ログインน้องชายสามียืนกรานอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาดฮาวายในวันคริสต์มาส ฉันจึงตัดสินใจพาทุกคนในครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน เมื่อน้องสาวคนสนิทของสามีรู้เรื่องนี้ เธอจึงอยากพาลูกไปเที่ยวกับพวกเราด้วย เขาซื้อตั๋วเครื่องบินโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับขอให้ฉันขับรถขนสัมภาระไป เดิมทีฉันคิดว่าทุกคนในครอบครัวจะช่วยพูดให้ฉัน แต่พวกเขากลับสนับสนุนการตัดสินใจของสามีฉัน โอเค ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่แยกทางกันไปเลย แต่ทุกคนในครอบครัวของพวกเขากลับเริ่มกลัว...
もっと見るThey say all good things must come to an end, but what was good about the human race? We were always broken.
The intercom buzzed with the voice of a young female. “He’s here.”
“Who is?” asked David, the lead scientist in an underground bunker.
“The president of Project Humanity’s Last Resort. He told me he is here for a progress check. Word of advice, you should get outside while you still can sir, you’re getting irritable.”
“Let him in and learn to mind your damn business. My well-being is none of your concern.” scolded David.
“Sorry, sir. He’s on his way down now.”
The room was full of men and women dressed in either white lab coats or some form of formal attire. Those not in lab coats were sitting behind computers, poking away at their keyboard. One of them gathered the papers on their desk and carried it to David’s desk.
“I have the updated reports for the reactor’s efficiency, sir,” the worker said.
“Thank you, Simon. I will hand these off to the president when he gets here,” replied David.
David turned around, so he was now facing the scientist as they worked.
“Attention!” bellowed David.
The room commotion in the room froze, as if time itself had stopped. David cleared his throat and began giving orders. “Alright everyone, Mr. Shirker is on his way down here for his inspection. I want all progress reports finished and, on my desk, immediately!” David ordered.
“Yes, sir!” exclaimed the staff in unison.
The room resumed to its busy manner. Within seconds, people began bringing papers to his desk and had them sorted by his assistant. Five minutes later, a tall man dressed in a black business suit complete with a white button-down shirt and a red tie walked into the room. The room froze once again. Everyone stood up and faced the president.
“Everything is going to plan, I assume, since everyone has enough time to stand around and do nothing,” said the president in a deep voice.
“Y-yes sir,” stuttered David. “We’re just about finished. All we need is for you to initiate Noah’s Ark and we’ll be able to execute Project HLR.”
“No need to get all bent out of shape. I know all of you down here have been worked harder than ever.” said Mr. Shirker, nodding his head. “Since you’ve been working so hard, I will continue to hold up my end of our arrangement. Your families will be saved and you will be reunited with them soon enough.” Mr. Shirker continued, “We will begin preparing the Noah’s Arks and Project HLR will be ready to launch in two days.”
“Thank you for keeping your promise. We all hope to see you in the new world,” said David, holding his head high. “But are you sure two days is enough to gather our families?”
“It is more than enough time, but do remember, I cannot force anyone to show up to their bunkers.”
The president turned and walked out the door toward the elevator. As he waited for the elevator, he took out his phone and dialed a number. “Hello, this is Mr. Shirker, yes, the end is near. Begin operation Noah’s Ark. Project Humanity’s Last Resort will be ready to launch in two days.”
He closed his phone and walked into the elevator.
ฉันชนะคดี และได้รับเงินคืนทั้งหมด แน่นอนว่าเมื่อคนในครอบครัวของเหยื่อรู้ประวัติความเป็นมาของกู้เฟยเฟย ทุกคนต่างก็มาหาเธอเพื่อขอสินสอดทองหมั้นคืน บอกว่ากู้เฟยเฟยกำลังตั้งครรภ์ จางฉี่เจิ้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายบ้านเก่าของเขาเพื่อช่วยเธอชำระหนี้ เพื่อนถามฉันว่าฉันสนใจที่จะออกมาทำธุรกิจของตัวเองไหม เมื่อก่อนฉันคิดว่าถ้าทำธุรกิจฉันอาจจะไม่มีเวลาดูแลครอบครัวฉันเลยทิ้งความคิดนั้นไป แต่ตอนนี้ฉันตอบตกลงได้อย่างเต็มปากแล้ว ธุระกิจของฉันกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ฉันได้เรียนรู้การมีความสุขกับชีวิต และทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ ทานข้าวกับเพื่อนเก่า และเราคุยกันถึงชีวิตในปัจจุบันของจางฉี่เจิ้นและกู้เฟยเฟย“พวกเขาเหมาะสมกันอย่างกับผีเน่ากับโรงผุ ต่างคนก็ต่างเป็นหนี้ก้อนโต” “เธอว่าตอนนั้นจางฉี่เจิ้นถูกกู้เฟยเฟยหักหลังขนาดนั้น แต่เขาก็ยังแต่งงานกับเธอ” น้องชายสามีจางฉี่ซิ่งไม่มีเงินไปต่างประเทศ มีคนเล่าว่าเขาหายืมเงินนอกระบบเป็นจำนวนมากเพื่อแสร้งทำเป็นว่าเป็นลูกเศรษฐีรุ่นที่สอง และเป็นหนี้ก้อนโตเช่นกัน ดูเหมือนว่าเขาไปประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหาเงิน หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวครา
แม้กระทั่งวันเซ็นใบหย่าก็ไม่ยอมลดละ ฉันร่างกายอ่อนแอมากจนต้องให้เพื่อนพยุงมาถึงสำนักเขต จางฉี่เจิ้นและกู้เฟยเฟยกำลังอุ้มลูกรออยู่หน้าประตู เมื่อมองดูพวกเขาแล้ว เหมือนกับเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกจริงๆ จางฉี่เจิ้นขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจกู้เฟยเฟยพูดกับเสียวเป่าว่า "จากนี้ไป พ่อจางก็จะเป็นพ่อแท้ๆ ของลูกแล้ว" เธอกอดแขนของจางฉี่เจิ้น ด้วยท่าทางได้ใจ “พี่เวยเวย ฉันต้องขอบคุณคุณที่คุณยอมสนับสนุนพวกเรา รอให้ฉันกับอาเจิ้นแต่งงานกัน ไว้ฉันจะเชิญคุณมาร่วมงานนะ” ฉันตบหน้ากู่เฟยเฟยไปหนึ่งที แล้วเลือดก็ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ “คุณทำอะไรห๊ะ เผยจือเวยเธอมันบ้าไปแล้ว”จากนั้นเธอก็หลบอยู่ในอ้อมแขนของจางฉี่เจิ้นและเช็ดน้ำตา “ตอนนี้เรายังไม่ได้หย่ากัน และฉันก็ยังเป็นภรรยาของเขา ภรรยาตบเมียน้อยใครจะว่าอะไรได้” ฉันมองไปที่จางฉี่เจิ้นแล้วมองบน “เร็วเข้าอย่ามัวชักช้าอ้อยอิ่ง ไม่อย่างงั้นคนรักของคุณจะถูกตบอีกแน่” หลังจากที่เราหย่าร้างกัน จางฉี่เจิ้นกับกู้เฟยเฟยก็จดทะเบียนสมรสกันทันที ขณะที่พวกเขาออกมา ฉันกำลังรออยู่ที่ด้านนอกประตู จากนั้นก็ยื่นเอกสารส่งให้จางฉี่เจิ้น แล้วพูดด้
แน่นอนว่าจางฉี่เจิ้นไม่ต้องการออกไปจากบ้านโดยไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะมาพบฉัน ไม่ใช่มาที่บริษัทของฉันเพื่อส่งดอกไม้ให้ฉัน ก็ส่งซื้อขนมให้ฉัน แต่ทุกครั้งที่เห็นเขาฉันก็จะรู้สึกขยะแขยงและคลื่นไส้ “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วจริงๆ คุณให้ผมกลับบ้านเถอะนะ” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคน เขาแสดงออกเหมือนเป็นผู้ชายที่ดี ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าฉันเอาแต่ใจไม่มีเหตุผล และยืนกรานจะหย่าร้าง คิดจะใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ฉันยอมถอย ฝันไปเถอะ “ทำไมน้องสาวคนสนิทคนนั้นของคุณไม่มาด้วยล่ะ ในเมื่อคุณชอบเขา และเขาก็เป็นดวงนำโชคมาให้คุณ แล้วทำไมคุณต้องมาตื๊อฉันด้วย”“ไม่ใช่นะ เฟยเฟยเป็นแค่เพื่อนของผม”ฉันหัวเราะเยาะ “เพื่อนที่ไหนสามารถกอดกันกลมตอนกลางดึกได้ เพื่อนที่ไหนที่ได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยว แล้วให้ภรรยาขับรถไปเอง “ผู้คนรอบข้างต่างมองเขาด้วยสายตาที่แปลกไป จนใบหน้าของจางฉี่เจิ้นแดงก่ำ “ผมผิดไปแล้ว ผมรู้ตัวว่าตัวเองผิดไปแล้วจริงๆ ผมควรจะรักษาระยะห่างจากเฟยเฟย ผมมันไม่ใช่คน”พบจบเขากำลังจะคุกเข่าต่อหน้าฉัน ขณะนั้นฉันมองเห็นคนวิ่งเข้ามาจากไม่ไกลนัก เรื่องสนุกกำลังจะเริ่ม
ฉันรออยู่ที่สำนักเขตถึงสองชั่วโมงแต่ก็ไม่เห็นจางฉี่เจิ้นมา ขณะที่กำลังจะกลับบ้าน ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่ “เวยเวย ระหว่างลูกกับจางฉี่เจิ้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมครอบครัวของพวกเขาถึงย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา” สมองฉันแทบจะระเบิด พวกเขาหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองซะอีก หลังจากพูดปลอบพ่อกับแม่แล้ว ฉันก็รีบขับรถกลับบ้านทันที พอฉันเปิดประตู ก็เห็นแม่สามีกับพ่อสามีกำลังนั่งกินผลไม้บนโซฟา ส่วนพ่อแม่ของฉันโกรธมากจนต้องเข้าไปหลบอยู่ในห้อง ฉันเห็นแล้วก็โมโหจนแทบหายใจไม่ออกแม่สามีเดินเข้า ช่วยรับกระเป๋าของฉันไป “เวยเวยคงลำบากแย่เลย กินข้าวมาหรือยัง แม่ให้คุณป้าทำอะไรให้เธอกินนะ” ฉันขมวดคิ้วแน่น ยังกล้าทำเหมือนบ้านของพ่อแม่เป็นบ้านของฉันจริงๆ “พวกคุณมาที่นี่ทำไม รีบออกไปซะ” เมื่อพ่อตาได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ก็โยนถ้วยน้ำลงบนพื้นทันที “เผยขือเวย ไม่เจอกันหลายวัน เธอปากดีขนาดนี้แล้วเหรอ อะไรคือบ้านพ่อแม่ของเธอ พ่อแม่ของเธอไม่มีลูกชายต่อไปก็ต้องเป็นของตระกูลจางของเรา ถ้าจะอยู่ที่นี่ตอนนี้มันจะมีปัญหาอะไร เมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อสามีพูด ฉันก็รู้สึกน่าขำขึ้นมา นี่มันตรรกะโจรประเภทไหนเนี่ย“จางฉ
มองดูเวลา ก็ดึกมากแล้ว คาดว่าทุกคนในบ้านน่าจะเข้านอนกันหมดแล้วตอนที่ต้องการความช่วยเหลือจากฉันอะไรก็ดีไปหมด แต่ตอนนี้ แม้แต่โทรศัพท์มาแสดงความห่วงใยยังไม่มี ฉันเปิดประตูห้องเข้ามา ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นในห้อง“อร้าย จางฉี่เจิ้นฉันกลัวจังเลยค่ะ”ฉันเองก็ตกใจเสียงกรี๊ดนั้นเหมือนกัน และรีบเปิดไฟท
ฉันขมวดคิ้ว เตะเก้าอี้ออก ได้ยินเสียงดังปังจางฉี่เจิ้นรับรู้ถึงความผิดปกติของฉัน จึงรีบวางชั้นวางลง“ผมรู้ว่าคุณไม่พอใจ แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว คุณอย่าทำนิสัยเหมือนเด็กได้ไหม”“ตอนที่จองโรงแรมคุณบอกว่าอยากพักโรงแรมห้าดาวไม่ใช่เหรอ เราไม่ต้องประหยัดเงินแล้ว รีบเปลี่ยนเลย”ฉันหัวเราะในใจ ยังคิ
จางฉี่เจิ้นท่าทางดูหลบเลี่ยง ฉันจึงคว้าโทรศัพท์มาและเดาไม่ผิดว่าเป็นกู้เฟยเฟยจริงๆ “ส่งข้อความไปบอกไม่เห็นหรือไง รีบเปิดประตูให้ฉันเร็วเข้า”น้องสามีรีบวิ่งลงไปข้างล่าง และรับกู้เฟยเฟยขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น“พ่อแม่ พี่ชาย พี่เฟยเฟยมาแล้วครับ คืนนี้พี่สะใภ้จะทำอะไรอร่อยๆ ให้พวกเรากินกันเหรอ”เ
“เฟยเฟยได้ยินว่าพวกเราจะไปเที่ยวทะเลกัน เลยอยากพาลูกไปกับพวกเราด้วย” “ผมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ทุกคนแล้ว เสี่ยวเวยคุณรับผิดชอบเรื่องสัมภาระและขับรถไปนะ พวกเราจะรอคุณอยู่ที่ทะเล”มือของฉันที่กำลังจัดกระเป๋าอยู่ก็หยุดลงทันที จู่ๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อขึ้นมา“คุณหมายความว่ายังไง กู้เฟยเฟยจะไปกับพวกเรา แ





