที่ 17 ฉลองหลังสอบณ ห้องสอบช่วงบ่ายเสียงกริ่งยาวดังก้องไปทั่วตึกเรียน เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยเหล่านักเรียนออกจากพันธนาการของโจทย์วิชาอันแสนสาหัส เสียงเฮดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่อาจารย์ผู้คุมสอบประกาศอนุญาตให้เก็บอุปกรณ์และออกจากห้องสอบได้เตอร์รูดซิบกระเป๋าปากกาพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "โห... เหมือนยกภูเขาออกจากอกชิบหาย" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนข้างกายที่ยังคงเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบและใจเย็นผิดกับคนอื่น"ทำไมหน้าดูชิลล์จังวะ... มึงทำได้หมดเลยดิ?" เตอร์เอ่ยแซวพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ต้นหอมละสายตาจากสมุดจดมายิ้มบางให้คนถาม"ก็เตรียมตัวมาดีไง... ติวเตอร์เขาเก่งน่ะ""อวดป่ะเนี่ย" เตอร์หรี่ตามอง ทำท่าจะเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความหมั่นไส้ แต่ต้นหอมกลับหัวเราะร่าแล้วไหวตัวทัน เดินนำลิ่วออกจากห้องสอบไปเสียก่อน ทิ้งให้เตอร์รีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไปติด ๆบรรยากาศหน้าตึกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มเพื่อนฝูงต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบกันเสียงดังลั่น บ้างก็ทำหน้าโล่งอก บ้างก็บ่นอุบว่าทำไมคำตอบไม่ตรงกับเพื่อน ทันใดนั้น เพชร ก็โผล่เข้ามาโอบคอเตอร์ไว้แน่น"เฮ้ย! คื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษ

    บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษเช้าวันเสาร์ ณ บ้านของต้นหอมแสงแดดอุ่นจัดยามสายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีครีมเข้ามาทาบทับบนเตียงนอน ต้นหอมยันตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงพลางคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมากดต่อสายหาใครบางคนที่คาดว่าน่าจะยังจมกองผ้าห่มอยู่"เตอร์ วันนี้ว่างหรือเปล่า? มาติวหนังสือที่บ้านเราหน่อยสิ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ"ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียจัดติดจะแหบพร่า"โอย... ตื่นมาก็วิชาการเลยนะมึง ไม่คิดจะชวนแฟนไปเที่ยวบ้างหรือไง ชวนแต่ติว ติว ติว... สมองกูจะบวมเป็นดิกชันนารีแล้วเนี่ย"ต้นหอมหลุดขำแต่ก็รีบทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน "ก็มันใกล้สอบแล้วไง ถ้าไม่มาวันนี้ก็ไม่ต้องมาแล้วนะ จะมามั้ย?""โอเคค้าบบบ... ไปเดี๋ยวนี้แหละ ยอมแล้วครับคุณหนู รอเปิดประตูให้ด้วยนะ" เตอร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวางสายไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่คุ้นหูก็ดังสนั่นอยู่หน้าบ้าน แม่ของต้นหอมที่กำลังรดน้ำต้นไม้เดินออกมาเปิดประตูต้อนรับด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเป็นพิเศษ เพราะพักหลังมานี้ 'เจ้าเด็กแสบ' คนนี้ดูจะขยันผิดหูผิดตา"สวัสดีครับแม่" เตอร์ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เอาไว้ใช้มัดใจผู้ใหญ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบ

    บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบบรรยากาศยามเช้าในห้องเรียนเสียงกริ่งบอกเวลาพักคาบเพิ่งเงียบลงไป แต่ความวุ่นวายใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อครูประจำชั้นเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือ บรรยากาศที่เคยสดใสพลันหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา“อาทิตย์หน้าเราจะเริ่มสอบกลางภาคกันแล้วนะครูอยากให้ทุกคนดึงสมาธิกลับมา ตั้งใจสอบ และช่วยกันติวหน่อย อย่าให้มีใครต้องสอบซ่อมล่ะ”เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องทันที เพื่อนบางคนถึงกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก“โหครูคราวนี้เนื้อหายากชิบหายจะรอดมั้ยเนี่ย”ครูยิ้มละมุนพลางปรายตาไปทางร่างโปร่งที่นั่งหน้าสุด “ไม่ต้องห่วงหรอก ห้องเรามี ‘ต้นหอม’ อยู่ทั้งคน รับรองว่าถ้าพวกเธอตั้งใจฟังเขา ต้องผ่านแน่นอน”สิ้นคำพูดครู เพื่อนเกือบทั้งห้องก็หันมามองต้นหอมเป็นตาเดียวราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“โอ้โห! ฝากตัวด้วยนะเทพต้นหอม!”“ต้นหอม... ติวให้พวกกูด้วยนะเว้ย ไม่งั้นกลุ่มพวกกูตายเรียบแน่!”ต้นหอมยิ้มเก้อ ๆ ด้วยความเขินอายพลางพยักหน้ารับคำอย่างใจดี“โอเค ๆ เดี๋ยวเราช่วยสรุปให้ทุกคนเอง ไม่ต้องกลัวนะ”ทว่าที่มุมโต๊ะด้านข้าง... บรรยากาศกลับมาคุขึ้นมาดื้อ ๆ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูด

    บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูดช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหารแสงแดดยามเที่ยงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาปะทะกับไอร้อนของกลุ่มคนที่เบียดเสียด แม้เสียงจานชามและเสียงพูดคุยจะดังระงม แต่บรรยากาศที่โต๊ะมุมหนึ่งกลับเริ่มเย็นเยียบลงอย่างกะทันหันต้นหอมนั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานไปมาอย่างเลื่อนลอย พลางลอบสังเกตคนข้างกายผ่านหางตา เตอร์ที่เพิ่งจัดการมื้อเที่ยงเสร็จกำลังนั่งเหยียดขาพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ตามนิสัย ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นปรกติทว่าความสงบสุขเพียงชั่วครู่ก็ถูกพังทลายลง เมื่อกลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงห้าหกคนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขา ดวงตาของพวกเธอเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองมาที่ร่างสูง ในมือแต่ละคนต่างหอบหิ้วทั้งขวดน้ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวเย็นฉ่ำ และกล่องขนมผูกโบว์สีหวานดูประณีต“พี่เตอร์คะ... คือหนูชอบพี่มาก ๆ เลยค่ะ!” รุ่นน้องคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง“พี่เตอร์เท่มากเลยนะคะ เป็นนักเลงที่ใจดีสุด ๆ ไปเลย” อีกคนเสริมพร้อมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย “หนูอยากได้พี่เป็นแฟนจังเลยค่ะ รับน้ำหนูไว้หน่อยนะคะ”เสียงเจ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวง

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

    บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเค

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 2 ติวหนังสือ

    บทที่ 2 ติวหนังสือ บรรยากาศช่วงบ่ายในห้องเรียนเต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่ชวนให้ง่วงงุน แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นลำแสง ละอองฝุ่นเล็กๆ เต้นระบำอยู่ในอากาศ ต้นหอมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม มือเรียวบรรจงจัดวางสมุดเล่มหนาและเปิดตำราเรียนค้างไว้เขาลอบเหลือบมองร่างสูงข้างกายที่ยังคงจมดิ่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 1 ย้ายห้อง

    บทที่ 1 ย้ายห้องเช้าวันจันทร์ที่ดวงอาทิตย์ทำงานหนักเกินหน้าที่ แสงแดดแผดเผาจนไอร้อนระเหยขึ้นจากพื้นคอนกรีต ภายในห้องพักครูที่ควรจะเย็นสบาย กลับมีเพียงสายลมเอื่อยเฉื่อยจากพัดลมเพดานที่หมุนวนอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ต้นหอม’ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานเก่า ใบหน้าขาวใสเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาเรียวรีทอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status