LOGIN@สนามบินประเทศไทย
โถงมหึมาสุดลูกหูลูกตาของสนามบินนานาชาติในวันนี้ ดูจะครึกครื้นกว่าวันไหนๆ หรือบางทีมันอาจจะเป็นอย่างนี้อยู่เสมอแล้วก็เป็นได้
ผู้คนมากมายเดินลากกระเป๋าสวนกันไปมา ปรินซ์เองก็เช่นกัน ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังจุดรับส่งคนตรงบริเวณหน้าสนามบิน
กลิ่นอายของความเป็นไทยเตะเข้าจมูกอย่างจัง เมื่อร่างสูงเดินผ่านร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง เสียงทักทายของพนักงานที่ยืนไหว้อย่างสุภาพดังขึ้นพร้อมรอยยิ้ม รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจในภาษาที่คุ้นเคย
ถึงแล้วสินะ...บ้านเกิดของเขา
ชายหนุ่มยืนกวาดสายตามองหาเป้าหมายผ่านแว่นกันแดดสีดำ ก่อนหน้านี้เขานัดกับน้องชายเอาไว้แล้ว แต่ทว่าตอนนี้กลับยังไม่มีวี่แววใดๆ
ไม่นานคนที่นึกถึงก็ปรากฏขึ้น แถมสวมแว่นกันแดดทรงเดียวกันราวกับนัดกันมา ต่างกันก็แค่ฝั่งนั้นเลือกเป็นเลนส์สีชา เขาโบกมือให้พี่ชายอย่างร่าเริง แถมยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ
ไม่ว่าจะผ่านนานแค่ไหน น้องชายก็ยังคงดูเป็นเด็กอยู่เสมอสำหรับเขา...ในบางเรื่องนะ
“ไงพี่ชาย บินไกลขนาดนี้ เหนื่อยไหม?”
เป็นหนึ่งทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ มือหนาคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้
วันนี้คุณบอสสุดหล่อ ได้มารับหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับพี่ชายสุดที่รักหนึ่งวันเชียวนะ
“ไม่เท่าไร หิวมากกว่า” ทางปรินซ์ก็ทำลักษณะเดียวกัน หลังจากสอดตัวเข้ามานั่งทางฝั่งข้างคนขับ
“แล้ว...จอยล่ะ?” เขาเอ่ยถามต่อทันทีถึงเพื่อนรัก ที่นานแล้วไม่ได้เจอกัน
“ยังไม่ทันไรก็บ่นถึงสาวก่อนเลยนะ ถ้าเธอได้ยินคงจะดีใจแย่” น้องชายเอ่ยแซว ในขณะที่กำลังตรวจดูความเรียบร้อยของทรงผม จากกระจกตรงที่บังแดดไปด้วย
“ถามไปงั้นแหละ ถ้าเจอตอนนี้มีหวังโดนซักประวัติยาวแน่ๆ”
“ทำไมยะ ฉันมันทำไม!!”
“เฮ้ย!!”
เลขาจอยที่แอบซ่อนตัวอยู่ โผล่หน้าออกมาเซอร์ไพรส์เพื่อนรัก หลังจากถูกเอ่ยถึงเมื่อครู่ มือเล็กยกขึ้นจากด้านหลังบีบคอปรินซ์ไว้หลวมๆ อย่างหยอกล้อ ถึงท่าทางจะดูขำๆ แต่น้ำเสียงที่พูดดูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“มานี่เลยไอ้ตัวดี บอกให้กลับบ้านตั้งนานแล้วก็ไม่กลับ แล้วเป็นไงล่ะ? ฉันบอกแล้วว่ายัยฝรั่งนั่นมันไว้ใจไม่ได้ และนางก็ไม่เห็นจะสวยตรงไหน มีดีแค่หน้าอกใหญ่ก็เท่านั้น”
“แต่คุณจอยก็ใช่ย่อยนะครับ” เป็นหนึ่งที่จู่ๆ ก็เกิดแพ้เสียงในหัวของตัวเองขึ้นมา
เขาเผลอปากไวเอ่ยแซวไปบ้าง สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบอยู่ตรงส่วนที่คิดนั่นอีก ซึ่งในตอนที่เธอกำลังอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่แบบนี้ ช่างดูเป็นจังหวะที่ไม่ดีเท่าไรเลยน่ะสิ
“ไอ้...ประธานบ้ากามนี่!! ทะลึ่งนักใช่ไหม? มาให้ฉันดึงหูซะดีๆ ลามกทั้งพี่ทั้งน้องเลยจริงๆ”
ว่าแล้วมือเล็กก็เปลี่ยนจากการบีบคอ มาเป็นดึงหูของสองพี่น้อง เธอจัดให้ไปเลยคนละข้าง โทษฐานที่ทำให้เธออารมณ์ไม่จอย
@Moonlit bar
สถานที่เดิมๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นที่ประจำของกระต่าย ในเวลาว่างๆ เธอมักใช้ที่นี่สำหรับสงบจิตสงบใจ แม้ว่ามีบ้างที่คลื่นเสียงด้านใน พร้อมจะทำลายโสตประสาทก็ตาม
ค่ำคืนวันอาทิตย์ ลูกค้าดูบางตากว่าปกติ อาจเพราะวันหยุดสุดสัปดาห์กำลังจะหมดไป ผู้คนที่ออกมาสังสรรค์จึงน้อยตามลงไปด้วย
หรือไม่ก็อาจเพราะเป็นช่วงใกล้สิ้นเดือน ช่วงที่สภาพคล่องทางการเงินค่อนข้างอ่อนแอ ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้
เมื่อไรจะสิ้นเดือนสักทีนะ…
“เป็นอะไรจ๊ะเพื่อนสาว อารมณ์ไม่ดีเหรอ?” เมเปิลเท้าคางจ้องหน้ากระต่าย อย่างรู้สึกถึงความไม่ปกติในวันนี้ของเพื่อนรัก
“ไม่หรอก แค่จู่ๆ ก็รู้สึกเซ็งๆ น่ะ” เธอตอบกลับเสียงเอื่อยเฉื่อย
“งั้นลองแก้วนี้ดู เผื่อจะได้สดชื่นขึ้น”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มวางแก้วค็อกเทลใบสวย ที่มีเครื่องดื่มสีชมพูน่ารักอยู่ในนั้น แถมด้วยชิ้นมะนาวเสียบอยู่ข้างแก้ว กลิ่นแอลกอฮอล์บางๆ ดูดื่มง่าย แต่ชัดเจนด้วยรสชาติของผลไม้ ถ้าเดาไม่ผิดกลิ่นแบบนั้นน่าจะเป็นแครนเบอร์รี
“แล้วของเมเปิลล่ะคะที่รัก”
ชายหนุ่มยกยิ้มให้ ก่อนจะเสิร์ฟเครื่องดื่มสีใส ที่ตกแต่งด้านบนด้วยผลมะกอก เครื่องดื่มนี้เหมาะสำหรับสาวมั่นๆ และคอแข็งพอสมควรอย่างคนรักของเขา
“ถ้าเมา...ไม่ไปส่งบ้านนะ” แซนยื่นหน้ามากระซิบข้างหูแฟนสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนขนลุก จนหญิงสาวต้องผุดยิ้มออกมา ก่อนจะหยิกเล่นเบาๆ ที่ปลายจมูกเขา
กระต่ายส่ายหน้าให้กับคู่รักคู่นี้อย่างเอือมๆ เธอไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรหรอก เพราะมันเป็นภาพที่เห็นจนชินตาไปเสียแล้ว จะหวานกว่านี้ ก็เคยเห็นแล้วอยู่หลายครั้ง
“แกใช้เงินบ้างหรือเปล่า คุณพลอยผู้จัดการร้านโอนให้ทุกเดือนอยู่ใช่ไหม?”
“ก็ใช้บ้าง แต่ฉันเกรงใจ...”
“อย่าพูดอย่างนั้นต่อหน้าคุณพ่อและพี่แม็กนะ” เมเปิลดุเสียงจริงจังขึ้นทันที
กระต่ายได้แต่ยิ้มให้อย่างอ่อนใจ ก็เงินที่ว่าน่ะ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็น ‘หุ้นส่วน’ ของบาร์แห่งนี้ ทั้งที่จริงก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร เหตุสืบเนื่องมาจาก…
กระต่ายและเมเปิลเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย แม้นิสัยของทั้งคู่จะตรงกันข้ามกันอย่างสุดขั้วก็ตาม ซึ่งกระต่ายจะเป็นคนขยันขันแข็งและเรียนเก่ง ในขณะที่เมเปิลรักการทำกิจกรรม สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังอยู่เสมอ
กระต่ายมักจะคอยช่วยเหลือเรื่องเรียนให้เพื่อนสาวอยู่บ่อยครั้ง เพราะคุณพ่อของเมเปิลฝากฝังให้ทางเธอช่วยดูแลและติวให้ จะด้วยวิธีไหนก็ได้ ขอแค่ให้ลูกสาวของเขาเรียนจบ และไม่ออกนอกลู่นอกทาง
แต่ห้ามได้ที่ไหนกันล่ะ?
วันหนึ่งเมเปิลแอบโดดเรียนไปนั่งเล่นที่หลังอาคาร ตอนนั้นเธอพบเข้ากับลูกหมาน้อยกำลังจะจมน้ำ โดยมีแม่หมายืนเห่าเรียกอยู่ตรงขอบสระ เธอจึงกระโดดลงไปช่วยทันทีอย่างไม่มีความลังเลใจใดๆ
โชคร้ายที่จู่ๆ ขาข้างหนึ่งเกิดเป็นตะคริว ทำให้กระแสน้ำวนตรงนั้น กลืนกินร่างบางไปเรื่อยๆ จนเกือบจะจมลึกลงไป แต่โชคดีที่กระต่ายตัดสินใจโดดเรียนมาตามหาเธอ และทันเห็นว่าเพื่อนรักกำลังจะจมน้ำอยู่กลางสระ
ในเสี้ยวนาทีนั้น สาวน้อยก็ไม่คิดห่วงชีวิตของตนเองเลยเช่นกัน เธอกระโดดลงไปช่วยเพื่อนรักอย่างไม่รอช้า ทั้งที่ตัวเองก็ว่ายน้ำไม่ค่อยแข็ง และสุดท้ายทั้งคู่ก็พากันขึ้นฝั่งมาได้อย่างหวุดหวิด รวมทั้งเจ้าหมาน้อยนั่นด้วย แต่ก็เล่นเอาเกือบแย่กันไปเลย
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น คุณพ่อของเมเปิลจึงตัดสินใจรับกระต่ายเป็นลูกบุญธรรม ท่านไปขออุปการะเธอจากผู้เป็นป้า เพราะว่าพ่อแม่ของกระต่ายเสียไปหมดแล้ว และป้าเองก็มีภาระต้องเลี้ยงลูกถึงห้าคน
ด้วยความที่อยากให้กระต่ายได้มีอนาคตที่ดีขึ้น หลังจากไตร่ตรองดีแล้ว เธอจึงยอมรับข้อเสนอเหล่านั้น
ครอบครัวของเมเปิลคอยส่งเสียค่าเล่าเรียนและสนับสนุนกระต่าย ราวกับเธอเป็นลูกสาวแท้ๆ อีกคนหนึ่ง
ส่วนพี่แม็ก พี่ชายของเมเปิลก็แบ่งหุ้นส่วนของร้านนี้ให้กระต่ายถึงสิบเปอร์เซ็นต์ จากตอนแรกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยความเกรงใจ เธอจึงขอรับไว้เพียงเท่านี้
หลังเรียนจบ กระต่ายก็เริ่มมองหางานจากสายที่ได้เล่าเรียนมา แล้วก็โชคดีที่เลขาจอยเป็นคนเสนอให้เข้ามาทำงานที่นี่ กระต่ายจึงเริ่มต้นทำงานตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้
“ไม่ต้องรู้สึกเกรงใจอะไรทั้งนั้นนะ เราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันแล้ว...จำไม่ได้เหรอ?”
คำพูดติดตลกของเมเปิล ทำให้กระต่ายหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ บางที…ถ้าในชีวิตนี้เธอไม่ได้เจอกับเมเปิล ก็อาจจะไม่ได้มีวันที่โชคดีขนาดนี้
และดีที่วันนั้นทั้งคู่ รอดขึ้นมาจากสระน้ำได้ ไม่อย่างนั้น…ก็คงเหลือแต่ชื่อไปแล้ว
เงาของสองร่างที่กำลังโอบกอดกัน สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบตรงหน้า และมันสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกจากความระยิบระยับของแสงอาทิตย์ในยามเย็น ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป หลังจากที่ปรินซ์และกระต่ายแต่งงานกัน พวกเขาก็ได้รับตั๋วบินไปฮันนีมูน ที่สามารถเลือกได้เลยว่าจะไปที่ไหนจะจากใครน่ะเหรอ? ก็ต้องจากท่านรองประธานบริษัทสุดหล่อน่ะสิ แถมยังให้สามารถลาพักผ่อนกันได้ยาวๆ ไปอีกด้วย“สวยจังนะคะ”“ใช่ สวยมาก”“วิวข้างหน้าเหรอคะ?”“ใช่ที่ไหน ก็ต้องภรรยาคนสวยของพี่สิครับ”มือหนาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก ก่อนจะหมุนร่างเล็กของคนรักให้หันหน้ามาหากันเธอเบ้ปากให้ พร้อมด้วยรอยยิ้มกวนๆ จนเขาทนไม่ไหว ต้องก้มลงมาแกล้งเธอกลับบ้าง ด้วยการหอมแก้มซ้ายขวารัวๆ“เฮ้!! พี่ปรินซ์”เสียงหัวเราะคิกคักของคู่สามีภรรยาต้องชะงักไป เมื่อถูกแทรกเข้ามาด้วยเสียงเล็กจากใครคนหนึ่งภาพเด็กน้อยผมแดงที่คุ้นเคย ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กสาววัยรุ่นเต็มวัย แต่
แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นในยามค่ำคืน ที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากหน้ากระจกชั้น 36 ของคอนโดฯ หรู ร่างสูงโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง พลางชมวิวมหานครยามค่ำคืนไปด้วยกัน พร้อมกับบรรยากาศเย็นยะเยือกจากแอร์คอนดิชันเนอร์อุณหภูมิ 18 องศา ที่ไม่รู้ว่าเขาจะเปิดต่ำขนาดนั้นไปทำไม “สวยจังนะคะ” “ใช่ครับสวยมาก” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา“กระต่ายเหรอคะ?”“พี่หมายถึงวิวข้างล่างน่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเธอ แต่คนตัวเล็กนี่สิ ถึงกับตวัดหางตามาหากันเลยทีเดียว“ล้อเล่นน่ะ ก็ต้องเป็นแฟนพี่สิครับ สวยที่สุดในโลกเลย” คำพูดเยินยอนั่นทำให้เธอยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะฝังปลายจมูกลงที่กลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา“ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาในชีวิตพี่”“พี่ปรินซ์ต่าง
Happy New Year!! “กระเช้าผลไม้ รังนก ดอกไม้ โอเคครบ!!” ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว เธอกำลังยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของของขวัญ ที่จะนำไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านครอบครัวแฟน และนี่เป็นครั้งแรกเลย ที่กระต่ายจะได้พบกับคุณพ่อของปรินซ์ อุ๊ย!! มือหนาสวมเข้ากอดที่เอวเล็กจากด้านหลัง จนคนถูกกอดสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความตกใจ พลางตีมือที่แขนเขาเบาๆ หนึ่งทีเป็นการทำโทษไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่กอดกัน แต่เธอก็ยังไม่ชินมันสักที ยังคงเขินอายทุกครั้งอยู่ร่ำไป“ตกใจหมดเลยนะคะ” คนถูกดุไม่มีท่าทีสลด แถมยังขโมยหอมแก้มฟ่อดใหญ่ไปอีกหนึ่งที“เตรียมของเยอะแยะเลยนะครับ” ร่างสูงคลายกอดออก ก่อนจะเข้ามาช่วยสอดส่องดูความ
ที่นอนนุ่มยวบลงเล็กน้อย เมื่อมือหนากำลังวางร่างเล็กลงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยื่นใบหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่แก้มใสแววตาหวานจ้องมองที่เขาอย่างไม่ลดละ ในระหว่างที่คนถูกมองกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนบนออก เขาส่งสายตาหวานละมุนกลับมาให้เช่นกัน ราวกับกำลังหว่านล้อมให้คนตรงนั้นหลงใหลไปเรื่อยๆแผ่นอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องบางๆ ทำให้ใจของคนที่นอนมองอยู่สั่นไหวจนเผลอกลืนน้ำลายซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะโน้มกายลงมาคร่อมทาบร่างบางเอาไว้ปรินซ์รั้งมือเล็กมาจูบเบาๆ อย่างทะนุถนอมด้วยความหวงแหน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปแนบริมฝีปากอบอุ่นที่คนรักต่อรสจูบเร่าร้อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลายลิ้นที่กำลังตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี มือหนาก็เช่นกัน ข้างหนึ่งยกขึ้นประคองใบหน้าเล็กที่พอดีมือเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ใช้เคล้นคลึงเนื้อนุ่มหยุ่นไปด้วยความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง จนหญิงสาวต้องร้องครางเสียงเบาในลำคอประท้วง เพราะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก เขาจึงผละจูบจากเธอ ก่อนจะเคลื่อนร่างกำยำลงมา และซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวแทนมือทั้งสองจากที่เคยมีหน้าที่ของมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีบทสนทนาใดต่อ มีแค่เพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังไปด้วยจังหวะเดียวกันปรินซ์ใช้มือหนาเชยคางหญิงสาวตรงหน้าขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะบุบสลายพลางสบตาลึกซึ้ง แล้วเลื่อนนิ้วโป้งลงมาลูบวนเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นมุมปากได้รูปของเขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ เพื่อมอบจุมพิตหวานให้เธอ หญิงสาวหลับตาพริ้ม เมื่อริมฝีปากแผ่วเบาสัมผัสกัน เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่กำลังเพิ่มอุณหภูมิขึ้นจากฝ่ามือของเขาเพียงครู่เดียวก็ผละออกจากกัน เขายกยิ้มละมุนส่งให้ แต่เป็นทางเธอเองที่กลับมีแววตาแปลกไปร่างบางเปลี่ยนท่าทางเป็นขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างสูงแทน ทำเขาตกใจจนเกร็งตัวไปบ้าง ก็เมื่อกี้ยังเมาอยู่เลยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?หญิงสาวที่อ่อนหวานเมื่อครู่ กำลังกลับกลายเป็นอีกมุมที่เขาไม่เคยเจอ มันแปลกใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเธอยกตัวชันเข่าขึ้นที่โซฟา ให้ร่างของคนตรงหน้าอยู่ใต้อาณัติ โดยมีมือหนาของเขาโอบหลังเธอเอาไว้ไม่ให้หงายไป ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบเขา ทั้งที่เธอตั้งใจจะให้ม
คนตัวเล็กที่กำลังถูกความเมาครอบงำ จนใบหน้าร้อนและขึ้นสีแดงชัดตรงบริเวณแก้ม เธอพร่ำเพ้อต่างๆ นานาออกมามากมายแต่จับใจความไม่ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาที่โนอาห์เข้าใจ“นี่คุณครับตื่นก่อน วันนี้ผมคงไปกับคุณไม่ได้หรอกนะ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มได้แต่โน้มตัวลงไปเรียกคนนั่งตรงกันข้ามที่กำลังไร้สติ พลางเขย่าแขนเธอไปด้วยเบาๆ เขาไม่ได้คิดว่าเธอจะเมาง่ายขนาดนี้ จึงเสิร์ฟให้ไม่หยุดหย่อนในตอนแรกทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่ม ที่คาดว่าจะเป็นชาวเอเชียเหมือนกันกับเธอ กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับประคองไหล่เล็กของหญิงสาวไว้อย่างทะนุถนอม“คงไม่รบกวนหรอกครับ ผมจะพาเธอกลับเอง”“คุณ...เจ้าชายสินะครับ” โนอาห์ว่าพลางหรี่ตาลงมองเล็กๆ“คุณรู้จัก...อ๋อ!! เธอคงเล่าให้ฟังสินะครับ”“คออ่อนน่าดูเลยนะคุณผู้หญิงคนนี้” โนอาห์ว่าพร้อมกับปรายตาไปยังกองแก้วที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่นั่นมันก็เกือบ 10 แก้วเลยนะ ไม่เมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละปรินซ์ได้ยิ้มแห้ง พร้อมกับจัดการค่าเสียหายทั้งหมดให้เสร็จสรรพ ก่อนจะพาร่างบางแบกข
เช้าวันทำงานที่สดใสวนมาถึง กิจกรรมเดิมๆ ของสาวออฟฟิศอย่างกระต่ายน้อย ก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวัน เธอมักจะเดินทางมาทำงานด้วยรถไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ น้อยครั้งที่จะขับรถมาเอง เนื่องจากสภาพการจราจรบนท้องถนนที่ไม่ค่อยน่า
@Moonlit barเสียงเพลงเบาๆ ถูกเปิดคลอให้อารมณ์เหงาๆ กำลังดี ในช่วงเวลาเย็นแบบนี้ ยังคงไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเท่าไรนัก นักดนตรีก็ยังไม่ได้ทำการแสดงแต่อย่างใด พวกเขากำลังจัดเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ กันอยู่หญิงสาวในชุดทำงาน กางเกงยีนขายาวเข้ารูปกับเสื้อสีขาวตัวบางด
เช้าวันจันทร์เดิมๆ ที่เพิ่มเติมคือ วันนี้ออฟฟิศดูครึกครื้นเป็นพิเศษ อาจเพราะมีข่าวแว่วมาว่า แผนกไอทีจะมี CTO คนใหม่เข้ามา หลายเสียงจึงพากันพูดไปต่างๆ นานาถึงเขาคนนั้น...จะเป็นคนแบบไหนกัน? เนื่องด้วย CTO คนเก่าเป็นคนเจ้าระเบียบขั้นสุด งานทุกอย่างที่ผ่านออกไป ต้องเป๊ะและตรง
การประชุมสรุปงานของแต่ละทีม กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวันศุกร์สิ้นเดือน ซึ่งหัวหน้าของแต่ละทีม จะเป็นคนคอยรายงานถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้กับพนักงานระดับสูงฟัง รวมถึงความคืบหน้าว่าดำเนินไปจนถึงขั้นตอนไหนแล้ว&nb







