LOGIN“พักหลังคุณดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ มีเรื่องดี ๆ อย่างนั้นเหรอ”
เสียงหวานของ ‘ชัญญา’ นางแบบสาวแสนสวยที่ชายหนุ่มควงมานานแรมปีเอ่ยขึ้นขณะกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน เธอเป็นคนเดียวที่หวงเนื้อหวงตัวไม่ยอมตกเป็นของเขา แม้ว่าจะเคยไปเที่ยวกันสองต่อสองมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
ชัญญาเป็นผู้หญิงอ่านเกมขาด รู้ทันว่าผู้ชายอย่างธาวินจะต้องเล่นตัวระดับไหนถึงจะทำให้เขาคลั่งไคล้ ระดับนางแบบเบอร์หนึ่งของวงการไม่มีวันยอมเป็นของเล่นไฮโซง่าย ๆ อยู่แล้ว
“นิดหนึ่งครับ พอดีช่วงนี้มีเด็กชีวิตน่าสงสารคนหนึ่งที่ผมรู้สึกอยากจะดูแลเขา”
“ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”
“ผู้หญิงครับ”
“อย่าบอกนะว่า…”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ เธอยังเด็กอยู่เลย ไม่จบมัธยมด้วยซ้ำ”
พอได้ยินคำพูดนี้หญิงสาวเลยสบายใจไปเปลาะหนึ่ง โรงพยาบาลของเขาก่อตั้งมูลนิธิเพื่อเด็กมามากมาย จึงไม่แปลกใจที่ชายหนุ่มจะค่อนข้างขี้สงสารและอยากให้โอกาสเด็ก ๆ เหล่านั้น
“เธอมีอะไรพิเศษหรือคะ คุณถึงได้ดูอารมณ์ดีขนาดนี้”
“ก็ไม่เชิงครับ เป็นเด็กทั่วไป แต่ขยันมาก ขายพวงมาลัยหาเงินไว้เป็นทุนการศึกษา…”
ธาวินเริ่มเล่าเรื่องของสายขิมให้หล่อนฟัง รวมถึงเรื่องร่องรอยจากการถูกทำร้ายทุบตีที่ยังไม่แน่ชัดว่ามันเป็นฝีมือของใคร หากแต่บางรอยมันก็จางมากจนอดคิดไม่ได้เลยว่าเด็กคนนั้นถูกทุบตีมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ตายจริง น่าสงสารจังเลยนะคะ คุณบอกว่าแม่เธอป่วยอยู่ แล้วพ่อล่ะคะ”
“ผมไม่ได้ถามอะไรมากนักหรอก ดูเธอเองก็ไม่ได้อยากเล่าอะไรด้วย ขนาดรอยแผลยังโกหกว่าหกล้มเลย”
ชัญญาแสดงสายตาเห็นใจออกมา เธอเองก็ออกงานบุญงานกุศลเพื่อเด็กด้อยโอกาสร่วมกับชายหนุ่มอยู่หลายครั้งจนถูกเรียกว่านางฟ้าของคนยากไร้
“แบบนี้คุณต้องดูแลเธอให้ดีนะคะ จนกว่าเธอจะกล้าเปิดใจเล่าทุกอย่างให้ฟัง ถึงตอนนั้นเอาเธอมาอุปการะในมูลนิธิก็น่าจะดี เด็กขยันแต่ชีวิตน่าสงสารแบบนี้ ควรได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่อย่างเรานี่แหละค่ะ”
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ”
ชายหนุ่มมองหล่อนด้วยสายตาชื่นชม แม้เขาจะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าและไม่เคยคบใครเป็นตัวเป็นตน หากแต่กับชัญญาก็เป็นคนที่เขาให้เกียรติมากที่สุด ด้วยคิดว่าถ้าวันหนึ่งจะลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวกับใครสักคน...ก็คงเป็นเธอคนนี้
ทางด้านสายขิมพอสอบเสร็จก็รีบตรงไปหา ‘สายใจ’ ผู้เป็นมารดาที่โรงพยาบาลอย่างทุกที หญิงสาวมาอยู่ที่นี่ทุกวันจนทุกคนในตึกตั้งแต่หมอ พยาบาลไปจนถึงคนไข้ด้วยกันต่างรู้จักหล่อนทั้งนั้น คนตัวเล็กนั่งหอบแฮกอยู่บนเก้าอี้ หลังจากนี้ยังต้องไปขายพวงมาลัยเพื่อหาเงินต่อ
“แม่จ๊ะ หนูสอบเสร็จแล้วนะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปก็ปิดเทอมแล้ว หนูจะได้มาคอยดูแลแม่ตั้งแต่เช้า อีกอย่าง…เดือนหน้าหนูจะอายุครบสิบแปดเต็มแล้ว พอได้วุฒิ ม.6 มาก็น่าจะพอหาสมัครงานตามโรงงานได้บ้าง ชีวิตเราจะได้สบายขึ้นนะจ๊ะ”
“แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะ”
หญิงสาวส่ายหน้า พยายามปั้นยิ้มเพื่อให้มารดาสบายใจจะได้ไม่กังวล เพราะสายใจอยากให้หญิงสาวได้เรียนต่อสูง ๆ ตามที่ใฝ่ฝัน
“หนูไม่อยากเรียนแล้ว หนูอยากทำงานมากกว่า มีโรงงานที่เขาให้เงินเดือนคนจบแค่มัธยมดี ๆ ด้วยนะ หนูตั้งใจว่าพอได้วุฒิแล้วจะไปสมัครจ้ะ”
“เพราะแม่ใช่ไหม…”
“เพราะแม่อะไรกัน อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะ หนูตัดสินใจด้วยตัวเองไม่เกี่ยวกับแม่เลย เรื่องเรียนมันทำเมื่อไหร่ก็ได้ รอแม่หายดีออกมาแล้วเราไปสมัครเรียนต่อพร้อมกันก็ยังได้เลยนะจ๊ะ”
สายขิมแกล้งพูดติดตลกเพราะอยากให้มารดายิ้ม หล่อนรู้ดีว่าอาการป่วยของมารดามีแต่จะหนักขึ้นทุกวันจนถึงขั้นต้องย้ายมาอยู่ตึกผู้ป่วยประคับประคองอาการเพราะร่างกายของผู้เป็นแม่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาใด ๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง…
หวังว่าจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวบนโลกกว้างใหญ่นี้
“สายขิม สัญญากับแม่ ถ้าแม่เป็นอะไรไป ลูกจะต้องติดต่อไปหาน้า อย่าใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเด็ดขาด อย่างน้อยก็จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ หนูต้องไปอยู่กับน้านะลูก น้าจะต้องยอมดูแลหนูแน่ ๆ”
“ไม่หรอกจ้ะ น้าเกลียดหนูจะตายไป เขาจะมารับเลี้ยงคนที่เกลียดทำไม”
ดวงตากลมหม่นเศร้าไปวูบหนึ่ง สายใจเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก
“ไม่หรอกลูก อย่าคิดอะไรชวนให้เจ็บปวดแบบนั้นเลยนะ”
“จ้ะ หนูเข้าใจแล้ว เอาเป็นว่าถึงตอนนั้นหนูจะติดต่อน้าไป แต่ตอนนี้แม่ต้องพักผ่อนนะจ๊ะ ต้องกินเยอะ ๆ ด้วยจะได้หายเร็ว ๆ พวกเรายังไม่ได้ไปเที่ยวทะเลด้วยกันเลยไม่ใช่เหรอ แม่เคยบอกอยากเห็นหนูใส่บิกินี่สักครั้งนี้นา เดี๋ยวหนูจะฟิตหุ่นไว้รอใส่ให้แม่ดูดีไหม”
สองแม่ลูกต่างยิ้มให้กัน ในทุก ๆ วันเธอจะคอยมาพูดคุยกับมารดาแบบนี้จนคนรอบข้างได้แต่เวทนาด้วยความเห็นใจเพราะต่างรู้ดีว่าเวลาของสายใจเหลืออีกไม่มากแล้ว
“เอาไว้ใส่ให้แฟนดูดีกว่านะ อย่ามัวแต่ทำงาน มัวแต่มาหาแม่จนลืมมีความรักล่ะ แม่อยากเห็นสายขิมมีความสุขกับผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่พร้อมจะรักและปกป้องลูกสาวของแม่เท่าชีวิตของเขา”
“หนูว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องยังไม่เกิดแน่ ๆ เลยจ้ะ”
คนตัวเล็กหัวเราะออกมาอีกครั้ง ตลอดมาหล่อนไม่เคยคิดถึงเรื่องความรักด้วยไม่มีเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวให้นึกถึง ทว่า…หลังจบคำพูดของมารดา กลับมีใบหน้าของใครบางคนปรากฏขึ้น คนที่หญิงสาวรู้ดีว่าคงไม่มีวันเป็นไปได้
พี่วิน…อัศวินประจำตัวของเธอ
บทที่ 14 หลานสาวแม่เลี้ยงธาวินตื่นขึ้นมาในสาย ๆ ของอีกวัน รู้สึกปวดหัวจากอาการเมาค้าง เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับขึ้นมาบนห้องได้อย่างไร คนตัวสูงเดินลงมาในห้องครัวเพื่อจะหาน้ำดื่ม พี่แจ๋วกำลังเช็ดจานอยู่ในนั้นพอดี พอเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาก็รีบตักซุปแก้เมาค้างไปเสิร์ฟให้“ทานซุปก่อนนะคะคุณชาย”“ขอบคุณครับพี่แจ๋ว”รับมาแล้วใช้ช้อนตักเข้าปาก รสชาติอร่อยทำให้หัวโล่งขึ้นจากตอนแรกหนักอึ้งเหมือนมีหินไปถ่วงเอาไว้“รับอะไรเพิ่มไหมคะ”“ไม่ครับ แค่นี้ก็พอแล้ว อร่อยมากเลย ฝีมือพี่แจ๋วพัฒนาขึ้นนะครับเนี่ย”ชายหนุ่มเอ่ยชมด้วยเมื่อก่อนเขากินอาหารฝีมือพี่แจ๋วมาเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการกินแบบสุ่มดวงมากกว่าว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย เพราะตนเองมักกลับบ้านไม่ตรงกำหนด ทำให้บางครั้งเจอแจ็กพ็อตแม่ครัวไม่อยู่บ้างล่ะ กับข้าวหมดแล้วบ้างล่ะ ก็จะได้อีกฝ่ายเป็นคนลงมือทำให้กินเอง“ไม่ใช่ฝีมือพี่หรอกค่ะคุณชาย ฝีมือคุณขิมน่ะ”“แค่กๆ”
บทที่ 13 ยัยเด็กทรยศหมับ!“มายืนรบกวนอะไรคนอื่นเขาไม่ทราบ ไปตรงนู้นเร็ว”ไอรีนที่เดินไปเอาของกินกลับเข้ามาร่วมวง เธอกระแทกตัวคุณหมอหนุ่มแล้วดันไปที่โต๊ะ ช่วยชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ได้หวุดหวิด“เดี๋ยวสิ ฉันยัง…”“ไปเร็ว ๆ”ถูกดันต่อไปจนถึงโต๊ะ สายขิมถอนหายใจออกมาอย่าง โล่งอกด้วยคำถามนั้นเธอเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างหล่อนกับธาวิน…...ที่ผ่านมาคือความสัมพันธ์แบบไหนกันนะ ?“คุณวินคะ ฉันอยากกินผลไม้จังเลยค่ะ ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น ต้องงดของมันของทอดไปก่อน”“ได้สิครับ เรียกคนใช้ให้ไปหยิบมาก็ได้”ชายหนุ่มตั้งใจเน้นเสียงคำว่าคนใช้อีกแล้ว หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองคน หมอกฤศที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่อดลอบสังเกตพฤติกรรมไม่ได้“คุณชัญญาอยากได้อะไรหรือคะ”“ผลไม้”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาให้นะคะ มีท่านใดอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ”“ฉันขอแซลม่อนเพิ่มจานหนึ
บทที่ 12 คนใช้สายขิมกลับเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อคอยช่วยดูแลแขกเหรื่อทุกคน เธอยังอกสั่นขวัญแขวนกับท่าทีของชายหนุ่มไม่หาย สี่ปีที่ผ่านมาเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยเหรอ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะน่ากลัวได้มากขนาดนี้ สีหน้าของหญิงสาวแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดหล่อนเกือบจะตายคามือเขาอยู่แล้วนะ ดูท่าธาวินคงตามระรานไม่เลิกแน่ดวงตากลมจ้องมองไปทางศจีด้วยความสงสัย ทำไมชายหนุ่มถึงได้แสดงท่าทีไม่ชอบน้าของเธอได้ถึงขนาดนั้น ว่ากันตามตรงตอนที่เคยฟังเขาพูดเรื่องที่ว่าเกลียดแม่เลี้ยง เธอก็ไม่เคยถามเหตุผลนอกจากรับฟังจนได้รู้ว่าแม่ใหม่คนนั้นมีความลับบางอย่างเก็บซ่อนไว้“คุณวินล่ะ”ขณะกำลังครุ่นคิดก็มีเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น เจ้าของดวงตากลมหันไปทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าคนถามเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย เขียนขอบตาเข้มดูโฉบเฉี่ยวราวกับเหยี่ยว หุ่นดีทรง สะบึ้มจนหญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลายตอนมอง“พี่วิน เอ่อ…คุณชายขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ เดี๋ยวก็ลงมาค่ะ”“เธอเป
บทที่ 11 ลูกหนี้ที่หายไป‘เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น’ สายขิมเอ่ยถามชายหนุ่มขณะกำลังนั่งกินข้าวมันไก่ข้างทางด้วยกันหลังขายพวงมาลัยของวันนี้หมดแล้ว‘มีเรื่องให้หงุดหงิดน่ะ’‘เรื่องอะไรหรือคะ บอกหนูได้ไหม’ กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าเขาด้วยรอฟังคำตอบ เธอได้รับการช่วยเหลือจากธาวินมามากจึงอยากช่วยเหลืออีกฝ่ายบ้าง‘แม่เลี้ยง’‘…’‘ฉันเกลียดแม่เลี้ยงของตัวเอง ทุกครั้งที่ต้องกลับบ้านเลยหงุดหงิดมาก ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปดูคุณพ่อฉันคงไม่กลับไปหรอก’ น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดูท่าทางเขาจะเกลียดแม่เลี้ยงมากจริง ๆ ด้วย‘เธอคนนั้นเป็นคนไม่ดีเหรอคะ’‘ใช่ ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แน่ ๆ คงหวังสมบัติของคุณพ่อมากกว่า’‘แล้วพี่วินจะทำอย่า
บทที่ 10 สี่ปีที่เฝ้ารอสิ้นสุดลงแล้ว“ยาค่ะคุณลุง”เจ้าของเสียงหวานวางยากับน้ำเปล่าลงบนโต๊ะเพื่อให้ธาดากินเมื่อถึงเวลา ก่อนจะนั่งพับเพียบลงบนพื้นข้าง ๆ แล้วหยิบหนังสือวรรณคดีโบราณขึ้นมาเตรียมจะอ่านให้อีกฝ่ายฟัง“ขอบใจมากนะหนูขิม”“ไม่เป็นไรค่ะ”หญิงสาวยิ้มตอบรับ ทว่ายังไม่ทันจะได้อ่านหนังสือให้ธาดาฟังต่อ เสียงเรียกของคนที่ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของแวดวงไฮโซตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพิ่งกลับมาก็ดังขึ้น“สายขิม อยู่ที่ไหน สายขิม!”“ค่ะน้า”คนตัวเล็กรีบตะโกนตอบรับไปก่อนเพราะหากต้องให้เรียกอีกเป็นครั้งที่สองอาจถูกโมโหใส่ก็เป็นได้ เธอเงยหน้ามองธาดาจนอีกฝ่ายพยักหน้า“ไปเถอะ”“เดี๋ยวหนูมาอ่านหนังสือให้ฟังใหม่นะคะ”หล่อนเอ่ยอย่างนอบน้อมแล้วรีบคลานเข่ากลับเข้าไปในบ้าน ตรงไปยังห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว“หายไปไหนมา ฉันเรียกตั้งนาน”“หนูอ่านหนังสือให้คุณลุงฟังอยู่ที่ศาลาในสวนค่ะ”
บทที่ 9 หนีหนี้ สี่ปีผ่านไป“ไอ้วิน ทางนี้!”เสียงของหมอกฤศตะโกนเรียกหลังจากชายหนุ่มเพิ่งเดินพ้นประตูฝั่งขาเข้ามา เขาโบกไม้โบกมือกลับไปให้เพื่อนซี้หลังไม่เจอกันมาหลายเดือนตลอดสี่ปีธาวินจะเทียวไปเทียวมาระหว่างอเมริกากับเมืองไทยเพราะหลังจากเสร็จการเจรจาร่วมลงทุน เขาก็ตัดสินใจเรียนต่อโทด้านบริหารเพิ่มเติม“มาคนเดียวเหรอ ไหนว่าไอรีนมาด้วย”“ก็มานั่นแหละ แต่ไปเข้าห้องน้ำ”เพื่อนซี้ตอบ ‘ไอรีน’ คือเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม เธอรู้จักกับหมอกฤศมาก่อนเพราะอยู่ข้างบ้านกัน โตมาด้วยกันแล้วถึงได้มารู้จักกับธาวินอีกที ทำงานเป็นพยาบาลในแผนกเดียวกันกับอีกฝ่าย เรียกได้ว่าหลังเรียนจบมาทั้งสองคนก็เข้าทำงานในโรงพยาบาลของธาวิน“วินนี่!”“ไง”พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ ไอรีนวิ่งเข้ามากอดคนตัวสูงด้วยความ ดีใจเหมือนเด็ก ๆ ทั้งสามคนคือกลุ่มเพื่อนสนิทที่ยังอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบมาตลอดไม่เคยหายไปจากกัน“รู้ไหมว่าพอออกเวรก็รีบมารอรับเลยนะ”“ครับ ๆ ขอบคุณมากครับคุณพยาบาลคนสวย ได้ยินว่าช่วงนี้ฮอต มีแต่คนตามจีบไม่ใช่เหรอ”“คนพวกนั้นน่าจะมีปัญหาด้านสายตานะ”หมอกฤศแย้งขึ้นมาทันที ทำเอาหญิงสาวถึงกับมอ







