Short
เที่ยวกับครอบครัว คู่รักวัยเด็กมีตั๋วทำไมฉันต้องขับรถ

เที่ยวกับครอบครัว คู่รักวัยเด็กมีตั๋วทำไมฉันต้องขับรถ

By:  กวนอี๋Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
11Chapters
4.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

น้องชายสามียืนกรานอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดฮาวายในวันคริสต์มาส ฉันจึงตัดสินใจพาทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน เมื่อน้องสาวคนสนิทของสามีรู้เรื่องนี้ เธอจึงอยากพาลูกไปเที่ยวกับพวกเราด้วย เขาซื้อตั๋วเครื่องบินโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับขอให้ฉันขับรถขนสัมภาระไป เดิมทีฉันคิดว่าทุกคนในครอบครัวจะช่วยพูดให้ฉัน แต่พวกเขากลับสนับสนุนการตัดสินใจของสามีฉัน โอเค ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่แยกทางกันไปเลย แต่ทุกคนในครอบครัวของพวกเขากลับเริ่มกลัว...

View More

Chapter 1

บทที่ 1

臨月、私はもう出産間近だった。

いつ陣痛が来てもおかしくないほど、お腹は大きく張っていた。

だが夫であり、ファミリーのアンダーボスでもあるヴィト・ファルコーネは、そんな私を閉じ込めた。

彼は私を無機質な地下の医療室に監禁し、陣痛を抑える薬を注射した。

苦痛に耐えきれず私が叫ぶと、彼は冷たく言い放った。

「我慢しろ」

なぜなら、彼の兄の未亡人――スカーレットも、ちょうど同じ頃に出産する予定だったからだ。

亡き兄と交わした血の誓いによって、最初に生まれた息子が、ファミリーの莫大な利益を生む西海岸の縄張りを継ぐことになっていた。

「その相続は、スカーレットの子のものだ」

彼はそう言った。

「デイモンを亡くした今、彼女には身寄りも金もない。アレッシア、俺の愛はお前一人のものだ。すべてお前に捧げるつもりだ。

でも今はただ、彼女に無事産ませてやりたいだけだ。すまないが、もう少しの辛抱だ」

薬は絶え間ない苦痛をもたらした。

私は病院へ連れて行ってほしいと、必死に懇願した。

だが彼は私の喉元を掴み、冷たい目で無理やり視線を合わせてきた。

「芝居はやめろ。別に大したことじゃないだろ?まさか、相続を横取りしようとしているのか?

わかってるよ。スカーレットより先に産むために、どんな手でも使うつもりなんだろう?」

顔から血の気が引いていた。

体が痙攣する中、必死に声を振り絞る。

「もう......生まれるの。相続なんてどうでもいい。

私はただ......あなたを愛しているから......この子が、無事に生まれてほしいだけなの......!」

彼は鼻で笑った。

「そんなに俺のことを愛してるなら、スカーレットにあの婚前契約......子どもの相続権を放棄させる書類なんて書かせなかったはずだ。

安心しろ、彼女の出産が終わったら戻ってきてやる。お前が腹に宿しているのは、俺の血を分けた子どもなんだからな」

臨月の体で、私は床を引きずるようにして這い、重い鋼鉄の扉へ向かった。

だが扉が轟音とともに閉まりきった瞬間、私の指は扉の隙間に挟まれた。

骨が砕ける嫌な音がはっきりと聞こえた。

薬による苦痛さえ押し流すような、新たな激痛が全身を突き抜けた。

喉から鋭い悲鳴が迸る。

それでもヴィトの意識はすべてスカーレットに向いていた。

彼には、私の叫びなど届いていなかった。

突然、温かい液体が脚を伝って流れ落ちた。

破水したのだと分かった。

冷たい恐怖が、全身を飲み込んだ。

私を照らす光は、扉の上にある非常口の標識が放つ、かすかな青白い不気味な光だけだった。

私は必死に冷静さを保とうとしながら、扉を叩き、助けを求めて叫び続けた。

だがここはヴィト専用の手術室だ。

隔離され、防音され、外界へ通じる窓もない。

ほとんど完全な暗闇の中に沈んでいる場所だ。

私の弱りきった叫び声を、誰一人として聞くことはできなかった。

腹の中の赤ん坊が激しく蹴り続ける。

まるでこの冷たい牢獄から逃げ出そうとしているかのようだった。

全身がびっしょり濡れていた。

それが汗なのか、血なのか、自分でも分からなかった。

陣痛抑制剤に含まれた毒のような成分が、私の力を奪い続けていた。

一秒ごとに、命そのものを削り取られていくようだった。

私は残された最後の力を振り絞り、絶望の叫びを上げた。

ようやく、外から足音が聞こえた。

「誰か、助けて!」

私は声が枯れるほど叫んだ。

「手術室に閉じ込められてるの!助けて!」

私は何度も何度も叫び続けた。

助かったのだと、そう思ったからだ。

だが返ってきた声は、残酷な愉悦に満ちていた。

「まあ、惨めなアレッシアじゃない。ヴィトったら、もっと早く、あなたに従うことを教えておくべきだったわ」

ヴィトの妹、ジアナだった。

私は目を固く閉じ、声が震えないよう必死にこらえた。

「ジアナ......お願い、ここから出して。子どもが......もうすぐ生まれるの。これ以上は持たない」

ジアナは扉を押し開け、床に倒れ込む私を見下ろした。

その顔には、純粋な軽蔑しか浮かんでいなかった。

ほんの一瞬、彼女が助けてくれるかもしれないと思った。

だが次の瞬間、彼女が私の肋骨を蹴りつけた。

衝撃で息が詰まり、視界に黒い斑点が弾けた。

彼女の声は、刃のように鋭かった。

「出す?それでスカーレットの出産を邪魔するつもり?残念だけど、そうはさせないわ。あなたはヴィトの妻にふさわしくないのよ、わかる?

実はここに閉じ込めて、自分のしたことをよく反省させろってヴィトに言われたの。

ヴィトは忙しいんだから、これ以上面倒を増やすなって。

スカーレットの子が、このファミリーの跡継ぎになる。あなたじゃ、もう事実は変えられないわ」

激しい陣痛がまた襲い、私の口から悲鳴が漏れた。

涙が頬を流れ落ちる。

「この子に......ファミリーの仕事なんて継がせない......!

ヴィトに伝えて......お願い、ここから出して。もうこのファミリーから消えるから。二度と戻らないから......!」

だが私の叫びは、彼女をさらに苛立たせただけだった。

彼女は顔をしかめた。

「うるさいわね。少しは黙りなさいよ」

そして彼女はトランシーバーを取り出し、ヴィトへ連絡を入れた。

薬の苦痛と、迫る出産の痛みが重なり、魂そのものが引き裂かれるようだった。

「ええ、問題ないよ。大丈夫、ちゃんと見張ってる」

その声を聞いた瞬間、胸の奥にわずかな希望が灯った。

彼はきっと、私のことを気にかけている。私たちの子どものことを。

私は力の限り叫んだ。

「ヴィト!もうすぐ生まれるの......!お願い、ジアナに病院へ連れて行かせて......!!」

声は震え、ほとんど泣き声だった。

ジアナは一瞬ためらった。小さくトランシーバーにささやく。

「......これ、本当かもしれない。この叫び方......演技とは思えないよ。病院に連れて行ったほうがいいかも。

だって、その子はヴィトの唯一の子どもでしょう?もし何かあったら......」

まるで考えているかのように、ヴィトは数秒沈黙した。

やがて声が少し柔らいだ。

「......分かった。なら連れて――」

その時、向こう側から甘い女の声が割り込んできた。

「ヴィト、喉が渇いたの。シャンパンを持ってきてくれる?

お医者様が言ってたの。落ち着いていないと、子どもを産む体力がもたないって......

えっ、アレッシアが陣痛?大丈夫だよ。全然痛くないもの。アレッシアは強い人だから、絶対大丈夫だって」

当然だ。

彼女が痛みを感じるはずがなかった。

ファミリーの医療チームも設備も、すべて彼女の専用の分娩室に集められていたのだから。

彼女はまるで女王のように扱われていた。

スカーレットのたった数言で、すべてが変わった。ヴィトの判断も。

彼の声は氷のように冷たくなった。

「今の聞いたか。何も起こるはずがない。全部演技に決まってる。

お前を騙して外に出させようとしているだけだ。本気で信じたら、お前が馬鹿を見るだけだぞ」

トランシーバーがプツッと切れた。

ヴィトに否定されたことで、ジアナの怒りは私に向けられた。

彼女はケースに手を伸ばし、中からヘビを取り出して、私に近づいてきた。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
11 Chapters
บทที่ 1
“เฟยเฟยได้ยินว่าพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกัน เลยอยากพาลูกไปกับพวกเราด้วย” “ผมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ทุกคนแล้ว เสี่ยวเวยคุณรับผิดชอบเรื่องสัมภาระและขับรถไปนะ พวกเราจะรอคุณอยู่ที่ทะเล”มือของฉันที่กำลังจัดกระเป๋าอยู่ก็หยุดลงทันที จู่ๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อขึ้นมา“คุณหมายความว่ายังไง กู้เฟยเฟยจะไปกับพวกเรา แล้วทำไมต้องให้ฉันขับรถไปเองด้วยล่ะ”“ลูกของเฟยเฟยไม่เคยไปเที่ยวทะเล ผมเลยคิดว่าอย่างงั้นก็ไปด้วยกัน แล้วตอนที่ผมซื้อตั๋วเครื่องบินของคุณตั๋วก็ขายหมดแล้ว”น้องสามีก็บ่นอยากไปทะเลเพื่อเล่นเซิร์ฟบอร์ดในช่วงวันหยุดคริสต์มาส ซึ่งประจวบเหมาะกับเป็นวันหยุดพักประจำปีที่หาได้ยากของสามีฉันจางฉี่เจิ้นพอดีเพื่อเป็นรางวัลให้กับน้องสามีและเพื่อทำให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขเราเพิ่งซื้อรถคันใหม่ เลยตัดสินใจว่าจะพาพ่อแม่สามีไปเที่ยวทะเลด้วยในช่วงนี้ ฉันต้องพยายามอย่างหนักในการเตรียมสิ่งของสำหรับเดินทางให้คนครอบครัว ทั้งหาที่พัก และวางแผนการเดินทาง ทั้งจ่ายเงินและยังทุ่มเทแรงกายตอนนี้กู้เฟยเฟยบอกว่าอยากไป เขาเลยมาเปลี่ยนแผนของฉัน“ตอนนั้นผมบอกให้นั่งเครื่องบินไปคุณก็บอกว่ามันแพง ยืนกรานจะขับรถไปเอง
Read more
บทที่ 2
จางฉี่เจิ้นท่าทางดูหลบเลี่ยง ฉันจึงคว้าโทรศัพท์มาและเดาไม่ผิดว่าเป็นกู้เฟยเฟยจริงๆ “ส่งข้อความไปบอกไม่เห็นหรือไง รีบเปิดประตูให้ฉันเร็วเข้า”น้องสามีรีบวิ่งลงไปข้างล่าง และรับกู้เฟยเฟยขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น“พ่อแม่ พี่ชาย พี่เฟยเฟยมาแล้วครับ คืนนี้พี่สะใภ้จะทำอะไรอร่อยๆ ให้พวกเรากินกันเหรอ”เขาพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าเดินทางของกู้เฟยเฟยส่งให้ฉันทันทีที่เสียวเป่าเข้าประตูมาก็ทำเหมือนบ้านของตัวเอง ใส่รองเท้าขึ้นไปเหยียบบนโซฟาแล้วกระโดดราวกับเป็นแทรมโพลีน พร้อมกับตะโกนเสียงดังเธอขมวดคิ้วแน่น นั่นคือโซฟาหนังแท้ที่ฉันเพิ่งซื้อมาไว้ที่บ้านในราคาห้าหมื่นบาทใบหน้าของแม่สามีกลับมีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข และจับมือของกู้เฟยเฟยไว้แน่น “เฟยเฟย หนูไม่มีวาสนากับจางฉี่เจิ้นของเรา ตอนนั้น...เฮ้อ...หนูว่าเสียวเป่าก็ถือว่าเป็นหลานแท้ๆ ของเราแล้ว...ยังไงก็แล้วแต่ ต่อไปก็พาลูกมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ นะ”พ่อสามีที่มักจะทำสีหน้าเคร่งขรึม ก็อุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนด้วยท่าทางชอบมากคำก็เสียวเป่า สองคำก็เสียวเป่าจากนั้นก็ถอนหายใจ “ครอบครัวของเราไม่มีวาสนา ที่จะมีลูกสะใภ้กับหลานที่ดีแบบนี้”ทุกค
Read more
บทที่ 3
ฉันขมวดคิ้ว เตะเก้าอี้ออก ได้ยินเสียงดังปังจางฉี่เจิ้นรับรู้ถึงความผิดปกติของฉัน จึงรีบวางชั้นวางลง“ผมรู้ว่าคุณไม่พอใจ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว คุณอย่าทำนิสัยเหมือนเด็กได้ไหม”“ตอนที่จองโรงแรมคุณบอกว่าอยากพักโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ เราไม่ต้องประหยัดเงินแล้ว รีบเปลี่ยนเลย”ฉันหัวเราะในใจ ยังคิดจะเอาเปรียบฉันอีกงั้นเหรอ “ได้ สามีคุณแน่มาก”แต่วินาทีต่อมา จางฉี่เจิ้นก็ได้รับข้อความจากธนาคาร“เผยจือเวย คุณใช้บัตรของผมจ่ายเงินมากมายขนาดนี้ได้ยังไง...”“คุณบอกว่าอยากพักโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ”“ฉันก็ยอมให้คุณพักแล้วไง แต่ใครบอกว่าจะให้คุณใช้เงินในบัตรของฉัน”ฉันหัวเราะดังลั่น “ฉันจะพักที่ไหนใช้เงินเท่าไหร่ต้องให้คุณอนุญาตด้วยเหรอ ได้เงินเดือนแค่เดือนละหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทจะแสร้งทำเป็นรวยทำไม”เมื่อจางฉี่เจิ้นได้ยินสสิ่งที่ฉันพูด ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที “คุณหมายความว่ายังไง” ตั้งแต่แต่งงานมา เงินของเราทั้งสองคนแบ่งเป็นระบบ AB มาตลอด ส่วนของฉัน A ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครอบครัว B คือค่าใช้จ่ายเพื่อเอาใจทุกคนในครอบครัวถ้าไม่มีฉัน ครอบครัวของเขาคงอดตายไปแล้ว ใช้ชีวิตสุขสบายมา
Read more
บทที่ 4
มองดูเวลา ก็ดึกมากแล้ว คาดว่าทุกคนในบ้านน่าจะเข้านอนกันหมดแล้วตอนที่ต้องการความช่วยเหลือจากฉันอะไรก็ดีไปหมด แต่ตอนนี้ แม้แต่โทรศัพท์มาแสดงความห่วงใยยังไม่มี ฉันเปิดประตูห้องเข้ามา ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นในห้อง“อร้าย จางฉี่เจิ้นฉันกลัวจังเลยค่ะ”ฉันเองก็ตกใจเสียงกรี๊ดนั้นเหมือนกัน และรีบเปิดไฟทันที จากนั้นก็เห็นกู้เฟยเฟยอยู่ในอ้อมกอดของจางฉี่เจิ้น พร้อมกับร้องไห้น้ำตาไหล เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ฉันโมโหจนเลือดขึ้นหน้า พร้อมกับเดินเข้าไปตบที่ใบหน้าของกู้เฟยเฟยโดยไม่สนใจอะไร กู้เฟยเฟยตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร้องไห้น้ำตาไหลออกมาจางฉี่เจิ้นเห็นกู้เฟยเฟยถูกกระทำ จึงรีบปกป้องเธอทันที“เผยจือเวย คุณบ้าไปแล้วหรือไง พวกเราสองคนแค่รอคุณจนเบื่อก็เลยหาหนังสักเรื่องดู ใครจะไปรู้ว่าเป็นหนังผี”“คุณเปิดประตูเข้ามาทำให้เฟยเฟยตกใจ เธอถึงได้โผล่เข้ามาหลบในอ้อมแขนของผม”“แต่ดูหนังยังกอดกันกลมขนาดนี้ แล้วถ้าฉันไม่กลับมา พวกคุณไม่นอนด้วยกันเลยเหรอ”คุณไม่สนใจถามไถ่ฉันสักคำแต่กลับมาปิดไฟดูหนังด้วยกันกับน้องสาว ลองออกไปให้คนอื่นตัดสินดูไหมจางฉี่เจิ้นโมโหจนหน้าแดงไปถึงคอ “คุณ...ตอนนี้คุณ
Read more
บทที่ 5
หลังจากที่พวกเขาออกไปแล้ว ฉันจึงเปลี่ยนรหัสล็อคลายนิ้วมือใหม่ และลบลายนิ้วมือก่อนหน้านี้ออกข้าวของของพวกเขาฉันเก็บเรียบร้อยแล้ว และส่งกลับไปให้พวกเขาที่บ้านเกิดโดยเก็บเงินปลายทางจากนั้นฉันก็ติดต่อทนายความเพื่อร่างหนังสือข้อตกลงการหย่าร้าง ตอนนั้นพ่อกับแม่รู้สึกว่าฉันคลั่งรักเขามาก จึงบังคับให้เราเซ็นข้อตกลงก่อนแต่งงาน ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป การกระทำของพวกเขาในตอนนั้นช่างฉลาดมากจริงๆ ทำไมตอนนั้นฉันถึงดูไม่ออกว่าแผนการของพวกเขาทั้งครอบครัวแนบเนียนมากขนาดนี้ ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรม“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง จากการเข้าพักเป็นประจำของคุณ เราได้อัปเกรดห้องพักให้คุณเป็นห้องเพรสซิเดนสูทฟรี หวังว่าคุณจะเข้ามาใช้บริการที่พักเร็วๆ นี้ค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม จางฉี่เจิ้นและครอบครัวของเขาคงยังฝันกลางวันว่าจะได้พักในโรงแรมระดับห้าดาว จริงๆ แล้ว ฉันเพิ่งจองห้องพักหนึ่งห้องให้กับตัวเอง ตอนนี้เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นทำดีกับพวกเขาอีกต่อไป ฉันเรียกรถให้ไปส่งที่สนามบิน และนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสไปเกาะบาหลี เมื่อฉันมาถึง โทรศัพท์
Read more
บทที่ 6
กลุ่มไลน์ครอบครัวของจางฉี่เจิ้งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเป็นระยะๆ ฉันเปิดโทรศัพท์ดู และเห็นว่าเป็นกู้เฟยเฟยที่ส่งรูปภาพของพวกเขาเข้ามาในกลุ่ม ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ต่างพากันแสดงความเห็นว่า จางฉี่เจิ้นเป็นคนกตัญญูรู้ความ ฉันกดเปิดโมเมนต์ไลน์ของกู้เฟยเฟย พบว่าเธอโพสต์รูปภาพหนึ่งรูป “ขอบคุณคุณพ่อที่พาเสียวเป่ามาเที่ยวทะเล และยังได้พักที่โรงแรมหรูระดับห้าดาว...” ดูเหมือนว่าจางฉี่เจิ้นจะกรีดเลือดตัวเอง ให้คนในครอบครัวนี้ใช้เงินเขาไปหลายหมื่น แต่มาลองคิดดูดีๆ เหตุที่เขากล้ายอมทำแบบนี้ก็เพราะว่าเขามีกระเป๋าเงินอย่างฉันอยู่เบื้องหลังเขาไงแม่สามีถามฉันเข้ามาในกลุ่มไลน์ครอบครัว “เสี่ยวเว่ย เธอขับรถถึงไหนแล้ว ทำไมยังไม่ถึงอีก ฉันยังรอถ่ายรูปเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางอยู่นะ”“นั่นสิคะ พี่สะใภ้ ที่นี่แดดแรงมาก ถ้าไม่มีครีมกันแดดผิวฉันโดนแดดจนดำจะทำยังไง” เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบ แม่สามีก็เลยโทรศัพท์หาฉันโดยตรง “เผยจือเวย เธอขับรถไปไหน ทำไมถึงช้าขนาดนี้” พ่อสามีที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกเข้ามาอย่างอดไม่ได้ “อย่าให้ทุกคนต้องรอนาน พักรถให้มันน้อยๆ หน่อย แล้วรีบขับมาไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว” “ฉัน
Read more
บทที่ 7
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันพยายามดูแลทุกคนในตระกูลจางอย่างดีที่สุด เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นฉันต้องทำงานอย่างนัก หลังจากทำงานล่วงเวลาเสร็จก็ยังต้องมาทำอาหารให้ทุกคนในครอบครัวอีก ในทุกๆ วันฉันรู้สึกเครียดมาก ทั้งกลัวว่าจะทำงานผิดพลาด และก็กลัวว่าจะละเลยคนในครอบครัวคำพูดพวกนั้นที่พ่อแม่เคยบอกฉัน ยังคงก้องอยู่ในหู ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากฉันที่ตอนนั้นคลั่งรักจนไม่ลืมหูลืมตา ต่อจากนี้ไป ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อตัวฉันเองเท่านั้น เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ทริปเที่ยวทะเลของพวกเขาก็น่าจะใกล้จบแล้วถ้าทุกคนเห็นของขวัญชิ้นให้ที่ฉันมอบให้ แค่นึกถึงสีหน้าของทุกคนในครอบครัวนั้นฉันก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นหมายเลขที่ไม่รู้จัก ทันทีที่ฉันรับโทรศัพท์ เสียงโมโหอย่างบ้าคลั่งของจางฉี่เจิ้งก็ดังมาจากในโทรศัพท์ “เผยจือเวย คุณเปลี่ยนรหัสล็อคประตูแบบนี้หมายความว่ายังไง ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วก็บอกมาเลย”“ใช่ ฉันไม่อยากอยู่กับคุณอีกต่อไปแล้ว ข้าวของของพวกคุณที่อยู่ในบ้านฉันส่งไปรษณีย์กลับไปให้หมดแล้ว” “ถ้าคุณเล่นสนุกพอแล้วก็รีบกลับบ้าน แล้วมาขอโทษทุกคนในครอบครัว เลี้ยงอาหา
Read more
บทที่ 8
ฉันรออยู่ที่สำนักเขตถึงสองชั่วโมงแต่ก็ไม่เห็นจางฉี่เจิ้นมา ขณะที่กำลังจะกลับบ้าน ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ “เวยเวย ระหว่างลูกกับจางฉี่เจิ้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมครอบครัวของพวกเขาถึงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา” สมองฉันแทบจะระเบิด พวกเขาหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองซะอีก หลังจากพูดปลอบพ่อกับแม่แล้ว ฉันก็รีบขับรถกลับบ้านทันที พอฉันเปิดประตู ก็เห็นแม่สามีกับพ่อสามีกำลังนั่งกินผลไม้บนโซฟา ส่วนพ่อแม่ของฉันโกรธมากจนต้องเข้าไปหลบอยู่ในห้อง ฉันเห็นแล้วก็โมโหจนแทบหายใจไม่ออกแม่สามีเดินเข้า ช่วยรับกระเป๋าของฉันไป “เวยเวยคงลำบากแย่เลย กินข้าวมาหรือยัง แม่ให้คุณป้าทำอะไรให้เธอกินนะ” ฉันขมวดคิ้วแน่น ยังกล้าทำเหมือนบ้านของพ่อแม่เป็นบ้านของฉันจริงๆ “พวกคุณมาที่นี่ทำไม รีบออกไปซะ” เมื่อพ่อตาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ก็โยนถ้วยน้ำลงบนพื้นทันที “เผยขือเวย ไม่เจอกันหลายวัน เธอปากดีขนาดนี้แล้วเหรอ อะไรคือบ้านพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอไม่มีลูกชายต่อไปก็ต้องเป็นของตระกูลจางของเรา ถ้าจะอยู่ที่นี่ตอนนี้มันจะมีปัญหาอะไร เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อสามีพูด ฉันก็รู้สึกน่าขำขึ้นมา นี่มันตรรกะโจรประเภทไหนเนี่ย“จางฉ
Read more
บทที่ 9
แน่นอนว่าจางฉี่เจิ้นไม่ต้องการออกไปจากบ้านโดยไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะมาพบฉัน ไม่ใช่มาที่บริษัทของฉันเพื่อส่งดอกไม้ให้ฉัน ก็ส่งซื้อขนมให้ฉัน แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาฉันก็จะรู้สึกขยะแขยงและคลื่นไส้ “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วจริงๆ คุณให้ผมกลับบ้านเถอะนะ” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคน เขาแสดงออกเหมือนเป็นผู้ชายที่ดี ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าฉันเอาแต่ใจไม่มีเหตุผล และยืนกรานจะหย่าร้าง คิดจะใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ฉันยอมถอย ฝันไปเถอะ “ทำไมน้องสาวคนสนิทคนนั้นของคุณไม่มาด้วยล่ะ ในเมื่อคุณชอบเขา และเขาก็เป็นดวงนำโชคมาให้คุณ แล้วทำไมคุณต้องมาตื๊อฉันด้วย”“ไม่ใช่นะ เฟยเฟยเป็นแค่เพื่อนของผม”ฉันหัวเราะเยาะ “เพื่อนที่ไหนสามารถกอดกันกลมตอนกลางดึกได้ เพื่อนที่ไหนที่ได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยว แล้วให้ภรรยาขับรถไปเอง “ผู้คนรอบข้างต่างมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป จนใบหน้าของจางฉี่เจิ้นแดงก่ำ “ผมผิดไปแล้ว ผมรู้ตัวว่าตัวเองผิดไปแล้วจริงๆ ผมควรจะรักษาระยะห่างจากเฟยเฟย ผมมันไม่ใช่คน”พบจบเขากำลังจะคุกเข่าต่อหน้าฉัน ขณะนั้นฉันมองเห็นคนวิ่งเข้ามาจากไม่ไกลนัก เรื่องสนุกกำลังจะเริ่ม
Read more
บทที่ 10
แม้กระทั่งวันเซ็นใบหย่าก็ไม่ยอมลดละ ฉันร่างกายอ่อนแอมากจนต้องให้เพื่อนพยุงมาถึงสำนักเขต จางฉี่เจิ้นและกู้เฟยเฟยกำลังอุ้มลูกรออยู่หน้าประตู เมื่อมองดูพวกเขาแล้ว เหมือนกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกจริงๆ จางฉี่เจิ้นขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจกู้เฟยเฟยพูดกับเสียวเป่าว่า "จากนี้ไป พ่อจางก็จะเป็นพ่อแท้ๆ ของลูกแล้ว" เธอกอดแขนของจางฉี่เจิ้น ด้วยท่าทางได้ใจ “พี่เวยเวย ฉันต้องขอบคุณคุณที่คุณยอมสนับสนุนพวกเรา รอให้ฉันกับอาเจิ้นแต่งงานกัน ไว้ฉันจะเชิญคุณมาร่วมงานนะ” ฉันตบหน้ากู่เฟยเฟยไปหนึ่งที แล้วเลือดก็ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ “คุณทำอะไรห๊ะ เผยจือเวยเธอมันบ้าไปแล้ว”จากนั้นเธอก็หลบอยู่ในอ้อมแขนของจางฉี่เจิ้นและเช็ดน้ำตา “ตอนนี้เรายังไม่ได้หย่ากัน และฉันก็ยังเป็นภรรยาของเขา ภรรยาตบเมียน้อยใครจะว่าอะไรได้” ฉันมองไปที่จางฉี่เจิ้นแล้วมองบน “เร็วเข้าอย่ามัวชักช้าอ้อยอิ่ง ไม่อย่างงั้นคนรักของคุณจะถูกตบอีกแน่” หลังจากที่เราหย่าร้างกัน จางฉี่เจิ้นกับกู้เฟยเฟยก็จดทะเบียนสมรสกันทันที ขณะที่พวกเขาออกมา ฉันกำลังรออยู่ที่ด้านนอกประตู จากนั้นก็ยื่นเอกสารส่งให้จางฉี่เจิ้น แล้วพูดด้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status