Home / วาย / กลิ่นรักของต้นหอม / บทที่ 5 วันที่ฝนตก

Share

บทที่ 5 วันที่ฝนตก

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-02-11 13:53:10

บทที่ 5 วันที่ฝนตก

เช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาเรียวใสดูปรือปรอยพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“โอ๊ย... ง่วงชะมัดเลย”เขากระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่น ในหัวนึกตำหนิตัวเองที่เมื่อคืนเผลอไผลนั่งดูซีรีส์ยาวจนดึกดื่น พอต้องมาเจออากาศขมุกขมัวแบบนี้ สติของเขาแทบจะหลุดลอยไปตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้าโรงเรียน

ที่มุมหน้าต่างที่ประจำ เตอร์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเสียบหูฟังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองออกไปข้างนอกที่มีแต่เงาเมฆหม่นเศร้าพาดผ่านท้องฟ้า เขาดูตัดขาดจากเสียงเอะอะของเพื่อนในกลุ่มที่กำลังถกเถียงเรื่องเกมกันอย่างออกรส ทว่าพอหันมาเห็นร่างโปร่งที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในคลองสายตา เขาก็เอ่ยทักขึ้นทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ

“เดี๋ยวฝนตกแน่” น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นดึงความสนใจของต้นหอมไปได้ทันที

ต้นหอมหยุดกึกพลางเลิกคิ้วมองอย่างกวนๆ มือหนึ่งยังคงกำสายกระเป๋าเป้ไว้แน่น

“อ้าว... นี่เรามีพยากรณ์อากาศส่วนตัวเคลื่อนที่อยู่ในห้องด้วยเหรอเนี่ย”

เตอร์ปรายสายตามองกลับพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเหนือกว่าเหมือนเขากำลังถือไพ่ตาย

“ไม่ต้องเป็นพยากรณ์อากาศก็รู้ได้... หัดใช้สายตาสังเกตโลกภายนอกบ้าง ไม่ใช่จ้องแต่หนังสือ”

“ดูออกหรอกน่า แต่ไม่ต้องทำหน้าเหมือนรู้ทุกอย่างบนโลกขนาดนั้นก็ได้” ต้นหอมบ่นอุบพลางทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะข้างๆ เขาแสร้งขยับสมุดหนังสือบนโต๊ะแก้เก้อเพื่อหลบสายตาคมที่ดูเหมือนจะอ่านใจเขาออก

“ก็เพราะกูรู้... กูถึงบอกมึงไง”เตอร์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความกวนลงแต่เพิ่มความหนักแน่นขึ้นอย่างประหลาด ก่อนจะหันกลับไปสนใจกลุ่มเมฆสีตะกั่วข้างนอกตามเดิม ทิ้งให้ต้นหอมนั่งทำหน้ายงโย่ยงหยกด้วยความหมั่นไส้ เขาพยายามตีความหมายของประโยคเมื่อครู่จนหัวหมุน ท่าทางที่ดู ‘รู้ดี’ ไปซะทุกเรื่องของเตอร์มันน่าหมั่นไส้พอๆ กับเสียงฟ้าร้องครวญครางที่ดังแว่วมาแต่ไกล

ต้นหอมละสายตาจากแผ่นหลังกว้าง พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายกลับมาที่บทเรียน ทว่ากลิ่นไอฝนที่เริ่มโชยมากับลมเย็นกลับทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดูเงียบงันและชวนให้ใจลอยอย่างบอกไม่ถูก

ความเงียบนั้นถูกทำลายลงเมื่อครูประจำวิชาสังคมก้าวเข้ามาพร้อมกับแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดปึกใหญ่และคำประกาศที่ทำให้ทั้งห้องเริ่มวุ่นวาย

“วันนี้ครูจะให้จับคู่ทำโปสเตอร์สรุปบทเรียน กลุ่มละสองคนเท่านั้นนะจ๊ะ... เริ่มหาคู่กันได้เลย!”สิ้นเสียงประกาศ เพื่อนๆ ในห้องต่างพากันลุกพรวดพราดขยับเก้าอี้เข้าหากันอย่างรวดเร็ว เสียงเรียกชื่อเพื่อนสนิทดังระงมไปทั่วห้อง ต้นหอมที่เพิ่งย้ายมาใหม่ได้ไม่นานและยังไม่มีกลุ่มเพื่อนที่สนิทใจด้วยนั่งนิ่งอยู่กับที่ เขาแอบมองไปรอบๆ และพบว่าทุกคนต่างจับคู่กันไปหมดเรียบร้อยแล้ว

เขาลอบถอนหายใจพลางเบนสายตาไปทางซ้าย และนั่นเองที่ทำให้เขาสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่าง... เตอร์เองก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางเกียจคร้าน ไม่ได้ขยับตัวไปหาใครเหมือนกัน

“เอ้า! ใครที่ยังไม่มีคู่บ้าง?” ครูตะโกนถามพลางกวาดสายตามาที่หลังห้อง

ต้นหอมเม้มริมฝีปากแน่น เมื่อตระหนักได้ว่าคนเดียวที่ยังว่างอยู่คือคนที่เขาเพิ่งจะเถียงด้วยเมื่อครู่

“โห... ไม่เอาอะครู” ต้นหอมหลุดปากออกมาด้วยความลืมตัว แววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นฉายชัด

“คิดว่ากูอยากทำกับมึงนักหรือไง” เตอร์สวนกลับทันควันพลางกอดอกมองขวาง

ทว่าคำค้านของทั้งคู่กลับไร้ความหมายเมื่อครูเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มใจดี

“เหลือกันแค่สองคนพอดี ก็คู่กันไปนั่นแหละจ้ะต้นหอม ช่วยติวให้เตอร์หน่อยนะ ถือว่าครูขอ”สุดท้ายเด็กห้องเพชรกับหัวโจกห้องบ๊วยก็ต้องมานั่งสบตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางเสียงลมพัดแรงจากนอกหน้าต่างที่ดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุว่า โปสเตอร์แผ่นนี้... คงไม่ได้เสร็จสิ้นลงง่ายๆ แน่

ต้นหอมลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มขยับเก้าอี้และลากโต๊ะเข้าไปชิดกับโต๊ะของเตอร์ เสียงขาโต๊ะครูดกับพื้นดัง ครืด บ่งบอกถึงความไม่เต็มใจเล็กๆ ขณะที่เตอร์ยังคงนั่งทอดหุ่ย เอามือล้วงกระเป๋ามองดู ‘คู่หู’ จำเป็นด้วยสายตาอ่านยาก

“เอ้า จะเริ่มได้ยัง ยืนบื้ออยู่ได้” เตอร์เลิกคิ้วกวนๆ

“ก็รอเธอหยิบปากกาอยู่นี่ไง” ต้นหอมสวนกลับพลางแผ่แผ่นกระดาษขาวขนาดใหญ่ลงบนโต๊ะที่รวมกันและทันทีที่เริ่มวางโครงร่าง

บรรยากาศรอบโต๊ะของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยเสียงถกเถียงที่ไม่หยุดหย่อนเหมือนฟ้าฝนข้างนอก เตอร์พยายามแย่งปากกามาร์กเกอร์สีดำมาถือไว้ พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าโปสเตอร์ควรออกมาในโทนสีเข้มเรียบๆ เน้นความเท่ตามสไตล์เขา

“สีดำกับเทานี่แหละมึง ดูสะอาดตาดี” เตอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางเคาะปากกาเคมีสีดำในมือลงบนกระดาษอย่างเอาแต่ใจ สายตามองว่าความเรียบง่ายคือที่สุดของงานวิชาการสำหรับเขา

“ไม่ได้! นี่งานวิชาสังคมนะเตอร์ มันต้องดูสดใส มีชีวิตชีวา ข้อมูลต้องแน่นๆ สิ” ต้นหอมค้านเสียงแข็ง เขาขมวดคิ้วมุ่ยพลางเอื้อมมือไปคว้ากล่องปากกาสีพาสเทลออกมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ เหมือนกำลังจะจัดทัพเข้าสู้

“เราต้องใช้สีที่ดึงดูดสายตาคนอ่าน ไม่ใช่ทำเหมือนป้ายประกาศจับ” ต้นหอมจิกกัดเบาๆ พร้อมกับถลึงตาใส่คนตัวโตที่นั่งทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“กูว่ามันดูรกว่ะมึง” เตอร์บ่นอุบพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขาหยิบแผ่นร่างแบบในมือต้นหอมขึ้นมาพิจารณาแล้วทำหน้าเหยเกเหมือนคนกำลังกินของเปรี้ยว

“เราว่ามันไม่ได้รกนะ มันเรียกว่าว่าคอมเพล็กซ์ต่างหาก สวยออก” ต้นหอมเถียงกลับทันควันพลางดึงกระดาษคืนมาวางไว้ตรงหน้าตัวเองอย่างหวงแหน พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นนิดๆ อย่างมั่นใจในรสนิยมของตัวเอง ท่าทางดื้อรั้นนั้นทำให้เตอร์เผลอพ่นลมหายใจสั้นๆ ออกมาคล้ายจะขำแต่ก็ยังรักษาฟอร์ม

เพื่อนกลุ่มข้างๆ เริ่มแอบสะกิดกันดูแล้วยิ้มขำ เพราะดูเหมือนคนคู่นี้จะสามารถเถียงกันเรื่องโทนสีและขนาดตัวอักษรได้เป็นครึ่งค่อนชั่วโมงโดยไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายเมื่อเถียงจนเริ่มเหนื่อย เตอร์จึงถือวิสาสะคว้าปากกาตัดเส้นจากมือต้นหอมไปเสียดื้อๆ

“เออๆ เลิกบ่นได้แล้ว เดี๋ยวทำไม่ทัน... เอามานี่”

ต้นหอมที่กำลังจะอ้าปากเถียงต่อกลับต้องเบิกตากว้างและเงียบกริบลงทันที เมื่อเห็นปลายปากกาในมือหนาของเตอร์เริ่มจรดลงบนกระดาษ ร่างสูงวาดเส้นสายประกอบและลวดลายตกแต่งได้อย่างวิจิตรบรรจงเกินคาด เส้นที่วาดออกมานั้นคมชัด สม่ำเสมอ และมีสัดส่วนแม่นยำจนคนมองแอบทึ่งในใจ

ใครจะไปคิดว่ามือที่ดูเหมือนจะถนัดแต่การกำหมัดปะทะกับคนอื่น จะสามารถถ่ายทอดงานศิลปะออกมาได้นุ่มนวลและเป๊ะขนาดนี้

“ก็... พอใช้ได้นะ” ต้นหอมพึมพำเสียงแผ่ว พยายามรักษาฟอร์มทั้งที่แววตายังคงเป็นประกายด้วยความทึ่ง

“ปากไม่ตรงกับใจเลยนะมึงน่ะ... ถ้าพอใช้ได้ แล้วที่มึงจ้องจนตาค้างเมื่อกี้เรียกว่าอะไร” เตอร์เอ่ยขัดขึ้นอย่างรู้ทัน เขาหันมามองขวางใส่คนปากแข็งที่พยายามทำเป็นนิ่ง ทั้งที่แววตามันฟ้องไปหมดแล้ว

ต้นหอมหน้าร้อนวาบ ความร้อนนั้นลามไปจนถึงลำคอ เขารีบก้มหน้าลงจัดการกองปากกาสีบนโต๊ะกลบเกลื่อน มือไม้ดูเก้งก้างขึ้นมาทันทียามต้องพยายามเก็บของใส่กล่องทั้งที่นิ้วสั่นน้อยๆ

“ก็... ก็แค่แปลกใจเฉยๆ ว่าคนอย่างเธอวาดรูปเป็นด้วย”

“คนอย่างกูมันทำไม?” เตอร์เลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูท้าทาย พลางจงใจขยับเก้าอี้เข้าหาจนหัวไหล่หนาเบียดเข้ากับไหล่บางของอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม

“คนอย่างกูก็มีมุมที่มึงยังไม่รู้อีกเยอะ... อยากลองดูป่ะล่ะ” เขาจงใจลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบข้างหู พร้อมกับสายตาคมที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของต้นหอมเพื่อค้นหาคำตอบ

คำพูดกำกวมกับสายตาคู่นั้นทำให้ต้นหอมไปไม่เป็น เหมือนสมองถูกสั่งให้หยุดทำงานกะทันหัน เขาทำได้เพียงฮึดฮัดใส่เพื่อซ่อนความประหม่า แล้วรีบคว้าแผ่นรายงานขึ้นมาบังหน้าพลางชวนคุยเรื่องงานต่อเสียงรัวเพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนั้น โดยที่หัวใจในอกยังคงเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็น... ท้องฟ้าที่ตั้งเค้ามาตลอดวันก็เริ่มสำแดงฤทธิ์ เสียงฟ้าร้องครืนใหญ่ดังสนั่นเป็นสัญญาณเตือน ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนม่านน้ำขาวโพลนไปทั่วบริเวณ

ต้นหอมยืนเคว้งอยู่ใต้ชายคาหน้าอาคารเรียนเพียงลำพัง เขามองดูหยดน้ำที่ตกลงมาไม่ขาดสายพลางทำหน้าเซ็งสุดขีด มือเรียวล้วงเข้าไปควานหาในกระเป๋าเป้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความว่างเปล่าก็ตอกย้ำว่าเขา 'ลืมเอาร่มมา' จริงๆ ความหนาวชื้นเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาปะทะตัวจนเขาต้องห่อไหล่เข้าหากัน

ตึก... ตึก...

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากเบื้องหลังท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบพื้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงที่ถือร่มพับสีดำในมือ เตอร์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า กลิ่นฝนและกลิ่นบุหรี่จางๆ จากเสื้อกันหนาวของเขาทำเอาบรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบลง เขาไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากคำเดียวสั้นๆ

“ไป” เขาพยักพะเยอหน้าไปทางหน้าโรงเรียนพลางกางร่มออกจนสุด

ต้นหอมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ ดวงตาเรียวเบิกกว้างขัดกับใบหน้าที่ดูเลอะละอองฝน

“หมายถึงเรา?”

“แล้วตรงนี้มีหมาที่ไหนให้กูเดินไปส่งอีกล่ะ” เตอร์เลิกคิ้วถาม เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกขำในความบื้อของคนตรงหน้า

“หรือจะยืนรอให้ฝนหยุดแล้วกลับบ้านตอนค่ำ? ตะคริวจะกินขาเอาซะก่อนนะมึง”

แม้ในใจจะลังเล แต่ด้วยความหนาวเย็นที่เริ่มเกาะกินผิวหนังจนสั่นน้อยๆ ต้นหอมจึงยอมก้าวเท้าเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกันกับเตอร์

ทันทีที่เข้าใกล้ กลิ่นอายความร้อนจากร่างกายของคนตัวโตกว่าก็แผ่ซ่านออกมาจนต้นหอมรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

เตอร์ขยับร่มให้เอียงไปทางต้นหอมมากขึ้นจนไหล่ของเขาเริ่มเปียกฝนเสียเอง ทว่าเขากลับไม่สนใจซ้ำยังออกแรงเดินนำไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ทว่าระหว่างที่เดินเตอร์พยายามถือร่มไว้อย่างมั่นคง แต่ดูเหมือนเขาจะตั้งใจเอียงร่มไปทางคนตัวเล็กกว่าจนไหล่ข้างหนึ่งของเขาเองเริ่มเปียกโชก ทว่าเขากลับแกล้งบ่นเพื่อเรียกร้องความสนใจ

“เฮ้ยเตอร์! เปียกแล้วเนี่ย เอียงร่มมาทางนี้หน่อยสิ” ต้นหอมโวยวายพลางพยายามเบียดตัวเข้าไปในพื้นที่จำกัดของร่มพับ

“ก็มึงเดินห่างเอง มึงก็เดินเข้ามาใกล้ๆ กูกว่านี้ดิ” เตอร์พูดเสียงเรียบหน้าตาย สายตายังคงจดจ้องไปที่เส้นทางข้างหน้า ทว่าปลายหูเขากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดสังเกตขัดกับท่าทางนิ่งเฉยที่พยายามแสดงออก

“ใกล้ไปเดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดพอดี” ต้นหอมเถียงกลับหน้าร้อนผ่าว ความใกล้ชิดขนาดที่ไหล่แทบจะเกยกันทำเอาเขาวางตัวไม่ถูก

เตอร์หลุดหัวเราะหึๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนมาถึงคนที่เดินเบียดกันอยู่

“คนจะเข้าใจผิด... แล้วมันผิดตรงไหนวะ?”

คำพูดนั้นทำให้ต้นหอมชะงักไปชั่วครู่ หัวใจกระตุกสั่นจนเกือบก้าวขาไม่ออก เขาทำได้เพียงเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมที่ดูเหมือนจะรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อเดินมาถึงแอ่งน้ำขังบนทางเท้า จู่ๆ เตอร์ก็กระชากแขนต้นหอมให้เบี่ยงออกทันทีเพื่อหลบน้ำที่กระเด็นจากรถที่แล่นผ่าน ร่างของต้นหอมถลันเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว มือของเตอร์เย็นเยียบเพราะละอองฝนที่สาดซัด ทว่าสัมผัสที่กุมกระชับรอบข้อมือไว้นั้นกลับแน่นหนาและมั่นคงเสียจนต้นหอมรู้สึกอุ่นซ่านไปทั่วทั้งหัวใจ

“เดินระวังหน่อยดิ... ถ้าเปียกไปมากกว่านี้กูไม่ช่วยจริงๆ ด้วย” เตอร์บ่นพึมพำขณะพยายามดึงคนตัวเล็กกว่าให้หลบแอ่งน้ำ

แต่ถึงปากจะบ่น มือหนากลับยังคงกุมต้นแขนของต้นหอมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้แต่อึดใจเดียว

จังหวะการก้าวเดินที่ล้อไปกับเสียงหยดน้ำกระทบผ้าร่มเริ่มช้าลงเมื่อทางข้างหน้าคือซอยบ้านที่คุ้นตาลมพายุที่เคยพัดแรงเริ่มสงบเหลือเพียงละอองฝนบางเบาที่โปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแข่งกับเสียงน้ำหยดจากชายคา

จนกระทั่งทั้งคู่มาหยุดยืนที่หน้าประตูรั้วบ้านไม้หลังเล็ก ภายใต้แสงไฟกิ่งสีส้มสลัวที่สะท้อนกับพื้นถนนเปียกแฉะ เตอร์หุบร่มลงช้าๆ เมื่อฝนเริ่มซาจนเกือบขาดสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบที่เคยดูดุดันกลับโอนอ่อนลงขณะจ้องมองใบหน้าขาวที่เปื้อนละอองน้ำของคนตรงหน้า

“คราวหน้าถ้าฝนตก... ทักมาบอกกูนะ เดี๋ยวไปส่ง”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นนุ่มนวลกว่าปกติจนต้นหอมชะงักไปครู่หนึ่ง ใจมันสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้จนต้องแสร้งทำเป็นเลิกคิ้วสูงเพื่อกลบเกลื่อน

“เหรอ... ใครอยากให้เธอไปส่งกันล่ะ ลำบากแย่”

“ปากอย่าง... ใจอย่าง”เตอร์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงความหมายบางอย่าง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปในจังหวะที่สม่ำเสมอ

ต้นหอมยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปจนลับสายตา เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นแตะไหล่ตัวเองที่ยังหลงเหลือไอร้อนจากการเบียดชิดเมื่อครู่ ความหนาวจากสายฝนหายไปสิ้น เหลือเพียงความอุ่นซ่านที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่หัวใจ ก่อนที่เขาจะเผลอระบายยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางไอดินและกลิ่นฝนที่เย็นฉ่ำ

พาร์ทเตอร์

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเริ่มขึ้นตอนไหน... ไอ้การที่สายตาของผมมักจะคอยมองหาไอ้เด็กเนิร์ดหน้าจืดที่ชื่อ ‘ต้นหอม’ ตลอดเวลาในห้องเรียน

ตอนแรกก็แค่รำคาญที่มันชอบมายุ่งเรื่องของผม แต่พอนานวันเข้า กลายเป็นว่าเสียงบ่น เสียงเถียงของมัน กลับทำให้ห้องเรียนที่น่าเบื่อนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด

เห็นมันโพสต์หา ‘นมสตรอเบอร์รี่’ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องขี่รถวนหาเป็นสิบร้าน ทั้งที่มันก็ไม่ใช่ของถูกและหายากชะมัด แต่พอเห็นมันรับไปแล้วยิ้มตาหยีให้... โอเค ผมยอมรับก็ได้ว่ามัน ‘โคตรคุ้ม’ เลย

วันนี้เห็นมันยืนหน้าเศร้าอยู่กลางสายฝน ผมรู้ทันทีว่าคนซื่อบื้อแบบมันต้องลืมเอาร่มมาแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจเดินเข้าไปชวน ไม่ใช่แค่เพราะกลัวมันเปียก... แต่เพราะผมกลัวว่าถ้าวันนี้ไม่กล้าชวน มันอาจจะไม่มีโอกาสไหนให้ผมได้เดินเคียงข้างมันภายใต้ร่มคันเดียวกันแบบนี้อีก

ผมไม่อยากให้เพื่อนในกลุ่มรู้หรอก เพราะพวกนั้นมันปากหมา แต่ในขณะเดียวกันผมก็โคตรหวง... ไม่อยากให้ใครหน้าไหนเข้ามาวุ่นวายกับมันเลยสักคน

บางทีผมก็อยากถามออกไปตรงๆ นะว่า ‘มึงคิดยังไงกับกู’ แต่พอเห็นหน้ากวนๆ ของมันเข้าจริงๆ ผมก็เผลอแหย่มันไปทุกที แต่อย่างน้อยแค่ได้เถียงกันแบบนี้ ผมก็รู้สึกได้ว่า... ในโลกของมันมีพื้นที่ของผมวางอยู่ตรงนั้นเสมอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะ

    บทที่ 9 เป็นแฟนกันนะหลังจากก้าวพ้นความพลุกพล่านของห้างสรรพสินค้า ทั้งคู่จูงมือกันเดินลัดเลาะมาจนถึงสวนสาธารณะที่เงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาตามทางเดินสาดกระทบใบไม้เกิดเป็นเงาวูบวาบ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสลัวที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเตอร์หยุดเดินกะทันหัน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่สั่นเครือ“กู... มีเรื่องอยากจะคุยกับมึงหน่อย”ต้นหอมหยุดฝีเท้าตามพลางเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไป “มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ? ทำไมหน้าเครียดจัง”ร่างสูงไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับก้าวเข้ามาหาจนระยะห่างลดน้อยลง ดวงตาคมกริบที่มักจะดูดุดัน บัดนี้กลับสั่นไหวและฉายแววจริงจังจนต้นหอมรู้สึกหายใจติดขัด“กูไม่รู้จะพูดยังไงให้มึงเข้าใจหมด แต่วันนี้กูแน่ใจแล้ว...” เตอร์เว้นวรรคไปอึดใจหนึ่งเพื่อรวบรวมความกล้า“กูชอบมึงว่ะต้นหอม ชอบ... มากกว่าที่เพื่อนเขาชอบกัน”คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่มีการอ้อมค้อมทำเอาต้นหอมนิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความร้อนวูบวาบพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าจนห้ามไม่อยู่ เขาทำอะไรไม่ถูกจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวัง

    บทที่ 8 มีเรื่อง... แต่ก็มีความหวังหลังจากลิ้มรสความหวานละมุนของเค้กช็อกโกแลตจนหมดจาน ต้นหอมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เขาลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินกลับบ้านตามลำพังเหมือนทุกวัน ทว่าร่างสูงของเตอร์กลับก้าวมาดักหน้าไว้ด้วยสีหน้านิ่งสนิท แววตาคมกริบคู่นั้นดูจริงจังจนน่าประหลาด“กูไปส่งมึงดีกว่า” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น เป็นน้ำเสียงเชิงคำสั่งที่ไม่ได้เปิดช่องว่างให้ปฏิเสธ“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเดินกลับเองได้ ใกล้นิดเดียว” ต้นหอมท้วง“ไม่เอา... กูจะไปส่ง” เตอร์ย้ำคำเดิมพลางคว้ากระเป๋าของต้นหอมไปถือไว้เองเสียดื้อๆ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ได้แต่เดินตามแรงดึงดูดของอีกฝ่ายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปบนถนนที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงไฟถนนสีส้มสลัววาววับสะท้อนหยดน้ำค้างบนพื้น ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีหมึกตัดกับเสียงเครื่องยนต์และฝีเท้าของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา บรรยากาศรอบตัวดูนิ่งสงบจนกระทั่งถึงหัวมุมแยกใกล้บ้านต้นหอม...เงาทมิฬของชายสามคนในชุดมอซอที่ยืนสูบบุหรี่ขวางทางเดินอยู่ทำให้ต้นหอมรู้สึกใจคอไม่ดี หนึ่งในนั้นพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“เฮ้ย

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหว

    บทที่ 7 ความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวเช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอ่อนละมุนที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอนของต้นหอม เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงใบไม้ไหวตามแรงลมพัดเอื่อย บรรยากาศภายนอกดูสงบและสดชื่นผิดกับภายในใจของต้นหอมที่ยังคงว้าวุ่นไม่หยุดเขานั่งเหม่ออยู่บนเตียง สายตาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานวนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ ทั้งตอนที่เตอร์พาไปกินไอศกรีม และจังหวะที่นิ้วหนาบรรจงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างแผ่วเบา ท่าทางกวนประสาทที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน ทำให้หัวใจของต้นหอมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด“นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย...” เขาพึมพำกับตัวเองพลางใช้หมอนปิดหน้า พยายามผลักไสความรู้สึกซับซ้อนนี้ออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนและหนักแน่นขึ้นทุกทีเมื่อก้าวเท้าออกจากรั้วบ้าน ต้นหอมก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นตาในชุดนักเรียนยืนพิงกำแพงรออยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ที่หาดูได้ยากแต้มอยู่บนใบหน้าคมคายของเตอร์“เฮ้ย! มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย?” ต้นหอมถามด้วยความตกใจผสมปนเปกับความสงสัย เขามองร่างสูงที่ยืนอยู่ แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบหน้าคมทำให

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 6 บอลเดือด

    บทที่ 6 บอลเดือดบรรยากาศที่สนามฟุตบอลหลังตึกเรียนยามบ่าย อบอวลไปด้วยไอแดดที่ร้อนระอุจนผิวแทบไหม้ แต่ความร้อนแรงของอากาศยังสู้ความดุเดือดในสนามไม่ได้ เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์จากนักเรียนหลายสิบชีวิตดังระงม บ่งบอกว่าการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างห้องกำลังเข้มข้นถึงขีดสุดท่ามกลางผู้เล่นนับสิบคน ‘เตอร์’ โดดเด่นขึ้นมาในชุดเสื้อยืดสีกรมท่าที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง เขาเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง วิ่งไล่บอลด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง นัยน์ตาคมกริบจดจ่ออยู่กับเกมจนดูเหมือนโลกทั้งใบของเขามีเพียงลูกฟุตบอลกลมๆ ลูกเดียว โดยไม่สนเสียงกรี๊ดของสาวๆ ข้างสนามที่ดังขึ้นทุกครั้งยามที่เขาเลี้ยงหลบคู่แข่งอย่างเหนือชั้นที่ขอบรั้วฝั่งตรงข้าม ‘ต้นหอม’ ยืนกำรั้วเหล็กแน่นจนมือชื้นเหงื่อ แม้เขาจะพยายามบอกเพื่อนที่ยืนข้างๆ ว่า “แค่ออกมาเดินเล่นแก้เบื่อ” แต่สายตาเรียวกลับไม่เคยละไปจากร่างสูงในสนามได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกจังหวะที่เตอร์ขยับกาย หัวใจของเขาก็ดูเหมือนจะเต้นตามจังหวะนั้นไปด้วย“เตอร์เวลาเล่นบอลดูดีชะมัดเลยว่าไหมมึง... เท่อย่างกับคนละคนกับตอนนั่งหลังห้องเลย”เสียงเพื่อนสนิทที่

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 5 วันที่ฝนตก

    บทที่ 5 วันที่ฝนตกเช้าวันนี้ท้องฟ้าเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีตะกั่วครึ้มมาตั้งแต่รุ่งสาง เสียงฟ้าร้องครืนแว่วดังมาจากเส้นขอบฟ้า ลมเย็นที่หอบเอาความชื้นแฉะพัดผ่านเข้าทางหน้าต่าง ชวนให้รู้สึกขี้เกียจจนอยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มให้นานกว่านี้ ‘ต้นหอม’ เดินลากเท้าเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาเรียวใสดูปรือปรอยพลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ“โอ๊ย... ง่วงชะมัดเลย”เขากระชับสายกระเป๋านักเรียนแน่น ในหัวนึกตำหนิตัวเองที่เมื่อคืนเผลอไผลนั่งดูซีรีส์ยาวจนดึกดื่น พอต้องมาเจออากาศขมุกขมัวแบบนี้ สติของเขาแทบจะหลุดลอยไปตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้าโรงเรียนที่มุมหน้าต่างที่ประจำ เตอร์นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเสียบหูฟังฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองออกไปข้างนอกที่มีแต่เงาเมฆหม่นเศร้าพาดผ่านท้องฟ้า เขาดูตัดขาดจากเสียงเอะอะของเพื่อนในกลุ่มที่กำลังถกเถียงเรื่องเกมกันอย่างออกรส ทว่าพอหันมาเห็นร่างโปร่งที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในคลองสายตา เขาก็เอ่ยทักขึ้นทันทีโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ“เดี๋ยวฝนตกแน่” น้ำเสียงทุ้มเรียบนั้นดึงความสนใจของต้นหอมไปได้ทันทีต้นหอมหยุดกึกพลางเลิกคิ้วมองอ

  • กลิ่นรักของต้นหอม   บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่

    บทที่ 4 นมรสสตอเบอรี่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนในห้องนอนที่เงียบสงบ ต้นหอมทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างหลังจากจัดการกิจวัตรประจำวันจนเสร็จสิ้น กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากการอาบน้ำช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากลิ้งตัวไปมาบนฟูกนุ่มพลางถอนหายใจยาวทิ้งความเหนื่อยล้าของวัน มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันยอดฮิต เลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับโพสต์โฆษณาชิ้นหนึ่ง‘นมรสสตรอเบอร์รี่รสใหม่นำเข้า กลิ่นหอมหวานละมุน มีจำหน่ายเฉพาะบางสาขาเท่านั้น!’ภาพนมกล่องสีชมพูหวานแหววดูน่าลิ้มลองจนต้นหอมอดไม่ได้ที่จะตาโต ประกายในดวงตาเรียวใสกลับมาสดใสอีกครั้ง เขาเป็นพวกแพ้อะไรที่เป็นรสสตรอเบอร์รี่อยู่แล้ว ยิ่งหาซื้อยากเขายิ่งอยากลอง ปลายนิ้วรีบกดแชร์โพสต์ลงในสตอรี่ส่วนตัวทันที พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า“นมรสนี้น่าลองจัง แต่ท่าทางจะหายากสุดๆ เลยแฮะ” พ่วงด้วยอีโมจิรูปหน้าแมวร้องไห้หนึ่งตัวเขาไม่ได้คาดหวังให้ใครมาตอบ แค่โพสต์บ่นไปตามประสา ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอนแล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ยังค้างอยู่บนใบหน้าขณะเข้าสู่ห้วงฝันโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status