تسجيل الدخول@Moonlit bar
เสียงเพลงเบาๆ ถูกเปิดคลอให้อารมณ์เหงาๆ กำลังดี ในช่วงเวลาเย็นแบบนี้ ยังคงไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเท่าไรนัก นักดนตรีก็ยังไม่ได้ทำการแสดงแต่อย่างใด พวกเขากำลังจัดเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ กันอยู่
หญิงสาวในชุดทำงาน กางเกงยีนขายาวเข้ารูปกับเสื้อสีขาวตัวบางด้านใน ถูกสวมทับด้วยเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อนด้านนอก เธอกำลังนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่เดิม มือเล็กหมุนแก้วที่มีแอลกอฮอล์อยู่เพียงเล็กน้อยไปมา
“เป็นอะไรไป เดี๋ยวเมเปิลก็มาแล้ว”
“เปล่าหรอก แค่อยู่ๆ ก็เบื่อๆ เซ็งๆ”
เธอตอบสั้นๆ พร้อมส่งรอยยิ้มจางๆ ให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดหล่อคนนั้น เขาเองก็ส่งกลับมาเช่นกัน แต่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร
บรรยากาศชวนเหงา เคล้ากันบทเพลงเศร้านิดๆ ทำเอาหัวใจของเธอพลอยห่อเหี่ยวไปด้วย เรื่องที่กำลังวนเวียนในหัวหลายสิ่ง กลับเข้ามากัดกินใจเธออีกครั้ง
แต่จะเริ่มเรื่องไหนก่อนดี...
เมื่อเกิดความเงียบจากบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ ทำให้ได้ยินเสียงของบทเพลงเพลงหนึ่งดังขึ้นอย่างชัดเจน
จากที่เหงาอยู่แล้ว เหมือนจะคิดถึงอยู่แล้ว ก็ทวีความรู้สึกเหล่านั้นเพิ่มขึ้นไปอีก จนเธอได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เพลงนี้เพลงอะไรเหรอ?”
“เพลงนี้เหรอ Rain talk น่ะ”
กระต่ายไม่ได้มีความเห็นใดต่อ เธอทำเพียงเหม่อลอยนิดๆ ราวกับกำลังตั้งใจฟังเพื่อซึมซับบทเพลงนั้นอยู่
“ทำไม? กำลังคิดถึงใครเหรอ?...เพลงมันบอกแบบนั้น” แซนยักไหล่แซวเพื่อนสาว
“จะว่าใช่ก็...ไม่แน่ใจแฮะ” กระต่ายเอ่ยเสียงอ่อน ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มส่วนที่เหลือจนหมด
I asked about the rain, but I didn't really want to know. (ฉันถามถึงเรื่องฝน ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้อยากรู้หรอก)
And when I asked if you were cold, I was just wondering if you felt the same way. (แล้วที่ถามว่าหนาวไหม? ฉันก็แค่สงสัยว่าคุณกำลังรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า?)
The truth is, I still miss you so much. It's only ever been you all this time. (ความจริงคือฉันยังคิดถึงคุณมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่คุณเท่านั้น)
ใบหน้าขาวดื่มด่ำกับบทเพลงไปเรื่อยๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย กับมุมปากที่ยกยิ้มนิดๆ ราวกับว่าเนื้อเพลงกำลังทำปฏิกิริยาอะไรบางอย่าง กับหัวใจเธอในตอนนี้อยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ใช่คนที่ชื่อ...พี่ปรินซ์หรือเปล่านะ?” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ เขาหรี่ตาลงจ้องที่เธออย่างจับผิด
“นะ นายรู้...ได้ไงแซน”
“ก็ได้ยินเธอพึมพำวันนั้น...ชื่อเขาสินะ”
เขาตอบกวนๆ และใช้จังหวะที่เธอกำลังอ้ำอึ้ง คว้าแก้วเปล่าจากในมือ มาเปลี่ยนเป็นแก้วใหม่ที่มีน้ำสีเข้มอยู่ในปริมาณเท่าเดิมคืนให้ โดยที่เธอยังคงไม่รู้ตัว
ว่าแต่ วันนั้น...คือวันไหน?
เวลาดึกกว่าเดิม บรรยากาศในร้านพลันเปลี่ยนเป็นครึกครื้น ผู้คนมากมายที่กำลังเดินทางมาสังสรรค์ ต่างกรูกันเข้ามาจับจองโต๊ะที่นั่ง จนภายในร้านเริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คน
เด็กเสิร์ฟเดินสวนกันไปมาอย่างคล่องแคล่ว สองมือเต็มไปด้วยขวดแอลกอฮอล์รสเลิศ และแก้วเรียงซ้อนกันหลายใบ
ไม่รู้เหมือนกันนะว่า พวกเขาไปเอาความสามารถในการถือของเยอะขนาดนี้มาจากไหน ราวกับเป็นสกิลพิเศษเฉพาะตัวของพนักงานในร้านนี้เลยทีเดียว
“ไหนอ่ะครับ สาวที่ว่าจะพามาแนะนำ”
“แหม!! ไม่ค่อยเลยนะ เราน่ะ” กระต่ายว่า ในขณะที่มือก็กำลังจัดแจงเครื่องดื่มให้แก๊งเด็กชายไปด้วย
“เออ...ว่าแต่ นั้นใช่พี่เมเปิล เพื่อนของพี่กระต่ายหรือเปล่าครับ?” เก้าถามขึ้น เมื่อสายตาคมไปสะดุดกับออร่าของหญิงสาว ที่เปล่งประกายอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์
“โห!! พี่มีเพื่อนสวยขนาดนี้เลยเหรอ? อย่างกับดาราแหนะ” แฝดน้องก็เห็นด้วย มือหนารับแก้วจากพี่สาวที่ส่งมาให้ โดยที่ยังคงไม่ละสายตาจากจุดโฟกัสนั้นเลย
“แล้วพี่ไม่สวยเหรอ?”
กายไม่ได้ตอบอะไร เขาทำหน้าตาทะเล้นใส่พร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“พี่เขามีแฟนหรือยังอ่ะครับ?”
เรียวปากได้รูปยกยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนที่กระต่ายจะพยักหน้าชี้ไปทางที่เพื่อนสาวยืนอยู่ และให้ภาพเหล่านั้นเป็นคำตอบแทน
เมเปิลในชุดบอดี้สูทเกาะอกที่ขับผิวขาวเนียนให้โดดเด่นไปทุกส่วน ชุดสีครีมแนบเนียนราวกับกลืนไปกับผิว เธอคล้องแขนเล็กๆ ไว้ที่คอของบาร์เทนเดอร์หนุ่มข้างกาย ซึ่งแค่สิ่งที่เห็น ทุกคนก็คงจะพอเดาคำตอบกันได้อยู่แล้ว
แต่ไม่เพียงเท่านั้นน่ะสิ ต่อมาทั้งคู่กลับโน้มหน้าเข้าหากันและกดจูบดูดดื่ม อย่างไม่สนกับสายตาผู้คนในร้านเลยสักนิด ราวกับจงใจจะตอกย้ำความสัมพันธ์ของพวกเขาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีก
“เอิ่ม...ครับ”
เจ้าของคำถามได้แต่อึ้งตาค้าง เขาไม่ได้อยากรู้ขนาดเสียหน่อย และนี่ก็ออกจะเกินสิ่งที่คาดหวังไปไกลแล้ว
ทำเอาแก๊งเด็กชาย ต่างพากันยกแก้วขึ้นดื่มแก้เขินรัวๆ อย่างไม่ได้นัดหมาย
“ตกลงไหนสาวที่ว่า...”
“ฮัลโหล!! พี่กระต่ายน้อย”
หญิงสาวตัวเล็กน่ารักน่าทะนุถนอม ผมยาวลอนสีบลอนด์รับกับใบหน้ารูปไข่ ขนตางอนยาวกับเรียวปากกระจับน่าจุ๊บ เป็นเธอเอง ‘โลมา’ เน็ตไอดอลชื่อดัง ที่นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอแล้ว...เธอคิดแบบนั้น
เสียงคนตัวเล็กที่ทักทายมาแต่ไกล ก่อนจะโผเข้ากอดพี่สาวอย่างแนบแน่นด้วยความคิดถึง นานแล้วที่ทั้งคู่ไม่ได้พบเจอกัน ตั้งแต่ที่เธอได้มีโอกาสทำงานในสายงานบันเทิง ก็ทำเอาเจ้าตัวยุ่งๆ อยู่ตลอด
“นี่ไง คนที่พูดถึงน่ะ”
“ใช่...โลมา ไม่ใช่ปลาแต่เป็นนางฟ้าเปล่านะ?”
“อ่ะฮะ!! นายรู้จักฉันด้วยเหรอ? แต่ก็...ไม่แปลกหรอก” มือเล็กหยิบแก้วด้วยปลายนิ้วที่กรีดกราย ก่อนยกขึ้นจิบสวยๆ
“น้องโลมาใช่ไหมครับ? ตัวจริงน่ารักมากเลยนะครับเนี่ย” เน็ตไอดอลสาวที่ปรากฏตัวยังไม่ถึงห้านาที ก็มีชายหนุ่มข้างโต๊ะ เดินมาขอชนแก้วเสียแล้ว เธอช่างมีเสน่ห์ใช่เล่นเลย
หลังลับตาคนพวกนั้น ก็ทำเอาเธอต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ มือเล็กค้นหาสิ่งของบางอย่างจากในกระเป๋า ก่อนจะหยิบหน้ากากสีดำขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าไว้
โชคดีหน่อยที่เธอเพิ่งไปร่วมงานแฟนซีมา จึงยังคงพกมันติดกระเป๋าไว้ด้วย
“ทำอะไรของเธอน่ะ” เก้าถามอย่างประหลาดใจ
“ถ้าคนจำฉันได้เยอะก็หมดสนุกสิ มัวแต่โดนขอถ่ายรูปกับชนแก้วไม่หยุดอยู่แบบนี้” เธอกระซิบกระซาบ พร้อมกับจัดแต่งหน้ากากสีดำ ให้เข้าที่บนใบหน้าของเธอไปด้วย
“คนก็เดินผ่านไปเยอะแยะ เพิ่งเห็นคนทักแค่สองคนเอง หลงตัวเองชะมัด!!”
คำพูดแบบนี้ คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากหนุ่มเนิร์ดที่นั่งข้างๆ เธอนั่นแหละ
“นี่นายว่าใครกันยะ...พี่กระต่าย นายนี่เป็นใคร?”
โลมาแว้ดกลับทันทีอย่างไม่ถูกชะตา แต่จินกลับไม่ได้สนใจอะไร เขายังคงจิบน้ำสีเข้มไปเรื่อยๆ พลางมุบมิบปากล้อเลียน
“ไม่เอาๆ อย่าทะเลาะกัน เดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จัก”
“นี่ เก้า กาย และจิน”
สองหนุ่มแฝดยกมือขึ้นทักทาย พร้อมกับโปรยยิ้มหวาน ตอนนี้ท่าทางและสีหน้าของทั้งสองคน เหมือนกันเป๊ะๆ จนแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว
“ผมโสดนะครับ”
“ผมก็ด้วย” และก็ยังพยายามอวดความโสดของตัวเองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“ไม่อ่ะ ฉันไม่ชอบฝาแฝดน่ะ”
“เอ๊า!! ทำไมล่ะโลมา น้องพี่ไม่ถูกใจบ้างเหรอ?” กระต่ายถึงกับเงิบไป เพราะถ้าเป็นเรื่องของหน้าตาแล้วละก็ สองแฝดนี้ก็พอจะไปวัดไปวาได้อยู่
“เปล่าค่ะ...แค่กลัวจำผิดน่ะ เป็นเพื่อนกันดีกว่านะพวกนาย” เธอตอบอย่างไม่ไยดีอะไร ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม เริ่ดๆ
“ยัยนี่ประสาทชัดๆ เลิกคบได้ก็เลิกนะพี่กระต่าย”
เป็นจินคนเดิมที่หันไปกระซิบกับกระต่าย จนพี่สาวหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่ได้ ก่อนจะหยิกเบาๆ ที่แขนของเขา
“นี่!! ฉันได้ยินนะยะ”
เงาของสองร่างที่กำลังโอบกอดกัน สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบตรงหน้า และมันสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกจากความระยิบระยับของแสงอาทิตย์ในยามเย็น ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป หลังจากที่ปรินซ์และกระต่ายแต่งงานกัน พวกเขาก็ได้รับตั๋วบินไปฮันนีมูน ที่สามารถเลือกได้เลยว่าจะไปที่ไหนจะจากใครน่ะเหรอ? ก็ต้องจากท่านรองประธานบริษัทสุดหล่อน่ะสิ แถมยังให้สามารถลาพักผ่อนกันได้ยาวๆ ไปอีกด้วย“สวยจังนะคะ”“ใช่ สวยมาก”“วิวข้างหน้าเหรอคะ?”“ใช่ที่ไหน ก็ต้องภรรยาคนสวยของพี่สิครับ”มือหนาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก ก่อนจะหมุนร่างเล็กของคนรักให้หันหน้ามาหากันเธอเบ้ปากให้ พร้อมด้วยรอยยิ้มกวนๆ จนเขาทนไม่ไหว ต้องก้มลงมาแกล้งเธอกลับบ้าง ด้วยการหอมแก้มซ้ายขวารัวๆ“เฮ้!! พี่ปรินซ์”เสียงหัวเราะคิกคักของคู่สามีภรรยาต้องชะงักไป เมื่อถูกแทรกเข้ามาด้วยเสียงเล็กจากใครคนหนึ่งภาพเด็กน้อยผมแดงที่คุ้นเคย ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กสาววัยรุ่นเต็มวัย แต่
แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นในยามค่ำคืน ที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากหน้ากระจกชั้น 36 ของคอนโดฯ หรู ร่างสูงโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง พลางชมวิวมหานครยามค่ำคืนไปด้วยกัน พร้อมกับบรรยากาศเย็นยะเยือกจากแอร์คอนดิชันเนอร์อุณหภูมิ 18 องศา ที่ไม่รู้ว่าเขาจะเปิดต่ำขนาดนั้นไปทำไม “สวยจังนะคะ” “ใช่ครับสวยมาก” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา“กระต่ายเหรอคะ?”“พี่หมายถึงวิวข้างล่างน่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเธอ แต่คนตัวเล็กนี่สิ ถึงกับตวัดหางตามาหากันเลยทีเดียว“ล้อเล่นน่ะ ก็ต้องเป็นแฟนพี่สิครับ สวยที่สุดในโลกเลย” คำพูดเยินยอนั่นทำให้เธอยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะฝังปลายจมูกลงที่กลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา“ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาในชีวิตพี่”“พี่ปรินซ์ต่าง
Happy New Year!! “กระเช้าผลไม้ รังนก ดอกไม้ โอเคครบ!!” ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว เธอกำลังยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของของขวัญ ที่จะนำไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านครอบครัวแฟน และนี่เป็นครั้งแรกเลย ที่กระต่ายจะได้พบกับคุณพ่อของปรินซ์ อุ๊ย!! มือหนาสวมเข้ากอดที่เอวเล็กจากด้านหลัง จนคนถูกกอดสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความตกใจ พลางตีมือที่แขนเขาเบาๆ หนึ่งทีเป็นการทำโทษไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่กอดกัน แต่เธอก็ยังไม่ชินมันสักที ยังคงเขินอายทุกครั้งอยู่ร่ำไป“ตกใจหมดเลยนะคะ” คนถูกดุไม่มีท่าทีสลด แถมยังขโมยหอมแก้มฟ่อดใหญ่ไปอีกหนึ่งที“เตรียมของเยอะแยะเลยนะครับ” ร่างสูงคลายกอดออก ก่อนจะเข้ามาช่วยสอดส่องดูความ
ที่นอนนุ่มยวบลงเล็กน้อย เมื่อมือหนากำลังวางร่างเล็กลงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยื่นใบหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่แก้มใสแววตาหวานจ้องมองที่เขาอย่างไม่ลดละ ในระหว่างที่คนถูกมองกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนบนออก เขาส่งสายตาหวานละมุนกลับมาให้เช่นกัน ราวกับกำลังหว่านล้อมให้คนตรงนั้นหลงใหลไปเรื่อยๆแผ่นอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องบางๆ ทำให้ใจของคนที่นอนมองอยู่สั่นไหวจนเผลอกลืนน้ำลายซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะโน้มกายลงมาคร่อมทาบร่างบางเอาไว้ปรินซ์รั้งมือเล็กมาจูบเบาๆ อย่างทะนุถนอมด้วยความหวงแหน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปแนบริมฝีปากอบอุ่นที่คนรักต่อรสจูบเร่าร้อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลายลิ้นที่กำลังตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี มือหนาก็เช่นกัน ข้างหนึ่งยกขึ้นประคองใบหน้าเล็กที่พอดีมือเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ใช้เคล้นคลึงเนื้อนุ่มหยุ่นไปด้วยความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง จนหญิงสาวต้องร้องครางเสียงเบาในลำคอประท้วง เพราะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก เขาจึงผละจูบจากเธอ ก่อนจะเคลื่อนร่างกำยำลงมา และซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวแทนมือทั้งสองจากที่เคยมีหน้าที่ของมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีบทสนทนาใดต่อ มีแค่เพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังไปด้วยจังหวะเดียวกันปรินซ์ใช้มือหนาเชยคางหญิงสาวตรงหน้าขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะบุบสลายพลางสบตาลึกซึ้ง แล้วเลื่อนนิ้วโป้งลงมาลูบวนเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นมุมปากได้รูปของเขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ เพื่อมอบจุมพิตหวานให้เธอ หญิงสาวหลับตาพริ้ม เมื่อริมฝีปากแผ่วเบาสัมผัสกัน เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่กำลังเพิ่มอุณหภูมิขึ้นจากฝ่ามือของเขาเพียงครู่เดียวก็ผละออกจากกัน เขายกยิ้มละมุนส่งให้ แต่เป็นทางเธอเองที่กลับมีแววตาแปลกไปร่างบางเปลี่ยนท่าทางเป็นขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างสูงแทน ทำเขาตกใจจนเกร็งตัวไปบ้าง ก็เมื่อกี้ยังเมาอยู่เลยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?หญิงสาวที่อ่อนหวานเมื่อครู่ กำลังกลับกลายเป็นอีกมุมที่เขาไม่เคยเจอ มันแปลกใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเธอยกตัวชันเข่าขึ้นที่โซฟา ให้ร่างของคนตรงหน้าอยู่ใต้อาณัติ โดยมีมือหนาของเขาโอบหลังเธอเอาไว้ไม่ให้หงายไป ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบเขา ทั้งที่เธอตั้งใจจะให้ม
คนตัวเล็กที่กำลังถูกความเมาครอบงำ จนใบหน้าร้อนและขึ้นสีแดงชัดตรงบริเวณแก้ม เธอพร่ำเพ้อต่างๆ นานาออกมามากมายแต่จับใจความไม่ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาที่โนอาห์เข้าใจ“นี่คุณครับตื่นก่อน วันนี้ผมคงไปกับคุณไม่ได้หรอกนะ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มได้แต่โน้มตัวลงไปเรียกคนนั่งตรงกันข้ามที่กำลังไร้สติ พลางเขย่าแขนเธอไปด้วยเบาๆ เขาไม่ได้คิดว่าเธอจะเมาง่ายขนาดนี้ จึงเสิร์ฟให้ไม่หยุดหย่อนในตอนแรกทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่ม ที่คาดว่าจะเป็นชาวเอเชียเหมือนกันกับเธอ กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับประคองไหล่เล็กของหญิงสาวไว้อย่างทะนุถนอม“คงไม่รบกวนหรอกครับ ผมจะพาเธอกลับเอง”“คุณ...เจ้าชายสินะครับ” โนอาห์ว่าพลางหรี่ตาลงมองเล็กๆ“คุณรู้จัก...อ๋อ!! เธอคงเล่าให้ฟังสินะครับ”“คออ่อนน่าดูเลยนะคุณผู้หญิงคนนี้” โนอาห์ว่าพร้อมกับปรายตาไปยังกองแก้วที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่นั่นมันก็เกือบ 10 แก้วเลยนะ ไม่เมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละปรินซ์ได้ยิ้มแห้ง พร้อมกับจัดการค่าเสียหายทั้งหมดให้เสร็จสรรพ ก่อนจะพาร่างบางแบกข
เช้าวันทำงานที่สดใสวนมาถึง กิจกรรมเดิมๆ ของสาวออฟฟิศอย่างกระต่ายน้อย ก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวัน เธอมักจะเดินทางมาทำงานด้วยรถไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ น้อยครั้งที่จะขับรถมาเอง เนื่องจากสภาพการจราจรบนท้องถนนที่ไม่ค่อยน่า
เช้าวันจันทร์เดิมๆ ที่เพิ่มเติมคือ วันนี้ออฟฟิศดูครึกครื้นเป็นพิเศษ อาจเพราะมีข่าวแว่วมาว่า แผนกไอทีจะมี CTO คนใหม่เข้ามา หลายเสียงจึงพากันพูดไปต่างๆ นานาถึงเขาคนนั้น...จะเป็นคนแบบไหนกัน? เนื่องด้วย CTO คนเก่าเป็นคนเจ้าระเบียบขั้นสุด งานทุกอย่างที่ผ่านออกไป ต้องเป๊ะและตรง
@สนามบินประเทศไทย โถงมหึมาสุดลูกหูลูกตาของสนามบินนานาชาติในวันนี้ ดูจะครึกครื้นกว่าวันไหนๆ หรือบางทีมันอาจจะเป็นอย่างนี้อยู่เสมอแล้วก็เป็นได้ผู้คนมากมายเดินลากกระเป๋าสวนกันไป
การประชุมสรุปงานของแต่ละทีม กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวันศุกร์สิ้นเดือน ซึ่งหัวหน้าของแต่ละทีม จะเป็นคนคอยรายงานถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้กับพนักงานระดับสูงฟัง รวมถึงความคืบหน้าว่าดำเนินไปจนถึงขั้นตอนไหนแล้ว&nb







