Short
เที่ยวกับครอบครัว คู่รักวัยเด็กมีตั๋วทำไมฉันต้องขับรถ

เที่ยวกับครอบครัว คู่รักวัยเด็กมีตั๋วทำไมฉันต้องขับรถ

작가:  กวนอี๋완결
언어: Thai
goodnovel4goodnovel
11챕터
4.1K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

น้องชายสามียืนกรานอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดฮาวายในวันคริสต์มาส ฉันจึงตัดสินใจพาทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน เมื่อน้องสาวคนสนิทของสามีรู้เรื่องนี้ เธอจึงอยากพาลูกไปเที่ยวกับพวกเราด้วย เขาซื้อตั๋วเครื่องบินโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับขอให้ฉันขับรถขนสัมภาระไป เดิมทีฉันคิดว่าทุกคนในครอบครัวจะช่วยพูดให้ฉัน แต่พวกเขากลับสนับสนุนการตัดสินใจของสามีฉัน โอเค ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่แยกทางกันไปเลย แต่ทุกคนในครอบครัวของพวกเขากลับเริ่มกลัว...

더 보기

1화

บทที่ 1

“เฟยเฟยได้ยินว่าพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกัน เลยอยากพาลูกไปกับพวกเราด้วย”

“ผมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ทุกคนแล้ว เสี่ยวเวยคุณรับผิดชอบเรื่องสัมภาระและขับรถไปนะ พวกเราจะรอคุณอยู่ที่ทะเล”

มือของฉันที่กำลังจัดกระเป๋าอยู่ก็หยุดลงทันที จู่ๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อขึ้นมา

“คุณหมายความว่ายังไง กู้เฟยเฟยจะไปกับพวกเรา แล้วทำไมต้องให้ฉันขับรถไปเองด้วยล่ะ”

“ลูกของเฟยเฟยไม่เคยไปเที่ยวทะเล ผมเลยคิดว่าอย่างงั้นก็ไปด้วยกัน แล้วตอนที่ผมซื้อตั๋วเครื่องบินของคุณตั๋วก็ขายหมดแล้ว”

น้องสามีก็บ่นอยากไปทะเลเพื่อเล่นเซิร์ฟบอร์ดในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นวันหยุดพักประจำปีที่หาได้ยากของสามีฉันจางฉี่เจิ้นพอดี

เพื่อเป็นรางวัลให้กับน้องสามีและเพื่อทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข

เราเพิ่งซื้อรถคันใหม่ เลยตัดสินใจว่าจะพาพ่อแม่สามีไปเที่ยวทะเลด้วย

ในช่วงนี้ ฉันต้องพยายามอย่างหนักในการเตรียมสิ่งของสำหรับเดินทางให้คนครอบครัว ทั้งหาที่พัก และวางแผนการเดินทาง ทั้งจ่ายเงินและยังทุ่มเทแรงกาย

ตอนนี้กู้เฟยเฟยบอกว่าอยากไป เขาเลยมาเปลี่ยนแผนของฉัน

“ตอนนั้นผมบอกให้นั่งเครื่องบินไปคุณก็บอกว่ามันแพง ยืนกรานจะขับรถไปเอง ทำไมพอกู้เฟยเฟยอยากไปด้วยคุณถึงยอมซื้อตั๋วเครื่องบินได้ล่ะ”

“เฟยเฟยพาลูกมาด้วย จะให้เด็กนั่งรถนานขนาดนั้นก็คงไม่ไหว อีกอย่างเฟยเฟยก็เป็นน้องสาวบุญธรรมผม ลูกของเธอผมก็ควรจะดูแลเขาให้ดี”

ฉันโกรธมากจนโยนเสื้อผ้าลงกับพื้น

“ฉันรู้ค่ะว่าเป็นลูกของน้องสาวคุณ เพราะถ้าไม่รู้ก็คงคิดว่าเป็นลูกชายแท้ๆ ของคุณซะอีก”

จางฉี่เจิ้นทนไม่ไหว “คุณพูดไร้สาระอะไร คุณชอบบ่นว่าขับรถไม่เป็นไม่ใช่เหรอ คุณขับรถไปก็คิดซะว่าเป็นการฝึกขับรถไปในตัวก็แล้วกัน”

“คุณรู้ไหมว่าการขับรถจากบ้านไปหาดหม่าหลี่ปู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถ้าเกิดอันตรายขึ้นกับฉันระหว่างเดินทางจะทำยังไง”

ขณะนั้นแม่สามีก็ถือผลไม้เดินเข้ามา

“พวกเธอสองคนทะเลาะอะไรกับอีกแล้ว จางฉี่เจิ้นลูกเป็นผู้ชายก็รู้จักยอมให้เสี่ยวเวยหน่อย”

โดยปกติแม่สามีก็มักจะดีกับฉัน ฉันแสดงสีหน้าไม่พอใจเพื่อฟ้องเธอ

แต่คาดไม่ถึงว่าแม่สามีจะกลับกลายมาเป็นคนพูดโน้มน้าวฉันแทน

“จางฉี่เจิ้นกับเฟยเฟยโตมาด้วยกัน เสี่ยวเป่าเราก็เห็นมาตั้งแต่เล็ก สงสารเด็กไม่เคยเจอโลกกว้าง อยากไปดูกับเรา เธอก็ช่วยอดทนหน่อยนะ ฉันได้ยินว่าค่าโหลดสัมภาระขึ้นเครื่องบินค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ถ้าเธอขับรถไปจะได้เอาสัมภาระไปด้วย”

“พอไปถึงที่นั้นพวกเราจะได้มีรถสักคัน ออกไปไหนก็จะได้สะดวก”

พ่อสามีสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ตระกูลจางของเราให้ผู้หญิงเป็นผู้นำครอบครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ สามีของเธอพูดก็ควรเชื่อฟัง”

“เธอมีหลานให้พวกเราไม่ได้ แล้วยังจะไม่ให้เรามีความสุขกับลูกหลานคนอื่นหรือไง”

วันนี้ฉันเพิ่งพบว่า ทัศนคติของครอบครัวนี้ช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ

“ไม่ใช่ พวกคุณถูกเฟยเฟยวางยาเสน่ห์หรือไง ตกลงว่าใครเป็นลูกสะใภ้ของครอบครัวพวกคุณกันแน่”

“หรือว่าลูกชายของเฟยเฟยเป็นลูกนอกสมรสของจางฉี่เจิ้น”

เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันพูด จางฉี่เจิ้นก็โกรธจนเป่าปากถลึงตาใส่

“เผยจือเวย คุณบอกให้ผมไปเที่ยวเป็นเพื่อนคุณ ผมก็ขอวันลาหยุดประจำปีโดยไม่โต้แย้งอะไรสักคำ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้มันสมควรแล้วเหรอที่คุณจะเอามาทะเราะกันไม่จบไม่สิ้นแบบนี้”

“หากเป็นเมื่อก่อน พี่สะใภ้ใหญ่เป็นเสมือนแม่ หน้าที่ความรับผิดชอบของคุณคงหนักกว่าตอนนี้มาก”

ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ ว่า ครอบครัวนี้จะมีความคิดแบ่งแยกชนชั้นศักดินาขนาดนี้

ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของจางฉี่เจิ้นก็ดังขึ้น
펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
11 챕터
บทที่ 1
“เฟยเฟยได้ยินว่าพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกัน เลยอยากพาลูกไปกับพวกเราด้วย” “ผมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ทุกคนแล้ว เสี่ยวเวยคุณรับผิดชอบเรื่องสัมภาระและขับรถไปนะ พวกเราจะรอคุณอยู่ที่ทะเล”มือของฉันที่กำลังจัดกระเป๋าอยู่ก็หยุดลงทันที จู่ๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อขึ้นมา“คุณหมายความว่ายังไง กู้เฟยเฟยจะไปกับพวกเรา แล้วทำไมต้องให้ฉันขับรถไปเองด้วยล่ะ”“ลูกของเฟยเฟยไม่เคยไปเที่ยวทะเล ผมเลยคิดว่าอย่างงั้นก็ไปด้วยกัน แล้วตอนที่ผมซื้อตั๋วเครื่องบินของคุณตั๋วก็ขายหมดแล้ว”น้องสามีก็บ่นอยากไปทะเลเพื่อเล่นเซิร์ฟบอร์ดในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นวันหยุดพักประจำปีที่หาได้ยากของสามีฉันจางฉี่เจิ้นพอดีเพื่อเป็นรางวัลให้กับน้องสามีและเพื่อทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขเราเพิ่งซื้อรถคันใหม่ เลยตัดสินใจว่าจะพาพ่อแม่สามีไปเที่ยวทะเลด้วยในช่วงนี้ ฉันต้องพยายามอย่างหนักในการเตรียมสิ่งของสำหรับเดินทางให้คนครอบครัว ทั้งหาที่พัก และวางแผนการเดินทาง ทั้งจ่ายเงินและยังทุ่มเทแรงกายตอนนี้กู้เฟยเฟยบอกว่าอยากไป เขาเลยมาเปลี่ยนแผนของฉัน“ตอนนั้นผมบอกให้นั่งเครื่องบินไปคุณก็บอกว่ามันแพง ยืนกรานจะขับรถไปเอง
더 보기
บทที่ 2
จางฉี่เจิ้นท่าทางดูหลบเลี่ยง ฉันจึงคว้าโทรศัพท์มาและเดาไม่ผิดว่าเป็นกู้เฟยเฟยจริงๆ “ส่งข้อความไปบอกไม่เห็นหรือไง รีบเปิดประตูให้ฉันเร็วเข้า”น้องสามีรีบวิ่งลงไปข้างล่าง และรับกู้เฟยเฟยขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น“พ่อแม่ พี่ชาย พี่เฟยเฟยมาแล้วครับ คืนนี้พี่สะใภ้จะทำอะไรอร่อยๆ ให้พวกเรากินกันเหรอ”เขาพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าเดินทางของกู้เฟยเฟยส่งให้ฉันทันทีที่เสียวเป่าเข้าประตูมาก็ทำเหมือนบ้านของตัวเอง ใส่รองเท้าขึ้นไปเหยียบบนโซฟาแล้วกระโดดราวกับเป็นแทรมโพลีน พร้อมกับตะโกนเสียงดังเธอขมวดคิ้วแน่น นั่นคือโซฟาหนังแท้ที่ฉันเพิ่งซื้อมาไว้ที่บ้านในราคาห้าหมื่นบาทใบหน้าของแม่สามีกลับมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข และจับมือของกู้เฟยเฟยไว้แน่น “เฟยเฟย หนูไม่มีวาสนากับจางฉี่เจิ้นของเรา ตอนนั้น...เฮ้อ...หนูว่าเสียวเป่าก็ถือว่าเป็นหลานแท้ๆ ของเราแล้ว...ยังไงก็แล้วแต่ ต่อไปก็พาลูกมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ นะ”พ่อสามีที่มักจะทำสีหน้าเคร่งขรึม ก็อุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนด้วยท่าทางชอบมากคำก็เสียวเป่า สองคำก็เสียวเป่าจากนั้นก็ถอนหายใจ “ครอบครัวของเราไม่มีวาสนา ที่จะมีลูกสะใภ้กับหลานที่ดีแบบนี้”ทุกค
더 보기
บทที่ 3
ฉันขมวดคิ้ว เตะเก้าอี้ออก ได้ยินเสียงดังปังจางฉี่เจิ้นรับรู้ถึงความผิดปกติของฉัน จึงรีบวางชั้นวางลง“ผมรู้ว่าคุณไม่พอใจ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว คุณอย่าทำนิสัยเหมือนเด็กได้ไหม”“ตอนที่จองโรงแรมคุณบอกว่าอยากพักโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ เราไม่ต้องประหยัดเงินแล้ว รีบเปลี่ยนเลย”ฉันหัวเราะในใจ ยังคิดจะเอาเปรียบฉันอีกงั้นเหรอ “ได้ สามีคุณแน่มาก”แต่วินาทีต่อมา จางฉี่เจิ้นก็ได้รับข้อความจากธนาคาร“เผยจือเวย คุณใช้บัตรของผมจ่ายเงินมากมายขนาดนี้ได้ยังไง...”“คุณบอกว่าอยากพักโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ”“ฉันก็ยอมให้คุณพักแล้วไง แต่ใครบอกว่าจะให้คุณใช้เงินในบัตรของฉัน”ฉันหัวเราะดังลั่น “ฉันจะพักที่ไหนใช้เงินเท่าไหร่ต้องให้คุณอนุญาตด้วยเหรอ ได้เงินเดือนแค่เดือนละหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทจะแสร้งทำเป็นรวยทำไม”เมื่อจางฉี่เจิ้นได้ยินสสิ่งที่ฉันพูด ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที “คุณหมายความว่ายังไง” ตั้งแต่แต่งงานมา เงินของเราทั้งสองคนแบ่งเป็นระบบ AB มาตลอด ส่วนของฉัน A ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครอบครัว B คือค่าใช้จ่ายเพื่อเอาใจทุกคนในครอบครัวถ้าไม่มีฉัน ครอบครัวของเขาคงอดตายไปแล้ว ใช้ชีวิตสุขสบายมา
더 보기
บทที่ 4
มองดูเวลา ก็ดึกมากแล้ว คาดว่าทุกคนในบ้านน่าจะเข้านอนกันหมดแล้วตอนที่ต้องการความช่วยเหลือจากฉันอะไรก็ดีไปหมด แต่ตอนนี้ แม้แต่โทรศัพท์มาแสดงความห่วงใยยังไม่มี ฉันเปิดประตูห้องเข้ามา ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นในห้อง“อร้าย จางฉี่เจิ้นฉันกลัวจังเลยค่ะ”ฉันเองก็ตกใจเสียงกรี๊ดนั้นเหมือนกัน และรีบเปิดไฟทันที จากนั้นก็เห็นกู้เฟยเฟยอยู่ในอ้อมกอดของจางฉี่เจิ้น พร้อมกับร้องไห้น้ำตาไหล เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ฉันโมโหจนเลือดขึ้นหน้า พร้อมกับเดินเข้าไปตบที่ใบหน้าของกู้เฟยเฟยโดยไม่สนใจอะไร กู้เฟยเฟยตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร้องไห้น้ำตาไหลออกมาจางฉี่เจิ้นเห็นกู้เฟยเฟยถูกกระทำ จึงรีบปกป้องเธอทันที“เผยจือเวย คุณบ้าไปแล้วหรือไง พวกเราสองคนแค่รอคุณจนเบื่อก็เลยหาหนังสักเรื่องดู ใครจะไปรู้ว่าเป็นหนังผี”“คุณเปิดประตูเข้ามาทำให้เฟยเฟยตกใจ เธอถึงได้โผล่เข้ามาหลบในอ้อมแขนของผม”“แต่ดูหนังยังกอดกันกลมขนาดนี้ แล้วถ้าฉันไม่กลับมา พวกคุณไม่นอนด้วยกันเลยเหรอ”คุณไม่สนใจถามไถ่ฉันสักคำแต่กลับมาปิดไฟดูหนังด้วยกันกับน้องสาว ลองออกไปให้คนอื่นตัดสินดูไหมจางฉี่เจิ้นโมโหจนหน้าแดงไปถึงคอ “คุณ...ตอนนี้คุณ
더 보기
บทที่ 5
หลังจากที่พวกเขาออกไปแล้ว ฉันจึงเปลี่ยนรหัสล็อคลายนิ้วมือใหม่ และลบลายนิ้วมือก่อนหน้านี้ออกข้าวของของพวกเขาฉันเก็บเรียบร้อยแล้ว และส่งกลับไปให้พวกเขาที่บ้านเกิดโดยเก็บเงินปลายทางจากนั้นฉันก็ติดต่อทนายความเพื่อร่างหนังสือข้อตกลงการหย่าร้าง ตอนนั้นพ่อกับแม่รู้สึกว่าฉันคลั่งรักเขามาก จึงบังคับให้เราเซ็นข้อตกลงก่อนแต่งงาน ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป การกระทำของพวกเขาในตอนนั้นช่างฉลาดมากจริงๆ ทำไมตอนนั้นฉันถึงดูไม่ออกว่าแผนการของพวกเขาทั้งครอบครัวแนบเนียนมากขนาดนี้ ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรม“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง จากการเข้าพักเป็นประจำของคุณ เราได้อัปเกรดห้องพักให้คุณเป็นห้องเพรสซิเดนสูทฟรี หวังว่าคุณจะเข้ามาใช้บริการที่พักเร็วๆ นี้ค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม จางฉี่เจิ้นและครอบครัวของเขาคงยังฝันกลางวันว่าจะได้พักในโรงแรมระดับห้าดาว จริงๆ แล้ว ฉันเพิ่งจองห้องพักหนึ่งห้องให้กับตัวเอง ตอนนี้เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นทำดีกับพวกเขาอีกต่อไป ฉันเรียกรถให้ไปส่งที่สนามบิน และนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไปเกาะบาหลี เมื่อฉันมาถึง โทรศัพท์
더 보기
บทที่ 6
กลุ่มไลน์ครอบครัวของจางฉี่เจิ้งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเป็นระยะๆ ฉันเปิดโทรศัพท์ดู และเห็นว่าเป็นกู้เฟยเฟยที่ส่งรูปภาพของพวกเขาเข้ามาในกลุ่ม ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ต่างพากันแสดงความเห็นว่า จางฉี่เจิ้นเป็นคนกตัญญูรู้ความ ฉันกดเปิดโมเมนต์ไลน์ของกู้เฟยเฟย พบว่าเธอโพสต์รูปภาพหนึ่งรูป “ขอบคุณคุณพ่อที่พาเสียวเป่ามาเที่ยวทะเล และยังได้พักที่โรงแรมหรูระดับห้าดาว...” ดูเหมือนว่าจางฉี่เจิ้นจะกรีดเลือดตัวเอง ให้คนในครอบครัวนี้ใช้เงินเขาไปหลายหมื่น แต่มาลองคิดดูดีๆ เหตุที่เขากล้ายอมทำแบบนี้ก็เพราะว่าเขามีกระเป๋าเงินอย่างฉันอยู่เบื้องหลังเขาไงแม่สามีถามฉันเข้ามาในกลุ่มไลน์ครอบครัว “เสี่ยวเว่ย เธอขับรถถึงไหนแล้ว ทำไมยังไม่ถึงอีก ฉันยังรอถ่ายรูปเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางอยู่นะ”“นั่นสิคะ พี่สะใภ้ ที่นี่แดดแรงมาก ถ้าไม่มีครีมกันแดดผิวฉันโดนแดดจนดำจะทำยังไง” เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบ แม่สามีก็เลยโทรศัพท์หาฉันโดยตรง “เผยจือเวย เธอขับรถไปไหน ทำไมถึงช้าขนาดนี้” พ่อสามีที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกเข้ามาอย่างอดไม่ได้ “อย่าให้ทุกคนต้องรอนาน พักรถให้มันน้อยๆ หน่อย แล้วรีบขับมาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว” “ฉัน
더 보기
บทที่ 7
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันพยายามดูแลทุกคนในตระกูลจางอย่างดีที่สุด เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นฉันต้องทำงานอย่างนัก หลังจากทำงานล่วงเวลาเสร็จก็ยังต้องมาทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัวอีก ในทุกๆ วันฉันรู้สึกเครียดมาก ทั้งกลัวว่าจะทำงานผิดพลาด และก็กลัวว่าจะละเลยคนในครอบครัวคำพูดพวกนั้นที่พ่อแม่เคยบอกฉัน ยังคงก้องอยู่ในหู ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากฉันที่ตอนนั้นคลั่งรักจนไม่ลืมหูลืมตา ต่อจากนี้ไป ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อตัวฉันเองเท่านั้น เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ทริปเที่ยวทะเลของพวกเขาก็น่าจะใกล้จบแล้วถ้าทุกคนเห็นของขวัญชิ้นให้ที่ฉันมอบให้ แค่นึกถึงสีหน้าของทุกคนในครอบครัวนั้นฉันก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหมายเลขที่ไม่รู้จัก ทันทีที่ฉันรับโทรศัพท์ เสียงโมโหอย่างบ้าคลั่งของจางฉี่เจิ้งก็ดังมาจากในโทรศัพท์ “เผยจือเวย คุณเปลี่ยนรหัสล็อคประตูแบบนี้หมายความว่ายังไง ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วก็บอกมาเลย”“ใช่ ฉันไม่อยากอยู่กับคุณอีกต่อไปแล้ว ข้าวของของพวกคุณที่อยู่ในบ้านฉันส่งไปรษณีย์กลับไปให้หมดแล้ว” “ถ้าคุณเล่นสนุกพอแล้วก็รีบกลับบ้าน แล้วมาขอโทษทุกคนในครอบครัว เลี้ยงอาหา
더 보기
บทที่ 8
ฉันรออยู่ที่สำนักเขตถึงสองชั่วโมงแต่ก็ไม่เห็นจางฉี่เจิ้นมา ขณะที่กำลังจะกลับบ้าน ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ “เวยเวย ระหว่างลูกกับจางฉี่เจิ้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมครอบครัวของพวกเขาถึงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา” สมองฉันแทบจะระเบิด พวกเขาหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองซะอีก หลังจากพูดปลอบพ่อกับแม่แล้ว ฉันก็รีบขับรถกลับบ้านทันที พอฉันเปิดประตู ก็เห็นแม่สามีกับพ่อสามีกำลังนั่งกินผลไม้บนโซฟา ส่วนพ่อแม่ของฉันโกรธมากจนต้องเข้าไปหลบอยู่ในห้อง ฉันเห็นแล้วก็โมโหจนแทบหายใจไม่ออกแม่สามีเดินเข้า ช่วยรับกระเป๋าของฉันไป “เวยเวยคงลำบากแย่เลย กินข้าวมาหรือยัง แม่ให้คุณป้าทำอะไรให้เธอกินนะ” ฉันขมวดคิ้วแน่น ยังกล้าทำเหมือนบ้านของพ่อแม่เป็นบ้านของฉันจริงๆ “พวกคุณมาที่นี่ทำไม รีบออกไปซะ” เมื่อพ่อตาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ก็โยนถ้วยน้ำลงบนพื้นทันที “เผยขือเวย ไม่เจอกันหลายวัน เธอปากดีขนาดนี้แล้วเหรอ อะไรคือบ้านพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอไม่มีลูกชายต่อไปก็ต้องเป็นของตระกูลจางของเรา ถ้าจะอยู่ที่นี่ตอนนี้มันจะมีปัญหาอะไร เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อสามีพูด ฉันก็รู้สึกน่าขำขึ้นมา นี่มันตรรกะโจรประเภทไหนเนี่ย“จางฉ
더 보기
บทที่ 9
แน่นอนว่าจางฉี่เจิ้นไม่ต้องการออกไปจากบ้านโดยไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะมาพบฉัน ไม่ใช่มาที่บริษัทของฉันเพื่อส่งดอกไม้ให้ฉัน ก็ส่งซื้อขนมให้ฉัน แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาฉันก็จะรู้สึกขยะแขยงและคลื่นไส้ “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วจริงๆ คุณให้ผมกลับบ้านเถอะนะ” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคน เขาแสดงออกเหมือนเป็นผู้ชายที่ดี ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าฉันเอาแต่ใจไม่มีเหตุผล และยืนกรานจะหย่าร้าง คิดจะใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ฉันยอมถอย ฝันไปเถอะ “ทำไมน้องสาวคนสนิทคนนั้นของคุณไม่มาด้วยล่ะ ในเมื่อคุณชอบเขา และเขาก็เป็นดวงนำโชคมาให้คุณ แล้วทำไมคุณต้องมาตื๊อฉันด้วย”“ไม่ใช่นะ เฟยเฟยเป็นแค่เพื่อนของผม”ฉันหัวเราะเยาะ “เพื่อนที่ไหนสามารถกอดกันกลมตอนกลางดึกได้ เพื่อนที่ไหนที่ได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยว แล้วให้ภรรยาขับรถไปเอง “ผู้คนรอบข้างต่างมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป จนใบหน้าของจางฉี่เจิ้นแดงก่ำ “ผมผิดไปแล้ว ผมรู้ตัวว่าตัวเองผิดไปแล้วจริงๆ ผมควรจะรักษาระยะห่างจากเฟยเฟย ผมมันไม่ใช่คน”พบจบเขากำลังจะคุกเข่าต่อหน้าฉัน ขณะนั้นฉันมองเห็นคนวิ่งเข้ามาจากไม่ไกลนัก เรื่องสนุกกำลังจะเริ่ม
더 보기
บทที่ 10
แม้กระทั่งวันเซ็นใบหย่าก็ไม่ยอมลดละ ฉันร่างกายอ่อนแอมากจนต้องให้เพื่อนพยุงมาถึงสำนักเขต จางฉี่เจิ้นและกู้เฟยเฟยกำลังอุ้มลูกรออยู่หน้าประตู เมื่อมองดูพวกเขาแล้ว เหมือนกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกจริงๆ จางฉี่เจิ้นขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจกู้เฟยเฟยพูดกับเสียวเป่าว่า "จากนี้ไป พ่อจางก็จะเป็นพ่อแท้ๆ ของลูกแล้ว" เธอกอดแขนของจางฉี่เจิ้น ด้วยท่าทางได้ใจ “พี่เวยเวย ฉันต้องขอบคุณคุณที่คุณยอมสนับสนุนพวกเรา รอให้ฉันกับอาเจิ้นแต่งงานกัน ไว้ฉันจะเชิญคุณมาร่วมงานนะ” ฉันตบหน้ากู่เฟยเฟยไปหนึ่งที แล้วเลือดก็ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ “คุณทำอะไรห๊ะ เผยจือเวยเธอมันบ้าไปแล้ว”จากนั้นเธอก็หลบอยู่ในอ้อมแขนของจางฉี่เจิ้นและเช็ดน้ำตา “ตอนนี้เรายังไม่ได้หย่ากัน และฉันก็ยังเป็นภรรยาของเขา ภรรยาตบเมียน้อยใครจะว่าอะไรได้” ฉันมองไปที่จางฉี่เจิ้นแล้วมองบน “เร็วเข้าอย่ามัวชักช้าอ้อยอิ่ง ไม่อย่างงั้นคนรักของคุณจะถูกตบอีกแน่” หลังจากที่เราหย่าร้างกัน จางฉี่เจิ้นกับกู้เฟยเฟยก็จดทะเบียนสมรสกันทันที ขณะที่พวกเขาออกมา ฉันกำลังรออยู่ที่ด้านนอกประตู จากนั้นก็ยื่นเอกสารส่งให้จางฉี่เจิ้น แล้วพูดด้
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status