Beranda / วาย / กลิ่นแก้วในสวนพลับ / ตอนที่ 1: ใต้ร่มเงาภูผาตะวัน

Share

กลิ่นแก้วในสวนพลับ
กลิ่นแก้วในสวนพลับ
Penulis: Chanan

ตอนที่ 1: ใต้ร่มเงาภูผาตะวัน

Penulis: Chanan
last update Tanggal publikasi: 2026-08-14 14:35:56

      สายลมหนาวระลอกแรกของปีพัดผ่านยอดดอยสูง หอบเอาไอหมอกสีขาวละมุนลอยล่องลงมาคลุมเคลือทิวเขาและผืนดินของไร่ ภูผาตะวัน จังหวัดเชียงใหม่

ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้ ใบของต้นพลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มและร่วงหล่น ทิ้งให้ผลพลับกลมแป้นสีส้มสดนับหมื่นนับแสนลูกห้อยระย้าอยู่เต็มกิ่งก้าน

ราวกับมีคนนำโคมไฟดวงเล็ก ๆ ไปประดับไว้ทั่วทั้งหุบเขา บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายดินชื้นแฉะหลังสายฝนโบกมือลา และกลิ่นหอมหวานจาง ๆ ของผลไม้เมืองหนาวที่กำลังสุกปลั่งได้ที่ เป็นสัญญาณว่าฤดูเก็บเกี่ยวอันแสนวุ่นวายและอบอุ่นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

      ที่บริเวณลานคัดแยกผลผลิตท้ายแปลงพลับ เสียงพูดคุยจอแจของคนงานดังฝ่าสายหมอกยามเช้า ทุกคนต่างเร่งมือทำงานกันอย่างขันแข็งเพื่อรีบนำผลผลิตส่งเข้าโรงงานและแพ็กส่งออกให้ทันตามออเดอร์ ท่ามกลางภาพความวุ่นวายนั้น มีร่างของเด็กหนุ่มตัวเล็กคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงผลพลับลงตะกร้าอย่างตั้งอกตั้งใจ

      แก้วตา ในวัยสิบเก้าปีอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสกอตตัวโคร่งที่ดูจะใหญ่กว่าขนาดตัวไปมาก ปลายแขนเสื้อถูกพับขึ้นมาจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือขาวบาง

ผิวพรรณของเด็กหนุ่มขาวจัดและเนียนละเอียดอมชมพูระเรื่อตรงพวงแก้มกลมทั้งสองข้าง ดูไปแล้วช่างคล้ายกับผิวของลูกพีชสุกท่ามกลางน้ำค้างแข็ง ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์ทอประกายความมุ่งมั่น ทุกครั้งที่เขาขยับกาย รอยยิ้มละมุนตาจะแต้มแต่งบนใบหน้าหวานเสมอ จนทำให้คนงานรุ่นป้าต่างมองด้วยความเอ็นดูระคนสงสาร

      แก้วตาเพิ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกจากโรงเรียนประจำอำเภอด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของรุ่น เขามีความฝันอยากจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยใหญ่ในเมืองหลวง อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและการจัดการเพื่อนำกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

แต่ความจริงอันแสนโหดร้ายกลับทำให้ฝันนั้นต้องพับเก็บใส่กล่องไว้ก่อน เพราะฐานะทางบ้านที่มีเพียง ลุงอิน ผู้เป็นพ่อ เป็นเสาหลักเพียงคนเดียว แถมยังมีหนี้สินก้อนโตจากการรักษาพยาบาลของแม่ผู้ล่วงลับที่ยังต้องชดใช้

      สำหรับแก้วตาแล้ว การเป็นเด็กสู้ชีวิตไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้ แววตาของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังและความกตัญญู เด็กหนุ่มเลือกที่จะหันหลังให้รั้วมหาวิทยาลัยแล้วก้าวเข้าสู่ร่มเงาของไร่ภูผาตะวันอย่างเต็มตัว เพื่อทำงานใช้แรงงานแบ่งเบาภาระของพ่อ และเก็บหอมรอมริบเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้สำหรับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

      “แก้วตา! ทางนี้ลูก เขยิบตะกร้ามาทางพ่อหน่อยเร็ว”

เสียงทุ้มเครือของลุงอิน หัวหน้าคนงานเก่าแก่ตะโกนเรียก ลูกชายรีบยกตะกร้าหวายใบย่อมวิ่งเหยาะ ๆ ฝ่าดงหญ้าที่มีหยาดน้ำค้างเกาะพราวเข้าไปหาทันที

      “มาแล้วครับพ่อ แก้วคัดลูกพลับไซส์ใหญ่พิเศษแยกไว้ให้แล้วครับ ลูกพวกนี้ผิวเนียนกริบ ไม่มีรอยแมลงเจาะเลย พ่อเอาไปขึ้นทะเบียนตรงนู้นได้เลยครับ” เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มกว้างจนตาหยีดั่งดวงจันทร์เสี้ยว

      ลุงอินรับตะกร้าไปพลางปาดเหงื่อบนหน้าผาก สายตามองลูกชายด้วยความรู้สึกผิดลึก ๆ ในใจที่ไม่มีปัญญาส่งเสียให้ลูกได้เรียนต่อตามที่ใจหวัง “เออ ดีมาก... พลับรุ่นแรกของปีนี้หวานฉ่ำนัก พ่อเลี้ยงท่านเน้นย้ำเรื่องการคัดเกรดเป็นพิเศษ เพราะต้องส่งเข้าห้างสรรพสินค้าในเมืองและเตรียมแพ็กส่งออก ถ้าระบบบัญชีและการคัดแยกมีปัญหา พวกเราจะโดนตำหนิเอาได้”

      เมื่อได้ยินคำว่า พ่อเลี้ยง หัวใจดวงน้อยที่อยู่ใต้เสื้อลายสกอตตัวโคร่งก็พลันกระตุกวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนซับสีระเรื่อเข้มขึ้น ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคายดุดัน ทว่ามีนัยน์ตาสีเข้มลึกล้ำชวนให้ใจสั่นสะท้านแล่นเข้ามาในหัวสมองทันที

      พ่อเลี้ยงภูผา หรือ นายภูผา ตะวันรุ่ง เจ้าของไร่ผลไม้และชาขนาดยักษ์ผู้ทรงอิทธิพลในแถบนี้ ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปีผู้มีบุคลิกสุขุม นิ่งขรึม และเด็ดขาดจนคนงานต่างพากันเกรงกลัว เขาเป็นคนพูดน้อยแต่ทุกคำพูดล้วนเฉียบขาด

ทว่าภายใต้มาดนิ่งสนิทและดุดันกับคนทั่วไป ภูผากลับเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของแก้วตา เขาคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของแก้วตาในวันที่มืดแปดด้าน คอยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ และแอบส่งเสียค่าเทอมให้แก้วตามาตลอดจนจบมัธยมปลายโดยไม่เคยทวงถามสิ่งใดตอบแทน

      แก้วตาแอบรักผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่จำความได้... รักในความเด็ดเดี่ยว รักในแผ่นหลังกว้างที่ดูพึ่งพาได้เสมอ และรักในความใจดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึงนั่น ทว่าเด็กหนุ่มก็เจียมตัวอยู่เสมอว่าตนเองเป็นใคร เป็นเพียงลูกชายคนงานในไร่ที่ต้อยต่ำ การได้แอบมองอยู่ห่าง ๆ และคอยตั้งใจทำงานตอบแทนบุญคุณจึงเป็นสิ่งเดียวที่แก้วตาบังอาจทำได้ในชาตินี้

      ขณะที่สองพ่อลูกกำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงผลไม้ สายลมหนาวก็พัดแรงขึ้นอีกระลอก พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่ที่ดังใกล้เข้ามา

รถคันคุ้นตาแล่นมาจอดสนิทที่ท้ายแปลงพลับ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงยีนส์เนื้อหนาและเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเข้มที่ขับให้บุคลิกดูดิบเถื่อนทว่าสง่างาม

      รองเท้าบูทหนังเหยียบลงบนผืนดินชื้นแฉะ ท่วงท่าการก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยความมั่นคงและมีอำนาจ ใบหน้าคมครัดเคร่ง ตาดุคมเข้ม คิ้วหนาพาดเฉียง ยิ่งขับให้เขาดูเป็นเสือร้ายที่น่าเกรงขามประจำผืนป่าแห่งนี้

      “เป็นยังไงบ้างลุงอิน ผลผลิตปีนี้ได้ตามเป้าไหม” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังกังวานขึ้น พ่อเลี้ยงภูผาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าจุดรับซื้อ สายตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณด้วยความถี่ถ้วนตามนิสัยคนทำงานละเอียด

      ลุงอินรีบถอดหมวกสานออกแล้วก้มหัวให้ด้วยความเคารพ

“เรียบร้อยดีครับพ่อเลี้ยง ปีนี้ฝนทิ้งช่วงได้จังหวะ ทำให้พลับหวานกว่าปีที่แล้วมากครับ น้ำหนักดี ผิวสวย ฝั่งนี้แก้วตาเพิ่งคัดเกรดพรีเมียมเสร็จพอดีครับ”

      ทันทีที่ลุงอินเอ่ยชื่อลูกชาย นัยน์ตาคมดุของภูผาก็ตวัดสายตาไปมองร่างเล็กที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังลุงอินทันที ทันทีที่สายตาสองคู่ประสานกัน แก้วตาก็สะดุ้งน้อย ๆ แล้วรีบก้มหน้าลงจนคางชิดอก มือเรียวเล็กประสานกันแน่นอยู่ข้างหน้าด้วยความประหม่า หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ

      ภูผามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ความดุดันที่เคยมีต่อคนงานนับร้อยมลายหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นแก้มกลม ๆ สีชมพูระเรื่อและท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวน่าเอ็นดูนั่น

ภูผาเห็นแก้วตามาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก วิ่งเล่นร้องไห้ตามก้นลุงอินในสวน จนกระทั่งตอนนี้... เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่มที่งดงาม บริสุทธิ์ และส่งกลิ่นหอมละมุนราวกับดอกไม้ป่าท่ามกลางสายหมอกในไร่ของเขา

      “เรียนจบแล้วใช่ไหมแก้วตา” ภูผาถาม เสียงทุ้มนั้นนุ่มนวลลงกว่าตอนที่คุยกับลุงอินหลายส่วน

      “ครับ... จบแล้วครับพ่อเลี้ยง” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ

      “แล้วเรื่องมหาวิทยาลัยล่ะ ที่ฉันเคยบอกลุงอินว่าจะส่งเรียนต่อ ทำไมไม่เห็นมาบอก” คิ้วหนาของเจ้าของไร่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาคมฉายแววดุขึ้นมาเมื่อคิดว่าเด็กตรงหน้าอาจจะละทิ้งโอกาสทางการศึกษาที่เขาตั้งใจจะมอบให้

      แก้วตาก็รีบเงยหน้าขึ้นโบกไม้โบกมือพัลวัน ใบหน้าหวานตื่นตระหนกเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะโกรธ

“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นครับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงมีพระคุณกับครอบครัวเรามากเกินไปแล้วครับ แก้ว...แก้วอยากทำงานหาเงินช่วยพ่อก่อนครับ อยากแบ่งเบาภาระหนี้สิน ไม่อยากรบกวนเงินของพ่อเลี้ยงอีกแล้วครับ”

      ภูผานิ่งไป สายตาคมกวาดมองสำรวจร่างเล็กที่ดูบอบบางเกินกว่าจะมาตรากตรำทำงานหนักในสวนพลับ ผิวขาว ๆ นั่นถ้าต้องตากแดดตากลมข้ามวันข้ามคืนคงได้ไหม้เกรียม และมือเรียวสวยคู่นั้นก็ไม่ควรจะต้องมาหยาบกร้านเพราะงานใช้แรงงานหนัก

      เด็กโง่... คิดว่าเขาจะยอมปล่อยให้ไปลำบากตากแดดตากลมข้ามปีหรืออย่างไร ภูผาคิดในใจด้วยความขัดใจระคนเอ็นดู

      “ทำงานในไร่เหรอ? ตัวเล็กแค่นี้จะไปยกเข่งพลับไหวได้ยังไง ลมหนาวพัดมาแรง ๆ ก็คงปลิวไปตามลมแล้วมั้ง” ภูผาแกล้งดุ เสียงเข้ม ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความขบขัน

      “ไหวครับ! แก้วแข็งแรงมากนะครับพ่อเลี้ยง ดูสิ แก้วช่วยพ่อยกตะกร้าตั้งแต่เช้าแล้ว”

แก้วตาไม่พูดเปล่า ยอมเบ่งกล้ามแขนลีบ ๆ ที่แทบไม่มีเนื้อหนังให้คนตัวโตดูเพื่อพิสูจน์คำพูด ท่าทางสู้ชีวิตแต่แฝงความซื่อเดียงสานั้นทำให้ภูผาต้องลอบยิ้มในใจ แต่ใบหน้าภายนอกยังคงรักษามาดนิ่งสนิทเอาไว้

      ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็กอีกหนึ่งก้าว ส่งผลให้กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นไอหนาวจากตัวเขาอบอวลล้อมรอบตัวแก้วตาจนคนตัวเล็กแทบจะลืมหายใจ มือหนาเอื้อมไปดึงหมวกสานใบเก่าที่แก้วตาสวมอยู่ให้ลงมาบดบังใบหน้าหวานแผ่วเบาเพื่อหลบแสงแดดที่เริ่มจัดขึ้น

      “ปากดี... ตัวเท่าลูกพลับพรีเมียมแค่นี้ จะทำอะไรก็ระวังหน่อยแล้วกัน ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ลุงอินจะไม่มีกะจิตกะใจทำงาน”

พ่อเลี้ยงภูผาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามนิสัย ทว่าประโยคนั้นกลับแฝงกระแสความห่วงใยไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะหันไปสั่งงานลุงอินต่ออีกสองสามประโยคแล้วเดินกลับไปที่รถกระบะคันใหญ่

      แก้วตายืนนิ่งค้าง มือเล็กจับปีกหมวกสานที่พ่อเลี้ยงเพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แก้มกลมที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อบัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สายตาที่มองตามท้ายรถกระบะที่เคลื่อนตัวออกไปเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่

      นี่เป็นเพียงวันแรกของการเริ่มต้นทำงานในฐานะคนงานของไร่อย่างเต็มตัว แม้จะยังไม่รู้ว่าวันข้างหน้าต้องเจอกับงานหนักแค่ไหน

แต่เพียงแค่มีความห่วงใยอันอบอุ่นดั่งแสงตะวันยามเช้าของพ่อเลี้ยงภูผาที่คอยแผ่ซ่านเข้ามาละลายลมหนาวในใจ... แก้วตาก็ตระหนักได้ทันทีว่า ต่อให้ต้องเหน็ดเหนื่อยอีกสักเท่าไร เขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่ออยู่ที่นี่ ใต้ร่มเงาของภูผาตะวันแห่งนี้ตลอดไป

      

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 30 : พายุเงียบในห้องโถง

    ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 29 : ข้อต่อรอง

    ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 28 : คลื่นใต้น้ำ

    แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 27 : แสงแรกเหนือรอยจำนน

    สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 26 : เพลิงหมอกซ่อนไออุ่น nc

    ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง

  • กลิ่นแก้วในสวนพลับ   ตอนที่ 25 : เส้นขนาน

    เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status