INICIAR SESIÓN“นอนเต็มอิ่มเลยสิ วันนี้ค่อยดูเป็นคนหน่อย” เทนเร่งเท้ามาขนาบข้างยื่นกาแฟอเมริกาโน่ให้เธอ คะน้ารับมันมาถือไว้ในมือพร้อมถามกวน ๆ กลับไป “แล้วเมื่อวานไม่ใช่คนรึไง หื้ม?” “เหมือนซอมบี้นั่งพิมพ์งาน หน้าเหลือง ๆ ตัวซีด ๆ เหมือนเลือดไม่หล่อเลี้ยงอะ” “โห ปากกก เอาคืนไปเลย!” คะน้าดันแก้วในมือกระแทกใส่อกเพื่อนร่วมงาน การกระทำของคนตัวเล็กเรียกเสียงหัวเราะจากเทนจนคะน้าเองยังหลุดหัวเราะตาม “ขำอะไรกันสองคนนั้น มีเรื่องสนุกงั้นเหรอ!? สาระแนด้วยจิ” เมย่าเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเจอภาพเทนกับคะน้าหัวเราะกันสนุกสนานเลยรีบเดินกึ่งวิ่งนึกว่าคนทั้งคู่มีเรื่องเม้าท์ “เรื่องสนุกอะไรล่ะ มีแต่ไอ้เทนเนี่ยคอยหาเรื่องแซวไม่เว้นแต่ละวัน” “โอ้โห ขึ้นไอ้ขึ้นอี เมื่อก่อนเรียกพี่เทน ๆ” เทนกอดอกสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ตั้งแต่เริ่มสนิทกันคะน้าก็ไม่ค่อยเรียกเขาว่าพี่เท่าไหร่ ถึงจะรู้เหตุผลว่าเป็นเพราะตัวเองชอบไปกวนประสาทเพื่อนร่วมงานอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม “สมควร…ปะ ไปกินข้าวกันเถอะเดี๋ยวเม
“สรุปรายงานทั้งหมดจากงานเปิดตัวซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่เกาหลีค่ะ” คะน้าวางแฟ้มรายงานที่เธอเพิ่งทำสรุปเสร็จเมื่อคืนลงบนโต๊ะผู้จัดการ คนตัวเล็กจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน แต่ผู้จัดการเอ่ยปากเรียกเสียก่อน “…ไหวไหม สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” เสียงเอกทักท้วงจนเพื่อนร่วมงานอีกสามคนมองมาที่เธอพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมเพรียงกัน “ก็ ก็ปกตินะคะ…” คะน้าลูบท้ายทอยปฏิเสธออกไป แม้จะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวหัวร้อนแปลก ๆ แต่คิดว่าตัวเองยังปกติดี เธอเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานหยิบกระจกในลิ้นชักมาส่องหน้า จริงด้วย หน้าอย่างกับคนจะเป็นลม เธอคิดในใจมองใบหน้าเหลืองขาวกับริมฝีปากซีดเซียว คะน้าตัดสินใจเดินไปขอผู้จัดการลงไปห้องพยาบาล แต่เอกกลับเสนอให้เธอลางานครึ่งบ่ายเพื่อกลับไปพักผ่อนแทน “กลับไปกินยานอน พรุ่งนี้มีพรีเซนต์…ร่างกายคงปรับสภาพไม่ทัน ได้นอนพักสักหน่อยน่าจะดี” คะน้าพยักหน้าไม่ทำตัวดื้อรั้น เธอคิดแบบเดียวกันเพราะตั้งแต่กลับมาจากเกาหลีร่างกายดูยังไม่คุ้นชินกับอากาศร้อนจัดที่ไทยเสียเท่าไหร่ ยิ่งพรุ่งนี้
“พะ พอแล้ว ฉันต้องไปแล้ว” คะน้าปากสั่นมองนาฬิกาภายในห้องบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า อาการวูบโหวงในตัวยังไม่จางลง หญิงสาวพลิกตัวนั่ง ป้องกันไม่ให้กัปตันสานต่อบทรักได้ “…รีบไปไหน กลับวันนี้เหรอ?” เขาถามไม่วายพ่นเสียงครางออกมาแผ่วเบาเมื่อลำกายไม่ยอมอ่อนตัวลง ตาคมดุดันไม่รู้ตัว ทำให้คะน้าแอบใจสั่นไปด้วยกับบุคลิกที่ต่างออกไป “อืม นายจะพักก่อนก็ได้ แต่ฉันต้องไปแล้ว” เธอพูดเพียงเท่านั้นแล้วโกยผ้าห่มคลุมตัวพาตัวเองเดินเข้าห้องน้ำ คะน้าก้าวขาฉับไม่กล้าหันกลับไปมองคนด้านหลัง เธอจัดการชำระล้างร่างกายก่อนจะหยุดยืนนิ่งจ้องตัวเองหน้ากระจก มองเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกัปตัน น่าอายจริง ๆ กึ่งกลางตัวบอบช้ำจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน จะโทษเขาคงไม่ได้เพราะเธอเองที่เป็นคนใจกล้าหน้าด้านเอ่ยปากชวนออกไป แถมยังเป็นฝ่ายรุกใส่เขาช่วงรุ่งสางที่ผ่านมาอีก “เหล้าที่นี่แรงเกินไป หรือผีตัวไหนสิงฉันกันนะ” คะน้าตบหน้าตัวเองเบา ๆ ทันทีที่ได้สติความละอายก็คืบคลานเข้ามา เธอขลุกตัวอยู่ในห้องน้ำนานเป็น
เสียงจ๊อบแจ๊บเสียดสีกันดังขึ้นในเวลาเกือบตีสี่ของเช้าวันใหม่ ร่างแกร่งนอนหลับใหลตัวขยับอยู่บนเตียง “…อื้มม” ปากบางค่อย ๆ เม้มเข้าหากัน คะน้าพยายามเก็บกลั้นเสียงครางเอาไว้ใช้เพียงช่วงล่างถูไถลำกายของเขาเท่านั้น เธอตื่นขึ้นกลางดึกจากความต้องการที่ยังไม่หมดไป หญิงสาวไม่รอช้ารีบส่งตัวเองขึ้นคร่อมเอวสอบเอาเนินเนื้อฉ่ำแฉะกับเม็ดเสียวบวมเป่งขยี้ใส่เอ็นอุ่น ความกระสันแล่นถึงกลางอกเมื่อจุดอ่อนไหวถูกเสียดสี คะน้าวางมือบนหน้าขาแกร่งก่อนที่เธอจะเอนหลังเล็กน้อยเพื่อควงสะโพกหมุนวนสลับทิศทางไปมา “อะ อาาา…ตื่นแล้วเหรอ ยะ อยากเลียหน่อยไหม” เสียงหวานขาดช่วงมองกัปตันปรือตาขึ้น เขายังงัวเงียแต่กลับพยักหน้าเรียกให้เธอคลานเข่าไปหา ซึ่งเธอก็ไม่รอช้ายกตัวไปหยุดชันเข่าสูงจัดท่าทางให้กึ่งกลางกายอยู่ในระยะที่ปากของกัปตันแตะสัมผัสได้ แผล่บ~ “อื้มม เสียว” คะน้าร่อนเอวตามสัญชาตญาณ เธอกัดริมฝีปากก้มหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้กัปตันกำลังใช้นิ้วแหวกกลีบดอกไม้งามเพื่อสอดลิ้นเข้าไป เขาต
“อืม ปะ ปิดประตูก่อน” ปึง! กัปตันประกบปากเข้าหาทันทีที่เธอพูดจบ เขาไม่ได้ตอบตกลงแต่ใช้การกระทำแทนคำพูด ร่างสูงผลักประตูดันเธอเข้าไปในห้อง เขาจับประคองใบหน้าแนบริมฝีปากลงมาจนคะน้าต้องเป็นฝ่ายเตือนให้ปิดห้องให้ดีเสียก่อน “…อืม” เสียงของคนที่กำลังคลอเคลียกันเล็ดลอดจากลำคอ กัปตันผลักร่างบางชิดกำแพง เขาไล่ถอดเสื้อโค้ทน่ารำคาญออกจากตัวคะน้าจนหมดโดยไม่ผละปากออกห่างสักเสี้ยววินาที “จูบเก่งจังนะ ถอดเสื้อนายออกสิ” คะน้าส่งสายตาเชิญชวน เธอไม่รู้ว่าความต้องการของตัวเองมันเอ่อล้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เผลอเอ่ยปากชวนเขาเข้าห้องไปแล้ว “ปกติจะอยากทุกครั้งที่เมาเหรอ?” “…ก็ไม่” กัปตันถามพลางใช้มือปลดเข็มขัดถอดกางเกงออกจากตัว เขาปล่อยแก่นกายที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเด้งพรวดออกมา คะน้าหลุบตามองต่ำไม่รอช้าส่งมือไปชักรูดมัน ดวงตาเธอฉ่ำปรือจนมองใบหน้าหล่อเหลาไม่ชัด น้ำหวานที่อัดอั้นไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายปีพากันพรั่งพรูไหลลงตามขาเรียวแค่เพียงเธอได้สัมผัสแท่งร้อนของคนตรงหน้า
Message: อยู่เกาหลีเหรอ? คะน้ากัดเล็บเดินไปมาอยู่ภายในห้องหลังตื่นนอนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น หญิงสาวมองข้อความที่กัปตันส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน แต่ยังไม่กล้าพอที่จะกดเข้าไปอ่าน “ควรตอบไหมนะ? หรือปล่อยผ่านทำเป็นไม่เห็นดี แล้วทำไมเขาถึงถามมาแบบนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าอยู่เกาหลีเหมือนกันใช่ไหม…” คนตัวเล็กคิดไม่ตก สาเหตุที่ทำให้เธอหลับไม่สนิทคงเป็นเพราะข้อความจากกัปตัน ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าเขาอยู่เกาหลีเหมือนกันหรือเปล่า แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าถ้าเขาอยู่ที่นี่จริง ๆ แล้วเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไรต่อ… “ไม่น่าหรอก ต้องอยู่อเมริกาสิ” คะน้าพยักหน้า เธอจำได้ว่าสัปดาห์ก่อนยังเห็นเขาลงสตอรี่ไปเจอเพื่อนต่างรัฐอยู่เลย ไม่มีทางที่เขาจะมาโผล่เกาหลีตอนนี้แน่ “ไม่รู้แล้ว! ตอบไปเฉย ๆ คงไม่เป็นไรมั้ง” สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจตอบข้อความเขา คะน้าส่งเป็นประโยคบอกเล่าเพื่อกันไม่ให้ตนเองหน้าแตก เสี้ยววินาทีหลังจากที่เธอส่งข้อความไปกัปตันก็ตอบกลับมา ข้อความเขากระตุ้นให้คะน้าใจเต้นแรงหนักกว่าเดิม คะน้า: ใช่ เป็นตัวแทนบริษัทมาดู







