Masukบทที่ 2 ติวหนังสือ
บรรยากาศช่วงบ่ายในห้องเรียนเต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่ชวนให้ง่วงงุน แสงแดดรำไรทอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นลำแสง ละอองฝุ่นเล็กๆ เต้นระบำอยู่ในอากาศ ต้นหอมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม มือเรียวบรรจงจัดวางสมุดเล่มหนาและเปิดตำราเรียนค้างไว้ เขาลอบเหลือบมองร่างสูงข้างกายที่ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เตอร์ในยามหลับดูไร้พิษสงกว่าตอนตื่นอยู่มาก แผ่นหลังกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจสม่ำเสมอ เส้นผมทรงสกินเฮดรับกับโครงหน้าคมสัน แม้ในยามหลับคิ้วเข้มก็ยังขมวดเข้าหากันน้อยๆ ราวกับมีความคิดบางอย่างตีกันอยู่ในหัวตลอดเวลา ต้นหอมลอบถอนหายใจ 'ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เขาก็คงจะเป็นแค่เงาที่เดินผ่านไปมาในห้องนี้ตลอดไป'คิดได้ดังนั้น ปลายนิ้วเรียวก็ยื่นไปสะกิดไหล่กว้างเบาๆ “เตอร์... ตื่นก่อนได้ไหมครับ?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียกอย่างใจดี พร้อมกับปลายนิ้วที่สะกิดลงบนท่อนแขนแกร่งเบาๆ แววตาของต้นหอมฉายแววเกรงใจแต่ก็มีความมุ่งมั่นอยู่ในนั้น “เตอร์ครับ มาติวหนังสือกันหน่อย ผมจะติวให้” ต้นหอมยังไม่ลดละความพยายาม เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมคนตรงหน้า “อย่ามายุ่ง... กูจะนอน” เสียงทุ้มแหบห้าวสะบัดออกมาอย่างหงุดหงิดจัด เตอร์ขยับไหล่หนีสัมผัสรบกวนนั้นอย่างรำคาญใจ ก่อนจะทำท่าจะมุดหน้าลงกับแขนตามเดิมโดยไม่สนสักนิดว่าคนชวนจะเสียหน้าแค่ไหน ทว่าครั้งนี้ต้นหอมไม่ยอมแพ้ เขาขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบชิดกัน “ก็เดี๋ยวค่อยนอนหลังจากติวเสร็จสิครับ อีกอย่าง... เพื่อนๆ ในห้องจะได้เกรดดีขึ้นด้วยนะ ถ้าเตอร์นำทีมเริ่มเรียนก่อนคนอื่น” ต้นหอมพยายามยกเหตุผลมาอ้าง แววตาของเขาดูซื่อตรงจนคนฟังยากจะปฏิเสธ เตอร์ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม เขาเงยหน้าขึ้นมามองคนข้างๆ เต็มตา แววตาคู่นั้นดูหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อน แต่ก็แฝงความสงสัยว่าคนตัวเล็กนี่เอาความกล้ามาจากไหน “วุ่นวายอะไรกับกูนักหนา กูอยากนอน!” เขากระแทกเสียงใส่ด้วยความรำคาญ พลางเสยผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างลนลาน “ติวแป๊บเดียวเองครับ มันไม่ถึงตายหรอกนะ” น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลเปลี่ยนเป็นร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด ต้นหอมจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ดวงตาเรียวใสเป็นประกายท้าทาย เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดอย่างไม่เกรงกลัวรังสีดุๆ นั่น จนเตอร์ต้องถอนหายใจออกมาอย่างแรงจนลมร้อนเป่ารดฝ่ามือ “เออ! เออ... ขี้เกียจเถียงด้วย จะติวอะไรก็ว่ามาเร็วๆ” เขาสบถออกมาอย่างยอมแพ้ แม้จะยังทำหน้าบึ้งตึงแต่ก็ยอมยืดตัวตรงพิงพนักเก้าอี้เพื่อพร้อมรับฟัง ชัยชนะเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจของต้นหอม เขาลอบยิ้มกริ่มกับตัวเอง ก่อนจะขยับตำราเข้าหาคนตัวโตกว่าแล้วเริ่มชี้ไปที่โจทย์บนหน้ากระดาษอย่างคล่องแคล่ว “นี่ไง สมการนี้ ถ้าเราจะแก้หาค่า x เตอร์คิดว่าต้องเริ่มตรงไหนก่อน?” ต้นหอมขยับปลายนิ้วชี้ไปที่โจทย์ข้อใหญ่กลางหน้ากระดาษ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เตอร์เลิกคิ้วมองตัวเลขที่ขยุยขยิกบนกระดาษเหมือนมองอักษรโบราณ เขาจ้องมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างเสียไม่ได้ “กูไม่รู้... บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับกู” เขาตอบปัดอย่างคนขี้รำคาญ พลางยกแขนขึ้นกอดอกทิ้งแผ่นหลังพิงเก้าอี้เพื่อสร้างระยะห่าง ต้นหอมหลุดหัวเราะเบาๆ ซึ่งมันเป็นเสียงที่ฟังสบายหูอย่างประหลาด เสียงนั้นทำให้บรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเตอร์ดูอ่อนแรงลงอย่างน่าอัศจรรย์ “เห้อ... ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวนะที่งง ทุกคนในห้องเขาก็อยากสอบผ่านกันทั้งนั้นแหละ” ต้นหอมบ่นพึมพำพลางใช้นิ้วดันกรอบแว่นที่ไหลลงมาให้เข้าที่ “กูไม่สน... กูไม่ได้อยากเรียนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” แม้คำพูดจะฟังดูตัดรอนและห้วนจัด แต่สายตาคมกลับไม่ได้มองไปที่หน้าต่างอย่างที่ควรจะเป็น เตอร์ลอบสังเกตใบหน้าด้านข้างของคนสอนอย่างไม่รู้ตัว เขาเห็นแพขนตาบางๆ ของต้นหอมที่ขยับไปมาขณะอ่านโจทย์ ผิวขาวละเอียดที่สะท้อนกับแสงแดดรำไรข้างหน้าต่าง กับแว่นตาที่มักจะหล่นลงมาอยู่ที่ปลายจมูกนั่น... ทุกอย่างดูนวลตาจนเตอร์เผลอจ้องค้างไว้อยู่อย่างนั้น “ไม่เรียนแล้วจะสอบผ่านได้ไงล่ะครับ?” ต้นหอมถามย้ำพลางเอียงคอเล็กน้อย แววตาที่มองมาดูจริงจังเสียจนคนถูกมองเริ่มวางตัวไม่ถูก “กูมีทางของกูน่า” เตอร์ตอบปัดๆ พร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ดูเหมือนจะอ่านใจเขาออกไปเสียทุกอย่าง “ไม่เห็นต้องใช้วิธีอื่นเลยนี่ครับ มาเถอะ... ผมจะช่วยเอง”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังดีและสายตาที่ฉายแววซื่อตรงของต้นหอมทำเอาหัวใจคนดุเริ่มสั่นคลอน เตอร์ทำได้แค่เบ้ปากกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก “ช่วยก็ช่วย... แต่กูไม่สัญญาว่าจะจำนะเว้ย” เขาขู่ฟ่อเหมือนแมวป่าที่ถูกขัดใจแต่ก็ยอมนั่งลงข้างๆ ดีๆ พร้อมกับแย่งดินสอในมือต้นหอมมาถือไว้เองอย่างเก้งก้าง บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกค่อยๆ เจือจางลง แทนที่ด้วยความอบอุ่นจางๆ จากแสงแดดยามบ่ายที่พาดผ่านโต๊ะเรียน ต้นหอมเริ่มอธิบายสูตรต่างๆ อย่างใจเย็น ขยับเข้าไปใกล้จนไหล่บางเบียดเข้ากับท่อนแขนแกร่ง “ถ้าผมบอกว่า g ในสมการนี้หมายถึงค่าอะไร เตอร์จำได้ไหม?” ต้นหอมลองเชิงพลางเอียงคอมองคนข้างตัว แววตาแฝงความเอ็นดูเหมือนกำลังไล่ต้อนเด็กดื้อให้จนมุม คนถูกถามนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาขมวดคิ้วจ้องตัวอักษรภาษาอังกฤษนั่นเหมือนมันเป็นศัตรูตัวฉกาจ ก่อนจะตอบส่งเดชออกไป “ก็... แม่งตัวแปรอะไรก็ไม่รู้ กูไม่สนใจหรอก” เขาว่าพลางยกมือขึ้นเกาต้นคอแก้เขินเมื่อรู้ตัวว่าตอบผิดเต็มประตู “นั่นไง ยังไม่รู้เรื่องเลยแท้ๆ” ต้นหอมหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ จนตาหยี ผิวหน้าขึ้นสีระเรื่อจากการขำอย่างสุดกลั้น เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสเสียจนคนฟังนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “เฮ้ย! ไม่ต้องมาหัวเราะกูเลยนะ กูเพิ่งตื่น สมองมันยังไม่สตาร์ท” เตอร์โวยวายแก้เก้อเสียงดังลั่นห้องที่เริ่มว่างเปล่า เขาพยายามทำหน้าดุใส่คนตัวเล็กข้างๆ แต่กลับหุบยิ้มไม่ได้ ใบหน้าคมประดับด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ที่หาดูได้ยาก ซึ่งมีเพียงต้นหอมเท่านั้นที่ได้เห็นในตอนนี้ “นั่นแหละครับ ถึงต้องตั้งใจทำความเข้าใจ ไม่ใช่ปล่อยให้มึนอยู่แบบนั้น” ต้นหอมเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้ม พลางใช้ปลายปากกาเคาะลงบนสมุดเบาๆ เป็นเชิงเน้นย้ำ เตอร์แกล้งทำหน้าเคร่งขรึมใส่ ขยับตัวข่มความประหม่า “เข้าใจ? กูนี่นะจะเข้าใจ? ฝันอยู่ป่ะเนี่ย” เขาเลิกคิ้วสูงกวนประสาท แต่แววตาไม่ได้ดูดุดันเหมือนตอนแรกอีกต่อไป เสียงหัวเราะของต้นหอมดังขึ้นอีกครั้ง จนเขาต้องยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ “โอเคๆ งั้นอยากให้ผมสอนเรื่องอะไรต่อล่ะครับ?” “คูณกับหาร...” เตอร์ตอบเสียงพึมพำในลำคอเหมือนเด็กโดนขัดใจ แผ่นหลังกว้างค่อยๆ โน้มลงมาหาโต๊ะเรียนอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ ต้นหอมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ขึ้นจนไหล่เกือบจะชิดกัน กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาโชยไปกระทบจมูกคนข้างๆ จนเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ลมหายใจสะดุดไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะพยายามทำเนียนนั่งนิ่ง ขณะที่ต้นหอมเริ่มจรดปลายปากกาขีดเขียนแสดงวิธีทำลงบนสมุดอย่างใจเย็น “ดูนะครับ... คูณก็แค่การเพิ่มจำนวนในสัดส่วนที่เท่ากัน เห็นไหมว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่เตอร์คิดเลย” “เออ... ทฤษฎีมันก็พูดง่ายทั้งนั้นแหละ” เตอร์ท้วงเสียงเรียบ ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจแต่สายตากลับลอบจดจ้องอยู่ที่ปลายนิ้วเรียวขาวที่กำลังตวัดปากกาอย่างคล่องแคล่ว แสงแดดที่ตกกระทบมือคู่ตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเพลินตาอย่างบอกไม่ถูก “ในเมื่อเข้าใจแล้ว... งั้นถ้าลองไปสอบดูจริงๆ จะทำได้ไหมครับ?” ต้นหอมแกล้งขยับหน้าเข้าไปใกล้ แฝงรอยยิ้มท้าทายเล็กๆ ไว้ในน้ำเสียง “ไม่ต้องห่วงหรอก... กูก็รู้คำตอบของกูอยู่แล้ว” เตอร์ยักไหล่อย่างมั่นอกมั่นใจ ท่าทางอวดดีที่ดูเป็นธรรมชาตินั้นทำให้เขามีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างประหลาดในสายตาคนมอง “งั้นผมจะคอยดูนะ ว่าผลสอบครั้งหน้าจะออกมาดีอย่างที่โม้ไว้รึเปล่า” ต้นหอมหันมาสบตาคมตรงๆ แววตาเรียวใสมีประกายขี้เล่นฉายชัด “อยู่แล้ว... ระดับกูไม่มีพลาด”เตอร์ไหวไหล่พลางแสยะยิ้มที่มุมปาก ท่าทางอวดดีนั้นขัดกับแววตาที่เริ่มโอนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้รู้หรอกว่าโจทย์ตรงหน้ายากง่ายแค่ไหน แต่เขารู้แค่ว่ากลิ่นสะอาดจางๆ จากคนข้างตัวมันทำให้เขาสงบใจได้อย่างประหลาด “งั้นลองข้อนี้หน่อย ถ้าตอบถูกผมจะยอมปล่อยให้ไปนอน” ต้นหอมยื่นสมุดคืนให้พลางชี้ไปที่โจทย์ข้อสุดท้าย แววตาเรียวใสจ้องมองคนตัวโตอย่างนึกสนุก เหมือนกำลังวางเบ็ดตกปลา เตอร์มองโจทย์สลับกับใบหน้าลุ้นระทึกของต้นหอม เขาแกล้งทำขรึม ขมวดคิ้วจ้องตัวเลขอยู่นานจนดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก แต่แท้จริงแล้วเขากำลังอมยิ้มกับท่าทางตื่นเต้นของคนข้างๆ ต่างหาก ก่อนจะจรดปากกาเขียนคำตอบลงไปแรงๆ จนปลายหัวปากกาจิกกระดาษ ดูท่าทางมั่นใจเกินร้อย ต้นหอมรีบก้มลงมองผลลัพธ์ทันที แล้วดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง “เห้ย... ถูกด้วย!” เขาร้องออกมาอย่างตื่นเต้น พลางหันไปมองเตอร์ด้วยสายตาชื่นชมที่ปิดไม่มิด “บอกแล้วไงว่าระดับกู” เตอร์พ่นลมหายใจอย่างภูมิใจ ยืดตัวขึ้นทำท่าทีเหนือกว่าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบคว้าจังหวะนั้นฟุบหน้าลงกับโต๊ะตามเดิมเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา เขาซุกใบหน้าลงกับลำแขนแกร่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เพียงเพราะได้รับคำชมจากคนตัวเล็กข้างตัว “กูทำตามสัญญาแล้วนะ... อย่ามากวน”ต้นหอมมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งโชว์เหนือใส่เขาด้วยรอยยิ้มจางๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ค่อยๆ เก็บสมุดและอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาพักของคนข้างตัว ความเงียบที่เคยน่าอึดอัดในช่วงเช้า กลับกลายเป็นความเงียบที่เบาสบายอย่างบอกไม่ถูก ต้นหอมไม่ได้รู้สึกว่าเขาต้องพยายามปรับตัวอีกต่อไป เพราะดูเหมือน ‘เจ้าถิ่น’ ของห้องนี้จะเริ่มเปิดทางให้เขาเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวทีละนิดบทที่ 19 เรียนจบ…ก้าวไปด้วยกันณ ห้องเรียนมัธยมปลายชั้นสุดท้ายแสงแดดจัดจ้าของฤดูร้อนสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า ๆ ของห้องเรียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทรงจำ ละอองฝุ่นปลิวว่อนอยู่ในลำแสงคล้ายกับวันเวลาที่กำลังจะปลิวหายไป เสียงหัวเราะสลับกับบทสนทนาอันครื้นเครงของเพื่อนร่วมห้องดังก้องไปทั่ว วันนี้ไม่ใช่แค่วันสุดท้ายของการเรียน แต่มันคือวันแห่งการทิ้งท้ายชีวิตวัยเยาว์ ก่อนที่แต่ละคนจะต้องโบยบินไปตามเส้นทางของตัวเองต้นหอมกับเตอร์นั่งเคียงข้างกันที่โต๊ะตัวเดิมที่นั่งมาตลอดเทอม ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความใกล้ชิดที่เคยเป็นความลับ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยผ่านสายตาและท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติจนคนรอบข้างสัมผัสได้“ถามจริงเหอะ... สรุปมึงกับเตอร์ เป็นแฟนกันจริง ๆ ใช่ป่ะ?”เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มรวบรวมความกล้าถามโพล่งขึ้นมากลางวง เสียงเจื้อยแจ้วในห้องเงียบลงชั่วขณะ ราวกับทุกคนกำลังเงี่ยหูรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลุบตามองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ “ใช่... เราเป็นแฟนกัน”คำตอบนั้นนิ่งสนิทแต่กลับเต็มไปด้วยควา
บทที่ 18 คืนที่เงียบงัน (ละมุนใจ)ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมขนาดกำลังดีของเตอร์ แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาอ่อนโยนไปทั่วบริเวณ เสียงพัดลมไอเย็นครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงเรไรจากพุ่มไม้ด้านนอกที่แว่วเข้ามาเป็นระยะ แม้จะเป็นค่ำคืนที่แสนธรรมดาในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สำหรับคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงผ้าใบสีเทาอ่อนในขณะนี้ ทุกวินาทีกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาลที่ก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกลเตอร์รวบร่างโปร่งของต้นหอมเข้ามาไว้ในอ้อมกอดกว้าง แผ่นหลังบางพิงเข้ากับอกแกร่งที่อบอุ่นจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงประสานกันเป็นจังหวะเดียว มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของต้นหอมอย่างแผ่วเบาปลายนิ้วกรีดกรายวนเวียนอยู่บนผิวเนียนละเอียดราวกับกำลังทะนุถนอมอัญมณีล้ำค่า เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าหากพลั้งมือออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด สัมผัสอันแสนเปราะบางและงดงามนี้จะสลายหายไปราวกับความฝันต้นหอมหลับตาพริ้ม ปล่อยให้เปลือกตาที่หนักอึ้งปิดลงอย่างสมบูรณ์ ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ และความวุ่นวายใจทั้งหลายมลายหายไปสิ้นเมื่อได้รับไออุ่นจากอ้อมแขนที่แสนมั่นคงนี
บทที่ 17 ฉลองหลังสอบณ ห้องสอบช่วงบ่ายเสียงกริ่งยาวดังก้องไปทั่วตึกเรียน เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยเหล่านักเรียนออกจากพันธนาการของโจทย์วิชาอันแสนสาหัส เสียงเฮดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่อาจารย์ผู้คุมสอบประกาศอนุญาตให้เก็บอุปกรณ์และออกจากห้องสอบได้เตอร์รูดซิบกระเป๋าปากกาพลางพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "โห... เหมือนยกภูเขาออกจากอกชิบหาย" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนข้างกายที่ยังคงเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบและใจเย็นผิดกับคนอื่น"ทำไมหน้าดูชิลล์จังวะ... มึงทำได้หมดเลยดิ?" เตอร์เอ่ยแซวพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ต้นหอมละสายตาจากสมุดจดมายิ้มบางให้คนถาม"ก็เตรียมตัวมาดีไง... ติวเตอร์เขาเก่งน่ะ""อวดป่ะเนี่ย" เตอร์หรี่ตามอง ทำท่าจะเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความหมั่นไส้ แต่ต้นหอมกลับหัวเราะร่าแล้วไหวตัวทัน เดินนำลิ่วออกจากห้องสอบไปเสียก่อน ทิ้งให้เตอร์รีบคว้ากระเป๋าวิ่งตามไปติด ๆบรรยากาศหน้าตึกเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มเพื่อนฝูงต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข้อสอบกันเสียงดังลั่น บ้างก็ทำหน้าโล่งอก บ้างก็บ่นอุบว่าทำไมคำตอบไม่ตรงกับเพื่อน ทันใดนั้น เพชร ก็โผล่เข้ามาโอบคอเตอร์ไว้แน่น"เฮ้ย! คื
บทที่ 16 วันเสาร์ ติวพิเศษเช้าวันเสาร์ ณ บ้านของต้นหอมแสงแดดอุ่นจัดยามสายลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีครีมเข้ามาทาบทับบนเตียงนอน ต้นหอมยันตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียงพลางคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูมากดต่อสายหาใครบางคนที่คาดว่าน่าจะยังจมกองผ้าห่มอยู่"เตอร์ วันนี้ว่างหรือเปล่า? มาติวหนังสือที่บ้านเราหน่อยสิ อาทิตย์หน้าจะสอบแล้วนะ"ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียจัดติดจะแหบพร่า"โอย... ตื่นมาก็วิชาการเลยนะมึง ไม่คิดจะชวนแฟนไปเที่ยวบ้างหรือไง ชวนแต่ติว ติว ติว... สมองกูจะบวมเป็นดิกชันนารีแล้วเนี่ย"ต้นหอมหลุดขำแต่ก็รีบทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน "ก็มันใกล้สอบแล้วไง ถ้าไม่มาวันนี้ก็ไม่ต้องมาแล้วนะ จะมามั้ย?""โอเคค้าบบบ... ไปเดี๋ยวนี้แหละ ยอมแล้วครับคุณหนู รอเปิดประตูให้ด้วยนะ" เตอร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวางสายไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่คุ้นหูก็ดังสนั่นอยู่หน้าบ้าน แม่ของต้นหอมที่กำลังรดน้ำต้นไม้เดินออกมาเปิดประตูต้อนรับด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเป็นพิเศษ เพราะพักหลังมานี้ 'เจ้าเด็กแสบ' คนนี้ดูจะขยันผิดหูผิดตา"สวัสดีครับแม่" เตอร์ยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เอาไว้ใช้มัดใจผู้ใหญ
บทที่ 15 บรรยากาศก่อนสอบบรรยากาศยามเช้าในห้องเรียนเสียงกริ่งบอกเวลาพักคาบเพิ่งเงียบลงไป แต่ความวุ่นวายใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อครูประจำชั้นเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือ บรรยากาศที่เคยสดใสพลันหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดมา“อาทิตย์หน้าเราจะเริ่มสอบกลางภาคกันแล้วนะครูอยากให้ทุกคนดึงสมาธิกลับมา ตั้งใจสอบ และช่วยกันติวหน่อย อย่าให้มีใครต้องสอบซ่อมล่ะ”เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องทันที เพื่อนบางคนถึงกับฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก“โหครูคราวนี้เนื้อหายากชิบหายจะรอดมั้ยเนี่ย”ครูยิ้มละมุนพลางปรายตาไปทางร่างโปร่งที่นั่งหน้าสุด “ไม่ต้องห่วงหรอก ห้องเรามี ‘ต้นหอม’ อยู่ทั้งคน รับรองว่าถ้าพวกเธอตั้งใจฟังเขา ต้องผ่านแน่นอน”สิ้นคำพูดครู เพื่อนเกือบทั้งห้องก็หันมามองต้นหอมเป็นตาเดียวราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์“โอ้โห! ฝากตัวด้วยนะเทพต้นหอม!”“ต้นหอม... ติวให้พวกกูด้วยนะเว้ย ไม่งั้นกลุ่มพวกกูตายเรียบแน่!”ต้นหอมยิ้มเก้อ ๆ ด้วยความเขินอายพลางพยักหน้ารับคำอย่างใจดี“โอเค ๆ เดี๋ยวเราช่วยสรุปให้ทุกคนเอง ไม่ต้องกลัวนะ”ทว่าที่มุมโต๊ะด้านข้าง... บรรยากาศกลับมาคุขึ้นมาดื้อ ๆ
บทที่ 14 ความรู้สึกที่ไม่กล้าพูดช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหารแสงแดดยามเที่ยงสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกเข้ามาปะทะกับไอร้อนของกลุ่มคนที่เบียดเสียด แม้เสียงจานชามและเสียงพูดคุยจะดังระงม แต่บรรยากาศที่โต๊ะมุมหนึ่งกลับเริ่มเย็นเยียบลงอย่างกะทันหันต้นหอมนั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานไปมาอย่างเลื่อนลอย พลางลอบสังเกตคนข้างกายผ่านหางตา เตอร์ที่เพิ่งจัดการมื้อเที่ยงเสร็จกำลังนั่งเหยียดขาพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ตามนิสัย ท่ามกลางเสียงจอแจในโรงอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นปรกติทว่าความสงบสุขเพียงชั่วครู่ก็ถูกพังทลายลง เมื่อกลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงห้าหกคนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขา ดวงตาของพวกเธอเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองมาที่ร่างสูง ในมือแต่ละคนต่างหอบหิ้วทั้งขวดน้ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวเย็นฉ่ำ และกล่องขนมผูกโบว์สีหวานดูประณีต“พี่เตอร์คะ... คือหนูชอบพี่มาก ๆ เลยค่ะ!” รุ่นน้องคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง“พี่เตอร์เท่มากเลยนะคะ เป็นนักเลงที่ใจดีสุด ๆ ไปเลย” อีกคนเสริมพร้อมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย “หนูอยากได้พี่เป็นแฟนจังเลยค่ะ รับน้ำหนูไว้หน่อยนะคะ”เสียงเจ
แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับมาล้อมวงกันเข้ามาจ้า! วันนี้กระผมจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความละมุน ชวนให้ใจสั่น ในบรรยากาศของโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความแตกต่างระหว่าง ‘เด็กเรียน’ กับ ‘เด็กหลังห้อง’ แห่งนี้กันครับภาษาในเรื่องในนิยายเรื่องนี้ ไรต์มีการใช้ภาษาที่เรียบง่าย เป็น
บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวง
บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเค
บทที่ 1 ย้ายห้องเช้าวันจันทร์ที่ดวงอาทิตย์ทำงานหนักเกินหน้าที่ แสงแดดแผดเผาจนไอร้อนระเหยขึ้นจากพื้นคอนกรีต ภายในห้องพักครูที่ควรจะเย็นสบาย กลับมีเพียงสายลมเอื่อยเฉื่อยจากพัดลมเพดานที่หมุนวนอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ต้นหอม’ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานเก่า ใบหน้าขาวใสเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาเรียวรีทอ

![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





