Mag-log inเช้าวันทำงานที่สดใสวนมาถึง กิจกรรมเดิมๆ ของสาวออฟฟิศอย่างกระต่ายน้อย ก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวัน
เธอมักจะเดินทางมาทำงานด้วยรถไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ น้อยครั้งที่จะขับรถมาเอง เนื่องจากสภาพการจราจรบนท้องถนนที่ไม่ค่อยน่าพิสมัยนัก พร้อมกับลานจอดรถที่แออัดไปด้วยรถยนต์ของพนักงาน
หากมาเช้าก็จะพอมีพื้นที่ให้ได้จอดใกล้ๆ แต่ถ้าหากสายแม้เพียงเสี้ยววินาที บริเวณที่จอดเสริมก็จะไกลออกไปอีกเรื่อยๆ
จะมีก็แต่พวกระดับผู้บริหารเท่านั้นแหละ ที่จะมีพื้นที่จอดส่วนตัวใต้อาคาร
และเช้าๆ แบบนี้ จะมีอะไรสร้างความสดชื่นให้ได้ดีไปกว่า กาแฟเย็นๆ หอมๆ สักแก้วล่ะ จริงไหม?
หญิงสาวที่กำลังนั่งรอออร์เดอร์ที่สั่งอยู่ ช่วงเวลาสั้นๆ นั้น มีมากพอที่จะให้เธอได้ครุ่นคิดทบทวนถึงเรื่องราวบางอย่างในชีวิตประจำวัน
อย่างน้อย...ก็นอกเหนือจากเรื่องงานบ้างละนะ
น่าแปลก ที่จู่ๆ เรื่องของ ‘ปรินซ์’ ก็เข้ามาวนเวียนในหัวของเธอมากกว่าเดิม จากที่นานแล้วไม่ได้นึกถึงเขาเลย แต่ทำไมกันช่วงนี้ ถึงนึกถึงแต่เขาตลอดเลยนะ
“ออร์เดอร์คุณกระต่ายครับ!!”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างหลังถูกขานถึง เธอยกยิ้มและส่ายหัวเบาๆ ให้กับความคิดฟุ้งซ่าน ที่ยังก่อตัวในหัวไม่เลิก ตลกดีนะ
แต่จะว่าไป ก็อยากจะเจอเขาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเหมือนกัน
จะไม่ได้หยุด...คิดถึงเขาเสียที
ขาเรียวกำลังก้าวออกจากร้านไปอย่างร่าเริง ความอารมณ์ดีนั้นทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตหนทางข้างหน้าเลย ว่าจะต้องเจอกันอะไร จนทำให้ร่างเล็กชนเข้าจังๆ กับคนที่กำลังเดินสวนมา
ทั้งคู่หมุนวนราวกับภาพสโลโมชัน แต่ถึงอย่างนั้นแก้วกาแฟก็ยังคงเหนียวแน่นอยู่ที่มือของเธอ พร้อมกับมือหนาของคนที่โดนชน เข้าโอบที่แผ่นหลังเล็กและประคองไว้ไม่ให้เธอล้มลงไป
“ขอโทษครับ เป็นอะไรไหม?”
“…”
ดวงตาสบประสานกันกับชายหนุ่มตรงหน้า ผู้ที่มีใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่แววตากลับถูกซ่อนไว้ภายใต้แว่นกันแดดสีดำ จึงไม่รู้ได้ว่าเป็นใคร
แต่เสี้ยววินาทีที่ได้ใกล้กันขนาดนี้ เธอมั่นใจได้เลยว่า เขาต้อง ‘หล่อ’ มากแน่ๆ และออร่าที่แผ่กระจายออกมา ก็ทำเอาหญิงสาวถึงกับอึ้งกิมกี่ จนเผลอหลุดเข้าไปในภวังค์ความคิดฟุ้งซ่านนั้นอย่างไม่รู้ตัว
“คุณครับ? คุณ...”
“อ๋อ...ค่ะ ฉะ ฉันไม่เป็นไร”
เขาค่อยๆ คลายร่างบางออกจากอ้อมแขน ให้เธอได้ยืนตรงเต็มความสูง ก่อนจะเผยรอยยิ้มเล็กๆ ให้
“ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆ ก่อนเดินจากไปอย่างรีบร้อน ดูท่าทางเขาจะมีธุระด่วน สังเกตได้จากมือถือที่ไม่ห่างออกจากหูเลย
@ออฟฟิศที่เรารัก
“พี่กระต่ายครับ...พี่กระต๊ายย!!”
“ฮะ? ว่าไงนะ พี่ไม่ได้ฟัง”
“โธ่!! มัวเหม่อถึงหนุ่มที่ไหนล่ะพี่”
หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ ก็คงจริงอย่างที่ไอ้เจ้าแฝดว่า เธอเหม่อลอยไม่หยุดถึงคนคนนั้น เขาดูคุ้นตา ราวกับว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน อาจจะสักแห่งบนโลกใบนี้แหละ
จนกระทั่งส่วนลึกของจิตใจ กำลังส่งสัญญาณบอกอะไรบางอย่างกับเธอ ให้นึกถึงใครคนหนึ่ง คนที่เธอคิดว่าลืมเขาไปแล้ว
ทั้งที่จริงๆ ที่ผ่านมานั้น...เธอไม่เคยลืมเขาเลย
“พี่ปรินซ์!!” และเป็นอีกครั้งที่เธอเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา
“อะไรนะพี่”
“อ๋อ...เปล่า ไม่มีอะไร”
หลังจากการประชุมดุเดือดในช่วงเช้าผ่านพ้นไป บ่ายวันนี้ปรินซ์ต้องเข้าประชุมแทนเป็นหนึ่ง เนื่องจากเจ้าตัวต้องรีบเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อดีลโปรเจกต์ใหม่ รวมถึงการเข้าไปเยี่ยมเยียนบริษัทสาขาย่อยที่นั่นด้วย
“ฉันสั่งข้าวให้แล้ว ทานด้วยกันที่นี่แหละ ช่วงบ่ายมีประชุมต่ออีกหน่อย”
“ขอบใจ”
ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ แววตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังชื่นชมวิวด้านนอกอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่มันก็เป็นเพียงแค่ภาพของการจราจร ที่ติดขัดอยู่อย่างหนาแน่น ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย แม้ว่าเวลานี้จะเป็นช่วงกลางวันก็ตามที
“เป็นอะไร...หรือคิดถึงใคร?”
“เปล่า แต่วันนี้เหมือนเจอคนที่รู้จัก”
“ใครยะ สาวๆ หรือเปล่า?”
เขาไม่ตอบอะไร ทำเพียงยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย ก็เพื่อนสาวของเขาคนนี้น่ะ รู้มากไปเสียทุกเรื่องเลยนี่นะ
“ว่าแต่...ยัยแว่นเมื่อตอนนั้น เป็นยังไงบ้างนะ?”
“ยัยแว่น? นายหมายถึง...น้องคนนั้นอ่ะนะ” เลขาจอยถามอย่างสงสัย
เขาพยักหน้าให้ พร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นจิบพลางเหม่อคิดไปด้วย
“ฉันคิดว่านายจะลืมไปแล้วซะอีกนะเนี่ย แต่ตอนนี้น้องเขาสบายดี” เลขาจอยว่า ก่อนที่เธอจะเดินมาชมวิวรถติดนั้นด้วยกันกับเขา
“สบายดีก็ดีแล้ว”
“ว่าแต่ทำไมจู่ๆ ถึงถามถึงล่ะ?”
หญิงสาวเลิกคิ้ว พลางหรี่ตาลงมองเพื่อนสนิทข้างกายอย่างเจ้าเล่ห์ ทำเอาเจ้าตัวเกิดลุกลี้ลุกลน ราวกับกำลังกลัวว่าจะโดนจับได้อย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ
“ไม่รู้เหมือนกัน นั่นน่ะสิ...” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ คนเดียว คล้ายกำลังทบทวนกับตัวเองอยู่
“ตอนนี้น้องคนนั้นเธอไม่เหมือนเดิมแล้วนะ”
“พูดเหมือนเจอกันบ่อยๆ” เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์บ้าง มือหนาก็ยกกาแฟขึ้นจิบไปด้วย
“ก็บ่อย...บ่อยสุดๆ นี่อย่ามาหลอกถามนะยะ!!”
จอยทำหน้าทำตากวนๆ แบบเชิญชวนให้เพื่อนรักถามต่อ แต่เขาทำเพียงเบ้ปากให้ พลางส่ายหน้าอย่างกับว่าจะไม่เล่นด้วยต่อแล้วเสียอย่างนั้น
“แล้ว...ไม่อยากรู้ต่ออีกเหรอ? ไม่แพงหรอกนะ” หญิงสาวป้องปากกระซิบกระซาบ ก่อนจะโชว์คิวอาร์โคดสำหรับรับเงินให้เขา
ชายหนุ่มถึงกับกลั้นหัวเราะไม่ไหว ถึงแม้ใบหน้าหล่อเหลา จะแสดงสีหน้าเอือมระอาออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ก็สำหรับเธอน่ะ...ทุกอย่างย่อมมีมูลค่าเสมอ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ
แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจเขาในตอนนั้น ให้จู่ๆ ก็หยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดโอนเงินให้เธอไปหน้าตาเฉยอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ
นี่เขาอยากรู้เรื่องของยัยแว่นมากขนาดนั้นเลยหรือ?
“ก็แค่นั้น...ยัยแว่นที่นายพูดถึง ตอนนี้ทั้งสวยทั้งเก่ง แถมมีหนุ่มๆ มาจีบเยอะแยะ”
“ขนาดนั้นเลย?” เขาว่าพร้อมกับทำสีหน้ากวนๆ กลับ ราวกับไม่เชื่อกัน
เลขาจอยเบ้ปากใส่เล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาให้กับความกวนของเพื่อนสนิท
ก็เพราะเธอรู้น่ะสิ...ว่าถ้าเขาไม่ได้อยากรู้จริงๆ แล้วจะยอมเสียเงินให้ทำไมกัน จริงไหม?
“แล้วที่สำคัญ...เธอทำงานอยู่ที่นี่ด้วย”
ดวงตาคู่เข้มเบิกกว้างขึ้นทันที ทั้งที่กำลังจะจิบกาแฟเพื่อดื่มด่ำรสชาติของมันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับยังไม่ทันได้เข้าปากไปเลย
“จริง?” เขาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ ก็แบบว่าโลกมันจะดูกลมเกินไปไหมนะ
“ก็ใช่น่ะสิ ก็น้องกระ...”
“น้องอะไรนะ?”
เลขาจอยที่จู่ๆ ก็ชะงักไป ทำให้ความอยากรู้ขั้นสุดของเขาพลุ่งพล่านขึ้นทันที จนแทบอยากจะเขย่าแขนเพื่อนรัก เพื่อขอความจริงต่อจากนั้นเลยด้วยซ้ำ
“ไปหาเองเถอะ ถ้าจะโอนมาแค่นี้ เชอะ!!”
“เอ๊า!! อะไรของเธอเนี่ย นั่นก็เยอะแล้วนะ ยัยงกเอ๊ย!!”
อีกนิดเขาก็จะได้รู้แล้วว่ายัยแว่นคือใครกัน แต่เพื่อนสาวก็ดันมาสะบัดก้นเดินหนีไปก่อนเสียอย่างนั้น เจ้าตัวจึงได้แต่ส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ อาจเป็นรอบที่ร้อยแล้วก็เป็นได้
นั่นมันน้อยเสียที่ไหนกันล่ะ?
[5,000 มีเงินฝากจากเลข บช. xxx-x-xx548-1]
เงาของสองร่างที่กำลังโอบกอดกัน สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบตรงหน้า และมันสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกจากความระยิบระยับของแสงอาทิตย์ในยามเย็น ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป หลังจากที่ปรินซ์และกระต่ายแต่งงานกัน พวกเขาก็ได้รับตั๋วบินไปฮันนีมูน ที่สามารถเลือกได้เลยว่าจะไปที่ไหนจะจากใครน่ะเหรอ? ก็ต้องจากท่านรองประธานบริษัทสุดหล่อน่ะสิ แถมยังให้สามารถลาพักผ่อนกันได้ยาวๆ ไปอีกด้วย“สวยจังนะคะ”“ใช่ สวยมาก”“วิวข้างหน้าเหรอคะ?”“ใช่ที่ไหน ก็ต้องภรรยาคนสวยของพี่สิครับ”มือหนาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก ก่อนจะหมุนร่างเล็กของคนรักให้หันหน้ามาหากันเธอเบ้ปากให้ พร้อมด้วยรอยยิ้มกวนๆ จนเขาทนไม่ไหว ต้องก้มลงมาแกล้งเธอกลับบ้าง ด้วยการหอมแก้มซ้ายขวารัวๆ“เฮ้!! พี่ปรินซ์”เสียงหัวเราะคิกคักของคู่สามีภรรยาต้องชะงักไป เมื่อถูกแทรกเข้ามาด้วยเสียงเล็กจากใครคนหนึ่งภาพเด็กน้อยผมแดงที่คุ้นเคย ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กสาววัยรุ่นเต็มวัย แต่
แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นในยามค่ำคืน ที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากหน้ากระจกชั้น 36 ของคอนโดฯ หรู ร่างสูงโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง พลางชมวิวมหานครยามค่ำคืนไปด้วยกัน พร้อมกับบรรยากาศเย็นยะเยือกจากแอร์คอนดิชันเนอร์อุณหภูมิ 18 องศา ที่ไม่รู้ว่าเขาจะเปิดต่ำขนาดนั้นไปทำไม “สวยจังนะคะ” “ใช่ครับสวยมาก” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา“กระต่ายเหรอคะ?”“พี่หมายถึงวิวข้างล่างน่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเธอ แต่คนตัวเล็กนี่สิ ถึงกับตวัดหางตามาหากันเลยทีเดียว“ล้อเล่นน่ะ ก็ต้องเป็นแฟนพี่สิครับ สวยที่สุดในโลกเลย” คำพูดเยินยอนั่นทำให้เธอยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะฝังปลายจมูกลงที่กลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา“ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาในชีวิตพี่”“พี่ปรินซ์ต่าง
Happy New Year!! “กระเช้าผลไม้ รังนก ดอกไม้ โอเคครบ!!” ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว เธอกำลังยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของของขวัญ ที่จะนำไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านครอบครัวแฟน และนี่เป็นครั้งแรกเลย ที่กระต่ายจะได้พบกับคุณพ่อของปรินซ์ อุ๊ย!! มือหนาสวมเข้ากอดที่เอวเล็กจากด้านหลัง จนคนถูกกอดสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความตกใจ พลางตีมือที่แขนเขาเบาๆ หนึ่งทีเป็นการทำโทษไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่กอดกัน แต่เธอก็ยังไม่ชินมันสักที ยังคงเขินอายทุกครั้งอยู่ร่ำไป“ตกใจหมดเลยนะคะ” คนถูกดุไม่มีท่าทีสลด แถมยังขโมยหอมแก้มฟ่อดใหญ่ไปอีกหนึ่งที“เตรียมของเยอะแยะเลยนะครับ” ร่างสูงคลายกอดออก ก่อนจะเข้ามาช่วยสอดส่องดูความ
ที่นอนนุ่มยวบลงเล็กน้อย เมื่อมือหนากำลังวางร่างเล็กลงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยื่นใบหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่แก้มใสแววตาหวานจ้องมองที่เขาอย่างไม่ลดละ ในระหว่างที่คนถูกมองกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนบนออก เขาส่งสายตาหวานละมุนกลับมาให้เช่นกัน ราวกับกำลังหว่านล้อมให้คนตรงนั้นหลงใหลไปเรื่อยๆแผ่นอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องบางๆ ทำให้ใจของคนที่นอนมองอยู่สั่นไหวจนเผลอกลืนน้ำลายซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะโน้มกายลงมาคร่อมทาบร่างบางเอาไว้ปรินซ์รั้งมือเล็กมาจูบเบาๆ อย่างทะนุถนอมด้วยความหวงแหน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปแนบริมฝีปากอบอุ่นที่คนรักต่อรสจูบเร่าร้อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลายลิ้นที่กำลังตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี มือหนาก็เช่นกัน ข้างหนึ่งยกขึ้นประคองใบหน้าเล็กที่พอดีมือเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ใช้เคล้นคลึงเนื้อนุ่มหยุ่นไปด้วยความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง จนหญิงสาวต้องร้องครางเสียงเบาในลำคอประท้วง เพราะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก เขาจึงผละจูบจากเธอ ก่อนจะเคลื่อนร่างกำยำลงมา และซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวแทนมือทั้งสองจากที่เคยมีหน้าที่ของมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีบทสนทนาใดต่อ มีแค่เพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังไปด้วยจังหวะเดียวกันปรินซ์ใช้มือหนาเชยคางหญิงสาวตรงหน้าขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะบุบสลายพลางสบตาลึกซึ้ง แล้วเลื่อนนิ้วโป้งลงมาลูบวนเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นมุมปากได้รูปของเขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ เพื่อมอบจุมพิตหวานให้เธอ หญิงสาวหลับตาพริ้ม เมื่อริมฝีปากแผ่วเบาสัมผัสกัน เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่กำลังเพิ่มอุณหภูมิขึ้นจากฝ่ามือของเขาเพียงครู่เดียวก็ผละออกจากกัน เขายกยิ้มละมุนส่งให้ แต่เป็นทางเธอเองที่กลับมีแววตาแปลกไปร่างบางเปลี่ยนท่าทางเป็นขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างสูงแทน ทำเขาตกใจจนเกร็งตัวไปบ้าง ก็เมื่อกี้ยังเมาอยู่เลยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?หญิงสาวที่อ่อนหวานเมื่อครู่ กำลังกลับกลายเป็นอีกมุมที่เขาไม่เคยเจอ มันแปลกใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเธอยกตัวชันเข่าขึ้นที่โซฟา ให้ร่างของคนตรงหน้าอยู่ใต้อาณัติ โดยมีมือหนาของเขาโอบหลังเธอเอาไว้ไม่ให้หงายไป ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบเขา ทั้งที่เธอตั้งใจจะให้ม
คนตัวเล็กที่กำลังถูกความเมาครอบงำ จนใบหน้าร้อนและขึ้นสีแดงชัดตรงบริเวณแก้ม เธอพร่ำเพ้อต่างๆ นานาออกมามากมายแต่จับใจความไม่ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาที่โนอาห์เข้าใจ“นี่คุณครับตื่นก่อน วันนี้ผมคงไปกับคุณไม่ได้หรอกนะ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มได้แต่โน้มตัวลงไปเรียกคนนั่งตรงกันข้ามที่กำลังไร้สติ พลางเขย่าแขนเธอไปด้วยเบาๆ เขาไม่ได้คิดว่าเธอจะเมาง่ายขนาดนี้ จึงเสิร์ฟให้ไม่หยุดหย่อนในตอนแรกทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่ม ที่คาดว่าจะเป็นชาวเอเชียเหมือนกันกับเธอ กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับประคองไหล่เล็กของหญิงสาวไว้อย่างทะนุถนอม“คงไม่รบกวนหรอกครับ ผมจะพาเธอกลับเอง”“คุณ...เจ้าชายสินะครับ” โนอาห์ว่าพลางหรี่ตาลงมองเล็กๆ“คุณรู้จัก...อ๋อ!! เธอคงเล่าให้ฟังสินะครับ”“คออ่อนน่าดูเลยนะคุณผู้หญิงคนนี้” โนอาห์ว่าพร้อมกับปรายตาไปยังกองแก้วที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่นั่นมันก็เกือบ 10 แก้วเลยนะ ไม่เมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละปรินซ์ได้ยิ้มแห้ง พร้อมกับจัดการค่าเสียหายทั้งหมดให้เสร็จสรรพ ก่อนจะพาร่างบางแบกข
@Moonlit barเสียงเพลงเบาๆ ถูกเปิดคลอให้อารมณ์เหงาๆ กำลังดี ในช่วงเวลาเย็นแบบนี้ ยังคงไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเท่าไรนัก นักดนตรีก็ยังไม่ได้ทำการแสดงแต่อย่างใด พวกเขากำลังจัดเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ กันอยู่หญิงสาวในชุดทำงาน กางเกงยีนขายาวเข้ารูปกับเสื้อสีขาวตัวบางด
เช้าวันจันทร์เดิมๆ ที่เพิ่มเติมคือ วันนี้ออฟฟิศดูครึกครื้นเป็นพิเศษ อาจเพราะมีข่าวแว่วมาว่า แผนกไอทีจะมี CTO คนใหม่เข้ามา หลายเสียงจึงพากันพูดไปต่างๆ นานาถึงเขาคนนั้น...จะเป็นคนแบบไหนกัน? เนื่องด้วย CTO คนเก่าเป็นคนเจ้าระเบียบขั้นสุด งานทุกอย่างที่ผ่านออกไป ต้องเป๊ะและตรง
@สนามบินประเทศไทย โถงมหึมาสุดลูกหูลูกตาของสนามบินนานาชาติในวันนี้ ดูจะครึกครื้นกว่าวันไหนๆ หรือบางทีมันอาจจะเป็นอย่างนี้อยู่เสมอแล้วก็เป็นได้ผู้คนมากมายเดินลากกระเป๋าสวนกันไป
การประชุมสรุปงานของแต่ละทีม กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวันศุกร์สิ้นเดือน ซึ่งหัวหน้าของแต่ละทีม จะเป็นคนคอยรายงานถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้กับพนักงานระดับสูงฟัง รวมถึงความคืบหน้าว่าดำเนินไปจนถึงขั้นตอนไหนแล้ว&nb





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)