LOGINธาวินออกจากบ้านมาตั้งแต่ช่วงสายเพื่อดูว่าหญิงสาวเป็นอย่างไรบ้าง อันที่จริงเมื่อคืนเขานอนแทบไม่หลับเพราะข่มอารมณ์ลงไม่ได้เลย จึงตั้งใจว่าวันนี้จะพาหล่อนไปเที่ยวเล่นเพื่อให้ตนเองอารมณ์ดีขึ้นเพราะอยู่กับเธอทีไรจะรู้สึกเหมือนโลกสดใสเป็นประจำ
แอ๊ด…
ภายในห้องเงียบกริบไม่มีเสียงอะไรเลย ธาวินตรงไปยังห้องนอนแล้วเคาะประตูสองสามครั้ง ยืนรออยู่ร่วมนาทีแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีใครมาเปิดประตูเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไป ทว่าในห้องกลับว่างเปล่า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแล้วเดินตามหาหญิงสาวไปทั่วทั้งห้องแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา
“กลับไปแล้วเหรอ ?”
ในใจวูบโหวงขึ้นมา นึกเสียดายที่ตนเองมาช้าไป ไม่อย่างนั้นอาจมาทันสายขิมก็ได้ เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงซึ่งยังยับยู่ยี่บ่งบอกว่ามีคนเคยใช้มันก่อนหน้านี้
ครืดๆ ครืดๆ
‘หมอกฤศ’
“มีอะไรไอ้หมอ”
กดรับสายด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามต้องการ คนที่โทรเข้ามาคือ ‘หมอกฤศ’ หมอหนุ่มประจำแผนกสูติของโรงพยาบาลที่ตระกูลเขาเป็นเจ้าของ ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม รู้เช่นเห็นชาติกันทุกอย่าง
[ยังมีหน้ามาถามอีก ลืมแล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร]
“วันพุธ”
[ไม่ใช่เว้ย วันนี้มีประชุมบอร์ดบริหารเรื่องจะร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในอเมริกาจำไม่ได้หรือไง]
คนตัวสูงดีดตัวขึ้นจากเตียงทันทีด้วยความตกใจ เขาลืมเรื่องสำคัญนี้ไปเสียสนิทเลย!
“ฉันจะไปในสิบนาที ไม่สิ ยี่สิบนาที ช่วยถ่วงเวลาให้ก่อนนะ”
[ฮาวายหนึ่งอาทิตย์ ไม่อย่างนั้นเลิกคุย]
หมอกฤศต่อรอง หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังจะมาทำกะล่อนอยู่อีก ชายหนุ่มได้แต่หลับตาเพื่อระงับอารมณ์
“เออ!”
[โอเค ยี่สิบนาทีห้ามเกิน แค่นี้แหละ]
เพื่อนซี้วางสายไป ธาวินเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบสูทออกมาเตรียมจะออกจากห้อง ทว่าสายตาเหลือบไปเห็นเหรียญบาทวางอยู่ข้างกระปุกหนึ่งเหรียญเสียก่อน
“หรือว่า…”
ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าคงเป็นเงินจ่ายหนี้ของวันนี้จากหญิงสาว เขาระบายยิ้มออกมาแล้วหยิบเหรียญหยอดใส่กระปุกเพิ่มไปอีก
หนึ่งบาท ธาวินตั้งใจแล้วว่าหลังเสร็จประชุมในวันนี้จะไปหาสายขิมที่สี่แยก ถึงตอนนั้นค่อยเติมความสดใสจากหล่อนก็ยังไม่สาย............
เอี๊ยด!
รถยนต์คันหรูมาจอดหน้าซอยชุมชนแออัดของสายขิมหลังไปรอแถวสี่แยกอยู่นานสองนานทว่าก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ชายหนุ่มเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะถูกใครจับขังเอาไว้อีกจึงรีบมาดู คนตัวสูงกึ่งเดินกิ่งวิ่งไปจนถึงบ้านของหญิงสาว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยครั้งนี้แตกต่างไปจากเมื่อวาน
ประตูยังถูกล็อกเอาไว้จากด้านนอกเหมือนเมื่อวานเป๊ะ
“ยังไม่กลับมาเหรอ”
“มาหาใครหรือพ่อหนุ่ม”
ป้าแถวบ้านของหญิงสาวเดินเข้ามาทักทายเมื่อเห็น
ธาวินทิ้งตัวลงนั่งตรงบริเวณหน้าบ้าน เขาตั้งใจว่าจะรอเธอตรงนี้อีกสักพัก“ผมมาหาสายขิมครับ คุณป้าเห็นเธอบ้างไหม”
“ไม่เห็นมาทั้งวันแล้ว ปกติจะตื่นตั้งแต่ตีสามนั่งร้อยมาลัยไปขาย แต่วันนี้ยังไม่เห็นเลยนะ”
ชายหนุ่มลูบคางอย่างใช้ความคิด หล่อนออกจากคอนโดฯ เขาไปก่อนช่วงสายแต่ว่าก็ไม่ได้กลับมาบ้านของตนเองอย่างนั้นเหรอ แปลว่าจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าสายขิมไปอยู่ที่ไหนสินะ
“คุณป้ารู้จักกับสายขิมมานานหรือยังครับ”
“ก็เป็นสิบกว่าปีแล้วนะ เด็กคนนั้นย้ายมากับแม่แล้วอยู่กันสองคน เป็นเด็กขยัน สดใส ชอบช่วยเหลือคนอื่น ในชุมชนไม่มีใครไม่รู้จักเธอหรอก ทุกคนที่นี่เอ็นดูสายขิมกันทั้งนั้นแหละ”
ชายหนุ่มยิ้มรับคำพูดนั้น ไม่ใช่แค่เขาที่มองว่าหล่อนสดใส แม้แต่ผู้คนแถวนี้ก็ยังมองแบบนั้น
“ถ้าอย่างนั้นผมฝากนามบัตรนี้ไว้ให้เธอหน่อยได้ไหมครับ หากเธอกลับมาช่วยบอกให้ติดต่อหาผมด้วย”
“ได้สิจ๊ะ”
ธาวินส่งยิ้มเป็นการขอบคุณแล้วลุกเดินกลับไปทางรถของตนเอง ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะลองมาใหม่ เพราะคงไม่มีใครหายไปนานไม่ยอมกลับบ้านเกินสองวันแน่ ๆ
ครืดๆ ครืดๆ
‘ชัญญา’
“ครับ ว่างแล้วเหรอ”
ชายหนุ่มกดรับสายด้วยความดีใจเพราะระยะหลังมานี้อีกฝ่ายมีงานถ่ายแบบแน่นมากจนแทบไม่มีเวลามาเจอกัน แม้จะมีผู้หญิงมากมายให้ธาวินควงโดยไม่ต้องเหงา แต่คนที่ทำให้อยากจะเอาชนะให้ได้ก็มีแค่หล่อนคนเดียวเท่านั้น
[คุณอยู่ที่ไหนคะ มาเจอกันหน่อยได้ไหม ฉันได้ยินมาว่าคุณกำลังจะไปอเมริกาเหรอ]
“ข่าวไปไวจังเลยนะครับ”
คนตัวสูงเดินมาจนถึงรถ เขาหยุดยืนอยู่ตรงประตูแล้วหันสายตากลับไปทางซอยบ้านของสายขิมอีกครั้ง ในใจได้แต่หวังว่าเดี๋ยววันพรุ่งนี้ก็คงจะได้เจอกันเหมือนอย่างทุกที
[ฉันจะรอที่ร้านเดิมนะคะ รีบมานะ]
“ครับ ผมจะรีบไป”
กดวางสายเสร็จก็ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็วด้วยไม่ต้องการให้ชัญญารอนาน สวนทางกับสายขิมที่เพิ่งเดินลงมาจากรถเมล์พอดี คนตัวเล็กเดินก้มหน้าร้องไห้ราวกับว่าโลกทั้งใบของหล่อนแตกสลายไปหมดแล้ว หญิงสาวพาหัวใจบอบช้ำกลับมาด้วยมีเรื่องต้องจัดการ
ในตอนนี้เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน…
…คิดถึงอัศวินที่มักจะปรากฏตัวออกมาในยามคับขันคนนั้น
บทที่ 14 หลานสาวแม่เลี้ยงธาวินตื่นขึ้นมาในสาย ๆ ของอีกวัน รู้สึกปวดหัวจากอาการเมาค้าง เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนเองกลับขึ้นมาบนห้องได้อย่างไร คนตัวสูงเดินลงมาในห้องครัวเพื่อจะหาน้ำดื่ม พี่แจ๋วกำลังเช็ดจานอยู่ในนั้นพอดี พอเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาก็รีบตักซุปแก้เมาค้างไปเสิร์ฟให้“ทานซุปก่อนนะคะคุณชาย”“ขอบคุณครับพี่แจ๋ว”รับมาแล้วใช้ช้อนตักเข้าปาก รสชาติอร่อยทำให้หัวโล่งขึ้นจากตอนแรกหนักอึ้งเหมือนมีหินไปถ่วงเอาไว้“รับอะไรเพิ่มไหมคะ”“ไม่ครับ แค่นี้ก็พอแล้ว อร่อยมากเลย ฝีมือพี่แจ๋วพัฒนาขึ้นนะครับเนี่ย”ชายหนุ่มเอ่ยชมด้วยเมื่อก่อนเขากินอาหารฝีมือพี่แจ๋วมาเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการกินแบบสุ่มดวงมากกว่าว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย เพราะตนเองมักกลับบ้านไม่ตรงกำหนด ทำให้บางครั้งเจอแจ็กพ็อตแม่ครัวไม่อยู่บ้างล่ะ กับข้าวหมดแล้วบ้างล่ะ ก็จะได้อีกฝ่ายเป็นคนลงมือทำให้กินเอง“ไม่ใช่ฝีมือพี่หรอกค่ะคุณชาย ฝีมือคุณขิมน่ะ”“แค่กๆ”
บทที่ 13 ยัยเด็กทรยศหมับ!“มายืนรบกวนอะไรคนอื่นเขาไม่ทราบ ไปตรงนู้นเร็ว”ไอรีนที่เดินไปเอาของกินกลับเข้ามาร่วมวง เธอกระแทกตัวคุณหมอหนุ่มแล้วดันไปที่โต๊ะ ช่วยชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ได้หวุดหวิด“เดี๋ยวสิ ฉันยัง…”“ไปเร็ว ๆ”ถูกดันต่อไปจนถึงโต๊ะ สายขิมถอนหายใจออกมาอย่าง โล่งอกด้วยคำถามนั้นเธอเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างหล่อนกับธาวิน…...ที่ผ่านมาคือความสัมพันธ์แบบไหนกันนะ ?“คุณวินคะ ฉันอยากกินผลไม้จังเลยค่ะ ช่วงนี้น้ำหนักขึ้น ต้องงดของมันของทอดไปก่อน”“ได้สิครับ เรียกคนใช้ให้ไปหยิบมาก็ได้”ชายหนุ่มตั้งใจเน้นเสียงคำว่าคนใช้อีกแล้ว หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองคน หมอกฤศที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่อดลอบสังเกตพฤติกรรมไม่ได้“คุณชัญญาอยากได้อะไรหรือคะ”“ผลไม้”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาให้นะคะ มีท่านใดอยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ”“ฉันขอแซลม่อนเพิ่มจานหนึ
บทที่ 12 คนใช้สายขิมกลับเข้ามาในงานเลี้ยงเพื่อคอยช่วยดูแลแขกเหรื่อทุกคน เธอยังอกสั่นขวัญแขวนกับท่าทีของชายหนุ่มไม่หาย สี่ปีที่ผ่านมาเขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เลยเหรอ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะน่ากลัวได้มากขนาดนี้ สีหน้าของหญิงสาวแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดหล่อนเกือบจะตายคามือเขาอยู่แล้วนะ ดูท่าธาวินคงตามระรานไม่เลิกแน่ดวงตากลมจ้องมองไปทางศจีด้วยความสงสัย ทำไมชายหนุ่มถึงได้แสดงท่าทีไม่ชอบน้าของเธอได้ถึงขนาดนั้น ว่ากันตามตรงตอนที่เคยฟังเขาพูดเรื่องที่ว่าเกลียดแม่เลี้ยง เธอก็ไม่เคยถามเหตุผลนอกจากรับฟังจนได้รู้ว่าแม่ใหม่คนนั้นมีความลับบางอย่างเก็บซ่อนไว้“คุณวินล่ะ”ขณะกำลังครุ่นคิดก็มีเสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น เจ้าของดวงตากลมหันไปทางต้นเสียงก่อนจะพบว่าคนถามเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย เขียนขอบตาเข้มดูโฉบเฉี่ยวราวกับเหยี่ยว หุ่นดีทรง สะบึ้มจนหญิงสาวได้แต่กลืนน้ำลายตอนมอง“พี่วิน เอ่อ…คุณชายขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ เดี๋ยวก็ลงมาค่ะ”“เธอเป
บทที่ 11 ลูกหนี้ที่หายไป‘เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น’ สายขิมเอ่ยถามชายหนุ่มขณะกำลังนั่งกินข้าวมันไก่ข้างทางด้วยกันหลังขายพวงมาลัยของวันนี้หมดแล้ว‘มีเรื่องให้หงุดหงิดน่ะ’‘เรื่องอะไรหรือคะ บอกหนูได้ไหม’ กะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าเขาด้วยรอฟังคำตอบ เธอได้รับการช่วยเหลือจากธาวินมามากจึงอยากช่วยเหลืออีกฝ่ายบ้าง‘แม่เลี้ยง’‘…’‘ฉันเกลียดแม่เลี้ยงของตัวเอง ทุกครั้งที่ต้องกลับบ้านเลยหงุดหงิดมาก ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปดูคุณพ่อฉันคงไม่กลับไปหรอก’ น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ดูท่าทางเขาจะเกลียดแม่เลี้ยงมากจริง ๆ ด้วย‘เธอคนนั้นเป็นคนไม่ดีเหรอคะ’‘ใช่ ฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะต้องมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แน่ ๆ คงหวังสมบัติของคุณพ่อมากกว่า’‘แล้วพี่วินจะทำอย่า
บทที่ 10 สี่ปีที่เฝ้ารอสิ้นสุดลงแล้ว“ยาค่ะคุณลุง”เจ้าของเสียงหวานวางยากับน้ำเปล่าลงบนโต๊ะเพื่อให้ธาดากินเมื่อถึงเวลา ก่อนจะนั่งพับเพียบลงบนพื้นข้าง ๆ แล้วหยิบหนังสือวรรณคดีโบราณขึ้นมาเตรียมจะอ่านให้อีกฝ่ายฟัง“ขอบใจมากนะหนูขิม”“ไม่เป็นไรค่ะ”หญิงสาวยิ้มตอบรับ ทว่ายังไม่ทันจะได้อ่านหนังสือให้ธาดาฟังต่อ เสียงเรียกของคนที่ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ของแวดวงไฮโซตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพิ่งกลับมาก็ดังขึ้น“สายขิม อยู่ที่ไหน สายขิม!”“ค่ะน้า”คนตัวเล็กรีบตะโกนตอบรับไปก่อนเพราะหากต้องให้เรียกอีกเป็นครั้งที่สองอาจถูกโมโหใส่ก็เป็นได้ เธอเงยหน้ามองธาดาจนอีกฝ่ายพยักหน้า“ไปเถอะ”“เดี๋ยวหนูมาอ่านหนังสือให้ฟังใหม่นะคะ”หล่อนเอ่ยอย่างนอบน้อมแล้วรีบคลานเข่ากลับเข้าไปในบ้าน ตรงไปยังห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว“หายไปไหนมา ฉันเรียกตั้งนาน”“หนูอ่านหนังสือให้คุณลุงฟังอยู่ที่ศาลาในสวนค่ะ”
บทที่ 9 หนีหนี้ สี่ปีผ่านไป“ไอ้วิน ทางนี้!”เสียงของหมอกฤศตะโกนเรียกหลังจากชายหนุ่มเพิ่งเดินพ้นประตูฝั่งขาเข้ามา เขาโบกไม้โบกมือกลับไปให้เพื่อนซี้หลังไม่เจอกันมาหลายเดือนตลอดสี่ปีธาวินจะเทียวไปเทียวมาระหว่างอเมริกากับเมืองไทยเพราะหลังจากเสร็จการเจรจาร่วมลงทุน เขาก็ตัดสินใจเรียนต่อโทด้านบริหารเพิ่มเติม“มาคนเดียวเหรอ ไหนว่าไอรีนมาด้วย”“ก็มานั่นแหละ แต่ไปเข้าห้องน้ำ”เพื่อนซี้ตอบ ‘ไอรีน’ คือเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม เธอรู้จักกับหมอกฤศมาก่อนเพราะอยู่ข้างบ้านกัน โตมาด้วยกันแล้วถึงได้มารู้จักกับธาวินอีกที ทำงานเป็นพยาบาลในแผนกเดียวกันกับอีกฝ่าย เรียกได้ว่าหลังเรียนจบมาทั้งสองคนก็เข้าทำงานในโรงพยาบาลของธาวิน“วินนี่!”“ไง”พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ ไอรีนวิ่งเข้ามากอดคนตัวสูงด้วยความ ดีใจเหมือนเด็ก ๆ ทั้งสามคนคือกลุ่มเพื่อนสนิทที่ยังอยู่ด้วยกันจนทุกวันนี้ แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบมาตลอดไม่เคยหายไปจากกัน“รู้ไหมว่าพอออกเวรก็รีบมารอรับเลยนะ”“ครับ ๆ ขอบคุณมากครับคุณพยาบาลคนสวย ได้ยินว่าช่วงนี้ฮอต มีแต่คนตามจีบไม่ใช่เหรอ”“คนพวกนั้นน่าจะมีปัญหาด้านสายตานะ”หมอกฤศแย้งขึ้นมาทันที ทำเอาหญิงสาวถึงกับมอ







