Masukสายลมหนาวพัดกรรโชกโชยมาแรงกว่าทุกวันจนยอดสนบนดอยสูงไหวเอนไปตามแรงลม ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้วที่แก้วตาเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของพ่อเลี้ยงภูผาบนเรือนใหญ่ หน้าที่หลักของเด็กหนุ่มในแต่ละวันคือการคัดแยกเอกสารบิลใบเสร็จ จัดหมวดหมู่สัญญาซื้อขายผลผลิต และหน้าที่พิเศษที่ป้าสมใจจัดการมอบหมายให้ด้วยความเต็มใจ นั่นคือการจัดสำรับน้ำชาและขนมว่างขึ้นมาส่งให้เจ้าของไร่ถึงในห้องทำงานวันละสองเวลา
ความขยันขันแข็ง อ่อนน้อมถ่อมตน และรอยยิ้มหวานใสราวกับดวงจันทร์เสี้ยวของแก้วตา ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรือนไม้สักหลังใหญ่แห่งนี้ไปโดยปริยาย และที่สำคัญ... มันเริ่มสั่นคลอนหัวใจอันนิ่งสนิทดั่งหินผาของชายหนุ่มวัยสามสิบสองปีให้กระตุกไหวทีละน้อย ผ่านสัมผัสเล็ก ๆ น้อย ๆ และสายตาที่ทอดมองลงมาอย่างละมุนตาขึ้นในทุก ๆ วัน “สามสิบเอ็ด... สามสิบสอง... สามสิบสาม...” เสียงหวานใสขยับนับจำนวนตะกร้าหวายอย่างตั้งอกตั้งใจ ปลายปากกาในมือบางขีดเขียนตัวเลขลงบนสมุดจดเล่มเล็กอย่างระมัดระวัง บ่ายวันนี้แก้วตาได้รับคำสั่งจากพ่อเลี้ยงให้ออกมาช่วยลุงอินเช็กยอดและคัดเกรดลูกพลับสดพรีเมียมรอบสุดท้ายที่โรงเรือนท้ายแปลง เนื่องจากมีออเดอร์เร่งด่วนจากห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเชียงใหม่ส่งเข้ามา ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อคลุมไหมพรมสีครีมหนานุ่มที่ตัวใหญ่โคร่งจนจมหายไปครึ่งตัว ชายเสื้อยาวลงมาคลุมสะโพกมน ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำให้คนงานคนอื่นที่เดินผ่านไปมาต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดู “น้องแก้วตาครับ...” เสียงทุ้มสุภาพและนุ่มนวลที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาแก้วตาชะงักมือที่กำลังเขียนเอกสารแล้วหมุนตัวกลับไปมอง ก่อนจะพบกับชายหนุ่มแต่งตัวภูมิฐาน ใบหน้าขาวตี๋หมดจดอายุน่าจะราว ๆ ยี่สิบห้า ยี่สิบหกปี ในชุดข้าราชการสีกากีรีดเรียบกริบกำลังยืนส่งยิ้มสุภาพมาให้ ในมือของชายคนนั้นมีถุงกระดาษใบย่อมติดมือมาด้วย “อ๊ะ... สวัสดีครับ” แก้วตารีบก้มหัวทักทายอย่างนอบน้อมตามมารยาท พลางก้าวถอยหลังครึ่งก้าว “สวัสดีครับ ไม่ต้องตกใจไปครับ พี่ชื่ออนันต์ เป็นปลัดอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำการที่นี่ได้ไม่กี่วันครับ” ปลัดหนุ่มขยับก้าวเข้ามาใกล้ร่างเล็ก รอยยิ้มและสายตาที่มองมาทอประกายความชื่นชมในความน่ารักหมดจดของเด็กหนุ่มอย่างเปิดเผย “พอดีพี่มาตรวจเยี่ยมและดูงานการเก็บเกี่ยวผลผลิตตามหน้าที่น่ะครับ แล้วเห็นน้องแก้วตากำลังง่วนอยู่คนเดียว มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ” “เอ่อ... ไม่เป็นไรครับท่านปลัด แก้วแค่นับจำนวนตะกร้าเฉย ๆ ครับ ใกล้จะเสร็จแล้วครับ” แก้วตาตอบเสียงสุภาพ แววตาใสซื่อฉายแววเกรงใจ “เรียกพี่อนันต์ดีกว่าครับ เรียกท่านปลัดดูห่างเหินไปหน่อย” ปลัดอนันต์ยิ้มหวาน พลางยื่นถุงกระดาษในมือส่งให้เด็กหนุ่ม “พอดีพี่แวะซื้อทองม้วนสดเจ้าอร่อยจากในตลาดอำเภอมา ฝากน้องแก้วตาทานรองท้องนะครับ ทำงานกลางลมหนาวแบบนี้คงเหนื่อยแย่เลย” “ขอบคุณมากครับพี่อนันต์ แต่แก้วเกรงใจจังเลยครับ...” แก้วตาทำตัวไม่ถูก มือบางพยายามจะปฏิเสธแผ่วเบา ทว่าปลัดหนุ่มกลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว พยายามจะส่งถุงขนมให้อย่างมีไมตรีจิต บรรยากาศของคนทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของคนงานนับสิบในโรงเรือน บรึ๋น!... เอี๊ยด! ทว่ายังไม่ทันที่ถุงขนมจะเปลี่ยนมือ เสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังของรถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่ประจำไร่ก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับการเหยียบเบรกอย่างแรงจนล้อรถตะกุยดินลูกรังกระเซ็นกระจาย ประตูรถฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกเสียงดังปัง! ร่างสูงใหญ่กำยำของพ่อเลี้ยงภูผาก้าวลงมาจากรถในทันที รังสีความดุดันและกระแสความเย็นเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนบรรยากาศรอบกายพลันสะดุดกึก คนงานทุกคนพากันก้มหน้าเงียบกริบด้วยความยำเกรง ใบหน้าคมคายของเจ้าของไร่ครัดเคร่งและบึ้งตึง นัยน์ตาคมกริบสีนิลวาวโรจน์ฉายแววดุดัน ขมวดคิ้วหนาแน่นจนเป็นปม สายตาของภูผาจับจ้องตรงไปยังปลัดอำเภอหนุ่มที่กำลังยืนชิดติดกับผู้ช่วยส่วนตัวของเขาไม่วางตา ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้ชายหนุ่มก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว รองเท้าบูทหนังเหยียบลงบนผืนดินเสียงดังตึงตัง ทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยอำนาจและระลอกความไม่พอใจที่ปิดไม่มิด ภูผาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างปลัดอนันต์และแก้วตาทันที แผ่นอกกว้างหนาบึกบึนบังร่างเล็กของแก้วตาไว้จนมิด ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบราวมีดโกนมองผู้มาใหม่ “ขยันตรวจงานจังเลยนะครับท่านปลัด... ตรวจงานราชการ หรือตรวจคนงานในไร่ของผมกันแน่” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของภูผากดต่ำและนิ่งสนิท ทว่ากระแสเสียงกลับเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ปลัดอนันต์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงไปนิดเมื่อเจอแรงกดดันจากผู้ทรงอิทธิพลประจำถิ่น ชายหนุ่มรีบปรับท่าทีขยับถอยหลัง “อ๋อ สวัสดีครับพ่อเลี้ยงภูผา พอดีผมเสร็จจากการตรวจดูโรงเรือนฝั่งโน้นแล้วผ่านมาทางนี้ เห็นน้องแก้วตาทำงานอยู่คนเดียวเลยแวะทักทายและเอาขนมมาฝากครับ ไม่ได้มีเจตนาอื่นรบกวนงานเลยครับ” “คนงานในไร่ภูผาตะวัน... ผมดูแลเรื่องปากท้องและสวัสดิการดีพอครับ ไม่รบกวนของฝากจากคนนอก” ภูผาตอกกลับเสียงเรียบ ทว่าคำว่าคนนอกกลับเน้นหนักและเฉียบขาดจนบรรยากาศอึดอัดขึ้นเท่าตัว ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันไปมองปลัดหนุ่มอีก แต่ตวัดสายตาดุ ๆ ลงมามองเด็กหนุ่มที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างหลัง “แก้วตา... เอกสารนับจำนวนตรงนี้ เสร็จหรือยัง” “คะ...ใกล้แล้วครับพ่อเลี้ยง เหลืออีกแค่ห้าตะกร้าครับ” แก้วตาอ้อมแอ้มตอบ เสียงหวานใสสั่นเครือน้อย ๆ ด้วยความใจหายใจคว่ำ เขาไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงทำสายตาดุเข้มและฉุนเฉียวขนาดนี้มาก่อนเลย “ไม่ต้องนับแล้ว เดี๋ยวให้ลุงคำมาทำต่อ” ภูผาสั่งเสียงเข้ม พลางเอื้อมมือหนาไปคว้าสมุดจดเล่มเล็กจากมือบางมาถือไว้เองอย่างเอาแต่ใจ “เก็บของ แล้วกลับขึ้นเรือนใหญ่ไปชงชาร้อนให้ฉันเดี๋ยวนี้... ห้ามแวะคุยกับใครระหว่างทางเด็ดขาด” “ครับ... พ่อเลี้ยง” แก้วตารับคำอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มรีบก้มหัวให้ปลัดอนันต์เล็กน้อยเป็นเชิงขอตัว ก่อนจะหมุนตัววิ่งดุ๊ก ๆ กลับขึ้นไปทางเรือนใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังวิ่งหนีพายุ ภูผามองตามแผ่นหลังบางที่จมอยู่ในเสื้อไหมพรมของตนไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับปลัดหนุ่มอีกครั้ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววจุดประกายความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัดโดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัว “เรื่องงานตรวจราชการ ถ้าท่านปลัดยังมีข้อสงสัย เชิญที่ออฟฟิศกลางได้ครับ ผมจะให้ผู้จัดการไร่เป็นคนให้ข้อมูล... ส่วนตรงนี้ คนงานกำลังเร่งมือกันอยู่ คงไม่สะดวกต้อนรับ” ปลัดอนันต์ยิ้มบาง ๆ พยักหน้ารับอย่างเข้าใจในรังสีหวงก้างที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรง “ครับ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน ไว้โอกาสหน้าคงได้คุยกับพ่อเลี้ยงและน้องแก้วตาใหม่นะครับ” ภูผาไม่ได้ตอบอะไร ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนนิ่ง ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน จ้องมองตามรถยนต์ของปลัดอำเภอที่แล่นออกไปจากเขตไร่ด้วยสายตาครุ่นคิด ความรู้สึกหงุดหงิดใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแล่นพล่านอยู่ในอกจนทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปหมด ภายในห้องทำงานกว้างขวางบนเรือนใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาป่าอบอวลไปทั่วบริเวณ แก้วตากำลังประคองถาดเครื่องน้ำชาเข้ามาวางลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหวานบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและแววตาสั่นไหว ความดุดันและท่าทางจำกัดพื้นที่ไม่ให้เขาคุยกับปลัดอนันต์เมื่อครู่ มันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ขณะเดียวกัน... ความคิดบางอย่างที่ได้ยินมาจากโรงครัวเมื่อช่วงกลางวันก็แล่นเข้ามาในหัวสมองชวนให้ใจหาย แก้วตาเอ๋ย... รู้หรือยังว่าสิ้นเดือนนี้ ผู้ใหญ่ในเวียงเชียงใหม่เขาจะเดินทางมาเยี่ยมพ่อเลี้ยงที่ไร่นะ เห็นป้าสมใจบอกว่ารอบนี้จะพาคุณหนูศิรินทร์ ลูกสาวเจ้าของโรงงานรายใหญ่มาด้วย เห็นว่าฐานะร่ำรวย หน้าตาสะสวย เหมาะสมกับพ่อเลี้ยงทุกประการเลยล่ะ... ผู้ใหญ่เขาตั้งใจจะทาบทามให้รู้จักกันไว้ ไร่เราคงใกล้จะมีคุณนายคนใหม่แล้วแน่ ๆ คำพูดปรับทุกข์และพูดคุยกันของพวกพี่ ๆ คนงานในโรงครัวยังคงดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมา ดั่งค้อนอันใหญ่ที่คอยทุบทำลายความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ในใจให้พังทลายลง แก้วตาเจียมตัวอยู่เสมอว่าตนเองเป็นใคร เป็นเพียงลูกชายของหัวหน้าคนงานเก่าแก่ เงินทองไม่มี หนี้สินรุงรัง แถมยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ส่วนพ่อเลี้ยงภูผา... เขาเป็นถึงพญาอินทรีผู้สูงส่ง เพียบพร้อมไปด้วยเกียรติยศและฐานะ ความต่างชั้นมันห่างไกลกันราวฟ้ากับดิน การที่พ่อเลี้ยงคอยเอาใจใส่ คอยซื้อเสื้อผ้าให้ หรือทำท่าหวงก้างบงการไม่ให้เขาคุยกับชายอื่น... มันคงเป็นเพียงความรู้สึกเอ็นดูเด็กในบ้าน หรือเป็นอารมณ์ดุและหวงคนงานในปกครองตามนิสัยคนเผด็จการเท่านั้น เขาไม่ควรจะคิดเข้าข้างตัวเอง และไม่ควรจะเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดเกินไปจนทำให้ผู้มีพระคุณต้องมัวหมอง แกรก... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ยังคงติดแววบึ้งตึง ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกพาดไว้บนโซฟา ก่อนจะสืบเท้าเข้ามาหาแก้วตาที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน “ชาได้แล้วครับพ่อเลี้ยง... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แก้วขออนุญาตลงไปช่วยพ่อที่ลานคัดแยกต่อนะครับ” แก้วตาเอ่ยเสียงแผ่วเบาและราบเรียบ ใบหน้าหวานยังคงก้มต่ำไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ ร่างเล็กขยับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตนเองกับคนตัวโตอย่างเห็นได้ชัด ภูผาชะงักเท้ากึก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีด้วยความไม่พอใจ ท่าทางตีตัวออกห่างและน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งกระแสความออดอ้อนระคนซื่อเดียงสาเหมือนทุกที มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก “ฉันสั่งให้เธอขึ้นมาทำงานบนนี้... และบอกว่ามีงานด่วน ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนอยากจะหนีฉันไปข้างล่างตลอดเวลา” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากระแสเสียงกลับกดต่ำลง “แก้วไม่ได้อยากหนีครับ... แต่แก้วคิดว่างานบนเรือนใหญ่ แก้วจัดแจงทำเสร็จหมดแล้ว และการที่แก้วอยู่บนนี้ตลอดเวลา... มันอาจจะดูไม่เหมาะสมครับ” แก้วตาตอบเสียงสั่นเครือ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไปตามแรงอารมณ์ความน้อยใจในอก “ไม่เหมาะสมตรงไหน?” ภูผาก้าวเท้าเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่คุกคามระยะปลอดภัยของคนตัวเล็กทันที นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีที่บัดนี้เริ่มฉ่ำรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาจาง ๆ “ฉันเป็นเจ้าของไร่ ฉันสั่งให้เธออยู่ตรงไหน เธอก็ต้องอยู่ตรงนั้น... หรือว่าที่อยากลงไปข้างล่าง เพราะอยากไปรอเจอปลัดคนเมื่อเช้าอีกงั้นเหรอ” คำกล่าวหาที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจและประชดประชันของคนตัวโต ทำเอาแก้วตาหน้าร้อนผ่าว ความอัดอั้นและระคนน้อยใจที่เก็บสะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลง หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้มใสทันที เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคมดุด้วยแววตาที่ตัดพ้อ “พ่อเลี้ยงอย่ามาปรักปรำแก้วแบบนี้นะครับ! แก้วไม่เคยคิดแบบนั้นเลย... แก้วรู้ดีว่าแก้วเป็นใคร เป็นแค่ลูกคนงาน ต้อยต่ำเกินกว่าจะไปคิดเรื่องพวกนั้น และแก้วก็รู้ดีด้วยว่า... อีกไม่นานเรือนใหญ่หลังนี้ก็คงจะมีคุณนายคนใหม่ ที่เหมาะสมและคู่ควรกับพ่อเลี้ยงขึ้นมาดูแล แก้วแค่ไม่อยากอยู่เป็นตัวเกะกะสายตาใครครับ!” พูดจบ แก้วตาก็สะอื้นฮัก มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มพัลวัน ร่างเล็กสั่นเทาด้วยความเจ็บแปลบในอกที่ต้องพูดคำว่าเจียมตัวออกมาต่อหน้าชายที่ตนแอบรักมาเนิ่นนาน ภูผาตัวแข็งทื่อไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดตัดพ้อที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจของเด็กตรงหน้า... ความโกรธขัดใจที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตระหนกและความรู้สึกผิดที่แล่นเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ชายหนุ่มมองหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสสีพีชของแก้วตาแล้ว หัวใจของเขาก็พลันเจ็บปวดลึกซึ้งราวกำลังถูกบีบเค้น ชายหนุ่มไม่ได้พูดตอบโต้คำใด ทว่าเขากลับขยับก้าวเข้าไปประชิดร่างเล็กในระยะประชิด มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมข้อมือบางของแก้วตาไว้แผ่วเบา ทว่ามั่นคง ไม่ยอมให้คนตัวเล็กดิ้นหนี นัยน์ตาคมดุกริบที่เคยฉายแววเอาแต่ใจ บัดนี้กลับทอดแสงอ่อนลงจนละมุนตาและเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เข้มข้นจนคนฟังต้องสั่นสะท้าน “ใครบอกเธอเรื่องคุณนายคนใหม่... และใครบอกว่าเธอคือตัวเกะกะสายตา” ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พร่าสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มก้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้จนแก้วตารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ “อย่าพูดคำว่าต้อยต่ำหรือเจียมตัวให้ฉันได้ยินอีกแก้วตา... อยู่บนนี้ อยู่ข้าง ๆ ฉัน เป็นผู้ช่วยของฉัน... และห้ามมองใครนอกจากฉัน เข้าใจไหม” คำพูดแกมบังคับทว่าเปี่ยมไปด้วยความอาทรและสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายจะมองลูกน้อง ทำเอาแก้วตานิ่งค้างไปทันที หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วโครมครามจนแทบหยุดหายใจ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของพ่อเลี้ยงกำลังละลายความน้อยใจในอกให้จางหายไป... ทิ้งไว้เพียงความสับสนและแรงสั่นไหวในหัวใจของทั้งสองดวง ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรุ่นกลิ่นอายดินและผลพลับหวานฉ่ำนอกหน้าต่างในบ่ายวันนั้น.........ความเงียบอันเหน็บหนาวทวีตัวแน่นหนาจนแทบไม่มีอากาศหายใจอยู่กลางโถงเรือนใหญ่ไม้สักทอง ควันจากถ้วยชาพลับร้อน ๆ ของคุณหญิงพิมพาลอยม้วนเอื่อยเฉื่อยขึ้นสู่เพดานสูง ขัดกับกระแสอารมณ์อันตึงเครียดและกดดันจนแทบจะระเบิดออกของคนในห้อง พ่อเลี้ยงภูผายังคงยืนตระหง่าน บดบังร่างเล็กโปร่งของแก้วตาไว้ด้านหลังด้วยเงาร่างหนาบึกบึน ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขบกรามจนเป็นสันนูน ชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งไร่ภูผาตะวันบัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและยากที่จะปฏิเสธข้อบังคับอันเด็ดขาดของผู้เป็นป้า"ทำไมเงียบไปล่ะตาภู... คำสั่งของฉันมันเข้าใจยากตรงไหน" คุณหญิงพิมพาเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเนิบ ทว่าทอดระลอกความเด็ดขาดกดข่มอย่างเหนือกว่า "ในเมื่อเรื่องรุ่มร่ามประพฤติตนข้ามเส้นแบ่งฐานะมันหนาหูขึ้นมาถึงในเวียง แกก็ควรจะจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ส่งเด็กคนนี้ออกจากไร่ไปซะ ชื่อเสียงของตระกูลตะวันรุ่งจะได้ไม่มัวหมองไปมากกว่านี้"ภูผาสูดหายใจเข้าปอดลึก พยายามประคองน้ำเสียงทุ้มต่ำให้คงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่สุดเพื่อซ่อนกระแสความเดือดดาลขีดสุดในอก ชายหนุ่มร
ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมผืนดอยของไร่ภูผาตะวันอย่างรวดเร็ว สายลมหนาวพัดกรรโชกหอบเอาไอหมอกหนาทึบสีเทาหม่นลอยมาอ้อยอิ่งปะทะกับบานระเบียงไม้สักของเรือนใหญ่ เสียงใบพลับเสียดสีกันดังซ่า ๆ สลับกับเสียงหวีดหวิวของลมภูเขา ขับเน้นให้บรรยากาศยามค่ำคืนนี้ทวีความเงียบสงัดและซ่อนความอึดอัดเอาไว้ลึกล้ำ แม้ความอบอุ่นภายในห้องทำงานปีกซ้ายจะยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นชาพลับอุ่น ๆ ทว่าความเคลื่อนไหวทางฝั่งปีกขวาของเรือนกลับเต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบคุณหนูศิรินทร์ยังคงยืนอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งภายในห้องนอนรับรอง ท่ามกลางเศษขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางราคาแพงที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นไม้ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนใบหน้าสะสวยที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยเพลิงริษยา แววตาคู่สวยวาวโรจน์อย่างไร้ซึ่งมาดผู้ดีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป กิริยานิ่งเฉยและการลงโทษด้วยความเงียบงันของพ่อเลี้ยงภูผาตลอดทั้งวัน มันดั่งคมมีดที่กรีดลึกและบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแทบไม่เหลือชิ้นดี"เงียบงั้นเหรอ... แกล้งทำเป็นห่างเหินเพื่อให้ฉันละอายใจแล้วถอยกลับไปเองงั้นเหรอพ่อเลี้ยง" ศิรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียง
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายของวันใหม่สาดส่องลงมากระทบยอดดอยและแปลงพลับหวานที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ลมภูเขาพัดหอบเอาความอบอุ่นเข้ามาไล่ความชื้นแฉะของพายุฝนเมื่อค่ำคืนก่อนจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นของสภาพอากาศกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเรือนใหญ่ไม้สักทองผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทั่วทุกตารางนิ้วยังคงอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเงียบงันที่เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดอยู่ลึกล้ำภายใต้หน้ากากของความสงบนิ่งที่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ คุณหนูศิรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุกตัวเดิมมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว สองมือบางกำแน่นเข้าหากันจนเล็บยาวที่เคลือบสีชมพูอ่อนจิกซึมลงบนเนื้อเนียน ใบหน้าสะสวยที่เคยมั่นใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกผู้ดีในเวียงบัดนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกชานเรือนด้วยความหวาดระแวงและกระสับกระส่ายทุกลมหายใจเข้าออก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนงานหรือเสียงไม้สักลั่น หญิงสาวจะสะดุ้งโหยงและรีบหันไปมองทันทีด้วยความหวาดกลัวว่าจะเป็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผาเดินเข้ามาเช็กบิลความผิดของเธอแต่ความจริงกลับทรมานยิ่งกว่านั้น...ตลอดทั้งวัน พ่อเลี้ยงภูผาไม่ได้ก้าวเท้า
สายลมหนาวที่เคยพัดกรรโชกแรงตลอดทั้งค่ำคืนเริ่มผ่อนกำลังลง เหลือเพียงเสียงกิ่งต้นพลับไหวเอนล้อไปกับไอหมอกหนาทึบที่โรยตัวปกคลุมทั่วทั้งผืนดอยของไร่ภูผาตะวัน แสงอรุณแรกของวันใหม่ยังมาไม่ถึง มีเพียงแสงสีน้ำเงินอมเทาจาง ๆ ของช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่งที่สาดส่องทะลุม่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ปีกซ้าย เผยให้เห็นความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์อันลึกซึ้งได้ผ่านพ้นไปบนเตียงไม้สักทองหลังใหญ่ แก้วตาลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวอย่างเชื่องช้า ดวงตาเรียวรีดั่งเมล็ดอัลมอนด์กระพริบถี่เพื่อปรับสายตาเข้ากับความมืด ร่างเล็กโปร่งรู้สึกถึงความอุ่นจัดที่โอบล้อมรอบกาย... เป็นอ้อมกอดหนาแน่นและวงแขนแกร่งกำยำของพ่อเลี้ยงภูผาที่ยังคงเกาะกุมเอวบางของเขาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ในยามที่หลับสนิท แผงอกกว้างหนาบึกบึนที่ไร้สิ่งใดขวางกั้นเบียดชิดติดกับแผ่นหลังบอบบางจนแก้วตารับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของคนตัวโตที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และมั่นคงเด็กหนุ่มขยับกายแผ่วเบา ทว่าความรู้สึกขัดยอกและอาการอ่อนล้าตามเนื้อตัวกลับแล่นปราดเข้ามาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผิวแก้มกลมสีพีชพลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้
ฝ่ามือนุ่มที่คอยกดคึงสลับคลึงเคล้นไปตามมัดกล้ามเนื้อไหล่หนามันช่างนุ่มนวลและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของเจ้าของไร่หนุ่มให้ตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ฤทธิ์เหล้าเถื่อนที่ยังคงตกค้างปะทุพล่านดับสิ้นความสุขุมและมาดผู้ใหญ่ที่เคยเพียรรักษา ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของเด็กหนุ่มโชยเข้าจมูก พญาเสือขี้เก๊กก็ยิ่งเกิดความอดใจไม่ไหวหวงแหนจนหน้ามืดตามัว ความยับยั้งชั่งใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นทำนบกั้นระหว่างเจ้านายและลูกจ้างพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันแรกร้อนที่อยากจะหลอมรวมกายใจเข้ากับคนตรงหน้าให้จงได้หมับ!"พ่อเลี้ยง! อ๊ะ..."แก้วตาร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจขีดสุด เมื่อจู่ ๆ ฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพ่อเลี้ยงภูผากลับตลบตวัดคว้าจับข้อมือบางของเขาไว้แน่นหนาดั่งคีมเหล็ก ก่อนจะออกแรงดึงรั้งเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กโปร่งก็ถลันลอยหวีดพลิกคว่ำลงไปนอนราบอยู่ใต้เรือนร่างสูงใหญ่กำยำที่ขยับขึ้นคร่อมทับทาบเอาไว้จนมิดบนเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่ในความสลัว น้ำหนักจากแผ่นอกแกร่งที่ทับทาบลงมาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับจุกจนต้องครางประท้วงในลำคอแผ่วเบา"พ่อเลี้ยง... ปล่อยแก้วครับ พ่อเลี้ยงเมามากแล้ว" แก้วตาเค้นเสียง
เสียงสะท้อนของลมพายุหนาวยังคงกรีดร้องสอดประสานกับสายฝนหลงฤดูที่ซัดสาดกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องนอนปีกซ้าย ภายในห้องที่เคยมีแต่ความเงียบสลัวบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนรุ่มจากเรือนร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงภูผา และกลิ่นอายฉุนร้อนแรงของเหล้าต้มหมักพลับหวานที่กรุ่นโชยออกมาทลายความเยือกเย็น ทว่าสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจของแก้วตาชาวูบและบีบรัดแน่นจนแทบหยุดหายใจ คือสัมผัสอุกอาจจากเรียวปากหนาที่ยังคงบดเบียดนุ่มนวลทว่าทวีความดุดันเด็ดขาดลงมาบนริมฝีปากของตนอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งหลัก"อื้อ!... พ่อเลี้ยง... ปล่อย..."เสียงหวานใสประท้วงอ้อมแอ้มอยู่ภายในลำคอทันทีที่เรียวปากหนาขยับผ่อนปรนระลอกจูบลงแผ่วเบาเพียงเสี้ยววินาที แก้วตาไม่ได้เบนหน้าหนีเพราะความน้อยใจหรือต้องการเรียกร้องความสนใจดั่งคนรักที่กำลังแง่งอน ทว่าแรงขัดขืนและสองมือบางที่ยกขึ้นยันแผงอกแกร่งลายสกอตเนื้อหนาออกสุดกำลังนั้น เกิดจากความตื่นตระหนกและเสียงเตือนสติในหัวสมองที่ดังระงมลั่นว่าสิ่งนี้คือเรื่องที่ผิดมหันต์และไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนขอบเขตทางสังคม เส้นแบ่งฐานะ และระนาบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคือปรา




![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


