تسجيل الدخولผัวะ!
จู่ๆ กำปั้นที่ลอยมาพร้อมแขนอันทรงพลัง ก็พุ่งตรงเข้ามาชกเข้าที่ใบหน้าของชายคนนั้นเต็มๆ
กรี๊ด!
เสียงกรี๊ดดังลั่น ทำให้ชายคนนั้นลงไปกองอยู่กับพื้น จังหวะนี้เองที่มุกดาสะบัดมือหลุดจากพันธนาการได้สำเร็จ
“กูเป็นใคร มึงไม่รู้เหรอ!” เมื่อแสงไฟในผับสว่างขึ้น ชายแปลกหน้าก็เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ด้านบนอย่างชัดเจน เขาสีหน้าซีดเผือด ยกมือไหว้แทบไม่ทัน
“คะ ... คุณพี ผมไม่รู้ว่าเป็นคุณ ผะ ... ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีก!” เสียงพูดตะกุกตะกักดังขึ้นอย่างหวาดกลัว ก่อนที่ชายคนนั้นจะวิ่งหนีออกไปนอกผับอย่างรวดเร็ว มุกดายังคงตกใจจากเรื่องที่เกิดขึ้น จึงยังไม่ทันได้สังเกตอะไรมากนัก แต่ก็รู้สึกดีที่คนมาช่วยเธอ คือ เขา
“ให้ผมตามไปจับมันไว้ไหม?” เตชิตที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ รีบเดินเข้ามาหาพีรดนย์ทันที
“ไม่ต้อง” พีรดนย์บอกเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปทางหญิงสาวที่กำลังอยู่ในท่าทางตกใจ “มุกเป็นอะไรมากไหม?” พีรดนย์ยื่นมือไปกุมมือของมุกดา ก่อนที่จะลูบข้อมือบางของเธอ เพื่อตรวจสอบว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า และเขาก็เห็นรอยช้ำจางๆ ที่ข้อมือนั้น
“เจ็บนิดหน่อยค่ะ” ตอนนี้มุกดาตกอยู่ในหลุมพรางของพีรดนย์อย่างจัง เมื่อเขาแสดงความเป็นห่วงเช่นนี้ มันก็ทำให้ใจของเธออ่อนระทวยลงทันที
“ข้อมือช้ำแบบนี้ ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก ขับรถไม่ไหวแน่ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกมากับ ...” มุกดาพยายามจะปฏิเสธ แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“ยัยมุก! แกเป็นไรมากไหม!” ปลายฟ้ารีบวิ่งเข้ามาหามุกดาทันที เมื่อเห็นภายในร้านวุ่นวาย เธอไม่ทันเห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะคุณแม่โทรมา เธอจึงออกไปคุยข้างนอก แต่ก็พอจะเดาสถานการณ์ออก เธอเหลือบไปเห็นชายหนุ่มมาดแมน ดูดี ที่ช่วยเหลือเพื่อนของเธอ เธอก็นึกแผนดีๆ ออกทันที เสียงในหัวขอผลายฟ้า บอกว่า เพื่อนของเธอควรมีแฟนได้แล้ว และผู้ชายคนนี้ก็ดูดีทีเดียว
“แกไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว แต่แก ...” ปลายฟ้าลากเสียงเหมือนสำนึกผิด ก่อนจะพูดต่อ “... ฉันต้องกลับบ้านด่วน พอดีแม่โทรมา” เธอไม่รอให้มุกดาได้โอกาสพูด ปลายฟ้ารีบชิ่งพูดกับชายหนุ่มที่ยืนข้างเพื่อนทันที “ฝากยัยมุกด้วยนะคะ”
“ครับ”
“ไปก่อนนะแก” ปลายฟ้าพูดเสร็จรีบเจ้นออกจากร้านทันที เธอไม่อยากเป็นก้างขวางคอให้กับเพื่อนรักหรอก แล้วเธอก็ยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนคนบ้า เมื่อคิดว่ามุกดากำลังจะมีคนมาดูแลหัวใจแล้ว
“ยัยฟ้า!” เสียงของมุกดาดังขึ้นตามหลังเพื่อน เฮ้อ! ต้องเป็นแผนของยัยเพื่อนตัวดีแน่ๆ เลย เธอรู้สึกได้ เล่นกันอย่างนี้เลย จำไว้เลย!
“ปฏิเสธไม่ได้แล้วนะ เพื่อนน้องมุกฝากมุกไว้กับพี่แล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พีรดนย์พูดพร้อมส่งยิ้มให้ “ค่ะ ... คงต้องรบกวนคุณพีแล้วละคะ”
เขาซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ กอดเธอไว้แน่นจนมุกดาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ จากร่างของเขา “พี่ขอโทษนะมุก...” น้ำเสียงของพีรดนย์สั่นเครือ แฝงไปด้วยความเจ็บปวด “พี่พีเป็นอะไร ทำไมต้องขอโทษมุกด้วย” คำถามที่เธอไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เพราะจู่ๆ เขาก็ขอโทษเธอ หลังจากที่พวกแต่งงานกันมาจะ 3 เดือนแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาก็ขอโทษเธอไปแล้ว และยังสัญญาว่าจะดีกับเธอและลูก และจะไม่ทำร้ายเธออีก แต่นี่อะไร จู่ๆ เขาก็ขอโทษเธอ มันเรื่องอะไรกัน “พี่ขอโทษที่ผ่านมาพี่มันโง่เอง พี่ไม่ตรวจสอบเรื่องราวทุกอย่างให้ดีก่อน เอาความโกรธแค้นมาลงที่มุก จนทำให้เรื่องราวของเราสองคนต้องเริ่มต้นไม่ดีแบบนั้น ทั้งทำร้ายมุกให้เจ็บช้ำทั้งกายและใจ เพราะความเข้าใจผิดบ้าๆ ระหว่างมุกกับไอ้วี คิดว่ามุกเป็นคนทำให้แพรวต้องฆ่าตัวตาย...” มุกดานิ่งอึ้งไป เมื่อจู่ๆ สามีก็เปิดโหมดอ่อนแอและเอ่ยคำขอโทษยาวเหยียด ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และเธอก็เลือกที่จะให้อภัยเขาไปแล้ว สองมือเรียวยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างเพื่อปลอบประโลม สายตาของเธอมีแต่ความห่วงใยที่มีต่อชายคนนี้ ความโกรธเคืองไม่เหลืออยู่เลยสักนิด เธอดันตัวอ
“ยังมีอีกเรื่องครับพี่พี...” เตชิตเอ่ยเสียงเครียด ความลังเลเกิดขึ้นไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ เพราะเขามองเห็นแววตาอาฆาตของเจ้านาย เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ “ว่ามา” พีรดนย์ปรับอารมณ์ให้กลับมานิ่งได้อีกครั้ง รอฟังสิ่งที่ลูกน้องของเขาจะพูดออกมาอีกครั้ง “คุณวี พอรู้ว่าพี่กับคุณโรสมีอะไรกันลับหลังเขา ก็แค้นจัดเช่นกัน จึงใช้แพรวมาแก้แค้นพี่ครับ” พีรดนย์ยิ่งฟังยิ่งกำหมัดแน่น แทบจะคุมสติไม่อยู่ ก่อนจะถามเรื่องของมุกดาออกไป “แล้วมุกเข้ามาเกี่ยวข้องได้ยังไง?” เรื่องนี้เข้าก็พอจะทราบอยู่บ้างว่ารวีมันตามจีบมุกดา แต่เขาก็ยังไม่ได้สืบอย่างแน่ชัด ทึกทักไปเองว่ามุกดาเป็นผู้หญิงแพศยาแย่งผู้ชายของน้องสาวเขาไป ทั้งๆ ที่เธอก็คอยบอกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาประกาศจะแก้แค้นเธอ แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง ดังนั้นเพื่อให้เรื่องทั้งหมดกระจ่างเขาจึงสั่งให้เตชิตสืบเรื่องนี้ด้วย “คุณมุกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงครับ ... ตามที่ผมตามสืบมา คุณมุกเรียนที่เมืองไทยเพียงแค่เทอมเดียว แต่ช่วงที่เรียนตอนปีหนึ่งเทอมแรก คุณวีตามจีบคุณมุกจริงครับ แต่ก็ได้แค่ตามจีบ เพราะคุณมุกไม่เล่นด้วย จากนั้นยังไม่ถึงเท
หลังแต่งงานประมาณ 3 เดือน บรรยากาศในคฤหาสน์อัครวราเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบ โดยเฉพาะเมื่อมุกดาท้องแก่ใกล้คลอด หน้าท้องนูนเด่นชัดจนทำให้พีรดนย์ต้องคอยประคบประหงมดูแลเธอแทบไม่ห่างกายด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม แต่ช่วงนี้งานที่ไนต์คลับค่อนข้างรัดตัว เขากับมุกดาจึงย้ายมาพักที่คอนโดเป็นการชั่วคราว ทั้งเรื่องงานของเขาที่ต้องกลับดึกๆ ดื่นๆ และไหนจะต้องพามุกดาไปตรวจครรภ์ทุกสัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในท้อง ทว่าในมุมมืดของห้องทำงานชั้นสองของไนต์คลับ พีรดนย์ในชุดลำลองสบายๆ กำลังนั่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอกสารปึกใหญ่ด้วยแววตาเคร่งขรึม ลึกๆ ในใจของเขายังคงติดใจและคาใจไม่หาย ... ทำไมเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งเรื่องของแพรววา รวี รสรินทร์ และมุกดา ... ความระแวงในสัญชาตญาณทำให้เขาตัดสินใจสั่งให้เตชิตสืบค้นเรื่องราวทั้งหมดใหม่อย่างละเอียด ขณะที่พีรดนย์เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อหนาเป็นจังหวะช้าๆ ครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ... ก่อนที่เตชิตจะก้าวเข้ามาด้านใน ใ
เตชิตโน้มหน้าลงประกบริมฝีปากของเธอ รสจูบที่แสนนุ่มนวลและอ่อนหวาน พร้อมมือที่ขยับสะโพกของเธอให้กระชับร่างของเขาให้เข้ากับร่างเธอ จนกายเนื้อของเขาสามารถเข้าไปภายในช่องสวาทของเธอได้เต็มลำ เสียงดัง แค๊ก! … เตชิตได้ยินเต็มสองหู มันดังไม่แรงมากแต่ก็รับรู้ได้ว่าเยื่อพรหมจรรย์ของเธอถูกเขาทำขาดเสียแล้ว “อะ! … อือ ...” เสียงครางปลายฟ้าดึงขึ้นเบาๆ “เจ็บไหม?” คำถามที่แสดงถึงความห่วยใยส่งไปที่เธอ “นิดหน่อย” ปลายฟ้าตอบรับ เตชิตหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วครู่ กระชับร่างบางให้เขามาแนบชิดเขามากยิ่งขึ้น ร่างทั้งสองเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน เขาประทับจูบเธอทันที เมื่อรับรู้ได้ถึงการผ่อนคลายและแรงตอดรัดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความต้องการ เตชิตจึงค่อยๆ ขยับสะโพกสอบเดินหน้าขับเคลื่อนตัวตนเข้าสู่ความลึกล้ำของเธออย่างช้าๆ และอ่อนโยนที่สุด ท่ามกลางเสียงครางแผ่วหวาน ก่อนที่เตชิตจะเริ่มบทรักที่เร่าร้อน และร้อนแรงมากยิ่งขึ้น แรงอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะกระชั้นถี่ สะโพกสอบขยับตอกย้ำเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอ เสียงเนื้อกระทบเนื้อผ
ปลายฟ้าเห็นสายตาของชายที่กำลังมองเธอเปลือยเปล่ายิ่งเขินอาย พยายามหลบสายตาเขา แต่ยังไม่ทันได้หลบ ร่างเธอก็บิดเกร็งอย่างแรง เสียงครางดึงขึ้นเพื่อลดทอนความเสียวที่คนตรงหน้ากำลังดันนิ้วเข้าภายในร่างของเธอ ส่วนเตชิต ยังคงมองร่างเล็กที่ดิ้นรนไปมาใต้ร่างของเขา เขายิ้มมุมมาก เริ่มใช้นิ้วสัมผัสภายในตัวเธอ เรียวขาสวยเบียดชิดเข้าหากันด้วยความวาบหวามทว่ากลับถูกท่อนแขน ของเตชิตแยกออกจากกันเปิดเผยให้เห็นส่วนนั้นของเธออย่างเต็มตา ถึงแสงไฟในห้องจะสลัว แต่ก็มองเห็นผิวเนื้ออวบอิ่มอมชมพูของเธอเต็มตา “ข้างในเธอตอดรัดนิ้วของฉันแน่นขนาดนี้เลยนะ ต้องการฉันใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขยี้อารมณ์กวนประสาทตามนิสัยของเขา แต่น้ำเสียงนั้นกลับพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ไม่แพ้กัน “อื้อ... ไอ้คนบ้า ไม่ต้องพูดเลยนะ” ปลายฟ้าครางประท้วงเสียงสั่น มือเรียวทั้งสองข้างจิกเข้ากับหมอนหนุนเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ยามที่นิ้วเรียวยาวของเขาเริ่มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะก่อนจะเริ่มเร่งเร้าโจมตีจุดอ่อนไหวภายในร่างของเธออย่างช่ำชอง สะโพกมนลอยขึ้นตามสัญชาตญาณการตอบรับ เสียงครางของปลายฟ้ายังดังต่อเน
เตชิตชะงักไปครู่หนึ่งกับคำประกาศกร้าวเหนือความคาดหมาย “ข้ามขั้นงั้นหรือ!” เตชิตทวนคำของปลายฟ้า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้อะไรกลับ ปลายฟ้าก็เป็นฝ่ายจู่โจมเขาทันที เธอประทับจูบเขาที่ต้นคอ คบกัดมันเบาๆ พร้อมกับที่ปลายลิ้นเริ่มลิ้มรสผิวกายของชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงเช่นกัน แต่ชิตเบิกตากว้างด้วยความถูกใจและแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน โหยหาลึกซึ้ง เขาหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ รวบเอวบางเข้ามากระชับแนบชิดจนเนื้อตัวเสียดสี ก่อนจะโน้มตัวลงมาประกบจูบไปที่ริมฝีปากที่กำลังยั่วยวนเขาอย่างโหยหา ทั้งคู่แลกจูบอันดูดดื่มเพื่อเติมเต็มความต้องการของกันและกัน ก่อนที่เตชิตคลายจะจูบออก ซึ่งเขาก็ใช่อยากจะปล่อยสัมผัสรสหวานนี้ไปเลย แต่หากไม่ปล่อยคนตัวเล็กที่ถูกเขาแย่งชิงอากาศหายใจอาจขาดใจตายตรงหน้าเขาก็เป็นได้ เขาก้มมองร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเธอจริงใจ “ใจกล้าไม่เบาเลยนะเรา ... ข้ามขั้นงั้นหรือ ... ” คำพูดที่มาพร้อมสายตากวนๆ ที่เล่นเอาปลายฟ้าใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ข้ามไปเป็น สามีภรรยา เลยใช่ไหม? ... ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เตรียมตัวรับผิดชอบฉันยาวๆ แบบไม่ต้องนอนได้เลย!”







