Home / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 1 ย้ายห้อง

Share

บทที่ 1 ย้ายห้อง

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-02-11 13:49:49

บทที่ 1 ย้ายห้อง

เช้าวันจันทร์ที่ดวงอาทิตย์ทำงานหนักเกินหน้าที่ แสงแดดแผดเผาจนไอร้อนระเหยขึ้นจากพื้นคอนกรีต ภายในห้องพักครูที่ควรจะเย็นสบาย กลับมีเพียงสายลมเอื่อยเฉื่อยจากพัดลมเพดานที่หมุนวนอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ต้นหอม’ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานเก่า ใบหน้าขาวใสเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาเรียวรีทอดมองไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย

เขามักถูกตราหน้าว่าเป็นพวก ‘เย็นชา’ หรือไม่ก็ ‘หุ่นยนต์’ เพียงเพราะเขาไม่สันทัดในการปั้นแต่งรอยยิ้ม แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีนิ่งสงบนั้น คือกลไกการป้องกันตัวเองของคนที่เก็บความรู้สึกเก่งจนกลายเป็นนิสัย

“ต้นหอม ครูมีเรื่องอยากจะวานเราหน่อย”

เสียงของครูประจำชั้นห้องเพชร ห้องที่รวมเหล่าหัวกะทิของโรงเรียน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเกรงใจ ทว่าแววตากลับจริงจังจนคนฟังรู้สึกได้

“ครับ?” ต้นหอมเลิกคิ้วเล็กน้อย เป็นปฏิกิริยาตอบรับเพียงอย่างเดียวที่แสดงออก

“ครูอยากให้เธอย้ายไปอยู่ห้องบ๊วย... ไปช่วยดึงเกรดเฉลี่ยเพื่อนๆ ที่นั่นให้ดีขึ้นหน่อยได้ไหม”

คำว่า ‘ห้องบ๊วย’ เปรียบเสมือนระเบิดลูกย่อมที่โยนลงมากลางวงสนทนา ภาพจำของห้องนั้นฉายชัดขึ้นในหัวทันที ห้องที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘เขตอันตราย’ เสียงตะโกนโหวกเหวกที่ดังลั่นทางเดิน ข่าวคราวเรื่องการใช้กำลังที่มีมาไม่เว้นแต่ละวัน และคะแนนสอบที่ตกต่ำจนน่าใจหาย

“ให้ผม... ย้ายไปอยู่ที่นั่นถาวรเลยเหรอครับ?”

“ใช่จ้ะ ครูอยากให้เธอเป็นต้นแบบให้พวกเขา ครูรู้ว่ามันเหนื่อยและอาจจะอึดอัดไปบ้าง แต่ครูเชื่อว่าพลังนิ่งๆ ของเธอจะกำราบพวกนั้นได้”

ต้นหอมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กลิ่นจางๆ ของกระดาษและหมึกพิมพ์ในห้องพักครูดูจะเข้มข้นขึ้นในความรู้สึก เขาไม่ได้กลัวความวุ่นวาย แต่เขากังวลเรื่องการปรับตัวในที่ที่ไม่ใช่ที่ของเขา ทว่าสุดท้าย ความใจอ่อนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ก็ทำให้เขาพยักหน้าตอบรับ

“ได้ครับ... ถ้ามันจะช่วยเพื่อนได้”ต้นหอมขานรับแผ่วเบาแต่หนักแน่นในความรู้สึก เขาไม่ได้ตอบเพื่อเอาใจครู แต่ลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าความโดดเดี่ยวในห้องที่สมบูรณ์แบบอย่างห้องเพชร บางครั้งก็น่าอึดอัดไม่แพ้ความวุ่นวายที่เขากำลังจะไปเจอ

ช่วงสายของวันนั้นต้นหอมเดินถือสมุดและปากกาคู่ใจมุ่งหน้าไปยังอาคารท้ายโรงเรียน ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เสียงตะโกนและเสียงหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ครูประจำวิชาที่กำลังยืนคุมชั้นเรียนถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมาเห็นผู้มาใหม่

“นักเรียน! เงียบปากกันเดี๋ยวนี้ วันนี้มีเพื่อนใหม่ย้ายมา”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่ร่างโปร่งในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบ ทุกตารางนิ้วของต้นหอมดูผิดที่ผิดทางเมื่อเทียบกับสภาพห้องที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนบนโต๊ะและเศษกระดาษ

“นี่คือต้นหอม ย้ายมาจากห้องเพชร จะมาเป็นเพื่อนใหม่ของพวกเธอ”

“สวัสดีครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ” ต้นหอมยกมือไหว้พรร้อมคำทักทายตามมารยาท

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงดินสอเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกวนประสาท และเสียงกระซิบกระซาบที่ฟังดูไม่เป็นมิตรนัก

“ไปนั่งตรงนู้นนะ... ที่ว่างข้างหน้าต่าง”

ต้นหอมกวาดสายตาไปตามนิ้วของครู และนั่นเองที่ทำให้เขาเห็น ‘เจ้าที่’ ของมุมห้อง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะไม้ที่ดูโยกเยก เสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ยปลดกระดุมบนออกจนเห็นแผ่นอกรำไร กางเกงขาสั้นเหนือเข่าผิดระเบียบ และทรงผมสกินเฮดที่ดูดุดัน

เขาคือ ‘เตอร์’... หัวโจกที่ใครๆ ก็ต่างเกรงกลัว ข่าวลือเรื่องฝีเท้าในสนามบอลที่ดุดัน พอๆ กับหมัดหนักๆ ที่เคยซัดเด็กต่างสถาบันจนเข้าโรงพยาบาล

ต้นหอมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เดินไปหยุดข้างโต๊ะตัวนั้นแล้ววางกระเป๋าลงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าเสียงขยับเก้าอี้เพียงนิดกลับทำให้คนที่กำลังหลับลึกเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมกริบสีนิลมองสบมาอย่างไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกับถูกรบกวนวิมานส่วนตัว

“มานั่งทำไมตรงนี้” เสียงทุ้มต่ำและห้วนจัดถามขึ้น

“ที่ตรงนี้มันว่าง” ต้นหอมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่ทำได้

เตอร์เลิกคิ้ว มองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เหมือนสัตว์ป่าจ้องมองเหยื่อทำให้ต้นหอมลอบกลืนน้ำลาย แต่ยังคงรักษาท่าทีนิ่งเฉยเอาไว้

“เออ... อย่ามากวนก็พอ” พูดจบเจ้าตัวก็ฟุบหน้าลงไปตามเดิม ทิ้งให้ต้นหอมนั่งลงท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มจางลงเพียงเบาบาง เขาค่อยๆ จัดแจงวางสมุดและปากกาลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำยาปรับผ้านุ่มของคนข้างกายลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ดูขัดกับลุคดุดันของเจ้าตัวอย่างประหลาด

ต้นหอมพยายามจดจ่ออยู่กับบทเรียน แต่ดูเหมือนสมาธิของเขาจะถูกรบกวนด้วยจังหวะการหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่ข้างๆ ตลอดทั้งคาบเช้า

เวลาพักเที่ยงมาถึงพร้อมความวุ่นวายที่ทวีคูณ เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนภาคเช้าเหมือนเสียงสัญญาณปล่อยสัตว์ป่าออกจากกรง เพื่อนส่วนใหญ่รีบเฮโลกันออกจากห้องเพื่อไปจับจองที่นั่งในโรงอาหาร ต้นหอมยังคงนั่งนิ่ง เขาเลือกที่จะรอให้คนซาลงก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการเบียดเสียด

ขณะที่เขากำลังก้มเก็บเครื่องเขียนใส่กระเป๋า ทันใดนั้นเสียงหัวเราะเยาะแกมแซวจากกลุ่มเด็กหลังห้องที่ยังไม่ยอมออกไปไหนก็ดังขึ้นข้ามหัวเขาไป

“เฮ้ย! ดูดิ เด็กเนิร์ดมานั่งข้างเสือ ระวังโดนเสือคาบไปกินนะเว้ย” หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้นพร้อมเสียงตบโต๊ะดังปัง เรียกเสียงฮาครืนจากพรรคพวก

“หรือไม่ก็โดนเก็บค่าเช่าที่ด้วยตีน ฮ่าๆๆ” อีกคนสำลักเสียงหัวเราะพลางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างยียวน สายตาจ้องเขม็งมาที่แผ่นหลังของต้นหอมอย่างท้าทาย

ต้นหอมทำเป็นหูทวนลม เขาชินกับการถูกเสียดสี แต่ขณะที่กำลังจะเดินพ้นประตูห้อง ร่างของเด็กชายตัวสูงกลุ่มหนึ่งจากห้องอื่นก็เดินมาขวางทางไว้ สีหน้าท่าทางคุกคามอย่างเห็นได้ชัด

“เฮ้ นายชื่ออะไรนะ... ต้นหอมเหรอ? ชื่อน่ากินดีนี่หว่า พอดีพวกเราลืมเอาตังค์มาโรงเรียน ขอยืมซักร้อยสองร้อยดิ” หัวโจกของกลุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดจนต้นหอมต้องผงะถอยหลัง มือหนึ่งของมันแกล้งทำเป็นปัดฝุ่นที่ไหล่เขาอย่างถือวิสาสะ พร้อมรอยยิ้มแสยะที่ดูไม่น่าไว้วางใจ

“ขอโทษนะครับ ผมไม่ให้ยืม” ต้นหอมตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากระชับสายกระเป๋าเป้แน่น เตรียมจะเอี้ยวตัวเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง

“ขัดใจพวกกูเหรอวะ!” น้ำเสียงตะคอกดังลั่นพร้อมกับมือหนาที่พุ่งเข้าขย้ำไหล่ของต้นหอมอย่างแรง แรงบีบนั้นมหาศาลจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด กระเป๋าเครื่องเขียนในมือแทบจะร่วงลงพื้น

“มึงมีปัญหาอะไรกับคนของกู?”เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสกดดันดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทุกอย่างรอบตัวพลันเงียบสนิท ต้นหอมหันไปมอง เห็นเตอร์ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางเกียจคร้าน มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ส่วนอีกมือหมุนลูกฟุตบอลเล่นไปมา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นเยียบจนคนมองต้องขนลุก

“ปะ...เปล่าครับพี่เตอร์ แค่หยอกเพื่อนใหม่เล่นเฉยๆ” พวกนั้นรีบปล่อยมือและถอยกรูดออกไปทันที

เตอร์เหลือบสายตามามองต้นหอม แววตาที่เคยดุดันดูอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่จนสังเกตไม่ออก

“ไปซื้อข้าวได้แล้ว”เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินนำออกไป ทิ้งให้ต้นหอมยืนนิ่งอยู่กับที่ ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกซ้าย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มทำงานผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ

‘คนของกู’... คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูต้นหอมไม่รู้ว่ามันคือความตกใจหรือความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยสัมผัส แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ห้องบ๊วยที่แสนวุ่นวายนี้... อาจจะมีกลิ่นบางอย่างที่ดึงดูดใจมากกว่าที่เขาคิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะ

    บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะหลังจากก้าวพ้นความพลุกพล่านของห้างสรรพสินค้า ทั้งคู่จูงมือกันเดินลัดเลาะมาจนถึงสวนสาธารณะที่เงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาตามทางเดินสาดกระทบใบไม้เกิดเป็นเงาวูบวาบ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสลัวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเตอร์หยุดเดินกะทันหัน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่สั่นเครือ“กู... มีเรื่องอยากจะคุยกับมึงหน่อย”ต้นหอมหยุดฝีเท้าตามพลางเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไป “มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ? ทำไมหน้าเครียดจัง”ร่างสูงไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับก้าวเข้ามาหาจนระยะห่างลดน้อยลง ดวงตาคมกริบที่มักจะดูดุดัน บัดนี้กลับสั่นไหวและฉายแววจริงจังจนต้นหอมรู้สึกหายใจติดขัด“กูไม่รู้จะพูดยังไงให้มึงเข้าใจหมด แต่วันนี้กูแน่ใจแล้ว...” เตอร์เว้นวรรคไปอึดใจหนึ่งเพื่อรวบรวมความกล้า“กูชอบมึงว่ะต้นหอม ชอบ... มากกว่าที่เพื่อนเขาชอบกัน”คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่มีการอ้อมค้อมทำเอาต้นหอมนิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความร้อนวูบวาบพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าจนห้ามไม่อยู่ เขาทำอะไรไม่ถูกจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวัง

    บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวังหลังจากลิ้มรสความหวานละมุนของเค้กช็อกโกแลตจนหมดจาน ต้นหอมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เขาลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินกลับบ้านตามลำพังเหมือนทุกวัน ทว่าร่างสูงของเตอร์กลับก้าวมาดักหน้าไว้ด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาคมกริบคู่นั้นดูจริงจังจนน่าประหลาด“กูไปส่งมึงดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น เป็นน้ำเสียงเชิงคำสั่งที่ไม่ได้เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียว” ต้นหอมท้วง“ไม่เอา... กูจะไปส่ง” เตอร์ย้ำคำเดิมพลางคว้ากระเป๋าของต้นหอมไปถือไว้เองเสียดื้อๆ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ได้แต่เดินตามแรงดึงดูดของอีกฝ่ายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปบนถนนที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงไฟถนนสีส้มสลัววาววับสะท้อนหยดน้ำค้างบนพื้น ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีหมึกตัดกับเสียงเครื่องยนต์และฝีเท้าของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบจนกระทั่งถึงหัวมุมแยกใกล้บ้านต้นหอม...เงาทมิฬของชายสามคนในชุดมอซอที่ยืนสูบบุหรี่ขวางทางเดินอยู่ทำให้ต้นหอมรู้สึกใจคอไม่ดี หนึ่งในนั้นพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เฮ้ย

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

    บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวเช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนละมุนที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนของต้นหอม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมพัดเอื่อย บรรยากาศภายนอกดูสงบและสดชื่นผิดกับภายในใจของต้นหอมที่ยังคงว้าวุ่นไม่หยุดเขานั่งเหม่ออยู่บนเตียง สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ ทั้งตอนที่เตอร์พาไปกินไอศกรีม และจังหวะที่นิ้วหนาบรรจงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างแผ่วเบา ท่าทางกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ทำให้หัวใจของต้นหอมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย...” เขาพึมพำกับตัวเองพลางใช้หมอนปิดหน้า พยายามผลักไสความรู้สึกซับซ้อนนี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกทีเมื่อก้าวเท้าออกจากรั้วบ้าน ต้นหอมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาในชุดนักเรียนยืนพิงกำแพงรออยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยากแต้มอยู่บนใบหน้าคมคายของเตอร์“เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย?” ต้นหอมถามด้วยความตกใจผสมปนเปกับความสงสัย เขามองร่างสูงที่ยืนอยู่ แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบหน้าคมทำให

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 6 บอลเดือด

    บทที่ 6 บอลเดือดบรรยากาศที่สนามฟุตบอลหลังตึกเรียนยามบ่าย อบอวลไปด้วยไอแดดที่ร้อนระอุจนผิวแทบไหม้ แต่ความร้อนแรงของอากาศยังสู้ความดุเดือดในสนามไม่ได้ เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์จากนักเรียนหลายสิบชีวิตดังระงม บ่งบอกว่าการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างห้องกำลังเข้มข้นถึงขีดสุดท่ามกลางผู้เล่นนับสิบคน ‘เตอร์’ โดดเด่นขึ้นมาในชุดเสื้อยืดสีกรมท่าที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เขาเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง วิ่งไล่บอลด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง นัยน์ตาคมกริบจดจ่ออยู่กับเกมจนดูเหมือนโลกทั้งใบของเขามีเพียงลูกฟุตบอลกลมๆ ลูกเดียว โดยไม่สนเสียงกรี๊ดของสาวๆ ข้างสนามที่ดังขึ้นทุกครั้งยามที่เขาเลี้ยงหลบคู่แข่งอย่างเหนือชั้นที่ขอบรั้วฝั่งตรงข้าม ‘ต้นหอม’ ยืนกำรั้วเหล็กแน่นจนมือชื้นเหงื่อ แม้เขาจะพยายามบอกเพื่อนที่ยืนข้างๆ ว่า “แค่ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อ” แต่สายตาเรียวกลับไม่เคยละไปจากร่างสูงในสนามได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกจังหวะที่เตอร์ขยับกาย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะนั้นไปด้วย“เตอร์เวลาเล่นบอลดูดีชะมัดเลยว่าไหมมึง... เท่อย่างกับคนละคนกับตอนนั่งหลังห้องเลย”เสียงเพื่อนสนิทที่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาเรียวใสดูปรือปรอยพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ“โอ๊ย... ง่วงชะมัดเลย”เขากระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่น ในหัวนึกตำหนิตัวเองที่เมื่อคืนเผลอไผลนั่งดูซีรีส์ยาวจนดึกดื่น พอต้องมาเจออากาศขมุกขมัวแบบนี้ สติของเขาแทบจะหลุดลอยไปตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้าโรงเรียนที่มุมหน้าต่างที่ประจำ เตอร์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเสียบหูฟังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองออกไปข้างนอกที่มีแต่เงาเมฆหม่นเศร้าพาดผ่านท้องฟ้า เขาดูตัดขาดจากเสียงเอะอะของเพื่อนในกลุ่มที่กำลังถกเถียงเรื่องเกมกันอย่างออกรส ทว่าพอหันมาเห็นร่างโปร่งที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในคลองสายตา เขาก็เอ่ยทักขึ้นทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ“เดี๋ยวฝนตกแน่” น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นดึงความสนใจของต้นหอมไปได้ทันทีต้นหอมหยุดกึกพลางเลิกคิ้วมองอ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

    บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันยอดฮิต เลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์โฆษณาชิ้นหนึ่ง‘นมรสสตรอเบอร์รี่รสใหม่นำเข้า กลิ่นหอมหวานละมุน มีจำหน่ายเฉพาะบางสาขาเท่านั้น!’ภาพนมกล่องสีชมพูหวานแหววดูน่าลิ้มลองจนต้นหอมอดไม่ได้ที่จะตาโต ประกายในดวงตาเรียวใสกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาเป็นพวกแพ้อะไรที่เป็นรสสตรอเบอร์รี่อยู่แล้ว ยิ่งหาซื้อยากเขายิ่งอยากลอง ปลายนิ้วรีบกดแชร์โพสต์ลงในสตอรี่ส่วนตัวทันที พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า“นมรสนี้น่าลองจัง แต่ท่าทางจะหายากสุดๆ เลยแฮะ” พ่วงด้วยอีโมจิรูปหน้าแมวร้องไห้หนึ่งตัวเขาไม่ได้คาดหวังให้ใครมาตอบ แค่โพสต์บ่นไปตามประสา ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าขณะเข้าสู่ห้วงฝันโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status